บทที่ 40 หย่าแล้ว (รีไรต์)
“อวี้เหม่ย เธอเข้าไปเก็บของกับพี่สะใภ้ในห้องนะ”
พี่ชายคนโตของเฟิงอวี้เหมยสูงถึง 180 เซนติเมตร ครอบครัวของพวกเขาเป็นหนึ่งในครอบครัวที่หาได้ยากในหมู่บ้านที่มีแรงงานจำนวนมาก ช่วงปลายปีสามารถหารายได้มากกว่า 1,000 หยวน
ถึงแม้ว่าครอบครัวเฟิงจะมีเรื่องให้ขัดแย้งกันบ้างบางครั้ง
แต่คุณยายเฟิงก็สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ดูดีให้กับลูกชายทุกคน
ทุกคนกินข้าวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่หรือเนื้อสัตว์ พวกเขาก็สามารถกินได้ทั้งนั้น
ถึงแม้จะมีความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่เคยมีความขัดแย้งที่ร้ายแรงเช่นนี้
ครอบครัวเฟิงสามัคคีกันเป็นพิเศษ
“อวี้เหม่ย เธอกลับมาแล้วเหรอ?” ลู่ชิงซุ่นเห็นเฟิงอวี้เหม่ยก็ยิ้มอย่างน่าขนลุก “แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย! วางใจเถอะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วแล้ว”
พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นจะไปแตะหน้าเฟิงอวี้เหมย
“แกคิดจะแตะต้องใครด้วยนิ้วมือสักนิ้วงั้นเหรอ?”
พี่ใหญ่ของครอบครัวเฟิงก้าวไปข้างหน้า ยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของลู่ชิงซุ่น แล้วยกตัวเขาขึ้นมาทันที
ลู่ชิงซุ่นเห็นพี่ใหญ่ของครอบครัวเฟิงก็กลัวจนขาอ่อนแรง อ้าปากร้องว่า “แม่! แม่ ช่วยผมด้วย!”
“คุณกำลังทำอะไรน่ะ นี่มันอะไรกัน?”
แม่เฒ่าลู่พุ่งเข้ามาจะฉีกทึ้งพี่ใหญ่ของครอบครัวเฟิง ทว่าเธอเป็นแค่หญิงชราตัวเล็ก ๆ จะไปสู้แรงของพี่ใหญ่ของครอบครัวฃเฟิงได้อย่างไร เขายื่นมือออกไปผลักแม่เฒ่าลู่ออกไปด้านข้างทันที
“บอกให้รู้เอาไว้เลยนะ วันนี้ที่พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อจะพาน้องสาวของฉันมาหย่ากับแก รีบเซ็นใบหย่าซะ แล้วเขียนให้ชัดเจนว่าลูกต้องเป็นของน้องสาวฉัน แล้วก็ให้ค่าชดเชยเธอมาด้วย ต่อไปก็ห้ามเข้าใกล้น้องสาวฉันอีก ไม่งั้นวันนี้ฉันจะหักขาแกทิ้งซะ”
พี่รองครอบครัวเฟิงก้าวออกมาขวางแม่เฒ่าลู่ “ถ้าวันนี้แม่ใหญ่ไม่ยอมหย่า พวกเราพี่น้องก็จะปักหลักอยู่ที่นี่ เมื่อไหร่ที่จัดการเรื่องหย่าเสร็จ เมื่อนั้นพวกเราถึงจะไป”
“หัวหน้าหมู่บ้านของเราก็อยู่ที่นี่ พวกแกกล้าทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ได้ยังไง”
แม่เฒ่าลู่หันหลังกลับไปหาลู่กว้างจวิน แต่พอมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นตัวลู่กว้างจวินเลย
เมิ่งว่านถังเห็นเฟิงอวี้เหม่ยเข้ามา เธอก็จึงบอกให้ลู่กว่างจวินกลับไปก่อน
แม่เฒ่าลู่ตะโกนใส่ลู่ชิงเหยี่ยว่า “ลู่ชิงเหยี่ย เกิดอะไรขึ้นกับแก? เห็นน้องชายตัวเองถูกคนอื่นรังแกแบบนี้ได้ยังไง?”
“แม่ อย่าทำให้ลูกชายคนที่สองของแม่ลำบากใจเลย เขาลุกขึ้นจากเตียงยังไม่ไหวเลย แม่ไม่รู้เรื่องนี้หรอก? วันนี้ที่เขามาได้ก็ให้เกียรติแม่มากแล้ว”
เมิ่งว่านถังก้าวไปข้างหน้า ปกป้องลู่ชิงเหยี่ยไว้ข้างหลัง ลู่ชิงเหยี่ยมองหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าเขาหนึ่งช่วงศีรษะ กำลังปกป้องเขาราวกับแม่ไก่ ในใจของชายหนุ่มพลันมีความรู้สึกแปลกใหม่ผุดขึ้นมา
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเข้าใจเพียงสิ่งเดียว
นั่นคือทุกอย่างต้องพึ่งพาตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งพาคนอื่นเด็ดขาด เพราะไม่มีคิดใครจะปกป้องเขา
“หุบปากเดี๋ยวนี้! แกจะเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรด้วย”
แม่เฒ่าลู่อยากเข้าไปหาลูกชาย แต่ก็เข้าไปไม่ได้ จึงทรุดตัวลงพลางร้องไห้โอดครวญ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่กับพื้น
เมิ่งว่านถังมองภาพตรงหน้าอย่างสนุกสนาน
เธอพูดอย่างเสียดายว่า “น่าเสียดาย ถ้ามีเมล็ดแตงโมสักถุงก็จะสมบูรณ์แบบแล้ว”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
ความหงุดหงิดในใจของเขากลับหายไปอย่างน่าอัศจรรย์
เฟิงอวี้เหม่ยเก็บของเสร็จแล้วก็เดินออกมา
เธอหันไปมองหน้ามองลู่ชิงซุ่นที่ถูกพี่ชายคนโตยกขึ้นมา “ไปที่ทำการหมู่บ้าน รีบไปเซ็นใบหย่าเดี๋ยวนี้”
ลู่ชิงซุ่นจ้องมองเฟิงอวี้เหมยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เพี๊ยะ!”
พี่ใหญ่เฟิงสายตาคมกริบ ยกมือขึ้นตบหน้าลู่ชิงซุ่นทันที
“ไอ้สารเลวมองน้องสาวฉันแบบนี้หมายความว่าไง? ถ้าแกยังกล้ามองน้องสาวฉันอีก คิดว่าฉันไม่กล้าควักลูกตาแกออกมาหรือไง?”
พี่ใหญ่เฟิงทรงพลังอย่างมาก ตบเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หน้าของลู่ชิงซุ่นบวมเป่งขึ้นมาทันใด
ลู่ชิงซุ่นเป็นพวกขี้ขลาด กลัวคนแข็งแกร่ง โดนตบแบบนี้ก็กลัวแล้ว
เขายอมทำตามพี่น้องของเฟิงอวี้เหมยอย่างว่าง่าย ไปที่ทำการหมู่บ้านเพื่อหย่าทันที
เฟิงอวี้เหม่ยเห็นเมล็ดพืชบนพื้นจึงตะโกนเรียกพี่ชายคนที่สอง “พี่รอง พี่สาม พวกพี่ช่วยมาขนเมล็ดพืชพวกนี้กลับไปให้พี่สะใภ้รองหน่อยได้ไหม?”
พี่น้องครอบครัวเฟิงได้ยินเรื่องของเมิ่งว่านถังตั้งแต่ระหว่างทางมาแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเมิ่งว่านถังพูดเตือนสติน้องสาวของเขา น้องสาวของเขาอาจถูกครอบครัวนี้กักขังไว้โดยที่พวกเขาไม่รู้เรื่องเลยก็ได้
ลูกชายคนเล็กของครอบครัวนี้ช่างเก่งในการแสร้งทำจริง ๆ
ที่กล้าหลอกลวงทุกคนได้ทั้งหมด
“พวกนายช่วยขนข้าวกลับไปเก็บที่บ้านด้วย”
พอพี่ใหญ่ครอบครัวเฟิงสั่ง พี่น้องคนอื่น ๆ ในครอบครัวเฟิงก็เข้ามาช่วยขนข้าวทันที
เมิ่งว่านถังขนเมล็ดพืชอย่างยากลำบาก ในขณะที่คนอื่น ๆ กลับถือไว้ในมือราวกับหิ้วตะกร้าเปล่า คล้ายกับคนไม่เหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด
พอพวกเขาเพิ่งออกจากประตู แม่เฒ่าลู่ก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นร้องไห้ครวญคราง
เธอเห็นพ่อเฒ่าลู่กำลังจะออกไปทำงาน เธอก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว กระโดดไปด้านหลัง แล้วใช้กำปั้นทุบตีเขา
“คุณมันเป็นคนไม่มีหัวใจ ลูกชายถูกรังแกก็ไม่ไปช่วย!”
พ่อเฒ่าลู่เดินหน้าต่อไปด้วยสีหน้าเฉยเมย จนกระทั่งถึงประตู หญิงชราก็ไม่ไล่ตามออกมาแล้ว
เขาถือจอบแล้วลงไปทำงานในไร่
แต่ไม่ได้เดินไปไกล กลับยืนรอภรรยาของเขาอยู่ที่หน้าประตู
ไม่นาน เสียงก่นด่าของหญิงชราก็ดังมาจากลานบ้านอีกครั้ง จากนั้นผู้หญิงผอมบางคนหนึ่งก็เดินออกมาจากบ้าน
พ่อเฒ่าลู่หันหลังกลับแล้วเดินหน้าต่อไป
ทั้งสองคนเข้าใจกันเป็นอย่างดี ไม่มีใครพูดอะไร ราวกับคุ้นเคยกับบรรยากาศเงียบงันเช่นนี้มานานแล้ว
เมิ่งว่านถังประคองลู่ชิงเหยี่ยเดินกลับบ้านอย่างเชื่องช้า
เฟิงอวี้เหม่ยและพี่น้องของเขานำของกลับไปก่อนแล้ว
“พี่สะใภ้รอง พวกเรารีบไปทำเรื่องหย่ากันเถอะ ฉันจะอุ้มเสี่ยวเป่าไปด้วย ถ้าต่อไปพี่ไปที่หมู่บ้านของพวกเรา อย่าลืมแวะมาหาฉันที่บ้านนะ”
เฟิงอวี้เหม่ยรู้สึกเสียใจเล็กน้อยย เสียใจที่เคยเข้าใจเมิ่งว่านถังผิดไป
“ถ้าเธออยู่ที่บ้านไม่ได้ ก็มาหาฉันได้นะ”
เมิ่งว่านถังรู้ว่าในยุคนี้ ผู้หญิงที่แต่งงานออกไปแล้วหากหย่าร้าง ชีวิตจะไม่ค่อยดีนัก
แต่คำพูดนี้ฟังดูไม่ค่อยดีนัก
“อย่าคิดมากเลยนะ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
เฟิงอวี้เหม่ยรู้ว่าเมิ่งว่านถังมีเจตนาดี “พี่สะใภ้รอง ฉันเข้าใจทุกคำที่พี่พูด พี่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก แม่ของฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะ”
เมิ่งว่านถังประคองลู่ชิงเหยี่ยเข้าไปในบ้าน
“คุณนอนพักผ่อนที่บ้านให้ดีนะ ฉันจะไปทำงานแล้ว”
เมิ่งว่านถังฮัมเพลงเล็กน้อยแล้วเดินออกจากบ้าน อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เธอเพิ่งออกไป ไม่นานก็มีคนมาที่บ้านของพวกเขา
“หัวหน้า คน ๆ นั้นปากแข็งมาก พวกเราถามอยู่นานก็ไม่ได้อะไรเลย พวกเขาเลยให้ผมมาขอคำแนะนำจากคุณ”
เฟิงตงหยางแอบอยู่ที่ประตูเป็นเวลานาน รอจนกระทั่งเมิ่งว่านถังออกไปแล้ว เขาถึงได้แอบเข้ามา
ลู่ชิงเหยี่ยพูดเสียงเข้ม ““เอาตัวเขาไปขังไว้ในห้องมืดก่อน อย่าไปพูดกับเขา ให้น้ำวันละแก้ว ข้าววันละชาม อย่าให้อดตายก็พอ”
“แล้วเราจะขังเขาไว้นานแค่ไหนครับ?” เฟิงตงหยางชะงัก รู้สึกว่าวิธีนี้ง่ายเกินไปหน่อย
“ขังไว้สักสิบวันครึ่งเดือนก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ครั้งนี้ คนที่ลู่ชิงเหยี่ยจับได้นั้นมาจากโรงงานเครื่องจักร ในโรงงานเครื่องจักรมีห้องทดลองอยู่แห่งหนึ่ง ห้องทดลองแห่งนี้รับผิดชอบในการวิจัยเครื่องยนต์ ผลปรากฏว่าเด็กคนนี้ขโมยแบบแปลนเครื่องยนต์ไป แต่มันปากแข็งมาก ไม่ยอมบอกว่าแบบแปลนอยู่ที่ไหน
เบื้องบนเลยส่งตัวมาให้พวกเขาดูแล
“ได้ครับ”
เฟิงตงหยางบรรลุวัตถุประสงค์แล้วกำลังจะไป
“เดี๋ยวก่อน”
ลู่ชิงเหยี่ยเรียกคนไว้
“หัวหน้า มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เฟิงตงหยางหันกลับมาถาม
ลู่ชิงเหยี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่เฟิงตงหยางไม่ทันสังเกต “ช่วยไปถามหน่อยว่าใครมีเข็มที่ใช้สำหรับฝังเข็มบ้าง หามาให้ฉันหนึ่งชุด”
ดวงตาของเฟิงตงหยางเป็นประกาย “หัวหน้า ของแบบนั้นต้องใช้ได้ผลดีมากในการสอบสวน! หัวหน้านี่มีพรสวรรค์จริง ๆ!”