หนึ่งวันก่อน
เจคอบ ทหารยศน้อยเป็คนของแก๊งค้ายารายใหญ่นามว่าพยัคฆ์ซึ่งได้รับภารกิจจากหัวหน้าคนค้ายานามว่า มิสเตอร์ มิจจี้หรือเรียกเขาสั้น ๆ ว่า มิจ
ชื่อคนหรืออะไรอย่างกับมิจฉาชีพ ถ้าไม่บอกว่าเป็แก๊งค้ายา เด็กหนุ่มคงคิดไปว่าเป็พวกมิจฉาชีพหลอกลวงต้มตุ๋นแน่ ๆ
เจคอบเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ แอบเข้ากับข้างกำแพงของฐานทัพหันมองซ้ายทีมองขวาที ถ้าตีลังกาได้ด้วยคงทำไปแล้ว แต่กลัวล้มไม่เป็ท่าเลยเอาเป็ว่าไม่ทำดีกว่า
หลังจากฝึกเสร็จเด็กหนุ่มก็แอบลักลอบเข้าไปในหน่วยงานข่าวกรองของฐานทัพในหน่วยเพื่อดักฟังพวกหน่วยข่าวกรองคุยงานกันเพื่อที่ส่งข่าวให้กับมิสเตอร์ มิจจี้
เจคอบได้ปักหลักปักฐานอยู่ที่ฐานทัพทหารอากาศของที่นี่มาห้าปีแล้ว
วันนี้เขาได้รับการติดต่อจากหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ว่าจะมีการส่งยาออกไปจำหน่ายให้ช่วยดูลาดลาวทางด้านฐานทัพด้วยว่าได้ส่งคนออกมาทำภารกิจหรือไม่และให้เด็กหนุ่มรายงานกลับไปหากมีอะไรผิดปกติพวกเขาจะได้ระวังตัวได้ทัน
ซึ่งเด็กหนุ่มอย่างเจคอบเองก็ทำตามคำสั่งของหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์อย่างเคร่งครัดโดยเด็กหนุ่มสืบรู้มาว่าทางหน่วยได้ส่งคนออกไปดูพวกแก๊งค้ายาจริง หากแต่สั่งให้ฆ่าเฉพาะคนที่เสพยาเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้น เด็กหนุ่มเองก็ไม่รู้มากนัก เพราะแอบได้ยินพวกข่าวกรองคุยกันมาแค่นั้น
พวกหน่วยข่าว่นี้ยิ่งเข้าถึงได้ยาก พวกเขามักระมัดระวังตัวอยู่เสมอ ทำให้เด็กหนุ่มอย่างเจคอบเข้าไปล้วงข้อมูลของพวกเขาได้ยากกว่าเมื่อก่อน ก็ไม่รู้ว่าทำไม่นี้พวกเขาถึงได้เคร่งกฎระเบียบกันนัก
เจคอบนั้นเป็คนมีไหวพริบดี เป็คนคิดพลิกแพลงสถานการณ์เก่ง เขาคิดว่าทางกองทัพน่าจะมีหน่วยลับพิเศษอย่างพวกหน่วยจู่โจมอะไรเถือกนี้เหมือนในหนังแอบออกไปทำภารกิจแน่ ๆ พวกทหารอื่น ๆ ถึงได้อยู่แต่ในฐานทัพไม่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจที่ไหน เพราะเด็กหนุ่มเป็ทหารแฝงตัวอยู่ที่นี่มานาน ยังไม่เห็นทหารหรือหัวหน้าในกองคนไหนสั่งพวกเขาออกไปรบหรือทำภารกิจอะไรเลยั้แ่อยู่มา
นั่นทำให้เจคอบมั่นใจได้ว่ากองทัพต้องมีปิดบังไว้แน่ เขาใช้เวลาเสาะหาเส้นทางลับพวกนั้นอยู่นานหลายปีเนื่องจากคิดว่าทางฐานทัพน่าจะปิดเป็ความลับ เพราะเขาไม่พบเบาะแสใด ๆ และภารกิจที่หัวหน้าแก๊งพยัคฆ์สั่งให้เขาทำ นั่นก็คือหาตัวหัวหน้าหน่วยรบพิเศษลับของฐานทัพนี่ให้เจอ หรือเรียกอีกแบบคือคนสั่งการสูงสุดของหน่วย
เด็กหนุ่มยังคงหาตัวของหัวหน้าหน่วยสั่งการสูงสุดของฐานทัพต่อไปแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ และที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อความเป็อยู่และปากท้องของตัวเองทั้งนั้น เพราะนี่คือภารกิจที่เขาได้รับมาจากหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์อีกที แต่ถ้าหากเจอแล้วเขาต้องทำยังไงต่อ หัวหน้าแก๊งของเขาก็ยังไม่ได้บอกเอาไว้เช่นเดียวกันว่าจะให้เขาทำยังไงกับหมอนั่น อาจจะต้องจับกลับไปให้หัวหน้าละมั้ง
เจคอบได้รับการฝึกอย่างหนักหน่วงหลังจากได้รับเลือกเข้ามาอยู่ภายในฐานทัพ เนื่องจากเห็นว่าเด็กหนุ่มเป็คนหน่วยก้านดีและการสมัครเข้ามาเมื่อก่อนไม่ได้เคร่งมากนักเหมือนกับตอนนี้ ดีที่เขาตัดสินใจเดินเข้ามาสมัครั้แ่ตอนนั้น
จากเด็กหนุ่มผู้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง ผอมโทรมต้องตั้งใจดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงและออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อให้เขาโดนรับเลือกเข้ามาเป็ทหารอากาศในนี้
เขาต้องผ่านความลำบากอะไรมาเยอะมาก กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ นึกแล้วก็สงสารตัวเองอยู่ล่อมลอ แต่เขาจะมาอ่อนแอในตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องเข้มแข็งเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เด็กหนุ่มคิด
ในตอนนี้สีผิวของเจคอบกลายเป็ผิวสองสีจากผิวขาวอมชมพูราวกับน้ำนมแพะจนซีดของเขาเมื่อก่อน บัดนี้กลายเป็สีแทนจากการโดนแดดเผาในสนามฝึกไปแล้ว หากแต่เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจมากนักในเื่สีผิวของตัวเอง ขอแค่ภารกิจของเขาลุล่วงไปได้ด้วยดีและยังสามรถต่อชีวิตเขาไปได้อีกวัน ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาในตอนนี้
ไปมุดหัวอยู่ไหนนะ อิตาหัวหน้าหน่วยเนี่ย ทำไมมันถึงหาตัวจับยากจับเย็นขนาดนี้วะ อยากเห็นหน้าจริง ๆ
เจคอบบ่นมุมมิบยื่นใบหน้าน้อย ๆ ของตัวเองออกไปดูลาดลาวด้านนอกว่ามีใครเดินผ่านมาหรือไม่และเมื่อเห็นว่าทางสะดวก เด็กหนุ่มจึงเดินหลบเลี่ยงออกมาเพื่อส่งข่าวสารให้กับทางแก๊ง
มือเล็กล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์สื่อสารขาดเล็กขึ้นมากดส่งโค้ดลับส่งให้กับหัวหน้าแก๊งอย่างมิสเตอร์ มิจจี้ ของเขา โดยบอกว่าวันนี้จะมีคนออกไปตระเวนเก็บพวกเสพยาให้เปลี่ยนวันส่งของ เมื่อมิสเตอร์มิจจี้หัวหน้าของเขา เห็นข้อความของเด็กหนุ่ม จึงตอบกลับมาโดยทันทีว่า
ทำดีมากเด็กน้อยของฉัน
เจคอบสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลหยดย้อยบนใบหน้าเล็กของตัวเองออกเพื่อคลายความกังวลใจ
มือเล็กเก็บโทรศัพท์มือถือขนาดเล็กเข้ากระเป๋าก่อนเดินเลี่ยงออกไปจากหน่วยข่าวกรองเพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าเขาแอบเข้ามาเดี๋ยวจะซวยเอา
แล้วเื่ที่จะมีคนออกไปทำภารกิจ เขาก็ได้ยินมาจากหน่วยข่าวกรองอีกที ว่าจะมีคนออกไปจากฐานทัพเพื่อทำภารกิจ เจคอบเลยเดาได้ทันทีว่า ทางฐานทัพส่งกองกำลังปฏิบัติการพิเศษออกไปแน่ ถึงจะเป็แค่การคาดเดาของเขาก็ตามที แต่ว่าเซ้นส์ในการเดาของเขานั้นมันบงบอกว่าเขาไม่เคยพลาด
ผู้พันงั้นเหรอ อย่าให้ไอ้เจคนนี้เจอหน้านะ พ่อจะซัดให้หลังหงายดั้งหักกันไปทางเลยคอยดู โทษฐานทำให้เขาต้องทนอยู่ในฐานทัพและโดนฝึกหนักอยู่หลายปีโดยไม่สามารถออกไปไหนได้ ไหนจะต้องออกไปแบกขี้ควายมาใส่ปุ๋ยต้นไม้ทุกเช้า เหม็นก็เหม็น แต่ก็ต้องทำตามเพื่อความอยู่รอดของที่นี่ จะบ่นมากก็ไม่ได้ ข่าวคราวของอิตาผู้พันอะไรนั่นก็ไม่หลุดออกมาเลยสักนิด
ถามทหารยศน้อยด้วยกันก็บอกว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าอิตาผู้พันนี่เลย หรือว่าอิตาผู้พันนี่จะเป็ตาแก่หนังยานหยดย้อยพุงพลุ้ยกันนะ แบบอารมณ์เดินไม่ได้เพราะแก่คอยแต่สั่งการอย่างเดียวงี้
เอ๊ะ ! หรือว่าจะไม่มีตำแหน่งนี้อยู่จริงงั้นเหรอ เพราะหามาก็ตั้งหลายปียังไม่เคยเจอตัวเป็ ๆ สักที หรือเขาจะตายไปแล้วหว่า
หึย! แค่คิดก็ขนลุกแล้วอะ เมื่อเขาต้องไปจับคนแก่มาเป็ตัวประกันให้มิสเตอร์ มิจจี้ เขาจะบาปไหมที่ต้องจับคนแก่มาทรมานนี่ เจคอบเดินไปบ่นไปด้วย ก่อนจะเดินเข้าโรงอาหาร เมื่อเห็นว่านาฬิกาบนผนังห้องอาหารบอกเวลาเป็คาบพักเที่ยงของการฝึกพอดี