“เรียนท่านจอมมารท่านผู้นำเผ่า ข้าหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่สามแห่งเผ่าอันเดดจะมารายงานเื่จำนวนทหารฝึกหัดที่ผ่านคลาส H แล้วขอรับ”
“ว่ามาสิ”
“ท่านจอมมารวันนี้มีหนึ่งคนที่สามารถผ่านคลาส H ได้ขอรับ”
“เฮ้...เ้าหัวหน้าหน่วยที่สามมันผู้นั้นเป็ใคร? ข้าในฐานะผู้นำเผ่าอันเดดจะตบรางวัลให้กับมันเองฮ่าๆๆ”
“ท่านผู้นำเผ่าคนที่ผ่านคลาส H นั้น มิใช่คนของเผ่าอันเดดขอรับ”
“วันนี้คนของเผ่าอันเดดใช้สนามฝึกมิใช่หรือ? หรือว่ามีทหารของเผ่าอื่นเข้ามาร่วมฝึกด้วย?”
“มิใช่ขอรับท่านจอมมารคนที่ผ่านคลาส H นั้นคือผู้กล้าขอรับ”
“เ้านั้น...ใช้เวลาแค่สามวันก็คลาสH แล้วหรือนี่สงสัยจะมิใช่พวกอ่อนแออย่างที่ข้าพูดไว้แล้วสิ”
“หามิได้ขอรับคนๆ นั้นใช้เวลาไม่ถึงวันก็สามารถผ่านคลาส H ได้แล้วขอรับ”
“ว่ายังไงนะ?...เ้านั่น...!!”
“ท่านจอมมารข้าว่าพวกเราคงต้องจับตามองบุคคลผู้นี้ไว้จะดีกว่านะขอรับ”
“นี่เ้ากลัวหรือ? ผู้นำเผ่าอันเดดดาร์คไนท์เ้าอย่าได้ใส่ใจอะไรมากมายเพียงแค่คนๆ นี้สามารถข้ามพ้นคลาสเริ่มต้นเท่านั้นหนทางยังอีกยาวไกล”
“เรียนท่านจอมมารท่านผู้นำ ข้ามีข้อเสนอสักเล็กน้อย ในอีกสองวันหน่วยของข้าได้รับมอบหมายให้ไปลาดตระเวนพื้นที่ด่านทิศตะวันออกของอาณาจักรท่านจะอนุญาตให้ผู้กล้าติดตามไปด้วยได้หรือไม่? ถ้าหากคนผู้นั้นมีความเก่งกาจซ่อนอยู่หน่วยของข้าจะขออาสารับหน้าที่ขัดเกลาฝีมือด้วยการต่อสู้จริงให้ขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ? ย่อมได้ ฝากดูแลเ้านั่นด้วยแล้วกัน”
“ข้าในนามของหน่วยลาดตะเวนที่สามจะดูแลอย่างดีเลยล่ะขอรับ”
รอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นบนใบหน้าหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่สาม มันช่างตรงข้ามกับท่าทีที่จริงจังก่อนหน้านี้เหลือเกินเหลือเกิน
[-]
”ท่านซาชิเ้าคะ! เช้านี้ท่านซาชิจะไปที่สนามฝึกหรือไม่เ้าคะ?”
“ไปสิว่าจะไปลองใช้ยาพิษซะหน่อย จะได้ชินเวลาใช้จริง”
“เมื่อวานนี้ดิฉันยังไม่ได้ถามเลยเห็นว่ามีโพชั่นตั้งหลายอย่าง มันเป็โพชั่นแบบไหนหรือเ้าคะ?”
“ผมลองทำตามหนังสือปรุงยาระดับ2 เลยทำ [โพชั่นระดับ 2 x 30] [มานาโพชั่นระดับ2 x 30] [ยาพิษระดับ 1 x 10] [ยานอนหลับระดับ 1 x 10] [ยาชาระดับ 1 x 10] และ [ยาหลอนจิตระดับ 1 x 10] แน่นอนว่าทำยาแก้พิษแล้วนะ มี[ยาแก้พิษระดับ 1x 10] [ยายาแก้อาการหลับระดับ 1 x 10] [ยาแก้อาการชาระดับ1 x 10] และ [ยาแก้อาการสับสนระดับ 1x 10]”
“ท่านซาชิดูชั่วร้ายเหมือนปีศาจมาบ้างแล้วนะเ้าคะ”ไมนด์ทำหน้ายิ้มๆ
“เอ๋!!”
“ล้อเล่นน่ะเจ้าค่ะอีกสักครู่ท่านโซบ๊อปจะมาทานอาหารเช้าด้วย ดิฉันขอออกไปเตรียมอาหารและผลไม้ก่อนนะเจ้าคะ” “แล้วผมจะรอนะ”[-]
“ปู่บ๊อป ที่ปราสาทนี้มีช่างตีเหล็กหรือช่างฝีมือบ้างไหมครับ?”
“จะว่ามีก็มีละนะแต่ก็ไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไร ท่านจะทำอะไรหรือ?”
“คือว่า...”
ผมจึงเอาหอกไฟให้ปู่บ๊อปดูสงสัยจะแปลกใจมาก ถึงกับอ้าปากค้าจนหนอนตัวใหญ่ที่กำลังเคี้ยวอยู่ถึงกับตกลงมา
“เอ๋!!! นี่ท่าน...อาวุธนี้...ท่านได้แต่ใดมา? ท่านรู้ไหมว่าอาวุธนี้คืออาวุธของใคร?”
“ไม่รู้หรอกครับ ผมเห็นว่ามันถนัดมือดี ผมเลยเอาไปใช้”
“นี่เป็หอกของอดีตจอมมารคนก่อน จอมมารกรอส แมมมอนที่ 25”
“แมมมอน จอมมารที่เกิดจากบาปแห่งความโลภสินะ แล้วไม่ใช่ 43 เหรอครับ? ถ้าจำไม่ผิด จอมมารสกาเล็ต ซาตานที่ 44ไม่ใช่เหรอครับ?”
“ท่านจอมมารคนปัจจุบันท่านเป็จอมมารที่ได้ชื่อซาตานเป็คนที่ 44 อดีตจอมมารทั้งเจ็ดจะถูกเรียงลำดับตามลูกหลานของตนเองหอกนี้เคยเป็อาวุธคู่กายของอดีตจอมมากรอสที่ถูกท่านสกาเล็ตทำลายด้วยดาบของท่านเอง”
“ทำลาย! แสดงว่ามีการต่อสู้เหรอครับ?”
“ใช่ กฎของอาณาจักรแห่งความมืดสำหรับผู้ที่เหมาะสมจะเป็จอมมารคือ ‘ความแข็งแกร่ง’ เมื่อใดก็ตามที่มีผู้แข็งแกร่งจนถึงคลาสเดียวกับจอมมารคนปัจจุบันแล้วจะมีทางให้เลือกสองทางคือ สวามิภักดิ์แก่จอมมารคนปัจจุบันซึ่งยังไม่เคยมีผู้ใดทำแบบนั้นเพราะต่างก็อยากขึ้นเป็จอมมารทั้งสิ้น ส่วนทางเลือกที่สองนั้นคือการประลองกับจอมมารกลังจากจบการต่อสู้จะต้องมีคนรอดเพียงคนเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า หาก้าล้มล้างจอมมารคนปัจจุบันจะต้องสังหารจอมมารคนปัจจุบันให้ได้ และคนที่กล้าหันคมดาบใส่จอมมารนั้นสมควรตายจึงกลายเป็เหตุผลที่เห็นพ้องต้องกัน แต่เื่นี้มันก็ตั้งสองร้อยปีมาแล้วละ”
“งั้นเหรอครับ...เอาเถอะที่ผม้าจะรู้ไม่ใช่ประวัติของหอกนี้หรอกผมแค่อยากได้ช่างที่สามารถซ่อมหอกให้ผมได้ ตอนนี้สภาพมันดูแย่เพราะมันยังเป็หอกที่ชำรุดอยู่ผมเลยอยากจะซ่อมมันเท่านั้นเอง”
“ได้สิ เดี๋ยวข้าจะพาไปที่โรงช่างของปราสาทแต่เื่ฝีมือนั้นไม่รับประกัน เพราะช่างตีเหล็กที่อาณาจักรนี้ไม่ได้สร้างอาวุธเป็อาชีพที่ไม่จำเป็กับทหารของท่านจอมมารเท่าไร”
“เอ๋! แล้ว...อาวุธที่ใช้กันเอามาจากไหนเหรอครับ?ในเมื่อเราไม่สร้างอาวุธเอง”
“พวกทหารแย่งชิงจากศพในสนามรบยังไงล่ะ เพราะอาวุธที่ชิงจากศัตรูเป็เครื่องยืนยันความเก่งกาจเหนือศัตรูและอาวุธก็มีมากมายให้เลือกสรร การรอการสร้างอาวุธเฉพาะตัวอะไรนั่นเป็เื่น่าลำคารสำหรับปีศาจเอามากๆ ส่วนเื่พวกข้าจะมีช่างตีเหล็กไว้ทำไม? นั่นก็เพราะ รถลาก บังเหียนที่ใช้กับไวเวิร์นและหม้อไหในปราสาทใช้ของที่เป็โลหะน่ะสิ”
“คงจะรวมถึงพวกชุดหนังและชุดเกราะด้วยสินะครับ”
“ใช่...เอาเป็ว่าเดี๋ยวข้าจะพาท่านไปที่โรงช่างหลังทานอาหารเสร็จเพราะวันพรุ่ง่เที่ยงท่านจะต้องไปทำภารกิจของท่านจอมมาร ข้าว่าท่านควรรีบหน่อยนะ”
“ภารกิจ...อะไรเหรอครับ?”
“ลาดตระเวนลาดตระเวนพื้นที่ด่านทิศตะวันออก เป็เวลาสองถึงสามวันเป็การเสนอของหัวหน้าหน่วยที่สามของเผ่าอันเดดที่อยากให้เ้าออกไปเปิดหูเปิดตา”
“จะไม่เร็วไปหน่อยหรือเ้าคะท่านโซบ็อป?!ท่านซาชิเพิ่งจะผ่านคลาส H มานะเ้าคะ!”
“เ้าจะใไปทำไมเล่าไมนด์? ยังไงสักวันท่านซาชิจะต้องออกไปเผชิญโลกภายนอกอยู่แล้วการเดินทางครั้งนี้จึงเป็ก้าวแรกของเขานะ”
ผมใเล็กน้อยกับท่าที่ของไมนด์ทั้งๆ ที่่เวลาที่ผมทานอาหารกับปู่บ๊อปเธอจะไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อยราวกับไม่มีตัวตน ทำให้ผมรู้สึกว่าอยู่สองคนกับปู่บ๊อปเสมอแต่เธอกลับพูดแทรกออกมาด้วยความใแบบนั้น
“เอิ่ม...ไม่เป็ไรหรอกไมนด์ ถ้าหอกของผมซ่อมเสร็จก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”
“ท่านซาชิ...”
“ถ้าอิ่มแล้วก็ไปกันเถอะ ท่านมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำวันนี้นะ ท่านต้องไปพบกับกลุ่มคนที่ถูกจัดไว้ให้ท่านโดยเฉพาะซึ่งเื่นี้เป็เื่ที่ข้าเป็ห่วงยิ่งนัก”
“ครับ...เอ๋?”
ถึงผมจะแสดงอาการแปลกใจ แต่ปู่บ๊อปก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมจะเป็ปีศาจแบบไหนกันนะ? แล้วเื่ที่ปู่บ๊อปเป็ห่วงล่ะมันเื่อะไรกันแน่?
[-]
“เอ่อ...ท่านซาชิท่านจะให้ข้าซ่อมหอกนี้จริงๆ หรือขอรับ?ข้าเกรงว่าฝีมือของข้าจะไม่ถึงขั้น”
“ไม่ต้องใส่ใจหรอก แค่ซ่อมรอยแตกกับลับคมหอกเท่านั้นเองแต่ต้องขอด่วนสักหน่อย เพราะพรุ่งนี้ผมต้องไปลาดตระเวนแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้น...ข้า...ข้าจะทำให้ดีที่สุดเลยขอรับ!!”
หัวหน้าช่างประจำโรงช่างแห่งนี้ “แทรช”โนมที่มีผิวสีคล้ำท่าทางเป็มิตรรอต้อนรับอยู่ ถึงจะเป็ช่างตีเหล็กธรรมดาที่ทำได้แค่หม้อไหแต่ดูเหมือนจะดีใจมากที่มีคนนำอาวุธมาให้ซ่อมบำรุง หลังจากนั้นไมนด์ก็มาเล่าให้ผมฟังว่าช่างที่นี่เคยถูกปฏิเสธให้ทำอาวุธเพราะเป็พวกที่มีทักษะที่ไร้ประโยชน์ พวกเขาเคยโดนดูถูกว่า“อาวุธที่ได้จากสนามรบดีกว่าอาวุธห่วยๆ ที่พวกเขาทำซะอีก” คำพูดนั้นคงทำให้พวกเขาเสียใจมากแน่ๆ
“พวกนั้นคงรอท่านอยู่ที่สนามฝึกแล้วล่ะจากนี้ท่านต้องไปเองแล้ว ข้าจะให้ไมนด์ตามดูแลท่านเพราะข้าต้องไปทำงานของข้าเช่นกันจากนี้ท่านจะต้องคิดถึงวิธีการเอาตัวรอดให้ได้ ทั้งท่านและคนของท่านด้วยต่อจากนี้คนพวกนั้นจะเป็ของท่านแล้ว”
“ของผมเหรอ?”
ปู่บ๊อปเดินห่างออกไปโดยไม่อธิบายให้ผมฟังแม้เขาจะทำหน้าหนักใจอยู่ก็ตาม
[-]
หลังจากที่ผมแยกจากปู่บ๊อป ผมกับไมนด์ก็ตรงมาที่สนามฝึกวันนี้เป็วันที่เผ่าออร์คเกิดใหม่จะได้ฝึกเพื่อเพิ่มเลเวลของตนเองแต่จากที่ผมเห็นไม่ได้มีแค่ออร์ค แต่ยังมีโทรลล์ ก๊อบลิน และไททันตัวใหญ่ ท่าทางดุดันที่พวกนั้นแสดงออกมาทำเอาตัวผมลีบไปเลย
“อยู่นั่นไงเ้าคะ ท่านซาชิ”
ผมหันไปทางที่ไมนด์ชี้ไปผมจึงได้เห็นกลุ่มปีศาจที่ดูหดหู่หมดอาลัยตายอยาก ทำเอาผมอยากถอนหายใจ
“คนพวกนี้...พวกที่จะมาเป็คนของผมเหรอ?”
“คงจะใช่...เ้าค่ะ”
ไมนด์เองยังไม่แน่ใจ ซึ่งคนที่เห็นเท่านั้นจึงจะอธิบายบรรยากาศมืดมนนี้ได้
“ผมขอไปทักทายพวกเขาก่อนนะ”
“เ้าค่ะ ดิฉันไม่อยากให้เป็อย่างที่ดิฉันคิดเลยเ้าค่ะ”
ผมไม่ได้ถามว่าไมนด์คิดอะไร ผมเริ่มเดินเข้าไปหาก่อนในกลุ่มนั้นมีเด็กผู้หญิงฝาแฝดผมสั้นสีฟ้าอ่อนที่มีเกล็ดสีน้ำเงินอยู่ที่ตาซ้ายของคนแรกและที่ตาขวาของอีกคน ลักษณะของเกล็ดดูคล้ายกับกงเล็บของจอมมารต่างกันที่สีเท่านั้นมันเหมือนกับเครื่องประดับจริงๆ ต่อมาก็เป็เด็กผู้หญิงที่ดูอายุมากกว่าฝาแฝดอยู่นิดหน่อยมีผมเป็เถาวัลย์ยาวกับรอยสีดำคล้ายรอยสักตามไหล่ลงถึงข้อมือทั้งสองข้าง ต่อมาเป็ออร์คตัวเขียวที่ตัวเล็กกว่ากลุ่มที่กำลังฝึกเพิ่มเลเวลถ้าพูดให้ถูกก็ตัวเท่ากับผมนี่น่า และคนสุดท้ายเป็สเกเลตันที่มีแต่กระดูก...ก็มีแต่กระดูกจริงๆทั้งหมดอยู่ในชุดทหารฝึกหัดเหมือนกับของผม ผมจึงเริ่มเอ่ยปากทักทายก่อน
“เอิ่ม...สวัสดี ผมชื่อซาชิ พวกนายเป็คนที่ถูกมอบหมายให้มาอยู่กลุ่มเดียวกับผมใช่ไหม?”
“ค่ะ/ค่ะ/อืม/ใช่/ขอรับ” (เสียงเอื่อยๆ)
“เอ่อ..เริ่มจากแนะนำตัวก่อนดีนะ เพราะยังไงเราก็ต้องทำภารกิจด้วยกันนี่น่า”
เด็กสาวฝาแฝดเป็คนเริ่มก่อน
““พวกเราเป็แวมไพร์ค่ะ””
“...” “เท่านี้เหรอ? พอจะบอกชื่อกับผมได้ไหม?” พูดพร้อมกันด้วยแฮะ
““พวกเราไม่มีชื่อหรอกค่ะ...””
“ว่าแล้วเ้าค่ะ ที่ดิฉันคิดไว้ไม่มีผิด”
“หมายความว่ายังไงเหรอไมนด์?”
“คนพวกนี้คือพวกที่ไม่ถูกรับเข้าเผ่าเ้าค่ะอย่างที่ดิฉันเคยเล่าให้ท่านซาชิฟัง ปีศาจไร้เผ่าย่อมไร้ชื่อ หากไร้ชื่อย่อมไร้ซึ่งทักษะและเวทมนต์เ้าค่ะ”
“เป็ปัญหาแล้วสินะ!”
เื่นี้เองที่ทำให้ปู่บ๊อปเป็ห่วงเพราะว่ากลุ่มคนพวกนี้ได้ถูกเผ่าต่างๆ ทอดทิ้ง แต่การที่ส่งกลุ่มที่ไม่มีความสามารถอะไรเลยมาให้เหมือนกับส่งไปตายก็ไม่ปาน พวกนี้คงเข้าใจสถานการณ์ดี ก็เลยนั่งหดหู่กันแบบนี้สินะ
“ไม่เป็ไร ยังไงช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยจะได้ไหม? เผื่อว่าจะมีเื่ที่ผมพอจะช่วยได้ เริ่มจากฝาแฝดก่อนแล้วกัน”
““พวกเราเป็แวมไพร์ค่ะ พวกเราไม่แข็งแกร่ง ร่ายเวทก็ลำบาก และไม่มีทักษะ[บลัดเดรน] ด้วยค่ะ””
“ไมนด์ ฝาแฝดคู่นี้หมายความว่ายังไง?”
“เผ่าแวมไพร์จะรับผู้ที่มีสมรรถภาพด้านร่างกายสูง จะเป็พวกที่โจมตีได้รวดเร็วเวทมนต์ที่ใช้กันส่วนใหญ่จะเป็เวทเสริมพลังของตัวเอง และที่สำคัญแวมไพร์ทุกคนจะมีทักษะ[บลัดเดรน] ใช้ดูดเืศัตรูเพื่อเพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวเองได้เ้าค่ะ”
“อ๋อ...แล้ว... ที่พวกเธอสองคนบอกว่าร่ายเวทลำบาก หมายความว่ายังไงเหรอ?”
““พวกเราขอทำให้ดูได้ไหมคะ?””
“ได้สิ”
หลังจากที่ผมตอบ พวกเธอจึงเดินไปที่ต้นไม้ที่อยู่ข้างๆพร้อมกับยกแผ่นหนังขึ้นและเอ่ยออกมาว่า
“[ไฟเออร์บอล]”
“[วินด์แอร์โรว์]”
ผมคิดว่าคงเป็บอลไฟกับศรลม แต่หลังจากจบการร่ายเวทสิ่งที่ออกมากลับเป็บอลน้ำพร้อมกับพื้นดินที่ยกตัวสูงขึ้นมาขวางการโจมตีแน่นอนว่าบอลน้ำไม่โดนต้นไม้ที่เล็งไว้ด้วยซ้ำ ทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก
“ไม่ใช่แล้ว! ออกมาคนละเื่เลยนี่!”
““อย่างที่เห็น พวกเราไม่สามารถควบคุมเวทมนต์ที่ตัวเองใช้ได้ค่ะ””
“ท่านซาชิเ้าคะ ท่านพอจะมีวิธีแก้ไหมเ้าคะ?”
สายตาไมนด์ที่เหมือนจะขอร้องได้ส่งมาทางผม ผมเองก็พอเข้าใจความรู้สึกไมนด์ที่ได้เห็นคนที่เคยเป็แบบเดียวกันนั่นอาจจะทำให้เข้าใจซึ่งกันและกันได้เป็อย่างดีแต่การที่ไม่มีสิ่งที่ตนพอจะช่วยได้ คงจะน่าเศร้ายิ่งกว่าสินะ
“งั้นผมขอลองอะไรสักหน่อยแล้วกัน”
ผมใช้ [ประเมิน] ตรวจสอบดูผมได้เห็นสถานะผิดปกติจากเธอทั้งสองคนแต่แปลกที่ทั้งสองไม่มีท่าทีแสดงออกว่าติดสถานะผิดปกติอยู่ผมลองกดเข้าไปอ่านคำอธิบายจึงได้รู้ทันที
[สถานะผิดปกติ:สับสนระดับต่ำกว่า 1]
[ผลพิเศษ:ทำให้ไม่สามารถควบคุมทักษะและเวทมนต์ได้]
ผมยิ้มและยื่นขวดยาแก้อาการสับสนที่ผมทำขึ้นให้กับพวกเธอพวกเธอก็ทำหน้างงไม่เข้าใจสิ่งที่ผมกำลังทำ
“พวกเธอลองดื่มยาในขวดก่อนนะแล้วลองไปร่ายเวทอีกครั้งหนึ่งสิ”
ทั้งสองคนมองหน้ากันและมองกลับไปหาไมนด์ ไมนด์พยักหน้าให้พร้อมกับรอยยิ้ม ทั้งสองคนจึงดื่มพร้อมกัน
พวกเธอสองคนเดินไปที่ต้นไม้ต้นเดิม ยกแผ่นหนังขึ้นและเอ่ยออกมาว่า
“[ไฟเออร์บอล]”
“[วินด์แอร์โรว์]”
มีบอลไฟหนึ่งลูกและศรลมถูกยิงออกไปโดนต้นไม้ ถึงเวทจะไม่แรงพอที่จะโค่นต้นไม้แต่ทั้งสองคนกลับตื่นเต้นดีใจกันใหญ่
“ท่านซาชิทำไมท่านถึงให้ยานั้นกับเด็กสองคนนั่นหรือเ้าคะ?”
“ก็ทั้งสองคนติดสถานะผิดปกตินะสิแต่มันแปลกหน่อยๆ ที่ระดับมันต่ำกว่าหนึ่ง”
“สงสัยจะป่วยมาั้แ่เกิดสินะเ้าคะ”
“ป่วยมาั้แ่เกิดเหรอ?”
“เ้าค่ะคนที่ป่วยมาั้แ่เกิด จะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายหากลูกแก้วพยากรณ์ในสุสานปีศาจไม่สามารถแสดงออกมาได้ ก็ไม่ทราบหรอกเ้าค่ะว่าคนๆ นั้นป่วยเป็อะไร”
“แบบนี้เอง”
““ขอบคุณมากเลยค่ะ!!””
“ไม่เป็ไรหรอกผมก็แค่ให้ยาแก้พิษเท่านั้นเอง”
สายตาของสาวน้อยช่างน่ารักจนผมนั้นหวั่นไหว ต้องใจเย็นๆ ก่อน ท่องไว้ๆ ผมไม่ใช่โลลิค่อนผมไม่ใช่โลลิค่อน
“ถึงจะไม่มีทักษะ [บลัดเดรน] แต่ทั้งสองคนใช้เวทมนต์ได้คนละสองธาตุแถมยังไม่ซ้ำกันอีก แบบนี้ถือว่าเยี่ยมไปเลยไม่ใช่เหรอ”
““อย่างนั้น...พวกเราสามารถสู้ได้แล้วสินะคะ? ได้สินะคะ?””
“ได้สิรับรองได้เลย!”
หลังจากที่ผมตอบรับคำถามของทั้งสองคนทั้งสองถึงกับร้องไห้กอดกันด้วยความยินดี และรอยยิ้มที่อ่อนโยนของไมนด์ก็ถูกส่งไปให้กับพวกเธอด้วย
“เอาละต่อไปก็เธอสินะ?”