" เ้าไม่เป็ไรนะ ? "
ชิงหลงเดินไปหาเทียนจินก่อนจะนำเม็ดยาสีทองออกมาจากแหวน มอบให้กับชายหนุ่มที่กำลังนอนพิงต้นไม้อยู่อย่างอ่อนแรง
" ไม่เป็ไรกับผีสิ เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย "
เทียนจินกล่าวขึ้นเขาจ้องไปที่ชิงหลงราวกับจะกินชายหนุ่มเข้าไปทั้งตัว ชิงหลงทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้ง ๆ ด้วยความรู้สึกผิดเพราะการคำนวณที่ผิดพลาดของเขา ในตอนแรกชิงหลงคิดว่าหากพวกเขาร่วมมือกันคงไม่น่ามีปัญหาในการจัดการกับหมีั์ตนนั้น
แต่ใครจะไปคิดว่าเ้าหมีั์เวลามันโกรธจะทำได้ขนาดนั้น หากเขาไม่ลงมาเทียนจินอาจจะตายก็ได้และเขาก็ผิดเองที่พามาหาสัตว์อสูรตัวนี้
" โทษที...ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว "
ชายหนุ่มกล่าวอย่างรู้สึกผิด
" เออ...ไม่เป็ไรหรอก "
เทียนจินกลืนเม็ดยาสีทองลงไป กลิ่นหอมกระจายไปทั่วร่างกายของเขา ชายหนุ่มรู้สึกเบาสบายอย่างมากาแก็ค่อยเชื่อมกันเล็กน้อยตอนนี้เขาไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไปเขาได้แต่พยักหน้าด้วยความชื่นชม ยาของชิงหลงไม่ว่าจะเห็นกี่ทีก็น่าอัศจรรย์จริง ๆ
" ชิงหลงเ้าอย่าเล่นอย่างนี้อีกเชียว มันจะทำให้พวกเราตายกันหมด "
เ้าอ้วนเดินเข้ามากล่าวด้วยความโกรธเล็กน้อยทุกคนก็เห็นด้วยกับคำพูดของเขา ทำให้ชิงหลงได้แต่ยิ้มขอโทษ เมื่อร่างกายของเทียนจินเริ่มดีขึ้น ทุกคนก็ไปที่หมีั์ตนนั้น ก่อนจะผ่าร่างั์ของมัน พวกเขาตัดร่างกายของมันออกเป็ส่วน ๆ แล้วเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติ
ใกล้ ๆ กับหัวใจของสัตว์อสูรทุกตัวจะมีผลึกสีแดงอยู่ มันคือจิตอสูรของสิ่งนี้มีค่ามากมันสามารถนำมาปรุงยาได้มากมาย ยิ่งจิตอสูรระดับสูงมันก็ยิ่งมีราคาแพง ในชีวิตของเขาชิงหลงไม่ได้สนใจจิตอสูรมากนักเพราะมันไม่มีค่ามากสำหรับเขานอกจากเอาไปขาย
แต่ไม่ใช่สำหรับจิตอสูรราชันย์ขึ้นไป สัตว์อสูรระดับราชันย์จะมีสติปัญญาเป็ของตนเอง ว่ากันว่าพวกมันสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ หากชิงหลงได้จิตอสูรราชันย์หรือจิตอสูรจักรพรรดิล่ะก็มันจะเป็ประโยชน์กับเขาอย่างมหาศาล
คนทั่วไปไม่สามารถกลั่นพลังออกมาจากจิตอสูรได้ทั้ง ๆ ที่ภายในนั้นมันมีพลังอยู่มากมายแต่ก็ไม่สามารถนำมันมาใช้ได้เลย คนส่วนใหญ่จึงนำมันไปปรุงยาเพื่อใช้ในการยกระดับพลัง แต่ชิงหลงสามารถใช้มันเพื่อเพิ่มระดับพลังได้เลยนั่นคือความพิเศษของเส้นชีพจรเทพอสูร แต่จะต้องเป็จิตอสูรราชันย์ขึ้นไปเท่านั้นต่ำกว่านั้นล้วนไร้ค่า
มันจึงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงขายราชสีห์นภาที่เขาสังหารได้ไปทั้งหมด เพราะมันเป็เพียงสัตว์อสูรระดับปฐี ขั้นสี่ ซึ่งไม่มีค่าอะไร
" นี่เ้าอ้วนเราต้องใช้จิตอสูรจำนวนเท่าใดกันในการแลกของรางวัล "
ชิงหลงพูดขึ้นอย่างสงสัย
" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ยิ่งเยอะก็ยิ่งดี "
" แล้วก็กลุ่มที่ล่าได้เยอะที่สุด สามอันดับแรก จะมีรางวัลพิเศษให้ด้วยล่ะ *
" อืม... "
หลังจากนั้นชิงหลงก็นำทางทุกคนไปล่าสัตว์อสูรต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งระดับไม่สูงมากนัก ด้วยความช่วยเหลือของชิงหลงพวกเขาได้จิตอสูรมามากกว่าร้อยก้อน ทุกคนต่างตื่นเต้นเพราะบางทีนี่อาจจะมากที่สุดในการล่าครั้งนี้เลยก็ได้
" นี่เราอยู่ในนี้มานานเท่าใดแล้ว "
เ้าอ้วนพูดขึ้นเพราะมันมัวแต่ตื่นเต้นอยู่กับจิตอสูรมากมายที่อยู่ภานในแหวนมิติ
" เราอยู่ที่นี่มาประมาณสองชั่วยามแล้ว "
" อืม...เช่นนั้นข้าคิดว่าพวกเราควรกลับกันได้แล้ว "
ทุกคนเห็นด้วยกลับคำพูดของเ้าอ้วน เมื่อจัดการร่างของอสูรตัวสุดท้ายที่สังหารได้แล้วกากคนก็เดินทางกลับไปยังประตูทางเข้า ระหว่างทางก็เห็นศิษย์หลายกลุ่มเช่นกัน
พวกมันคงคิดเหมือนกับเ้าอ้วนเพราะถ้าเผลออยู่เกินสี่ชั่วยามประตูจะถูกปิด
พวกมันต้องทนอยู่ในนี้ถึงหนึ่งปีเมื่อสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งออกมาจากการจำศิล มันคือการฆ่าตัวตายชัด ๆ
" เฮ้ยพวกแก "
ตรงหน้าของเขามีศิษย์กลุ่มหนึ่งกำลังขวางทางพวกเขาอยู่ เมื่อเข้ามาใกล้ชิงหลงก็เห็นได้ชัดเจนว่าผู้ใดกันที่มาขวางทางเขา ชายหนุ่มเดาถูกจริง ๆ มันเป็กลุ่มที่มีเื่กับเขาอยู่ด้านหน้าประตู และดูเหมือนมันจะดักรอพวกเขาอยู่นานแล้ว
" เหอะปล่อยให้ข้ารอซะนาน "
หวังเย่กล่าวออกมาใบหน้าของมันตอนนี้เห็นชัดเลยว่ามันกำลังตื่นเต้นอยู่
" ฮ่าฮ่า พี่หวังปล่อยให้ข้าพูดจัดการเอง "
ชายหนุ่มข้าง ๆ หวังเย่กล่าวขึ้นใบหน้าของมันมีรอยบากขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ทำให้ดูดุดันอย่างมาก
" พี่หวังของข้าถูกใจนางนี่ หากพวกแกยังอยากมีชีวิตอยู่ก็ทิ้งนางไว้พร้อมกับจิตอสูรซะ แล้วข้าจะปล่อยพวกแกไป "
มันนำดาบยาวออกมาถือเอาไว้ในมือดวงตาปรากฏจิตสังหารออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนเ้านี่จะฆ่าคนมาเยอะสินะ ชิงหลงนั้นต่างจากพวกนี้เขายังไม่เคยฆ่าใครแต่จิตสังหารที่เขามี ตัวเขาได้รับสืบทอดมาจากอาจารย์อีกทีหนึ่ง
" แก !! "
เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เ้าอ้วนพร้อมกับอีกสองคนกำลังโกรธจัดอย่างมาก ก็แน่นอนก็แน่นอนอยู่แล้วน้องสาวของตนเองถูกกล่าวเช่นนี้ก็ต้องโกรธเป็ธรรมดา แต่เ้าอ้วนก็หวั่นใจเล็กน้อยหากไม่มีชิงหลงอยู่ที่นี่เ้าอ้วนคงไม่รู้จะทำยังไง ทุกคนต่างหันมามองชิงหลงเป็ตาเดียวเหมือนกับบอกเขาว่าให้ทำอะไรสักอย่าง
" ได้...พวกเ้ากลับไปก่อนเลยเดี๋ยวที่นี่ข้าจัดการเอง "
ชิงหลงกล่าวขึ้นทำให้ทุกคนต่างดีใจ
" พวกแกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น !! "
ฟู่ววว
ร่างกายของเ้าหน้าบากปลดปล่อยพลังปราณนักรบ ขั้นห้าของมันออกมาทำให้เ้าอ้วนและคนอื่น ๆ ซึ่งมีเพียงปราณนักรบ ขั้นสามรู้สึกหายใจติดขัดเล็ดน้อยและขาของพวกมันรู้สึกชา
ฟิ้วววว
ลมสายหนึ่งพัดผ่านไปทุกคนภายในกลุ่มเริ่มรู้สึกดีขึ้นพวกเขาหันไปหาชิงหลงพร้อใกับชอบคุณเล็กน้อย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้
" พวกเ้าไปได้แล้ว ข้ากลัวว่าพวกเ้าจะโดนลูกหลงไป "
เมื่อได้ยินที่ชิงหลงกล่าวทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจกลุ่มของเ้าอ้วนเริ่มเคลื่อนไหวพวกมันวิ่งไปยังอีกทางหนึ่งเพื่อไปยังประตู
" ไปจับพวกมันเอาไว้ "
เ้าหน้าบากที่เห็นพวกกำลังหนีไปจึงสั่งให้ลูกน้องของพวกมันตามไป
ครืนนน
จู่ ๆ ทุกคนก็ััได้ถึงจิตสังหารที่น่าหวาดกลัวออกมาจากชายตรงหน้าเหงื่อเย็นหลั่งไหลออกมาจากใบหน้าของทุกคน ขาของพวกมันแข็งจนไม่อาจจะก้าวตามไปได้เมื่อมองไปตรงหน้าพบว่าชายคนนั้นจ้องมาที่พวกมันจิตสังหารของเขาทำให้ทุกคนรู้สึกท้องใส้ปั่นป่วนขึ้นมา
" อุ๊ปส์...แหวะ "
หญิงสาวและชายอีกหลายคนไม่อาจทนไหวถึงกับอาเจียนออก
ชายหน้าบากถึงกับยืนสั่นด้วยความหวั่นเกรงตัวมันสังหารคนมาเยอะมากมายแต่ก็ไม่เคยเจอใครที่มีจิตสังหารมากขนาดนี้มาก่อนทำให้ตัวมันเริ่มรู้สึกหวั่นเกรงชายตรงหน้าขึ้นมาทันที
" ก...แกเป็ใคร "
หวังเย่กล่าหวังเย่กล่าวขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือตัวมันก็ได้รับผลกระทบจากจิตสังหารนั้นเช่นกัน ชายหนุ่มได้ยินคำถามของอีกฝ่ายก็ทำหน้างง ๆ เล็กน้อย
" ข้าเป็ใครงั้นรึ...เรียกข้าว่าชิงหลง "
โปรดติดตามตอนต่อไป