บทที่ 8 งานแรก
สวี่หรานใช้เวลาครึ่งชั่วโมงทำข้อสอบวิชาภาษาจีนเสร็จ ไม่มีเรียงความ แล้วก็ใช้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงทำข้อสอบคณิตศาสตร์ จากนั้นก็ส่งข้อสอบ ข้อสอบพวกนี้สำหรับเธอแล้วมันง่ายมาก!
ครูใหญ่หวังตรวจข้อสอบ ก็พบว่าเธอตอบถูกหมดและได้คะแนนเต็ม
“โอ้โห ไม่ธรรมดาจริงๆ ความรู้ของเธอ สอนเด็กๆ ในหมู่บ้านเราได้สบายๆ เลยนะเนี่ย! ถ้าไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็น่าจะติด แต่ตอนนี้ต้องสอบภาษาอังกฤษด้วยนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” หลายคนไม่รู้ภาษาอังกฤษ ก็เลยต้องยอมทิ้งคะแนนสามสิบคะแนนไป
“ต้องสอบภาษาอังกฤษด้วยเหรอคะ? ฉันก็พูดได้ค่ะ ให้ฉันแนะนำตัวเป็ภาษาอังกฤษให้ฟังไหมคะ?” สวี่หรานอยากได้งานนี้มาก การเป็แม่พิมพ์ของชาติเป็เื่ที่น่ายกย่อง ถึงแม้จะเป็แค่ครูชั่วคราว แต่ในหมู่บ้านก็จะได้รับความเคารพจากทุกคน
ครูใหญ่หวังยังคงตกตะลึงอยู่ สวี่หรานก็พูดภาษาอังกฤษรัวเป็ชุด สำเนียงแบบอเมริกันทำให้ครูใหญ่หวังฟังแล้วอึ้งไปเลย
“โอ้พระเ้า เธอไม่ธรรมดาจริงๆ!” ครูใหญ่หวังยอมแพ้ เขาไม่รู้ภาษาอังกฤษสักคำ แต่พอเห็นสวี่หรานพูดภาษาอังกฤษ เขาก็รู้สึกว่าเธอน่าจะพูดได้จริงๆ!
สุดท้าย สวี่หรานก็ได้เป็ครูเพียงคนเดียวของโรงเรียนประถมหย่งฮุย ถึงแม้จะเป็แค่ครูชั่วคราวก็ตาม
ตอนเย็นกลับถึงบ้าน สวี่หรานก็บอกว่าตัวเองจะไปเป็ครูที่โรงเรียนประถมหย่งฮุย เหยียนฮ่าวถึงกับไม่เชื่อ
“คุณจะเป็ครู?” เหยียนฮ่าวรู้สึกประหลาดใจ สวี่หรานเรียนจบมัธยมปลายแล้วเหรอ?
“ใช่ ตอนนี้ในหมู่บ้านมีแค่ฉันคนเดียวที่พูดภาษาอังกฤษได้”สวี่หราน พูดอย่างภูมิใจ พอได้ทำงาน เธอก็จะได้คะแนนงาน ไม่ต้องทนฟังโจวจินฮวาด่าว่าอีกต่อไป
พอได้ยินคำว่าภาษาอังกฤษ เหยียนฮ่าวก็ถามว่า “คุณพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยเหรอ?” ไม่ใช่แค่ในหมู่บ้าน แม้แต่ในอำเภอ ก็มีน้อยคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องสอบภาษาอังกฤษ คนรวยๆ ต่างก็หาคนมาสอนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ แต่การหาครูสอนภาษาอังกฤษมันไม่ง่ายเลย
สวี่หรานพยักหน้า แล้วพูดอย่างภูมิใจ “นายอยากเรียนเหรอ?”
“ต่อให้ผมเรียน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ในหมู่บ้านต้องมีคนอยากเรียนแน่ๆ” ในหมู่บ้านก็มีคนหนุ่มสาวที่อยากจะเรียนต่อ ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็จะได้ออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
สวี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “นายไม่อยากเรียนเหรอ? ถ้าอยากเรียน ฉันสอนให้ก็ได้นะ!” เธอคิดว่าการเปิดสอนภาษาอังกฤษก็น่าจะดี ตอนนี้ขอแค่หาเงินได้ เธอทำได้ทุกอย่าง
เหยียนฮ่าวจำเื่นี้ไว้ในใจ แต่สำหรับเขา เื่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันดูไกลตัวออกไปทุกที
ตอนกินข้าวเย็น พอได้ยินว่าสวี่หรานจะไปเป็ครูที่โรงเรียน โจวจินฮวาก็พูดว่า “อย่างหล่อนจะไปสอนหนังสือได้ยังไง?”
“พรุ่งนี้ฉันก็จะไปเริ่มงานแล้ว” สวี่หรานยังคงกินโจ๊กข้าวโพดเหยียนฮ่าวให้เธอกินหัวไชเท้าดองด้วย เพื่อบรรเทาอาการแสบท้อง
พอได้ยินว่าพี่สะใภ้จะมาเป็ครูที่โรงเรียนของพวกเขา เหยียนเยว่กับ เหยียนชิวก็ดีใจที่สุด ดูสิว่าใครจะกล้ามารังแกพวกเขาที่โรงเรียนอีก!
ตอนกลางคืน สวี่หรานก็เอาผ้าที่ซื้อมาตัดเป็กระเป๋าเป้สะพายข้างสามใบ สะดวกสำหรับเธอเวลาออกไปข้างนอก ส่วนกระเป๋าของ เหยียนเยว่กับเหยียนชิวก็ขาด ต้องเปลี่ยนใบใหม่ให้พวกเขาได้แล้ว
“โอ๊ย...” สวี่หรานมองนิ้วตัวเอง บางอย่างคิดว่ามันง่าย แต่พอลงมือทำจริงๆ กลับยากมาก แค่แป๊บเดียว เธอก็จิ้มเข็มโดนนิ้วไปหลายทีแล้ว
เหยียนฮ่าวนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ข้างประตู เขาอ่านหนังสือเรียนมัธยมปลายวนไปวนมาหลายรอบแล้ว จนขอบกระดาษม้วนงอ พอเห็นว่าสวี่หรานโดนเข็มจิ้ม ก็พูดว่า “ให้ผมทำเอง” แล้วก็หยิบเข็มกับด้ายมา
เหยียนฮ่าวหัดเย็บผ้าเอง น้าสะใภ้ของเขาเอาแต่ทำกับข้าว อย่างอื่นไม่สนใจเลย ถ้าเสื้อผ้าน้องๆ ขาด เขาก็จะเป็คนปะให้ แต่ฝีมือก็งั้นๆ
สวี่หรานคิดว่าปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาแล้ว จะปล่อยให้เด็กๆ ใส่เสื้อผ้าขาดๆ แบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะซื้อผ้ามาแล้ว แต่เธอก็ทำรองเท้าไม่เป็ ตอนนี้เธอเป็พี่สะใภ้แล้ว ต้องคิดให้รอบคอบ