อาชาสง่างามมาถึงจวนแม่ทัพจ้าวแล้วร่างสูงก็ะโลงมาแล้วส่งม้าให้ผู้ดูแลนำม้าไปพักที่คอกจ้าวจิ่นสือไม่มีบ่าวคนสนิทติดตามตัวเหมือนคุณชายบ้านอื่นขนาดเคอหลิ่งหลินยังมีสาวใช้ประจำตัวแต่เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับตัวเขานัก จึงเลือกที่จะทำอะไรด้วยตนเองแต่เขายังมีพ่อบ้านตู้ที่เป็เหมือนคนดูแลเขาแบบส่วนตัวเรียกว่ามองตาก็รู้ว่าเขา้าอะไร เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็พบพ่อบ้านที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“มีอะไร”
“นายท่านสั่งมาว่าถ้าคุณชายกลับมาให้รีบไปพบที่ห้องอักษรขอรับ”
“เดี๋ยวนี้เลยรึ”
“ขอรับ”
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับแล้วเดินตรงไปที่ห้องอักษรระหว่างนั้นเขาเดินผ่านห้องพักของเคอหลิ่งหลิน อยากแวะไปดูนางเสียหน่อย แต่ก่อนออกไปเขาก็แวะไปแล้วว่างเมื่อไหร่ หรือเดินผ่านกี่ครั้งเขาก็แวะทุกทีอาจเพราะเหตุนี้ทำให้ท่านพ่อถึงต้องสั่งให้พ่อบ้านมารอแจ้งให้เขาทราบถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปหาบิดาอยู่แล้วเขาจึงตัดใจไม่ไปที่ห้องของเคอหลิ่งหลินแล้วเดินตรงไปหาท่านพ่อทันที และดูเหมือนท่านจะรออยู่ก่อนแล้วจริงๆ
“ท่านพ่อ”
“มาแล้วรึ”
แม่ทัพจ้าวเงยหน้าขึ้นแล้วปรายตาไปที่เก้าอี้กลมลูกชายนั่งลงอย่างเข้าใจความหมายพร้อมรินน้ำชาให้ตนเองการที่ไม่มีคนรับใช้อยู่ใกล้บริเวณนี้แสดงว่าท่านไม่้าให้ผู้ใดได้ยินเื่ที่จะสนทนา
“ลูกได้พบกับเหวินเฮ่าหลันแล้วสอบถามตามที่ท่านพ่อ้าทราบแล้วขอรับ” เขารายงานทันทีหลังจิบน้ำชาไปแล้ว “อย่างที่ท่านพ่อคาดคิดไว้แม้ชายแดนจะสงบเรียบร้อยดี แต่กองคาราวานขนสินค้ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติขอรับลูกคิดว่าอาจมีทหารแฝงตัวมาดูลาดเลาชายแดนของเรา”
“และอาจจะเข้าไปถึงเมืองหลวง”ผู้เป็พ่อพูดเสริม “แม้ชนเผ่าน้อยใหญ่จะยอมสวามิภักดิ์แต่ก็นิ่งนอนใจมิได้”
“ลูกก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
“หลิ่งหลินยังไม่ฟื้น หรือต่อให้นางฟื้นพ่อก็ไม่ส่งนางไปสอดแนมที่ใดอีกคราวนี้เห็นทีต้องส่งเ้าไปดูความเคลื่อนไหวของชนเผ่าโดยรอบเ้ารับมือไหวอยู่ใช่ไหม”
“แน่นอนขอรับ”ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มปรากฏ ดีใจที่ได้ช่วยงานเต็มที่ แม้เขาจะมีตำแหน่งรองแม่ทัพทว่าหลายคนยำเกรงเพราะเขาเป็บุตรชายคนเดียวของแม่ทัพจ้าวซื่อก่วงเขาหวังให้การทำงานหนักของตนนั้นได้ประกาศชื่อเสียงของตนเอง
“ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้จักเ้ามากนักปะปนไปกับเหล่าพ่อค้าสืบดูความเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วกลับมารายงานแต่หลังจากนั้นพ่อมีความคิดจะให้เ้าไป เผ่าเอ้อหลุนชุน”
“เผ่าเอ้อหลุนชุน? สายของเราเพิ่งกลับมาไม่ใช่รึท่านพ่อ”เขาเองก็นั่งฟังการรายงานของสายที่กลับมาจากเผ่าเอ้อหลุนชุนพร้อมกับบิดาของตน
“เผ่าเอ้อหลุนชุนเพิ่งเปลี่ยนผู้นำคนใหม่อายุอานามก็มากกว่าเ้าแค่สองหรือสามปีทว่ากลับมีชื่อเสียงเกรียงไกรเป็วีรบุรุษของเหล่าผู้คนในชนเผ่า นิสัยของผู้นำคนใหม่ไม่มีความยำเกรงต่อคนจากราชสำนักหากวันข้างหน้ากระด้างกระเดื่องก็จะสร้างปัญหาได้ แต่ตอนนี้ปัญหายังไม่เกิด กระโตกกระตากเข้าไปก็จะกลายเป็เผยให้เห็นว่าเราจับตามองอยู่เ้าไปในฐานะลูกของข้า ไม่ใช่ในฐานะรองแม่ทัพเพื่อสานสัมพันธ์ไมตรีอ้างว่าฝึกปรือฝีมือหรืออะไรก็ได้ เป็การเดินทางแบบส่วนตัวแต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นเ้าต้องยืดอกยอมรับว่ามิเกี่ยวข้องกับทางกองทัพเป็เด็ดขาด หน้าที่นี้เ้าจะรับไหวอยู่หรือไม่”
คำถามซ้ำอีกครั้งย้ำให้แน่ใจจ้าวจิ่นสือมิเคยหวาดกลัวสิ่งใดยิ่งได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญนี้แล้วก็ยิ่งตระหนักได้ว่าผู้เป็พ่อไว้วางใจเขามากขึ้น มิใช่เพียงในฐานะพ่อกับลูกแต่ยังเป็แม่ทัพกับรองแม่ทัพอีกด้วย
“ลูกพร้อมรับคำสั่ง”
“การศึกมิได้มีแค่จับดาบฟาดฟันศัตรูตำราพิชัยยุทธ์จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อผู้เรียนรู้เข้าใจถ่องแท้แม้ปีนี้เ้าจะอายุยี่สิบแล้วแต่ก็ยังมีนิสัยมุทะลุวู่วามขาดความสุขุมเ้ารู้ข้อบกพร่องของตนหรือไม่”
“ลูกจะปรับปรุงตนเองขอรับ”
“ดีแล้ว” แม่ทัพจ้าวพยักหน้ารับ“กลับมาเื่กองคาราวาน พ่อรู้ว่าตระกูลเหวินไม่ชอบยุ่งทางการเมือง แม้จะค้าขายกับราชสำนักมาสามชั่วอายุคนแล้วก็ตามแต่อาศัยว่าเ้าเป็สหายกับเหวินเฮ่าหลันคิดว่าคงไม่ยากที่จะแฝงตัวไปกับกลุ่มพ่อค้า”
“เื่นี้ลูกพูดคุยกับเฮ่าหลันแล้วเขายินดีรับรองลูกเข้าร่วมกับกองคาราวานขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เ้าไปพักผ่อนเถิด”
“ขอรับท่านพ่อ”
เขาประสานมือคารวะท่านพ่อแล้วหมุนตัวเดินออกไปตัดใจไม่ไปห้องของเคอหลิ่งหลินแล้วตรงดิ่งเข้าห้องของตนเอง ทั้งที่เคอหลิ่งหลินยังไม่ฟื้นท่านพ่อกลับส่งเขาแฝงตัวไปกับกองคาราวานขนสินค้า ทำให้เขาต้องอยู่ไกลคนที่เขาเป็ห่วงหรือท่านพ่อพยายามผลักไสให้เขาไปไกลจากเคอหลิ่งหลินเพื่อจะได้ตัดไฟเสียแต่ต้นลม
ชายผู้นั้นเป็ใครกันชายที่ได้หัวใจของเคอหลิ่งหลิน สองปีมานี้เขารู้ว่านางคงมีใครสักคนที่นางอยากเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อเขาคนนั้นแม้นิสัยนางจะกระโดกกระเดกโผงผางไปบ้าง แต่ก็คล้ายว่าจะพยายามทำตัวให้สุภาพอ่อนหวานแต่ก็ยังห่างไกลคำว่ากุลสตรีนัก แน่นอนว่าเขาหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นนางเพียรฝึกฝนท่องโคลงกลอนเขียนภาพหรือแม้แต่ฝึกเล่นดนตรีซึ่งนางเลือกขลุ่ย แรกๆ นางขอร้องให้เขาสอนให้ซึ่งเขาก็ยินดีสอน เขาเติบโตในรั้วในวังมาก่อนจะใช้ชีวิตชายแดนได้ร่ำเรียนกับเหล่าองค์ชายองค์หญิง เื่พวกนี้กลายเป็เื่สามัญปกติไปแล้วแต่สำหรับเคอหลิ่งหลินเป็สิ่งใหม่ที่นางเพิ่งฝึกฝนและนางก็เป็นักเรียนที่แสนจะโง่งมที่ไม่มีแววด้านนี้เอาเสียเลย
“แล้วเ้าเล่าไปถูกตาต้องใจบุรุษบ้านไหนเข้าถึงขนาดฝึกเป่าขลุ่ย เขียนภาพ แถมยังอ่านตำราโคลงกลอนต่างๆ อีก”
จ้าวจิ่นสือยังจำได้ว่าเขาล้อนางในวันหนึ่งก่อนที่นางจะหลับใหลไม่ตื่นฟื้นเช่นนี้ เขายังจำแววตาเคืองโกรธของนาง ซ้ำยังถลึงตาใส่แถมยกหมัดขึ้นข่มขู่แต่เขากลับหัวเราะร่าด้วยความดีใจที่ทำให้นางรู้ว่าเขารู้ความลับของนางอย่างนางนะรึจะอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาทำตัวเป็กุลสตรีท่วงท่าการเดินหรือรับประทานอาหาร ตลอดจนฝึกดนตรีหรือเขียนภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านแม่เคยหาอาจารย์มาฝึกสอนแต่นางก็แทบไม่สนใจเลยสักนิด จนท่านแม่อ่อนใจยอมตามใจนาง ไม่ส่งใครมาอบรมนางอีก
“เอาน่าพี่สาวอยากให้ข้าส่งเกี้ยวขนาดแปดคนหามไปรับเ้าบ่าวบ้านไหนข้าก็ยินดีช่วยเหลือให้พี่สาวได้แต่งงานออกเรือน”
นางแสร้งก้มหน้ายกหลังมือขึ้นเช็ดที่ขอบตาเขาเพียงปรายตามองก็รู้ว่านางมารยาไปอย่างนั้น พอรู้ว่าลูกไม้ของนางใช้ไม่ได้กับเขาก็กลับมาเป็เคอหลิ่งหลินคนเดิมนางกำมือแน่นข่มความโกรธ ก็แน่ละ เขามันทำตัวรู้ดีเกินไปแล้ว เคอหลิ่งหลินหันมาแล้วค่อยๆฉีกยิ้มหวานอย่างฝืนใจ แล้วเดินตรงออกไปโดยไม่ทันเห็นสีหน้าของเขาเขาเป็ห่วงนางเช่นพี่น้องห่วงใยกัน หลายปีมานี้เขาคอยเฝ้ามองดูนางเสมอแม้คนอื่นจะไม่กล้ามองเต็มสองตาเพราะหวาดกลัวชื่อเสียงของนางแต่กระนั้นนางก็เป็คนที่จิตใจอ่อนโยนและขี้สงสารคนเป็ที่สุดนางยอมเจ็บตัวเองเสียดีกว่าจะต้องลงมือฆ่าใครหากแต่เมื่อใดที่ต้องพรากลมหายใจของมันผู้นั้นนางก็กลับสงบนิ่งและดูเหี้ยมโหดอย่างที่ใครต่อใครลือกันไป
ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงแล้วเดินตรงดิ่งกลับห้องพักไม่แวะไปที่ใดอีกเมื่อไปถึงก็สั่งบ่าวรับใช้ให้เตรียมน้ำสำหรับอาบ เพราะทำตัวให้คุ้นชินกับการอยู่ค่ายทหารแม้ตอนนี้จะอยู่ในจวนแต่เขาก็จัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยตนเองขณะนั้นเขากลับคิดถึงดวงตาที่ถลึงตาจ้องมองอย่างไม่พอใจของหญิงสาวคนนั้น
“ใช่! ข้า-ต้อง-การ-งู-เป็-เป็”
เสียงของนางแว่วเข้ามาในสมองของเขาเรียกเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนหน้านี้นางพูดจาอ่อนน้อมเรียกแทนตนเองว่า ‘ข้าน้อย’ทุกคำ แสดงให้เห็นว่านางรู้ฐานะที่ต่ำกว่าเขาก่อนหน้านี้นางอาจไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร แต่เมื่อรู้แล้วกลับไม่มีท่าทีจะยอมนอบน้อมเคารพเขาสักนิด ยิ่งสีหน้าที่เขาจัดการงูตัวนั้นเขากลับยิ่งประหลาดใจว่ามีหญิงสาวที่ไม่หวีดร้องยามเจออสรพิษ
อ้อ...ไม่นับเคอหลิ่งหลินที่เที่ยวนับคนนั้นคนนี้เป็พี่เป็น้องไปทั่ว
กำลังจะเดินไปแช่ตัวในน้ำอุ่นก็นึกถึงบางสิ่งที่รบกวนเขาอยู่เขาเดินไปที่ตู้เก็บของใช้ส่วนตัว เก็บของสะสมต่างๆมือใหญ่ดึงลิ้นชักออกมาแล้วหยิบกลองป๋องแป๋งขึ้นมาดู เกือบครึ่งปีก่อน เขาได้ของขวัญประหลาดชิ้นนี้มาจากมือของเคอหลิ่งหลิน ภาพในอดีตก็หวนคืนอีกครั้ง
“อะไร?”
เขาถามด้วยความประหลาดใจที่จู่ๆวันนั้น เคอหลิ่งหลินกลับมาจากที่ไหนสักที่ที่นางไม่เคยบอกผู้ใดเย็นนั้นเขากำลังซ้อมยิงธนูอยู่ตามลำพัง แล้วนางก็เดินตรงมาพร้อมยื่นสิ่งนี้ให้
“อะไรกัน เป็ถึงรองแม่ทัพดูไม่ออกว่านี่คืออะไรรึ”นางแกว่งมือไปมา เสียงกลองป๋องแป๋งก็ดังขึ้น
“ข้ารู้ว่ามันคือกลองป๋องแป๋งแต่ยื่นให้ข้าทำไม” เขาหงุดหงิดในท่าทางพูดจากำกวมของนางนัก
“ของฝาก...มีคนฝากมาให้”
“ของฝาก? ฝากให้ข้านี่นะ!” เขาส่ายหน้าไปมา ไม่ยอมรับกลองป๋องแป๋งที่นางยื่นมาให้
“ไม่ได้นะ มีคนฝากมาให้เ้าข้ามีหน้าที่นำมาส่งให้เ้า ก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด”
“ข้าไม่ใช่เด็กเล็กๆจะได้มาเล่นกลองป๋องแป๋งเช่นนี้” เป็ผู้ใดกันที่เล่นตลกหยามเขาได้ขนาดนี้
“รับไปเถอะน่า นางตั้งใจดี อุตส่าห์เอามาให้ข้าเป็ของฝากถึงน้องชายของข้า ซึ่งข้าก็มีน้องชายคนเดียวคือเ้าเ้าก็ต้องรับของฝากชิ้นนี้ไป”
“นี่เอาข้าไปขายยังไง ถึงได้กลองป๋องแป๋งแบบนี้มา”
“เอาน่า คนที่ให้มาเป็คนดีและเป็หญิงสาวที่งดงามมากด้วยเ้ายังไม่เคยเจอนางก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจนัก เผลอๆ จะเป็เ้านั่นแหละที่เป็ฝ่ายชอกช้ำเสียดายซะเอง”
โดนนางพูดให้เสียขนาดนั้นเขาจึงจำใจรับมา ได้มาก็เก็บไว้ไม่ได้ใส่ใจ จนมาถึงตอนนี้ที่จู่ๆก็คิดถึงสิ่งนี้ขึ้นมา จะเป็นางหรือไม่นะคนที่ฝากกลองป๋องแป๋งนี้มาให้เขาดูจากที่นางไม่รู้ว่าเคอหลิ่งหลินมีฐานะที่แท้จริงอย่างไร และนางไม่รู้จักเขาหากเป็นางจริง นางก็คงเข้าใจว่า ‘น้องชาย’ที่เคอหลิ่งหลินพูดบ่อยๆ เป็เด็กชายตัวเล็กกระจ้อยร่อยเป็แน่
เขาเผลอยิ้มที่มุมปากเก็บ ‘ของฝาก’เข้าที่เดิมแล้วเดินตรงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ
หญิงสาวที่งดงาม
รู้สึกว่าเคอหลิ่งหลินจะให้ค่าหญิงสาวคนนั้นมากไปนิดสำหรับเขาแล้วนางยังห่างไกลคำว่า ‘งดงาม’ นัก ยิ่งเห็นวันนี้แล้วท่าทางเกรี้ยวโกรธเหมือนจะกินเืกินเนื้อเขา ยิ่งทำให้เขาอยากจะหัวเราะให้ลั่นห้องแค่งูตัวเดียวนางถึงกลับเปิดเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา ดื้อและหัวรั้นไม่ยอมผู้ใดบิดาของนางเป็หมอ นางได้รับถ่ายทอดความรู้จากบิดาก็ไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอันใด แม้การเป็หมอหญิงจะไม่เป็ที่ยอมรับนักแต่สำหรับเขาแล้วหากมีความรู้ความสามารถ ต่อให้เป็หญิงก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อันใดแน่นอนว่ามือขวาในสนามรบของเขาก็เป็ผู้หญิง! บิดาของเขาอาจเป็คนแปลกสักหน่อยการเลือกใช้คนมาทำงานแทนมือแทนเท้าก็เลือกที่ความสามารถมิใช่ชาติกำเนิดหรือยศศักดิ์ ไม่แปลกใจที่แต่ละคนล้วนมีที่มาแตกต่างกันเป็โจรบ้าง เป็ขโมย เป็นักย่องเบา ล้วนแล้วแต่เป็คนที่ผู้อื่นรังเกียจหากแต่ท่านพ่อก็ซื้อใจพวกเขาให้ทำงานร่วมกันได้ เช่นเดียวกับที่ได้พบเจอกับพ่อแท้ๆของเคอหลิ่งหลินที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ขุนโจรแห่งหุบเขาชิงซาน พ่อของเคอหลิ่งหลินปกป้องบิดาของเขาจนตัวตายทำให้ท่านพ่อตัดสินใจรับนางเป็บุตรบุญธรรม
ความสามารถของหญิงสาวผู้นั้นเขายังไม่ได้พิสูจน์แม้นางจะเป็หญิงชาวบ้านแต่คนเป็หมอ ควรจะสุขุมเยือกเย็น แต่นางเหมือนเด็กซุกซนมอมแมมเหลือจะกล่าวแปลกประหลาดกว่าหมอทุกคนที่เขาเคยพบเจอมา
“อีกสองวันข้าจะเอาหนังสือไปคืนท่านอยู่รอตรวจทุกหน้ากระดาษได้เลย!”
จ้าวจิ่นสือกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาไม่มั่นใจนักว่า่นั้นเขาจะอยู่ในจวนหรือไม่หรือต้องเดินทางแฝงตัวไปกับกองคาราวานพ่อค้าเร่นางเพิ่งยืมหนังสือไปเมื่อสองวันก่อน อีกสองวันจะมาคืนนางอ่านหนังสือทั้งสามเล่มจบแล้วหรือ? หรือเขาควรแสดงความใจกว้างกับนาง ยืดเวลาอีกหน่อยหรือเขาควรสั่งให้พ่อบ้านตู้เก็บตำราที่นางยืมไปให้เขาตรวจสอบก่อนทำไมแต่ละวิธีที่คิดได้ราวกับจะเป็การกลั่นแกล้งนางทั้งนั้น ไม่หรอก เขาไม่ใช่คนแบบนั้นก็เพียงแค่อยากเห็นสีหน้าของผู้หญิงที่รู้ว่าเขาคือผู้ใช้มีดสั้นปักหัวเ้างูตัวนั้น
เื่มันก็แค่นั้นเองจริงๆ.