ในชีวิตที่แล้วพ่อแม่จากไปเร็วทำให้หลินเฉียงต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้ย้อนเวลามาอยู่ในยุคขาดแคลน แต่แม่ผู้ให้กำเนิดร่างเดิมกลับเป็คนดีและรักเ้าของร่างเดิมมาก เมื่อหลินเฉียงคิดว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้กลับไปใช้ชีวิตที่เมืองใหญ่แบบเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องใช้ชีวิตในร่างนี้ให้ดี อีกทั้งเขาต้องดูแลแม่ของร่างนี้ให้ดี ต่อไปคุณแม่หลินก็คือแม่ของเขา
เช้านี้หลินเฉียงจึงตื่นั้แ่เช้า เขาจัดการตัวเองและยังแต่งกายอย่างเรียบร้อย แม้เสื้อผ้าชุดนั้นจะทั้งเก่าและขาด
“ทำไมแกเอาเสื้อผ้าเก่าๆ ของพ่อแกออกมาใส่ล่ะ แกไม่ได้บอกเหรอว่าแกไม่ชอบใส่เสื้อผ้าขาดๆ” คุณแม่หลินถามอย่างสงสัย แม้ที่บ้านจะขัดสนเงินทอง แต่ถ้าเป็อาหารและเสื้อผ้าของลูกชาย เธอไม่เคยคิดที่จะตระหนี่กับเื่เหล่านี้ เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าทุกตัวที่หลินเฉียงได้ใส่จึงไม่มีแม้แต่รอยปะชุน
แต่วันนี้ลูกชายของเธอกลับทำตัวแปลกๆ เพราะเสื้อผ้าที่ลูกชายสวมอยู่เป็เสื้อผ้าชุดเก่าของสามี เสื้อผ้าชุดนี้เป็ชุดที่สามีมักจะใส่ออกไปทำงาน ทำให้เสื้อผ้าชุดนี้ทั้งเก่าทั้งสีซีดจนแทบจะจำสีเดิมไม่ได้ ทั้งยังมีรอยขาดอยู่เต็มไปหมด หากนับจำนวนผ้าที่เอามาปะตามรอยขาดนั้นคงได้ผ้าผืนใหญ่ผืนหนึ่งเลยก็ได้
“ก็วันนี้ผมจะออกไปธุระกับแม่ไง” หลินเฉียงตอบพร้อมกัดหมั่นโถวผสมธัญพืชเข้าไปคำโต ก่อนที่เขาจะรีบดื่มน้ำแกงผักป่าที่ทั้งจืดและเฝื่อนตามเข้าไปอึกใหญ่ แม้จะรู้ว่าฐานะที่บ้านยากจนจนแทบไม่มีอันจะกิน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ “แม่! ทำไมหมั่นโถวถึงได้ทั้งแข็งทั้งหยาบอย่างนี้ล่ะ น้ำแกงผักนี่ก็อีก แม่ใส่เครื่องปรุงเข้าไปบ้างไหมเนี่ย”
“ฉันหามาให้แกกินได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว! ยังจะมาบ่นโน่นบ่นนี่อยู่อีก” คุณแม่หลินเดินมาคว้าชามน้ำแกงจากมือลูกชาย “ถ้ากินไม่ได้ก็อย่ากิน ฉันจะเอาไปเททิ้งเดี๋ยวนี้!”
หลินเฉียงรีบคว้าชามน้ำแกงมาดื่มเข้าไปจนหมด น้ำแกงผักจืดๆ ก็ยังมีวิตามิน ดีกว่าต้องกินน้ำเปล่าต่างข้าวล่ะน่า “แหม...ผมแค่บ่นนิดเดียวแม่ก็อย่าอารมณ์เสียนักเลย ว่าแต่แม่เถอะ เตรียมตัวพร้อมหรือยัง วันนี้ผมจะไปทำธุระกับแม่ด้วย”
“ธุระ? ธุระอะไร? ฉันไม่เห็นว่าวันนี้ฉันจะมีธุระอะไรที่ไหนนอกจากออกไปรับจ้างทำงานในนา” คุณแม่หลินถามอย่างไม่เข้าใจ
“ถามจริงๆ เถอะแม่ แม่เคยดูหรือเปล่าว่าในสัญญาเงินกู้เขียนอะไรไว้บ้าง” หลินเฉียงใช้มือตบลงไปบนกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วอธิบาย “วันนี้เป็วันครบกำหนดที่ต้องส่งดอกเบี้ย แต่เราไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเข้าเดือนที่สี่แล้ว ถ้าไม่ไปคุยกับเ้าหนี้วันนี้แล้วจะรอให้เ้าหนี้มาไล่เราออกจากบ้านหรือไงครับ”
คุณแม่หลินรีบคว้ากระดาษไปอ่าน จากนั้นเธอก็หน้าซีด “ใช่จริงๆ ด้วย วันนี้เป็วันที่ต้องส่งดอกเบี้ย แล้วฉันจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายดอกเบี้ยกันล่ะเนี่ย”
“ผมถึงบอกว่าผมจะไปพบเ้าหนี้กับแม่ด้วยนี่ไง อาจจะต้องขอผ่อนผันเขาไปอีกสักเดือน หรือถ้าเขาไม่ยอมเราก็ขอพักอยู่ที่นี่สักห้าวันสิบวัน อ้างว่าจะอยู่เก็บของก่อนก็ได้”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ หลังจากนั้นเราจะไปอยู่ที่ไหน” คุณแม่หลินน้ำตาไหล “ฉันทำให้แกไม่มีบ้านเสียแล้ว ขอโทษนะเ้าลูกชาย”
หลินเฉียงมองแม่หลินที่ร้องไห้จนตาแดงก็เกือบจะสงสารอยู่แล้วถ้าไม่ได้ยินคำว่าเ้าลูกชายที่ประโยคสุดท้าย อย่าว่าแต่หลินเฉียงคนเก่าที่ต้องฟังเสียงบ่นของแม่มาจนอายุยี่สิบสองปี แม้แต่ตัวเขาเองที่ได้ย้อนเวลามาอยู่ในร่างนี้แค่สองวัน เขาก็ฟังแม่บ่นจนหูจะใช้การไม่ได้แล้ว พอได้ยินเสียงพูดเพราะๆ ของแม่แล้วมันไม่ค่อยจะชิน
“เื่อื่นอย่าเพิ่งไปคิดเลยครับ เราต้องไปคุยกับเ้าหนี้ให้รู้เื่ก่อน หลังจากนั้นเราถึงจะรู้ว่าเราต้องทำอะไรต่อ” หลินเฉียงเห็นแม่กำลังจะอ้าปากก็รู้แล้วว่าตนเองต้องถูกด่ากลับมาอีกแน่ เขายกมือห้ามแล้วรีบพูดขัด “แม่รีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเถอะครับ เสื้อผ้าที่ใส่ก็เอาให้มันทั้งขาดแล้วก็เก่าสุดๆ ไปเลย เผื่อจะเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง”
คุณแม่หลินก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมอยู่ “นี่ยังเก่ายังขาดไม่พออีกเหรอ ถ้าแย่กว่านี้แกไม่ให้ฉันใส่ผ้าขี้ริ้วออกไปข้างนอกเลยล่ะ”
หลินเฉียงถึงได้สังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าของแม่ทั้งเก่าและขาดมากแล้วจริง “ได้ๆ แม่ไม่ต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ได้ แล้วตอนนี้แม่กินข้าวเสร็จหรือยัง ถ้าเรียบร้อยแล้วเราก็ไปกันเถอะครับ ถ้าสายกว่านี้แดดจะร้อน พออากาศร้อนคนก็จะหงุดหงิดง่าย การเจรจาอะไรก็จะไม่เป็ผล”
“แดดร้อนอะไร หงุดหงิดอะไร แล้วยังการเจรจาอะไรนั่นอีก ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด วันสองวันนี้แกพูดจาแปลกๆ นะ คงไม่ได้นอนจนสมองฝ่อเหมือนที่คนเขาพูดกันใช่ไหม” แม้จะสงสัยแต่คุณแม่หลินก็ทำตามลูกชาย เธอกินหมั่นโถวลูกใหญ่เข้าไปจนหมดก่อนที่จะซดน้ำแกงผักจนหมดชาม “ไป! วันนี้เราต้องไปคุยกับเ้าหนี้ให้รู้เื่”
“โอ้โห! ทีนี้ล่ะทำเก่งขึ้นมาเชียว ก่อนหน้านั้นใครกันที่เอาแต่ร้องไห้เพราะกลัวว่าจะไม่มีบ้านอยู่” หลินเฉียงตั้งใจล้อเล่นเพราะอยากให้แม่ผ่อนคลาย เขารู้ดีว่าท่าทางเข้มแข็งเป็สิ่งที่แม่แกล้งทำทั้งนั้น
คุณแม่หลินตั้งใจจะเขกหัวลูกชาย แต่หลินเฉียงกลับหลบได้ “แม่! ผมอายุยี่สิบสองปีแล้วนะ แล้วผมก็เป็ผู้ชายที่หน้าตาดีมากๆ ด้วย ถ้าใครมาเห็นว่าแม่ยังเอาแต่ตบหัวผมอยู่อย่างนี้แล้วผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อีกอย่างนะ ที่คนเขาว่าผมสมองไม่ดีก็เพราะแม่ชอบทำกับผมแบบนี้นั่นล่ะ”
หลินเฉียงแสร้งพูดอย่างไม่พอใจ เขาไม่ได้ถือสาเพราะเขารู้ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นแม่ไม่เคยทำกับเขาแบบนี้ อีกอย่างชาติที่แล้วเวลาที่เขากับเพื่อนออกไปเล่นซน แม่ของเพื่อนก็มักจะเขกหัวหรือไม่ก็ใช้ไม้เรียวตีเพื่อนของเขาอย่างนี้เหมือนกัน เขาได้แต่มองครอบครัวเพื่อนด้วยความอิจฉา เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณแม่หลินจะทำอะไรเขาก็จะไม่ขัด ขอแค่คุณแม่หลินไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินไปก็พอ
“เหอะ...ที่แกโง่ก็เพราะตัวของแกเองอย่ามาโทษฉัน”
หลินเฉียงพ่นเสียงออกจากจมูก “ฮึ...แม่ไม่เคยได้ยินหรือไง พ่อแม่เป็แบบไหนลูกก็จะเป็แบบนั้น ถ้าแม่ว่าผมโง่ก็เท่ากับแม่ว่าตัวเองโง่นั่นล่ะ”
“นี่...นี่...แก...” คุณแม่หลินหันมองซ้ายขวาก็เดินไปคว้าไม้กวาดที่วางอยู่มุมห้องก่อนจะทำท่าฟาดใส่ลูกชาย
หลินเฉียงรีบวิ่งออกจากบ้านก่อนจะหันมาหัวเราะ “แม่อย่าวิ่งเร็วนักนะเดี๋ยวจะล้ม”
ชาวบ้านที่กำลังจะออกไปทำนาเห็นสองแม่ลูกวิ่งไล่กันก็พากันส่ายหน้า ‘เ้าหลินเฉียงจอมี้เีคงทำไปอะไรไม่เข้าท่าให้แม่ตัวเองโกรธอีกแล้วล่ะสิ เฮ้อ...ช่างเป็คนที่หาดีไม่ได้เลยจริงๆ’
“อ้าว! นี่ไม่ใช่น้องสะใภ้ใหญ่หลินหรอกเหรอ ลมอะไรหอบให้เธอมาที่นี่แต่เช้าล่ะเนี่ย” หวงเต๋อโห้มองคุณแม่หลินแล้วยิ้มด้วยตาเป็ประกาย “แล้วนี่พาใครมาด้วยล่ะ เข้ามานั่งก่อนก็แล้วกัน”
หลินเฉียงมองชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นี่ไม่ใช่หัวหน้างานจอมลำเอียงของเขาหรอกเหรอ ‘ฉันย้อนเวลามาไกลขนาดนี้แล้วยังจะตามมาหลอกหลอนฉันอีกหรือไง’
“พ่อ! เสียงดังไปถึงข้างบนเลย ใครมาหาเราแต่เช้าขนาดนี้” หวงเจ๋อเดินลงบันไดมาด้วยท่าทางหงุดหงิด
หลินเฉียงอึ้งไปอีกครั้ง ‘หวงเต๋อโห้คนเดียวยังไม่พอ ฉันยังต้องมาเจอกับไอ้คนที่มันชอบมาขโมยผลงานของฉันเมื่อชีวิตที่แล้วอีกเหรอ เมื่อก่อนพวกแกเป็แค่น้ากับหลาน มาตอนนี้พวกแกถึงกับเป็พ่อลูกกันแล้ว ดีล่ะ...ในเมื่อได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้พวกแกอีกแล้ว’
“มองอะไรของแก! ไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีหรือไง” หวงเจ๋อจ้องหลินเฉียงอย่างไม่พอใจ
หลินเฉียงแอบกลอกตา ‘ที่บ้านแกมีกระจกไหม หรือกระจกของแกมันมัวจนมองไม่ชัดแล้ว หน้าตาอย่างแกเนี่ยนะที่เรียกว่าหล่อ เฮ้อ...แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน’
“เสี่ยวเจ๋อมานี่สิ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือคุณน้าหลิน แกทักทายเธอเสียสิ” หวงเต๋อโห้บอกลูกชายอย่างกระตือรือร้น
เห็นท่าทางของพ่อแล้วมีหรือที่หวงเจ๋อจะไม่เข้าใจ เขามองไปที่คุณแม่หลินอย่างเย้ยหยัน “ก็แค่ลูกหนี้จนๆ ทำไมผมต้องไปรู้จักกับหล่อนด้วย หรือว่าหล่อนอยากมาเป็แม่เลี้ยงให้ผม”
“พูดจาให้มันดีๆ หน่อย แม่ลงแม่เลี้ยงอะไรกัน” หวงเต๋อโห้รีบพูด จากนั้นเขาก็หันไปส่งยิ้มให้คุณแม่หลิน “น้องสะใภ้อย่าถือสาลูกชายฉันเลย เขามันเป็พวกปากไวพูดอะไรไม่คิด แต่ความจริงเขาเป็คนดีมากเลยนะ”
หลินเฉียงหรี่ตามองหวงเต๋อโห่ก็พอจะเดาได้แล้ว สายตาที่หวงเต๋อโห้มองไปที่แม่ของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา แต่คนแบบนี้เขาไม่มีวันที่จะรับมาเป็พ่อเลี้ยงหรอก เขาพูดขึ้น “เขาจะเป็คนดีหรือไม่ผมไม่สนใจหรอก ที่วันนี้ผมกับแม่มาหาคุณก็เพราะจะมาพูดเื่สัญญากู้ยืม”
“แกคือหลินเฉียงที่ชาวบ้านเรียกว่าจอมี้เีนั่นใช่ไหม” หวงเจ๋อมองไปที่หลินเฉียง “สัญญากู้ยืมของแกฉันเป็คนดูแล ถ้าอยากพูดอะไรก็มาพูดกับฉัน”
หลินเฉียงมองไปทางหวงเจ๋อ หากเป็เ้าหนี้คนอื่นเขาคงอ้อนวอนและแสดงละครเพื่อเรียกความสงสารแล้ว แต่ถ้าเป็คนเห็นแก่ตัวทั้งสองคนนี้เขาก็ไม่คิดที่จะทำอะไรให้เสียเวลา เพราะชาติที่แล้วสองคนนี้มีนิสัยเห็นแก่ตัวและใจดำแบบไหน ขาตินี้ก็คงจะไม่ต่างกัน “วันนี้เป็วันครบกำหนดส่งดอกเบี้ย แต่เรายังไม่มีเงินค่าดอกเบี้ยมาจ่าย ฉันขอผ่อนผันไปอีกสักเดือนได้ไหม”
หวงเจ๋อเห็นหลินเฉียงพูดออกมาตรงๆ โดยไม่คิดที่จะอ้อมค้อมก็รู้สึกแปลกใจ เขาเตรียมจะดูการแสดงเรียกน้ำตาแล้วแท้ๆ แต่กลับผิดคาด “ในเมื่อแกกล้าถามมาตรงๆ ฉันก็จะบอกว่า...ไม่ได้!”
“เถ้าแก่หวง คุณหวงเจ๋อ พวกคุณให้เวลาเราหาเงินอีกสักเดือนเถอะนะ” คุณแม่หลินรีบขอร้อง
“เสี่ยวเจ๋อ แกก็อย่าบีบคั้นพวกเขานักเลย ให้เวลาพวกเขาอีกสักเดือนเถอะ” หวงเต๋อโห้บอกลูกชาย
ไม่พูดขึ้นมาก็ยังดี แต่ยิ่งหวงเต๋อโห้แสดงความห่วงใยต่อคุณแม่หลินมากเท่าไหร่ หวงเจ๋อก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น เขามองไปที่พ่อของตนเองอย่างไม่พอใจ “เรายังมีลูกหนี้คนอื่นอีกนะพ่อ ถ้าเราผ่อนผันให้พวกเขา เราก็ต้องผ่อนผันให้คนอื่นด้วยสิ”
“แต่ว่า...” หวงเต๋อโห้หันไปมองคุณแม่หลินอย่างลำบากใจ
หลินเฉียงลุกขึ้นยืน “เป็ผมที่หาเงินมาจ่ายไม่ได้เอง พวกคุณได้โฉนดไปแล้วก็เขียนหนังสือปิดหนี้มาให้เราเลยก็แล้วกัน”
หวงเจ๋อต้องแปลกใจกับคำพูดของหลินเฉียงอีกครั้ง แต่เขาก็ยังรับคำ “ได้! เดี๋ยวฉันจะเขียนหนังสือปิดหนี้ให้แกเดี๋ยวนี้ อ้อ...เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้าย ฉันให้เวลาแกสิบวันในการย้ายออกก็แล้วกัน”