บทที่ 39 กำหนดชนิดของขนมก่อนทำขาย (รีไรต์)
หลังจากทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็นั่งลงมาปรึกษากันอีกครั้ง
ก่อนอื่นต้องกำหนดชนิดของขนมแห้งที่จะขายก่อน ว่าชนิดไหนที่ทำได้ง่าย รสชาติควบคุมได้ และสามารถทำกำไรได้
ขนมปีใหม่ในเมืองเฟิงก็ไม่ต่างจากเมืองอื่นมากนัก เมล็ดแตงโมคั่ว ถั่วลิสงคั่ว ลูกอม และขนมปังกรอบเป็นสิ่งจำเป็น แน่นอนว่าจะซื้อครบหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว นอกจากนี้ยังมีลูกชิ้นทอด ขนมหวานกรอบ ขนมหวานที่แต่ละครอบครัวทำเอง
พานหงเสียปฏิเสธของทอด ถั่วลิสงคั่ว เพราะครอบครัวส่วนใหญ่สามารถทำได้ วัตถุดิบก็หาซื้อได้ง่าย ถ้าทำเองได้ก็จะไม่ออกไปซื้อ ใคร ๆ ก็รู้ว่าของที่ขายข้างนอกต้องทำกำไร
เหวยเจาเกาหัวแล้วพูดว่า “แล้ว… แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ? ที่บ้านผมยังมีถั่วลิสงอีกสองร้อยกว่าจิน ตั้งใจว่าจะคั่วขาย”
เหวยเสวี่ยพูดว่า “งั้นทำเป็นขนมถั่วลิสงไหม?”
อวิ๋นซานปฏิเสธ “ขนมพวกนี้เก็บไว้ได้ไม่นาน”
อวิ๋นโหย่วฝูพูดว่า “งั้นก็ทำถั่วลิสงคั่ว แต่คั่วให้ต่างจากคนอื่น”
เหวยเจาเงยหน้ามองอวิ๋นซาน “พี่สะใภ้ครับ ก่อนหน้านี้บอกว่าทำถั่วลิสงห้ารสได้ มันทำง่ายไหมครับ?”
อวิ๋นซานคิดสักครู่แล้วพูดกับเขาว่า “สหายเหวย เรียกฉันว่าอวิ๋นซานก็แล้วกัน ส่วนเสียวเสวี่ยเรียกฉันว่าพี่ซานก็พอ”
หืม?
คนอื่น ๆ ต่างมองไปที่เธอ โดยเฉพาะพานหงเสียที่ค่อนข้างอ่อนไหว คิดในใจว่าลูกสาวได้ยินอะไรไม่ดีเกี่ยวกับสุยอันมาอีกหรือเปล่า?
อวิ๋นซานอธิบายว่า “เป็นแค่คำเรียก ฉันชอบให้คนอื่นเรียกชื่อฉันมากกว่า เสียวเสวี่ยจะเรียกชื่อฉันก็ได้”
เหวยเจาเหลือบมองสองสามีภรรยาแวบหนึ่ง “สุยอันแก่กว่าผมไม่กี่เดือน ผมถือว่าเขาเป็นพี่ชายมาตลอด ผมกลัวว่าถ้าผมเรียกชื่อ เขากลับมาคงจะต้องต่อยผมแน่…”
เหวยเสวี่ยไม่สนใจเหวยเจา รีบเรียกพี่ซานซานทันที
อวิ๋นโหย่วฝูพูดว่า “ซานซาน ตอนนี้พวกเราร่วมมือกับครอบครัวเหวย ต่อไปลูกกับเหวยเจาก็จะมีโอกาสเจอกันบ่อย ถ้าเขาเรียกพี่สะใภ้ก็จะไม่ทำให้คนเข้าใจผิด”
พูดตรง ๆ ก็คือเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด
อวิ๋นซานพยักหน้า ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องการเรียกขานนี้อีก เรียกพี่สะใภ้ก็พี่สะใภ้
เหวยเจาถอนหายใจอย่างโล่งอก มองอวิ๋นโหย่วฝูอย่างขอบคุณ เขาลองคิดอีกมุม ถ้าตัวเขาออกไปทำงานนอกบ้านหลายปี กลับมาบ้านเห็นน้องชายตัวเองเรียกชื่อภรรยาตัวเองอย่างสนิทสนม เขาคงรู้สึกไม่สบายใจแน่
เขาถือโอกาสพูดว่า “พี่สะใภ้ คุณไม่จำเป็นต้องเรียกผมว่าสหายเหวย เรียกชื่อผมก็พอแล้ว”
อวิ๋นซานพยักหน้าเล็กน้อย
กลับมาที่เรื่องของขนมปีใหม่อย่าง ‘ถั่วลิสงห้ารส’ อวิ๋นซานคิดได้แค่เอาเครื่องเทศห้าชนิดมาต้มถั่วลิสงด้วยกัน แล้วเอาถั่วลิสงไปตากแห้ง
อวิ๋นโหย่วฝูพูดว่า “เครื่องเทศหาซื้อยาก และถ้าต้มทั้งเปลือกก็จะซึมเข้าไปได้ไม่มาก ใส่น้อยก็ไม่มีกลิ่น ใส่มากก็จะขม พ่อนึกออกอย่างหนึ่ง เมื่อไม่กี่ปีก่อน สุยอันส่งของขึ้นชื่อจากมณฑลซีมาให้พวกเราไม่ใช่เหรอ? มันเรียกว่าถั่วลิสงแห้งรสเค็ม ทั้งหอมทั้งกรอบ กินกับเหล้าอร่อยที่สุด”
พานหงเสียถาม “แล้วคุณรู้วิธีทำไหม?”
อวิ๋นโหย่วฝูตอบ “ผมคิดว่าต้องใส่เกลือแน่ ๆ ถ้าใส่แค่เกลือก็ง่ายกว่าใส่เครื่องเทศมาก เราลองต้มดูสักหน่อยก็ได้”
อวิ๋นซานพยักหน้าจดลงไปแล้วเธอก็นึกออกอีกอย่าง “ฉันอาจจะลองทำถั่วลิสงเคลือบดู”
ถั่วลิสงเคลือบเป็นสูตรที่เพื่อนร่วมงานจากมณฑลฝูเจี้ยนในชาติก่อนสอนเธอ แม้วิธีทำจะซับซ้อนหน่อย แต่รสชาติคุ้มค่า ถั่วลิสงเคลือบมีรสชาติหวาน หอม กรอบ เคี้ยวง่าย มีรสเค็มอมหวานกินแล้วเพลินมาก
ความทรงจำในตอนนั้นเธอได้กลับคืนมาทั้งหมดแล้ว เธอทำใบอนุญาตเดินทางเสร็จแล้ว เพื่อนร่วมงานกลัวว่าเธอจะกลับไปแล้วจะไม่ได้กินถั่วลิสงเคลือบก็เลยเขียนวิธีทำให้เธอ
แม้ว่าอวิ๋นซานจะไม่เคยลงมือทำ แต่เธอก็จำสูตรได้
มีถั่วลิสงแห้งสองพันธุ์ก็เพียงพอแล้ว จากนั้นพานหงเสียก็นึกถึงว่าเด็ก ๆ ชอบกินขนมหวาน พวกเขาอาจจะทำขนมหวานบางอย่างได้
อย่างไรก็ตาม ถั่วลิสงเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วจึงตัดสินใจทำถั่วตัด ในวิธีการเดียวกัน อวิ๋นซานก็ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย บอกว่าสามารถทำงาตัดได้ด้วย
ขนมสองชนิดนี้ทำง่ายมาก แค่เอามาผสมรวมกับแบะแซแล้วใส่ในแม่พิมพ์ก็เสร็จแล้ว
ตอนนี้สรุปได้แล้วว่าของที่จะทำขายมีทั้งหมดมีสี่อย่าง คือ ถั่วลิสงอบเกลือ ถั่วลิสงเคลือบ ขนมถั่วลิสงตัดและขนมงาตัด
เหวยเจาเห็นว่าขนมปีใหม่เหล่านี้ล้วนเป็นคนของครอบครัวอวิ๋นซานเป็นคนคิดจึงรู้สึกเกรงใจ เขาเพียงบอกว่าแยกกันทำดีกว่า อวิ๋นซานจึงบอกเขาว่า สองวันนี้ต้องทำตัวอย่างออกมา ถ้าทำสำเร็จก็ค่อยทำเพิ่ม ถึงตอนนั้น ถั่วลิสงสองร้อยจินของที่บ้านเขาก็คงไม่พอ ต้องให้เขากลับไปซื้อที่บ้านนอกอีก ส่วนงา แป้งสาลี แบะแซก็ต้องซื้อ งานจัดซื้อก็ให้เขารับผิดชอบไป
เมื่อเหวยเจาเห็นว่ามีงานให้ทำ เขาก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที “ได้ งานนี้ผมรับผิดชอบเอง”
หลังจากที่วางแผนการผลิตแล้ว ก็แบ่งงานกัน ทางฝั่งเหวยเจามีคนมาช่วยสี่คนส่วนอวิ๋นซานมีแค่เธอกับแม่ ส่วนพ่อเธอต้องไปทำงาน
ตอนนี้เหวยเสวี่ยกับเหวยจื้อปิดเทอมอยู่ ไม่ต้องไปโรงเรียน คนหนึ่งเรียนมัธยมปลาย อีกคนเรียนมัธยมต้น สามารถช่วยงานได้คอยล้างถั่วลิสง แกะเปลือกถั่วลิสง
อวิ๋นซานตั้งใจจะให้แม่ของเหวยเจาเป็นคนทำขนมหวานสองอย่าง ส่วนตัวเธอจะรับผิดชอบทำถั่วลิสงสองอย่าง
ส่วนเรื่องเงินทุนและการแบ่งกำไรก็ตกลงกันว่า อวิ๋นซานกับเหวยเจาเป็นผู้ถือหุ้น ลงทุนและแบ่งกำไรคนละครึ่ง
แต่เดิมเหวยเจาบอกว่าไม่ต้องมากขนาดนั้น แค่สามส่วนก็พอแล้ว แต่ถูกอวิ๋นซานคัดค้านกลับไป แม้ว่าครอบครัวอวิ๋นจะเป็นเจ้าของสูตร แต่ทางพวกเขาก็มีคนน้อย ส่วนการจัดซื้อและการขายในภายหลังต้องพึ่งพาทางฝั่งครอบครัวเหวยเป็นส่วนใหญ่
เธอคิดว่าแบ่งกันคนละครึ่ง จะทำให้ผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่ายมีกำลังใจในการทำงานมากที่สุด
หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว บ่ายวันเดียวกันพวกเขาก็เริ่มลงมือทำงานกันทันที
อวิ๋นซานกับพี่น้องครอบครัวเหวยรีบออกไปซื้อวัตถุดิบ แล้วไปที่บ้านแถวถนนเจี้ยนเซ่อ จากนั้นก็เริ่มลงมือทำ ห้องครัวที่บ้านพักเล็กเกินไปทำอะไรไม่สะดวก แถมห้องครัวก็อยู่ตรงทางเดินเพื่อนบ้านมองเห็นหมด
อย่างแรกก็ทำขนมหวานสองอย่างก่อน ส่วนถั่วลิสงเคลือบต้องใช้เวลานานหน่อย ต้องเตรียมน้ำเชื่อม แป้ง จากนั้นก็เอาเมล็ดถั่วลิสงดิบไปเคลือบ ตากลม อบในตะแกรงหมุน เติมสี ระบายความร้อน ทำขั้นตอนพวกนี้อย่างน้อยก็ครึ่งวัน ส่วนถั่วลิสงอบเกลือใช้เวลานานกว่า ต้องแช่น้ำเกลือ แล้วยังต้องตากแดด อบแห้ง เร็วสุดก็สองวัน
พวกเขาลองทำขนมถั่วลิสงตัดและขนมงาตัดสองครั้งจึงสำเร็จ ครั้งแรกควบคุมความแรงของไฟได้ไม่ดีเท่าไรทำให้ขนมไหม้ ครั้งที่สองก็ไม่มีปัญหาอะไร
ตอนที่อวิ๋นซานกำลังทำถั่วลิสงเคลือบ เหวยเจาก็พาเหวยเสวี่ยออกจากห้องครัวไปเอง เขารู้สึกว่านี่เป็นสูตรลับของครอบครัวอวิ๋นซาน ครอบครัวเขาได้เปรียบมากพอแล้ว ไม่ควรขโมยสูตรของคนอื่น
อวิ๋นซานไม่ได้คิดอะไร ส่วนพานหงเสียก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยรู้สึกชอบเหวยเจาขึ้นมาอีก
อวิ๋นซานทำถั่วตัดสำเร็จในครั้งเดียว ทุกคนหยิบมากินคนละกำมือ เหวยเสวี่ยรู้สึกหอมอร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปด้วย “พี่ซานซาน อร่อยมากเลย พวกเราทำเยอะ ๆ หน่อยนะ รับรองว่าต้องขายดีแน่ ๆ”
เหวยเจาเห็นด้วยกับน้องสาว เขาบอกว่าควรทำให้มากขึ้น ไม่เพียงแต่เด็ก ๆ เท่านั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็อยากกินมากเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าทุกคนชอบ อวิ๋นซานก็มั่นใจขึ้นมาทันที “ตกลง พวกเราทำเยอะ ๆ ขายเยอะ ๆ หาเงินฉลองปีใหม่กัน”
เวลาก่อนถึงปีใหม่เหลือไม่มากแล้ว ทั้งสามคนลงมือทำอย่างรวดเร็ว อวิ๋นซานนั่งรถแทรกเตอร์ของเหวยเจาไปยังหมู่บ้านของเขา บอกเรื่องนี้กับเฉินเจาเม่ย มารดาของเหวยเจา จากนั้นก็สอนวิธีทำขนมหวานให้เธอ วันนี้จะทำขนมออกมาก่อนสิบกว่าจิน พรุ่งนี้ค่อยนำออกไปขายเพื่อดูตลาดว่าเป็นยังไง