第五十三章
ฟ่านเสวียนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง อีกทั้งยังเจ็บปวดราวกับตกหน้าผาถึงขั้นหายใจไม่ทั่วท้องลำคอแห้งผากคล้ายถูกไฟเผา เขาพยายามกลั้นสะอื้นได้แต่เปล่งเสียงพูดขอน้ำ ใครสักคนค่อยพยุงเขาขึ้นนั่งอิงอะไรสักอย่างที่แข็งแน่นและร้อนผ่าว น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเขาทั้งแหบพร่าทั้งขาดกระท่อนกระแท่นฟังไม่ชัดเจน
"ใคร? ใครเรียกข้า"
"เสี่ยวเสวียนอ้าปากหน่อยดื่มยาก่อน"กลิ่นยาที่โชยมาทั้งฉุนทั้งแรงกระทั่งกลิ่นความขมเด่นชัด เขาเบนหน้าหนีไม่ยอมกลืนยานั่นเด็ดขาด แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงแรงบีบจากปลายนิ้วส่งมายังสองแก้มทำให้เขาต้องเม้มปากแน่น
"อื้อ...อื้อ ไม่ข้าไม่กิน"เขาส่งเสียงค้านแผ่วเบาออกไปหากแต่แล้วกลับรู้สึกถึงอะไรอุ่นๆแนบมาตรงริมฝีปากเขา อะไรนุ่มหยุ่นพยายามดันฟันเขาให้เผยออ้าออกจากนั้นกลิ่นยาฉุนๆถูกส่งเข้ามาในโพรงปากของเขาความรู้สึกฝาดขมกรุ่นอยู่ในปาก เขาดันลิ้นตัวเองพยายามถ่มยาออกมาแต่กลับถูกมันกดลิ้นเขาไว้จำต้องกลืนยาฝาดเฝื่อนลงคอ เมื่ออีกฝ่ายเห็นเขาไอเพราะสำลักก็รีบปล่อยปากเขาออกแล้วลูบหลังให้เบาๆ
"ค่อยค่อยกลืนๆ เอานี่ไป"ถึงแม้ดวงตาเขาลืมไม่คิดแต่กลับรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ถูกส่งเข้ามาในปากนุ่มหยุ่นหอมละมุนและหวานจนกลบรสขมไปได้ เขาอมมันกลั้วไปมาในปากให้รสขมฝาดหมดไป หารู้ไม่ว่าคนที่ป้อนลูกอมน้ำผิ้งมองดูเขาด้วยสายตาเช่นไร
จื่อหลงทั้งขำทั้งฉุนคนในอ้อมแขน ถึงแม้จะได้สติเพียงครึ่งก็ยังแสดงฤทธิ์เดชไม่น้อย สองแก้มถึงแม้จะซูบผอมซีดขาวแต่ยามนี้พองเพราะลูกอมน้ำผึ้งที่เขาสั่งไช่อีทำขึ้นมาให้ฟ่านเสวียนโดยเฉพาะ เขาอดใจไม่ไหวใช้นิ้วกลางงอเข้าหากันแล้วดีดใส่หน้าผากมนเบาๆทีหนึ่ง
"เจ้านี่นะ ยังดื้อไหวได้อีก"จื่อหลงบ่นขำๆก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากกับแก้มนุ่มซีดๆนั่น
"ไม่เป็นไรให้เจ้าดื้อแค่ไหนข้าก็ทนได้ขอให้เจ้าหายดีเป็นพอ"จื่อหลงรู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินถึงสติจะไม่ครบถ้วนก็ตาม
"นายท่าน นี่ยามห้าย(21.00-22.59น.))แล้ว ข้าจะให้บ่าวเตรียมอาหารและน้ำร้อนมาให้ท่านอาบ คุณชายฟ่านยังทานอาหารหลักไม่ได้ ดื่มได้เพียงน้ำซุปเห็ดหูหนูขาวต้มโสมพันปี จากนั้นก็นำผ้าอุ่นมาเช็ดเนื้ออ่อนๆของเขาเบาๆจากนั้นจึงค่อยทายานะขอรับ ข้าน้อยขอตัวก่อน"ไช่อีเข้ามาเตือนเขาเรื่องยาที่ต้องทาให้ฟ่านเสวียนจากนั้นก็ส่งเสียงให้บ่าวรับใช้นำถาดอาหารมาให้พร้อมกับถังน้ำร้อน จื่อหลงค่อยวางร่างที่อ่อนปวกเปียกของฟ่านเสวียนลงบนเตียงหยกน้ำแข็งเพื่อจะเตรียมน้ำอาบหากขณะกำลังจะลุกจากเตียงกลับถูกดึงแขนเสื้อเอาไว้ เขาก้มลงมองกฃับเห็นนิ้วเรียวขาวขยำปลายแขนเสื้อเอาไว้แน่น
"เสี่ยวเสวียน.."
"อย่าไป..อย่าไป ข้าหนาว"ไออุ่นที่ฟ่านเสวียนซุกซบอยู่หายไปจนเขารู้สึกหนาวสะท้านทำให้เขาต้องรั้งไออุ่นนั้นไว้ จื่อหลงสีหน้าอ่อนโยนลงก้มลงจับนิ้วมือเรียวมาบีบเอาไว้แน่น
"ข้าจะห่มผ้าให้เจ้า รอข้าไม่นานเดี๋ยวกลับมา"จื่อหลงรอจนบ่าวเทน้ำลงถังใบใหญ่ขนาดคนลงไปนั่งในนั้นได้จนเต็ม จากนั้นเขาเดินถือกะละมังขนาดเล็กไปตักน้ำมาพร้อมกับผ้าผืนเล็ก เขาหยดน้ำมันชนิดหนึ่งที่ไชอี่ให้ลงไปในน้ำอุ่นเพื่อเคลือบผิวของฟ่านเสวียน น้ำมันกุหลาบนี้จะทำให้ผิวเกิดใหม่ไม่แห้งแตกจนเกิดอาการคัน เขาผสมมันจนเข้ากันดีแล้วจึงเดินกลับมายังฟ่านเสวียนที่นอนขดอยู่
"เมื่อไหร่เจ้าจะลืมตาเสียทีขี้เกียจใหญ่แล้วนะ"จื่อหลงก้มลงใช้มือใหญ่ตบก้นงอนที่โด่งขึ้นมาจากใต้ผ้าห่มเสียงดังปั่บ
"อืออ"ฟ่านเสวียนครางเครือในลำคอ เขาไม่เจ็บเพียงแค่รู้สึกหนักๆจากอะไรสักอย่างที่ตบลงบนสะโพกเขา จื่อหลงทรุดลงนั่งค่อยดึงผ้าห่มออกช้าๆเผยให้เห็นร่างบางนอนขดจนเกือบจะกลายเป็นวงกลม เขาส่ายหน้าไปมาช้าๆยิ้มด้วยความเอ็นดู
"มาเถอะข้าจะเช็ดตัวให้เจ้า"ไช่อีเตือนเขาแล้วว่าการรู้สึกตัวของฟ่านเสวียนนั้นจะค่อยๆฟื้นคืนสติอย่าฝืนเร่งมิเช่นนั้นความทรงจำของฟ่านเสวียนจะเกิดปัญหาขึ้นได้ เขายกร่างบางขึ้นมาอิงอกเขาอีกครั้ง ฟ่านเสวียนพยายามขัดขืดหากมิอาจสู้แรงของจื่อหลงได้แต่คล้อยตามแรงดึง สีหน้าซีดแสดงออกชัดแจนว่าขัดใจจื่อหลงอดใจไม่ไหวปนบริมฝีปากร้อนชื้นเข้ากับปรางแก้มสองข้ามแรงๆ
"อ๊ะ!"ฟ่านเสวียนส่งเสียงประท้วงเปลือกตาขยับไปมาขนตากระพือราวผีเสื้อขยับปีกก่อนจะเผยอเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย
"ใคร?"จื่อหลงดวงตาเบิกกว้างด้วยความดีใจ ปากส่งเสียงเรียกไช่อีเสียงดังจนไช่อีรีบวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจพร้อมกับอวี้หนี่
"นายท่านเกิดเรื่องอะไรขึ้นขอรับ"ไช่อีถามด้วยความร้อนใจ
"เขาลืมตา..เขาลืมตาแล้ว"ไช่อีเบิกตากว้าง รีบเข้ามาดู เขาใช้สองนิ้วเปิดเปลือกตาของฟ่านเสวียนขึ้น ฟ่านเสวียนส่ายหน้าไม่ยินยอมร้อนถึงจื่อหลงที่ต้องจับคางแหลมเอาไว้ให้อยู่นิ่งๆ
"ไม่เอา อย่านะ ข้าแสบตา"เสียงแหบแตกพร่าพูดกระท่อนกระแท่นไม่เป็นคำร้องขึ้น
"เด็กดี เจ้าอยู่นิ่งๆสักเดี๋ยวเถอะให้ไช่อีดูอาการก่อน"จื่อหลงอดหัวเราะไม่ได้กล่อมฟ่านเสวียนเบาๆ
"อาการคุณชายฟ่านดีขึ้นมาก หากแต่อย่าพึ่งให้เขาลืมตามิเช่นนั้นตาอาจบอดได้ ข้าจะเอาผ้าขาวบางๆมาพันตาเขาเอาไว้ก่อน แสงตะเกียงในถ้ำจ้าเกินไป หากเขาลืมตาได้จะเจอผ้าขาวลดอาการเคืองตาได้"
"อืม ขอบใจเจ้ามาก"แน่นอนฟ่านเสวียนได้ยิน แต่เขาจำไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับตัวเขากันแน่ สติคล้ายภาพดับๆหายๆ เขาพยายามลืมตาหากลืมไม่ขึ้นคล้ายถูกหินถ่วงเอาไว้
"อย่าปิดตาข้า"ฟ่านเสวียนร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างกายเจ็บร้าวไปทั้งร่างยามขยับเขยื้อน
"ชู่ๆ อยู่นิ่งๆ"จื่อหลงปลอบเบาๆสองแขนออกแรงรัดร่างบางเอาไว้มิให้ขยับ
"ไม่เอา ปล่อยข้า"ไช่อีเกรงว่าฟ่านเสวียนจะบาดเจ็บมากขึ้นเขาเปิดซองเก็บเข็มขนาดเล็กมาฝังเอาไว้ที่ขมับสองข้างของฟ่านเสวียน ทันใดนั้นร่างบางก็สลบไปอีกครั้ง
"เจ้าทำอะไร"
"ใจเย็นก่อนขอรับ ข้าให้เขาหลับไปก่อนมิเช่นนั้นเกรงว่าผิวเนื้อเกิดใหม่จะช้ำได้"จื่อหลงเม้มปากเล้กน้อยด้วยความห่วง
"ไม่ต้องห่วง คุณชายฟ่านดีขึ้นเรื่อยๆหากท่านดูแลเขาเรียบร้อยแล้วท่านก็ค่อยจัดการธุระของท่านเถอะ ข้าให้คนไปส่งข่าวบอกท่านหมอเหยียนแล้วคาดว่าอีกไม่นานเขาคงจะมาถึง"
"ขอบใจเจ้ามาก"ทั้งสองรีบเร่งจัดการฟ่านเสวียนจื่อหลงรีบปลดเสื้อผ้าของเขาออกแล้วเร่งชัดผิวเนื้อด้วยน้ำมันกุหลาบจากนั้นก็ใช้ยาที่ไช่อีให้ทาไปทั่วผิวเกิดใหม่ จากนั้นเขารีบสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับฟ่านเสวียน จัดแจงแล้วเขาจึงเร่งมาจัดการตัวเองให้สะอาดเพราะเกรงว่าจะทำให้ฟ่านเสวียนติดเชื้อจากความสกปรกได้ ไช่อีรอกระทั่งจื่อหลงเรียบร้อยจึงค่อยถอนเข็มออก
"อีกครู่เขาก็ฟื้น ข้าขอไปดูท่านหมอเหยียนก่อน"จื่อหลงพยักหน้าเพียงครั้ง ไม่นานไช่อีก็เดินนำหมอเหยียนเข้ามา
"ได้ข่าวว่าคุณชายฟ่านฟื้นแล้ว"
"ขอรับ"ไช่อีพยักหน้า หมอเหยียนเดินเข้ามาจับชีพจรนิ่งไปครู่หนึ่งก็ยิ้มกว้าง
"ดีใจด้วยๆ พรุ่งนี้เขาคงได้สติครบถ้วนแล้ว จำเอาไว้พรุ่งนี้หากคุณชายฟ่านถามอะไรเจ้าก็ตอบเขาไปเถอะ สติเขาจะได้สมบูรณ์ อีกทั้งอย่าให้เขากินอาหารหยาบให้อาหารอ่อนไปก่อน อีกเจ็ดวันถึงให้เขาออกจากถ้ำได้ ไฟให้ห้องนี้อย่าจุดจนสว่างมากนักเขาหลับมานานเกินไปเกรงว่าจะระคายตาได้ ข้าดีใจกับเจ้าด้วย"หมอเหยียนตบไหล่จื่อหลงเบาๆ
"อ้อ ข้ามีข่าวเสนาฉงมาบอกเจ้า ยามนี้เขาให้คนทั้งจวนจุดโคมไฟเอาไว้ให้สว่างจ้ารอบุตรชายคนเดียวของเขากลับไป เจ้าจะให้ข้าไปบอกข่าวเขาหรือไม่ว่าเจอตัวแล้ว"
"ยังขอรับ ขอข้าขจัดความเข้าใจผิดของเขาก่อนค่อยพาเขากลับไปพบท่านพ่อตา"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า "เจ้าเรียกเสนาฉงเช่นนี้ เจ้าตัวรับรู้แล้วหรือไม่"จื่อหลงยิ้มกึ่งบึ้ง
"รับรู้หรือไม่ที่ผ่านมาข้าวสารเป็นข้าวสุกไปแล้วจะให้กลับคืนคงยาก ข้าขอทำความเข้าใจกับเสี่ยวเสวียนก่อนแล้วจึงค่อยคิดการข้างหน้า อ้อจริงสิพวกท่านได้ข่าวของไห่เปียวหรือไม่"
"ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลย ปู้เฉินเองก็ยังไม่กลับมาจากการสืบหาตัวเขาอีกหรือ"
"ยัง เช่นนั้นข้าคงรบกวนพวกท่านเพียงเท่านี้ จริงสิอีกเรื่องหนึ่งข้าอยากไหว้วานท่านนำจดหมายลาของข้าไปยังราชสำนักได้หรือไม่"
เรื่องนี้ไม่มีปัญหา คนที่มีปัญหาคือคนๆเดียวเท่านั้น"ทุกคนรู้ดีว่าบุคคลผู้นั้นเป็นใครเพียงแต่ไม่มีใครอยากจะเอ่ยชื่อถึงเท่านั้น
"อย่างไรข้าก็ขอฝากเรื่องด้วย"จื่อหลงไม่ต่อคำทุกคนจึงแยกย้ายกลับไป จื่อหลงใช้ฝ่ามือตัวเองสบัดกำลังภายในให้ไฟในตะเกียงดับลงคงเอาไว้เพียงหน้าปากทางเข้ามาให้ห้องเท่านั้นแสงไฟจึงสาดสลัวยิ่ง เขาอุ้มร่างบางลงวางบนผ้าที่ปูไว้บนพื้นจัดการเปลี่ยนผ้าที่เปื้อนยาออกเปลี่ยนผืนใหม่ให้หนากว่าเดิมก่อนจะอุ้มฟ่านเสีวยนขึ้นไปนอนใหม่ เขาเบียดตัวลงนอนด้านข้างใช้แขนตนเองต่างหมอนให้กับฟ่านเสวียนห่มผ้าผืนหนาให้กับเขาทั้งคู่ดึงร่างบางเข้ามาซุกอกอุ่น
"ฝันดีเสี่ยวเสวียน"จื่อหลงโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ในอกสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลายามใดมิอาจรู้ได้ร่างในอ้อมกอดขยับตัวไปมาพยายามผลักเขาออกทว่ามิอาจสู้แรงไหว
"หืม?ตื่นแล้วหรือ"
"เสียงนี้! จื่อหลง?"น้ำเสียงของฟ่านเสวียนดีขึ้นมากไม่แหบแห้งทว่ายังไม่สดใสเช่นเก่า
"จำได้แล้วหรือ"จื่อหลงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น
"โอ๊ย ข้าเจ็บ! เจ้าทำอะไรทำไมข้าถึงเจ็บเช่นนี้"
"ข้าไม่ได้ทำร้ายเจ้าแต่มีคนอื่นทำร้ายเจ้าต่างหาก"
"หือ?ข้าถูกทำร้ายหรือ"
"อืม อย่าเอาแต่ถาม ยามนี้อาการเจ้าเป้นเช่นไร ปวดหัวหรือไม่"จื่อหลงตัดบทใช้มืออุ่นทาบตรงหน้าผากตนเองอีกข้างทาบหน้าผากของฟ่านเสวียน
"ดีแล้วตัวไม่ร้อนแล้ว ปวดตัวมากหรือไม่"
"ข้าปวดเนื้อตัวแถมยังคันผิวมากอีกด้วย"
"อย่าเกา!"จื่อหลงกดมือสองข้างของฟ่านเสวียนเอาไว้แน่น
"แต่ว่า"
"ตื่นมาก็ดื้อแล้ว เจ้าหลับยังน่ารักกว่าอีกแต่ว่ามีแรงเถียงเช่นนี้ก็ไม่น่ากลัวแล้ว"
"หมายความเช่นไร เจ้าเล่ามาให้หมดนะ"ฟ่านเสวียนพยายามจะลุกนั่งแต่ผมยาวสยายถูกจื่อหลงใช้ศอกทับเอาเอาไว้ฟ่านเสวียนหันตะแคงไปมองคนที่นอนตะแคงด้านข้างใช้มือเท้าหัวตัวเองมองดูเขา
"นอนก่อนอย่าขยับตัวส่งเดช อย่าลุกกระทันหันเดี๋ยวจะล้มได้"
"ข้าไม่ได้อ่อนแอเสียหน่อยปล่อยผมข้า"จื่อหลงไม่ทำตามซ้ำร้ายยังเอนใบหน้ามาหากระทั่งริมฝีปากชนกับริมฝีปากของฟ่านเสวียน สองตาสบกันไม่ยอมหลบฟ่านเสวียนแววตาสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกต่างกับจื่อหลงที่แววตาวูบไหวคล้ายมีเกล็ดน้ำแวววามอยู่ในนั้น
"เสี่ยวเสวียน ข้าคิดคิดถึงเจ้า"น้ำเสียงอ่อนโหยเอื้อนเอ่ยออกมาหนักแน่นหากฟังแล้วมีทั้งโหยยาและคิดถึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ฟ่านเสวียนอดทะส้านในอกไม่ได้เมื่อได้ยิน