สกุลหวงเดิมที่เป็หมอหลวงั้แ่แผ่นดินต้าหยวน รากเหง้าที่ยาวนาน มีรุ่งเรือง และซบเซา เกือบร้อยปีที่ผ่านมาสกุลหวงอยู่คู่แผ่นดิน ผังรากลึกในเมืองหลวงยิ่งมี ผู้นำทางการค้าด้านสมุนไพร เป็ธิดาหยกหวงซูหลินแล้วยิ่งโด่งดังด้วย การผลิตยาสำเหร็จรูปมาจำหน่าย ง่ายต่อการรักษา และง่ายต่อการชื้อหา
มู่เซียนถามตอบจนรู้ว่าพวกนางก็มางานเดียวกัน เมืออาหารยกมา มันจึงขอตัวจากมา
แดดยามเช้าไล่ความหนาวยามค่ำคืน...
แผงสินค้ามากมายสองข้างทาง
...ทางเดินเต็มไปด้วยผู้คน วันนี้ค้าขายดีจริงๆ
เกาหลินพึ่งเดินเข้าเมือง มองผู้คนมากมายต้องขมวดคิว วันนี้เป็วันที่สองแล้วที่ออกจากบ้าน จุดหมายของนางคือบ้านคุณธรรมฯ
เกาหลินปีนี้ยี่สิบ น้อยครั้งจะออกจากบ้าน หากไม่ใช้มารดาที่ป่วยหนัก ้าพบผู้คน นางคงไม่ออกมา นางรีบเดินให้พ้นตลาดแต่สายตาสดุด ปิ่นเงินคล้ายของมารดาที่หายไป อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไป ยื้นมือจะหยิบปิ่นบัก พลันด้านหลังกับถูกกระแทกอย่างไม่ตั้งใจ เสียงอุทานสดไส
"อา..ขออภัย "
นาง หันไปมองแวบหนึ่ง หันกลับมาที่ปินเงิน ปิ่นบักอันนั้นก็ตกในมือผู้อืนไปแล้ว
ด้วยความเสียด้ายกลายกลับเป็ความโมโห หันกลับมา มือข้างที่ว่างอยู่ตวัดไปที่หน้าของสตรีข้างกาย
เพีย ! มือขาวซีดตบ
เพีย ! มือเรียวเล็กตบกลับมา
มู่เซียน เดินอยุ่ไม่ไกล มองเห็นสตรีสาวสองนาง ยืนจองตาเหมือนไก่ชนสองตัว มองใบหน้าที่แก้มแดงเป็รอยมือของทั้งสอง มันอดที่จะหัวร่อไม่ได้
สตรีทะเลาะกัน บุรุษไม่ควรเกียวข้อง ยิ่งเป็สตรีที่จะใช้ดาบกระบี่ตัดสินปัญหา !
แต่ใช้ดาบกระบี่กลางตลาด หากชาวบ้านโดนลูกหลงคงไม่ดีแน่ มันไม่เกียวข้องไม่ได้แล้ว
" แม่นางซิงทำไมตื่นเช้านัก ออกมาซื้อของหรือไร "
" ท่านเห็นเราถือของหรือ "
ซิงเยียนแค่นเสียงตอบ ตายังประสานกับเกาหลิน มู่เซียนได้แต่ฝีนยิ้ม กล่าวว่า
" เมือวานเราได้ยินว่า ท่านเ้าบ้านหนิง จะเชิญอาจารย์ท่านหารือแต่เช้ามิใช่หรือ ท่านไฉนไม่อยู่ข้างกายนาง ! แล้วกันไปเถอะน่า มิขาดทุนเท่าใด "
" หวังว่าเราจะได้เจอท่านอีก "
" เช่นกัน " เสียงแหบกระด้างของเกาหลินสวนมาทันควัน
ซิงหยวนสะบัดหน้า บิดเอวคอดกิว เดินออกมาถลึงมองมู่เซียนด้วยความขุ่นเครืองที่มันสอดมือห้ามปราม
มันมองด้านหลังของศิษย์สตรีง้อไป๋อดฝืนยิ้มไม่ได้..
สตรีในบู้ลิ้มแตะต้องไม่ได้จริงๆ..
มู่เซียนหันมองสตรีสูงโปรงผิวกายขาวซีดคล้ายไม่เคยโดนแสงแดด ใบหน้าคล้ายเคยเห็นที่ใด คิดจะเอยถาม แต่สบสายตาที่ดุวาว ได้แต่ฝืนยี้มโปกมือลา รีบก้าวตามศิษย์ง้อไป๋ในบัดดล
ซิงหยวนเดินนำหน้า มันเดินตามหลังคล้ายขาดเขลาหวาดกลัว นางต้องแบะปากดูแคลนเ้าหนอนตำรา ผมเผ้ายุงเหยืง กลิ่นสุราคละคลุง ชอบใช้สายตาแทะเล็ม ไม่ถามก็รู้คงพึงออกจากซ่องนางโลม
มู่เซียนเดินตามหลัง สำรวจมองร่างเรียวเล็กแต่เต่งตึงมองเอวเล็กเพียงหยิบมือถัดลงมาเป็บันทายที่กลมกลึง คาดเดาว่าสองเต้าของนางคงคล้ายผลส้มเช้งลูกสองลูก
โอ้! เนิน์ของนางเล่า จะมีลักษณ์ใด !
ไฮ้.. เพียงอายุ สิบสี่สิบห้า จะเอาอะไรมากมาย ....
ง้อไป้ (เออร์เหมย ) วางรากฐานที่แดนเสฉวนมานานกว่าสองร้อยปีกว่า เป็วัดที่มีแม่ชีปกครอง ค้นคว้าหาทางนิพพาน แนวทางพุทธบ้างหรือไปทางเต่า อยู่ที่ผู้นำที่ผ่านมา
ในยุกสมัยที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินคนอ่อนแอ บุรษุข่มสตรีทั้งแผ่นดิน มีที่เดียวที่ทำเช่นนั้นไม่ได้คือเขาเออร์เหมย แม่ชีที่วันๆเอาแต่ร่ายรำกระบี่ฝึกความชำนาญที่จะทิ่มแทงผู้คน จะมีผู้ใดคิดข่มเหง?
.. บุรษุยิ่งข่มเหง แม่ชียิ่งมาก ง้อไป้เริ่มวางรากฐานกระจายออกจากเสฉวน เลยเข้าเมืองต่างๆ แม่ชี หลวงจีน นักพรต อยากเผยแผร่ความเชือของตัวเองยอมต้องเข้าหาผู้คน
ในเมืองมีผู้คน !
ในเมืองมีอำนาจ!
ดังนั้นตอนนี้ สำนักใหญ่ทั้งสามมีอำนาจอิฐธิพลยิ่ง !
เสียซือไท่ โกนผมเป็ชีตอนอายุสิบสามตอนนี้ห้าสิบแล้ว ถูกศิษย์พี่เ้าสำนักให้มาดำรงตำแหน่งเ้าอารามซ่งหลิง(ป่่าสน )นอกเมืองฉือจิ่ง ยังไม่ถึงอารามจำต้องมาร่วมงานบ้านหนิงหลง
นางตื่นนานแล้วความเมือยล้าจากการเดินทางไกลบังคับให้จมอยู่บนเตียงอีกครูใหญ่ พอขยับตัวลุกออกจากเตียง แม่ชีสาวหน้าสวยซึ่งคมคายเปิดประตู ยกอ่างน้ำอุ่นเข้ามา
" เวลายังเช้าอาจารย์ยังพักผ่อนได้อยู่ " ปากแดงไรแต้มชาดเอย่เสียงสดใส
"เราเคยชิน อีกอย่างเช้านี้เ้าบ้านหลินจะมาสนทนา เด็กน้อยเ้าเตียมของขวัญแล้วกระมัง "
"เรียบร้อยแล้ว "
แม่ชีสาวต้องยิ้มออกมา อาจารย์เลี้ยงนางมาั้แ่อายุแปดขวบเรียกเด็กน้อยมาตลอด แม้ตอนนี้ยี่สิบปีผ่านไปแล้วอาจารย์ก็ไม่เปลียนคำ
" อาหารเตียมเรียบร้อยแล้วรับทานตอนร้อนๆดีหรือไม่ "
" ชิงเออร์เล่า "
" มาแล้ว ข้าฯมาแล้ว ท่านอาจราย์ "
ชิงหยวนพลิ้วกายเข้ามายิ้มประจบ กล่าว่า
" ด้านหลังเป็สวนผัก ศิษย์อดไปชมดูไม่ได้ "
มู่เซียนคิดจะเดินจากไปแต่มันต้องผ่านทางนี้ ได้แต่หยุดคารวะ
" อรุณสวัดี เหล่าซื่อไท่ "
นางชีเฒ่าหันมองมันสลับศิษย์คนเล็กของนาง ใฉนเดินมาด้วยกันจึงกล่าวว่าเสียงกระด้าง
" คุณชายมู่ก็ตืนเช้าเข้าไปดูสวนผัก เหมือนกันหรือ "
" อ่า..มิได้..ข้าฯ .."
" คิก..คิด..ท่านอาจารย์เข้าใจผิดแล้ว มันไม่ได้ไปกับข้าฯ อีกอย่าง มันพึ่งเข้าประตูมาด้วยซ้ำ ใช่หรือไม่ "
หญิงสาวหันมาถาม ดวงตาลุกวาว มู่เซียนมองดูคนทั้งสามต้องฝืนยิ้มอายๆ อธิบายว่า เมือคืนมันมีธุระสำศัญพึงกลับมาตอนเช้า จึงรีบขอตัวไปพักผ่อน แม่ชีสาวเห็นมูเซียนเดินลับไป จึงหันไปตำหนิศิษย์น้อง
" เราเคยสอนท่านว่าพูดจาให้เกียรติผู้คน โดยเฉเพาะบัณฑิตนักศึกษา ท่านไฉนไม่จดจำ "
"เชอะ ! พวกหนอนตำราที่วันๆเอาแต่รำสุรานอนค้างแรมในหอนางโรมแบบมันหรือ จะสนใจไปใย กินข้าว กินข้าวกันเถอะ ข้าฯหิวจะตายแล้ว "
บ้านคุณธรรมมีพืนที่กว้างถีงสามไร่จีนด้านหลังมีประตูออกป่าไฝ่ ฟ้ายังไม่สาง ตึกด้านหน้าและลานกว้าง ก็ชุลมุนวุนวายคนงานหลายสิบคนจัดวางเสืยงโครมคราม
ดีที่บ้านพักของมันอยู่ติดกำแผงหลังสุดถัดจากมันไปอีกหลังก็เป็ป่าไผ่แล้ว เสียงโวกเวกโวยวายแทบไม่ได้ยิน ขึ้นจากถังน้ำ คุณชายน้อยหลินจงของบ้านคุณธรรมก็เดินหน้าเบือหน่ายเข้ามา
" เราไม่เข้าใจเพียงแค่จะบอกผู้คนว่าจะไม่เกียวข้องเื่ราวในยุทธภพเหตุใดต้องจัดงานใหณ่โตเช่นนี้ "
มู่เซียนได้ยินต้องยิ้มออกมา
" หากไม่จัดงานใหญ่ คนที่ขัดแย้ง คนที่เป็ศตรูกับบิดาท่านจะรู้หรือ.."
มันรินน้ำชาไห้ กล่าวอย่างห่วงใยว่า
" พี่จง ท่าน ควรกลับไปที่ห้องพักผ่อนให้มากไว้..เมือคืนเราได้ยินเสียงสตรีในห้องท่านรำร้องทั้งคืน ฮ่าๆๆๆ "
"เผย ! เป็เราที่ได้ยินมากกว่า ท่านเอาแรงมาจากที่ใด ? "
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ