กรีทำท่าใที่เห็นแบมทั้งคู่มองหน้ากันราวกับรู้จักกันมาก่อน ชินเห็นแบบนั้นจึงได้ถามขึ้น
“พี่แบมกับพี่กรีรู้จักกันมาก่อนเหรอครับ?”
“เป็เพื่อนสมัยเรียนนะ (หันไปหากรี)บังเอิญจังนะกรี ไม่นึกว่าจะได้มาทำงานที่ตึกเดียวกันแบบนี้”
ชินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับแบมอย่างสนิทสนม ทำให้กรีเริ่มสงสัยว่ารุ่นพี่ ป.โท ที่ชินแอบชอบนั้นคือแบมรึเปล่า เขานึกไปถึง่ที่เรียนปริญญาโทด้วยกันตอนนั้นแบมเคยเล่าว่ามีรุ่นน้องปี 1 มาจีบ แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรใน่ที่เขากำลังสับสนคิดโน้นคิดนี่ทำอะไรไม่ถูก ชินก็พูดขึ้น
“พี่กรีกลับก่อนเลยก็ได้นะครับเดี๋ยวผมไปหาข้าวกินกับพี่แบมก่อน”
ชินลากแขนแบมเข้าไปในลิฟต์ทันทีแต่กรีกลับยืนนิ่งไม่เข้าไปด้านใน ทำให้ชินมองด้วยความสงสัย
“ไม่ลงเหรอครับ?”
กรีทำท่าจับกระเป๋ากางเกงและบอกว่าเขาคงลืมกุญแจรถไว้ในออฟฟิศให้ชินไปก่อนได้เลยชินจึงกดปิดประตูทันที แต่สายตาของแบมนั้นยังคงมองมาที่กรีตลอดกระทั่งลิฟต์ปิด
“อย่าบอกนะครับว่าแฟนเก่า?”
สีหน้าท่าทางของชินเปลี่ยนไปทันทีหลังจากประตูลิฟต์ปิดเขาถามแบมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก ๆ เขารู้ว่าตอนนี้แบมเลิกกับแฟนไปแล้วและกรีไม่ใช่แฟนที่เพิ่งเลิกไปคนก่อนแน่ ๆ เพราะั้แ่ที่เขามาทำงานที่นี่ได้ 3ปี กรีมีแฟนมามากมายหลายคน แต่เขาไม่เคยเห็นแบมเป็หนึ่งในนั้น
“ก็แฟนเก่านั่นแหละ คบกันตอนเรียนมหาลัย เลิกกันไปนานแล้ว”
แบมตอบด้วยหน้านิ่งๆ ทั้งที่ชินแอบชอบเธอมาตลอดแต่เธอกลับเห็นเขาเป็แค่รุ่นน้องเท่านั้น
ที่ผ่านมาถึงแบมจะคบผู้ชายมาหลายคนแต่ก็ไม่เคยคบใครได้นานสักคน มันเลยทำให้ชินมีความหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะหันมาคบคนที่รอเธอมานานเช่นเขา
วันรุ่งขึ้นชินมาทำงานพอเห็นกรีอยู่ในห้องเขาก็รีบเดินเข้าไปถามถึงเื่เมื่อวานทันที
“เจอกุญแจรถรึเปล่าครับ”
กรีพยักหน้าตอบรับและก้มลงมองคอมพิวเตอร์ต่อเหมือนเขาพยายามเลี่ยงหลีกที่จะพูดคุย เขาไม่้าให้ชินถามเื่เขากับแบมชินจึงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ สักพักกาแฟก็มาส่งแต่คราวนี้คนที่มาส่งกลับเป็ฟ้าไม่ใช่นานาเื่เมื่อวานคงทำให้เธอเสียใจและไม่อยากมาที่นี่อีก ถึงชินจะคิดว่าตัวเองทำแรงไปแต่มันดีที่สุดสำหรับนานาแล้วต่างคนต่างไปมีชีวิตของตัวเองเธอควรได้เจอกับคนที่ดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
่เที่ยงแบมกับเพื่อนแวะมาหาชินที่ออฟฟิศชินจึงชวนพี่ๆคนอื่นไปด้วยตามมารยาท ป้อมกับเด่นเห็นว่ามีสาวๆคนอื่นอยู่ด้วยเลยสนใจพวกเขาเลยไปลากกรีลงไปด้วยกัน ทุกคนที่บริษัทไม่เคยมีใครรู้ว่ากรีกับแบมเคยเป็แฟนกันเพราะมันเป็เื่ก่อนที่กรีจะมาตั้งบริษัทนี้เมื่อ 4 ปีก่อนกรีจึงพยายามทำตัวให้เป็ปกติมากที่สุด ความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่อยากเจอคนในอดีต แต่ก็ปฏิเสธที่จะเจอไม่ได้ต้องแกล้งทำตัวให้ปกติเพื่อไม่ให้คนสงสัยเพราะไม่อยากเล่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาให้ใครฟัง
“ชักเข้าใจไอ้ชินขึ้นมาแล้วสิ”
กรีคิดในใจแบบนั้นเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังเจอกับเหตุการณ์เดียวกันกับชินอยู่ ต่างกันตรงที่แบม..ไม่ได้รักเขาเหมือนที่นานารักชิน
แบมยังคงเป็เหมือนเดิมเหมือนเมื่อตอนที่เคยคบกับกรียิ้มเก่ง หัวเราะง่าย เข้ากับคนอื่นได้ดี สิ่งที่เธอ เป็ทำให้ผู้ชายมากมายหลงใหลและคลั่งไคล้ในตัวเธอแต่นั่นเป็สิ่งที่กรีเกลียดมันจนเข้าไส้ การทำเหมือนสนใจผู้ชายทุกคนที่เข้ามาให้ความหวัง และจบด้วยการบอกว่าไม่คิดอะไรแค่เพื่อนกันเขาเ็ปกับคำพูดแบบนั้นทุกครั้งที่จับได้ว่าแบมไปมีคนอื่นเขาจึงลุกจากโต๊ะทันทีที่กินเสร็จ ไม่อยากนั่งฟังเธอคุยและหัวเราะคิกคักกับพวกป้อมและเด่นแบบนั้น
“อ่าวจะไปไหนกรี”
ป้อมเห็นกรีลุกขึ้นเลยถาม
“ไปสั่งกาแฟหน่อย ง่วงมากคงต้องกินอีกแก้ว”
แบมรีบพูดขึ้นทันทีว่าเธอก็อยากได้กาแฟสักแก้วเหมือนกันและจะไปที่ร้านกาแฟด้วย แต่ชินมองหน้ากรีเหมือนจะส่งสัญญาณให้รู้ว่าอย่าไปที่ร้านนานาแต่กรีหมั่นไส้นิดๆจึงไม่สนใจเดินตรงไปที่ร้านของนานาทันที นานาหันมามองที่ประตูเพราะได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามา เธอกล่าวคำทักทาย
“ยินดีต้อน........”
ยังไม่ทันที่จะพูดจบ เธอก็ต้องหยุดชะงักเพราะคนที่เดินตามหลังกรีมานั้นคือผู้หญิงที่ทำให้เธอต้องอกหัก ชินได้แต่เดินก้มหน้าตามเข้ามาพร้อมกับคนอื่นๆแบมที่เห็นนานาก็นึกอยู่พักหนึ่ง
“นิเธอ ที่เป็เพื่อนชินนิ เปิดร้านที่นี่เหรอ?”
แบมเดินเข้าไปทักนานาราวกับเป็คนรู้จักกันทั้งที่พวกเธอไม่เคยคุยกันมาก่อนด้วยซ้ำ นานาเหลือบมองชินหลายครั้งหัวใจมันบีบมากจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหวที่ชินต่อว่าเธอเมื่อวานและไม่อยากให้เธอขึ้นไปส่งกาแฟ เป็เพราะไม่อยากให้แบมเห็นเธอสินะ
“เออ...ฟ้าพี่ฝากรับออร์เดอร์หน่อยนะพอดีมีธุระด่วน”
นานาเดินออกจากร้านไปทันทีตอนนี้หัวใจเธอรับไม่ไหวแล้ว น้ำตามันกำลังจะไหลออกมา เธอไม่้าให้ชินเห็นเธอร้องไห้อีกแล้วกรีเห็นแบบนั้นจึงรีบตามไป เขาไม่รู้ว่านานารู้จักกับแบมมาก่อนและไม่ทันคิดว่าจะเป็แบบนี้
“เดี๋ยวนานา ใจเย็นๆก่อน”
กรีวิ่งไปจับแขนนานาไว้และดึงเข้าไปที่ลับตาคนในซอยเขาพยายามแก้ตัวให้ชิน แต่นานาไม่ฟังและร้องไห้อย่างเดียวเธอพรั่งพรูความรู้สึกที่อัดอั้นออกมา
“นานาตัดใจแล้ว พยายามแล้ว ทำไมชินต้องทำแบบนี้ต้องให้เจ็บมากแค่ไหนถึงจะพอใจ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น พี่เป็คนบอกให้ทุกคนมาร้านเองพี่ไม่รู้ว่านานารู้จักกับแบม และแบมเขาก็เพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่เมื่อวานนี้ชินเขาไม่รู้มาก่อนหรอกว่าจะเจอเธอที่นี่”
นานาเอามือปิดหน้า น้ำตามันไหลไม่หยุดกรีทำอะไรไม่ถูกจึงเอื้อมมือไปจับที่แขนเธอ นานาจึงโผเข้าหาและกอดกรีแน่น
ในจังหวะนั้นเองแบมกับชินที่เดินตามกรีออกมาก็เห็นเข้า ทั้งสองยืนมองกรีกับนานาที่ยืนกอดกันอยู่ในซอยแบมแกล้งยิ้มและดึงแขนชินออกจากตรงนั้นไป แต่ชินกลับมองกรีด้วยสายตาไม่พอใจ
“ไปเถอะชิน ปล่อยให้เขาพลอดรักกันต่อเถอะ”
สักพักนานาก็รู้สึกดีขึ้นพอกลับมาถึงร้านทุกคนก็ออกไปกันหมดแล้วฟ้าเหลือบมองกรีที่เดินกลับมาพร้อมกับนานาก็ยิ้ม เพราะเธอคิดอยู่แล้วว่าทั้งคู่ต้องปิ๊งกันอยู่และก็คิดเอาเองว่าเมื่อกี้นานาคงหึงที่กรีมากับผู้หญิงหลายคนและตอนนี้คงเข้าใจกันเรียบร้อยถึงได้กลับมาพร้อมกัน
หลังจากนั้นกรีก็กลับขึ้นไปที่ออฟฟิศทุกคนเบื่อที่จะสนใจเื่ชินกับนานาจึงไม่มีใครถามว่ากรีไปคุยอะไรกับเธอมีแค่ชินที่เดินเข้าห้องไปถามด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
“พี่กรีคิดจะทำอะไรครับ?”
กรีนั่งนิ่งไม่อยากตอบแต่เหมือนว่าชินจะไม่เลิกราง่ายๆเขาเดินเข้ามาใกล้มาขึ้นและพยายามคาดคั้นให้ตอบเื่เมื่อกี้
“ผมเห็นพี่ยืนกอดนานาอยู่ในซอยอย่าบอกนะครับว่าไม่มีอะไร”
กรีไม่รู้ว่าชินมาเห็น เขาทำท่าใเล็กน้อยถึงขนาดนี้แล้วก็คงจะเงียบไม่ได้ เขาจึงอธิบายให้ฟัง
“นานาคิดว่าที่ชินไม่อยากให้เธอมาส่งกาแฟเป็เพราะตอนนี้มีแบมอยู่แถมยังพามาเยาะเย้ยเธอถึงที่ร้านด้วย”
ขินใในสิ่งที่นานาคิด เธอเข้าใจผิดไปกันใหญ่เขาไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นเลยสักนิด
“เปล่านะพี่ ผมไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นเลย”
“ก็นั่นแหละ พี่ถึงต้องตามไปแก้ตัวให้ไงเพราะพี่ต่างหากที่เป็คนชวนให้ไปที่ร้าน แล้วเธอก็เข้ามากอดพี่และก็ร้องไห้ยกใหญ่”
ชินเงียบไปเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่กรีทำนั้นก็เป็การช่วยเขา และช่วยปลอบโยนนานาเื่แบบนี้ไม่ควรต้องกลับมาเกิดขึ้นอีก พวกเราไม่ควรต้องมาเจอกันทำไมถึงเป็แบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน
“ขอโทษนะครับพี่กรีที่ชินเข้าใจผิด”
ชินเดินคอตกออกจากห้องเหมือนเขาจะรู้สึกผิดที่ทำให้นานาต้องเสียใจขนาดนั้นแต่เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็สิ่งที่เขา้าเลยทำไมจู่ๆแบมถึงได้มาทำงานที่ตึกเดียวกันแบบนี้ ทุกอย่างมันดูบังเอิญอะไรเช่นนี้
พอถึงตอนเลิกงานทุกคนออกจากออฟฟิศมาพร้อมกันและก็เหมือนวันก่อน แบมเดินมาทิ่ลิฟต์พอดีเธอทำท่าเหมือนบังเอิญเจอกันยิ้มและหันไปทักทายคนอื่น กรีเหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับและทำเป็ไม่สนใจเสียงโทรศัพท์ของกรีดังขึ้น
“อ่าวนานาเหรอ มีอะไรรึเปล่า”
กรีรับสายและบอกให้คนอื่นๆขึ้นลิฟต์ไปก่อนแบมเหลือบมองกรีเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมชิน
“นานาอีกแล้วงั้นเหรอ?”