“คุณชายน้อย!!!” อาซินรีบเข้าไปประคองคุณชายซึ่งถูกสะบัดจนล้มก้นกระแทกพื้นขึ้นมาเฟยอี้หลินขยับตัวลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามตัวออกใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่
ลืมไปว่าคนสมัยนี้อาจจะถือตัว เขาที่วิ่งเข้ามาหวังจะจับแต่กลับสะดุดจนเข้าไปกอดคนอื่นแบบนี้จะโดนสะบัดออกก็สมควรแล้ว
“ขออภัยที่ข้าถือวิสาแตะต้องตัวท่านข้าเพียงกลัวว่าด้วยข้าสั้น ๆ ของข้าจะเดินตามท่านทั้งสองไม่ทัน” เขายังคงไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของอาซินที่นางเป็ห่วงตอนนี้ไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของคุณชายน้อยอย่างเดียว แต่ยังมีความกังวลต่อเื่ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ด้วย
ความซุกซนของคุณชายสามได้สร้างเื่ใหญ่ขึ้นมาแล้ว
เฉินป๋อเกือบหลุดหัวเราะกับประโยคหยอกล้อของคุณชายตัวน้อยพึงจะเคยพบเจอคนที่ต่อว่าตนเองได้หน้าตาเฉยเช่นนี้
ส่วนิเทียนหนังตากระตุกเข้าให้เสียแล้ว ใบหน้าที่ติดจะเ็าดูน่ากลัวขึ้นหลายส่วนดวงตาสีดำลุ่มลึกมีคลื่นอารมณ์บางอย่างเคลื่อนไหวอยู่
“คุณชายท่านรู้หรือไม่ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป” อาซินเอ่ยเสียงเข้ม อยากจะตำหนิก็ไม่กล้า
เฟยอี้หลินยังคงไม่เข้าใจ มุมปากที่มักจะยกยิ้มอยู่ตลอดลดลงพึ่งััได้ถึงบรรยากาศไม่ปกติเอาก็ตอนนี้ใบหน้างดงามแสดงความสงสัยออกมาแต่ไม่นานก็หายไป
“ข้ารู้ข้าพึ่งจะวิ่งเข้ามาทักทายคุณชายสองท่านนี้และเกือบถูกเตะเสยคอหักไปแล้วมีสิ่งใดแปลกหรือ”น้ำเสียงส่วนประโยคสุดท้ายยังคงมีแววขำขันผสมอยู่
อาซิน : คุณชายท่านเอาสมองไปทิ้งลงกองหิมะหมดแล้วใช่หรือไม่ถึงได้ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่รู้สึกผิดในสิ่งที่ตนพึ่งทำลงไป
“ท่านััตัวบุรุษ!!” คราวนี้เฟยอี้หลินไม่เข้าใจและสงสัยอย่างแท้จริงเขาจ้องอาซินตาเขม็ง
ทำไมอาซินต้องทำหน้าราวกับว่าโลกกำลังจะถล่มลงมา แค่จับตัวผู้ชายเขาเองก็เป็ผู้ชายจะมีอะไรเสียหายได้กัน
เอ๊ะ หรือว่ามี
“พวกเ้าเล่นละครจบแล้วหรือยัง” เป็ิเทียนที่กล่าวแทรกคุณชายตัวน้อยกับบ่าวตรงหน้า
เฟยอี้หลินหันหน้ามอง
ทำไมต้องทำเสียงเข้มสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้น แต่เพราะประโยคกล่าวหาของอีกคนทำให้เขาต้องเอ่ยตอบกลับไป
“ที่ข้าอยากทำความรู้จักกับท่านไม่ใช่เื่ล้อเล่นและข้าไม่ได้เล่นละครหาก้ากล่าวหากันก็ต้องดูให้ดีมิใช่เอ่ยออกมาเพราะความเข้าใจผิดฝ่ายเดียว!!”เขาเชิดหน้า มือเท้าเอว
หนอย...แค่หน้าตาดีหน่อย ตัวสูงกว่านิดเดียวทำเป็วางมาดเขาไม่เอาเื่ที่เกือบจะใช้เท้าเตะจนคอขาดก็ดีเท่าไรแล้ว
“เ้า!!” ิเทียนพูดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะสะบัดแขนเสื้อหันหน้าหนี
เฉินป๋อมองสหายซึ่งถูกคุณชายน้อยท่านนี้โต้กลับจนไม่สามารถโต้กลับได้ก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าสนใจ น่าสนใจ” เขาตบพัดลงบนฝ่ามือเดินวนรอบตัวเฟยอี้หลิน สำรวจหนุ่มน้อยใจกล้าคนนี้
“เ้าไม่รู้จักคนผู้นี้?” พูดจบก็ชี้ไปทางิเทียน
เฟยอี้หลินพยักหน้าหงึกหงัก ถ้ารู้จักก็เรียกชื่อทักทายไปแล้วสิ
“ใช่ หากข้ารู้จักคงเรียกชื่อพวกท่านไปแล้ว อีกอย่างพวกท่านมีชื่อเสียงมากถึงขั้นทุกคนต้องรู้จักเลยหรือ”คนถามถึงกับสะอึก ดวงตาฉายแววประหลาดใจหนุ่มน้อยคนนี้ไม่รู้จักเขาก็ช่างเถอะ แต่ถึงกับมีคนที่ไม่รู้จักสหายเขาอยู่ด้วยแต่พอพิจารณาดูดี ๆแล้วดูยังไงเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ไม่เหมือนคนที่เก่งกาจเื่การแสดงสีหน้าและมีแผนชั่วร้ายอย่างการ้าจับผู้ชายมีเงินท่าทางเองก็จริงจัง ยิ่งได้มองเข้าไปในดวงตาจริงใจคู่นี้แล้วก็...
เขาส่ายหน้า สิ่งที่คิดตอนแรกอาจจะไม่ใช่ก็ได้
“เ้าจะทำเช่นไร ผู้คนโดยรอบเห็นกันหมดแล้วด้วย”เฟยอี้หลินยังคงไม่เข้าใจและ้าความกระจ่าง ถ้าหากมีข้อควรระวังจริงๆ คราวหน้าเขาจะได้ระวังเอาไว้
“พวกท่านพูดอะไรกันก็แค่คนเห็นทำไมต้องทำเหมือนเป็เื่ใหญ่เป็ข้าที่้ารู้จักพวกท่านและวิ่งเข้ามาหาจนเผลอสะดุดขาตัวเองล้มใส่คุณชายท่านนี้ถึงคุณชายท่านนี้จะหมุนตัวมาเตะข้าก็เถอะ แต่ก็ให้ถือเสียว่าเลิกแล้วต่อกันไป”พูดจบก็หันหลังจะกลับความ้ารู้จักผู้อื่นของเฟยอี้หลินหมดลงแล้ว
เฮ้อ... เขาถอนหายใจ
ทำไมการจะทำความรู้จักกับใครสักคนถึงได้ยุ่งยากขนาดนี้เขาไม่อยากรู้จักใครแล้วรอให้คนอื่นเข้ามาทำความรู้จักกับเขาเองดีกว่าถึงตอนนั้นจะไม่ถือตัวให้ยุ่งยากแถมยังจะอ้าแขนรับด้วยความยินดี
“เ้ารู้ความผิดของเ้าหรือไม่” เสียงเข้มดังขึ้นด้านหลังเฟยอี้หลินหันหน้ากับไปดวงหน้าที่เคยแย้มยิ้มอยู่ตลอดเฉยเมยไร้ความรู้สึกจนอาซินยังใ นางพึ่งเคยเห็นสายตาเข่นนี้ของคุณชายเป็ครั้งแรกแต่เมื่อนึกถึงเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นก็พยายามสลัดความรู้สึกแปลก ๆ นั้นทิ้งไปเื่แบบนี้ยังไงก็ต้องพูดคุยให้รู้เื่ไม่เช่นนั้นคุณชายของนางจะกลายเป็ขี้ปากชาวบ้าน
“ท่านไม่พูดข้าจะรู้หรือ? มัวแต่เก็บเงียบอยู่เช่นนั้นใครจะไปเข้าใจจิตใจของท่านข้าหาใช่ผู้มีอิทธิฤทธิ์ที่เพียงแค่มองก็สามารถอ่านใจคนได้” เฟยอี้หลินกอดอกสีหน้าเบื่อหน่ายเต็มทน
เขาชักจะไม่สนุกแล้ว อยากกลับบ้านไปพักผ่อนแล้วด้วย
อาซินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยายามดึงแขนคุณชายน้อยเบา ๆอย่างห้ามปรามแต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไร ในใจร่ำร้องไปหลายตลบ ส่วนเฉินป๋อทำเพียงมองเหตุการณ์ตรงหน้ายิ้มๆ รอดูว่าสหายจะจัดการเื่นี้เช่นไร
“เ้าแตะต้องตัวบุรุษ” มองใบหน้างดงามไร้อารมณ์ความขุ่นมัวในใจิเทียนก็ทุเลาลง น้ำเสียงดีขึ้นมาเล็กน้อยเด็กหนุ่มผู้นี้บางทีอาจจะไม่รู้ความผิดของตนจริง ๆ ก็ได้
“ข้าได้ยินคำพูดนี้มาสองครั้งแล้วหากสิ่งที่้าจะพูดมีเพียงแค่นี้ ข้าขอตัว” พูดจบก็คิดจะหันหลังเดินหนีไปอีกครั้งแต่ประโยคถัดมาทำเอาเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก
“เ้าต้องแต่งงานกับข้า”
เฟยอี้หลินหันขวับกลับมา สายตาซอกแซกหาแววล้อเล่นในดวงตาของอีกฝ่ายแต่เหมือนว่าจะไม่มี
น้ำเสียงไม่มั่นใจพูดออกไปว่า“ท่านพูดจริง?”
“ข้าเหมือนคนล้อเล่นหรือ”
“มะ ไม่...ท่านไม่น่าจะใช่คนที่ชอบพูดล้อเล่น”ยกมือขึ้นโบกไปมา หน้าตาตื่น
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามที่พูดข้าจะส่งแม่สื่อไปพูดคุยหาฤกษ์แต่งงาน” เฟยอี้หลินยังคงมึนงง เขาหันไปหาอาซินเพื่อ้ายืนยันคำตอบ
อาซินพยักหน้า ใบหน้าแสดงออกว่าอยากจะร้องไห้เต็มที
“อาซินข้าแค่แตะต้องตัวบุรุษผู้นี้ถึงกับต้องแต่งงานเลยหรือแต่ข้าเป็บุรุษ หรือว่าบุรุษไม่สามารถแตะต้องตัวกันได้” อาซินประมวลคำถามที่ถูกส่งออกมายาวเหยียดจับคุณชายน้อยเอาไว้แน่นสีหน้าจริงจัง
เอ่ยเสียงเบาว่า
“ไม่ใช่เ้าค่ะไม่ใช่ว่าบุรุษห้ามััตัวบุรุษด้วยกัน”
“ถ้างั้นเหตุใด...” เขายัง้าจะถามต่อแต่ประโยคถัดมาของอาซินทำเฟยอี้หลินพูดไม่ออกเข้าใจเื่ทุกอย่างขึ้นมาทันที
“เพราะคุณชายเป็เกอเ้าค่ะ เกอที่ถึงวัยออกเรือนไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องบุรุษอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวถ้าหากเผลอไปแตะต้องเข้าไม่ว่าจะด้วยตั้งใจหรือไม่ต้องแต่งงานกันเ้าค่ะ”
เฟยอี้หลินตะลึงงัน พูดไม่ออก สองมือซึ่งจับแขนอาซินเอาไว้แน่นตกลงข้างตัวสองขาก้าวถอยหลังท่าทางเลื่อนลอย
เขาเป็เกอ บุรุษที่สามารถท้องได้ในนิยายกำลังภายในที่เคยอ่าน ๆ มา
เกอ ผู้ชายที่ท้องได้ คบกับผู้ชายด้วยกันได้
ประโยคนี้ฉายอยู่ในสมองเฟยอี้หลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ท่าทางเลื่อนลอยของคุณชายทำอาซินปวดใจ คุณชายท่านลืมไปแล้วจริง ๆใช่หรือไม่เื่ที่ตนเองเป็เกอ ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่เข้าใกล้บุรุษโดยง่าย
เพราะมัวแต่ดีใจที่เฟยอี้หลินฟื้นขึ้นมา ซ้ำยังทั้งยังร่าเริงสดใสมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนคนทั้งหมดในจวนจึงไม่มีใครสอบถามเื่ความทรงจำของเขามาจนถึงวันนี้เฟยอี้หลินก็พึ่งจะรู้ว่าตนเป็เกอ
ตอนนี้อาซินถึงพึ่งเข้าใจว่าเหตุใดคุณชายน้อยถึงได้ไม่ชอบสวมกระดิ่งข้อเท้า
อาซินตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ถามเื่ความทรงจำของเฟยอี้หลินรวมถึงจะเก็บเื่นี้เป็ความลับกับตัวไปจนตายเพราะนางไม่อยากให้คุณชายรู้สึกเป็ทุกข์
ส่วนคนที่ทำให้อาซินเป็ห่วงอยู่นั้น
เยี่ยม !! เขาเป็เกอคบกับบุรุษได้โดยที่ไม่ต้องกลายเป็พวกตัดแขนเสื้อ!!!
โลกใหม่สุดยอด ทะลุมิติสุดยอด!!!
ถ้าไม่ติดว่าเป็ถนนที่คนพลุกพล่านละก็ เขาคงจะะโโหยง ๆ วิ่งไปรอบๆ แล้ว
ความฝันที่อยากจะมีแฟนเป็ผู้ชายบรรลุผลแล้ว
ยุคจีนโบราณบันไซ
“คุณชายน้อยท่าน...” มองคุณชายซึ่งนิ่งเงียบไปไม่พูดจาอยู่นานอาซินจึงเดินเข้าไปสะกิด
คนที่สติหลุดเพราะดีใจ สั่นศีรษะเรียกสติกลับมามองหน้าอาซิน
“อาซินเ้าไม่จำเป็ต้องแสดงสีหน้าเช่นนี้” อาซินจะร้องไห้อีกแล้ว เขาแค่จะต้องแต่งงานไม่มีอะไรร้ายแรงเสียหน่อย
“แต่ว่าคุณชาย...” พูดเพียงแค่นี้ก็หันไปหาิเทียนเฟยอี้หลินมองตามสีหน้าไม่ยินดียินร้าย มือเรียวยาวตบลงบนหลังมือหญิงรับใช้
เฉินป๋อขยับเข้าไปใกล้สหายกระซิบข้างหู
“ดูเหมือนว่าเกอผู้นี้จะไม่ยินดีแต่งงานกับเ้านะ”ิเทียนคิ้วกระตุกแค่มองดูสิ่งที่เกอผู้นี้แสดงออกมาตนก็รับรู้ได้ไม่จำเป็ต้องให้สหายมาตอกย้ำ
ที่ิเทียนสามารถรับรู้ได้ว่าเฟยอี้หลินเป็เกอเพราะกำไลข้อเท้าซึ่งสวมอยู่ทั้งสองข้างสัญลักษณ์ที่เอาไว้แยกแยะเกอกับบุรุษออกจากกันถ้าสถานที่เกิดเหตุคือจุดที่ไม่มีผู้คนโดยรอบิเทียนอาจจะหาทางต่อรองและไม่คิดไปถึงเื่แต่งงานแต่เพราะสถานที่เกิดเหตุคือจุดที่คนพลุกพล่านมากที่สุดทำให้เขาต้องเอ่ยประโยครับผิดชอบออกไปอย่างไม่เต็มใจ
เพื่อปกป้องชื่อเสียงทั้งเขาและเกอตัวน้อย
โดยปกติแล้วเกอที่ถึงวัยออกเรือนไม่ควรออกมาเดินเล่นข้างนอกเพราะมักจะเป็เป้าหมายของผู้ไม่หวังดีได้ง่าย
แต่กับเกอผู้นี้ที่ดูซุ่มซ่าม ดื้อรั้น ไม่รู้จักเกรงกลัวไม่รู้ว่าทางบ้านคิดอะไรอยู่ถึงได้ปล่อยให้ออกมาเดินเล่นข้างนอกพร้อมหญิงรับใช้ที่ดูไม่ได้เื่
“อี้เออร์!?” เสียงคุ้นเคยจากด้านหลังทำให้เฟยอี้หลินหันหลังกลับไปพอเห็นหน้าคนเรียกเท้าน้อย ๆ ของเขาก็รีบวิ่งไปหาชายผู้นั้นทันที
“พี่ใหญ่!!”ะโเข้าไปกอดพี่ชายเต็มรักเฟยอี้หลงกอดน้องชายตอบ มองบุรุษสองคนซึ่งยืนคุยกับน้องชายเมื่อครู่
“ิเทียน?” คนถูกเรียกพยักหน้าเดินเข้าไปใกล้“เหตุใดมาอยู่กับน้องชายของข้าได้”
“น้องชายเ้า?” ก้มมองคนที่กอดพี่ชายไม่ปล่อยท่าทางน่าเอ็นดูนี่คือมีที่พึ่งแล้วถึงได้แสดงท่าทางเช่นนี้ช่างแตกต่างจากเกอที่ยืนต่อล้อต่อเถียงกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวยิ่งนัก “เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินว่าเ้ามีน้องชายคนอื่นนอกจากเฟยอี้หลัน”
ท่าทางเช่นนี้คือชายที่ปฏิบัติต่อน้องชายเช่นนั้นหรือ กับเฟยอี้หลันเขาก็ไม่เคยเห็นว่าเฟยอี้หลงจะมีท่าทีปกป้องมากถึงเพียงนี้
“เป็เช่นนั้น น้องชายที่ห่างจากข้าเจ็ดปี” ิเทียนรู้จักนิสัยเฟยอี้หลงดีชายผู้นี้เป็คนจริงจังไม่มีทางพูดโกหกตนอย่างแน่นอน
“พี่ใหญ่รู้จักบุรุษผู้นี้ด้วยหรือขอรับ”
“รู้จักกันตอนที่พี่ยังเรียนอยู่ในสถานศึกษา” เขาไม่ได้พูดต่อว่าไม่ถึงกับสนิทกันเพราะ้าไว้หน้าชายหนุ่มหันไปมองิเทียนแล้วเอ่ย “เหตุใดเ้าถึงได้มายืนอยู่กับน้องชายข้า”
เขามั่นใจว่าน้องสามไม่มีทางรู้จักกับิเทียนเป็การส่วนตัวการที่คนทั้งสองยืนพูดคุยกันอยู่ต้องมีเื่บางอย่างเกิดขึ้น
“เ้าลองถามน้องชายเ้าดูสิ” ิเทียนไม่ตอบเขา้าจะดูว่า เด็กหนุ่มผู้นี้จะตอบพี่ชายตนเช่นไร
เฉินป๋อผู้ซึ่งเคยได้ััเพียงด้านจริงจังของสหายรู้สึกประหลาดใจกับประโยคล้อเล่นเช่นนี้
แต่เฟยอี้หลินไม่คิดเช่นนั้น
คนผู้นี้ผูกใจเจ็บกับเขาอย่างแน่นอนและ้าอยากรู้ว่าเขาจะกล้าพูดออกมาต่อหน้าพี่ชายหรือไม่ รู้จักข้าเฟยอี้หลินน้อยไปเสียแล้วเื่เช่นนี้ข้าหาได้กลัวไม่ ถ้าอยากจะลองดีกับความกล้าหาญของเขาก็เข้ามาเลย
“พี่ใหญ่ข้าจะแต่งกับชายผู้นี้”
เฟยอี้หลงใจนเสียอาการ ตาเบิกกว้างพูดไม่ออก