เหมือนคำพูดจะทำให้ต้าเหลียวใมิใช่น้อยเพราะเล่นแสดงออกผ่านทางสีหน้าเช่นนั้นเขากล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า “ถ้าท่านมิคิดอะไร เหตุใดจึงมิให้พ่อหนุ่มท่านนั้นนำมันไปส่งแทนล่ะ”จากนั้นก็ชี้ไปยังเหิงเยว่
นางหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับกลับไป“ถ้าเช่นนั้นข้าจะฝากเขานำมันไปส่งให้ท่านเองแต่มันก็ต้องมีของมาแลกเปลี่ยนล่ะนะ”
“ขอบคุณขอรับ ท่านจิวซื่อ… บอกคนของท่านว่าหากมีปัญหาอันใดสามารถถามกับท่านหัวหน้าพรรคได้เลย” หลังพูดจบเขารีบยกมือคำนับและเผ่นหายไปจากระยะสายตาในทันที
“ได้ยินสิ่งที่ต้าเหลียวพูดหรือไม่เหิงเยว่”เหิงเยว่จับความได้เพียงเขาจะต้องทำอะไรสักอย่างที่หมู่บ้านพิรุณร่วงโรย เขาส่ายหน้าเพราะความจริงแล้วเขาไม่รู้ว่าหมู่บ้านนั่นอยู่ตรงไหน
“เดี๋ยวข้าจะไปจัดเตรียมโอสถใส่ถุงผ้าจากนั้นเ้าก็นำมันไปส่งให้หัวหน้าหมู่พรรคพิรุณร่วงโรยเสีย”
“หมู่บ้านนั่นอยู่หนใดกัน”
“นี่เ้าไม่รู้จักหมู่บ้านนี้อย่างนั้นหรือ” จิวซื่อแสดงอาการใออกมาเล็กน้อยเมื่อทราบว่าเหิงเยว่ไม่รู้จักทางไปหมู่บ้าน“เช่นนั้นข้าจะเขียนแผนที่ให้เ้าก็แล้วกัน”
หลังจากได้รับแผนที่และถุงผ้าที่บรรจุขวดโอสภไว้ภายในเขาใช้เวลาอยู่หนึ่งชั่วยามสำหรับการเดินทาง เหิงเยว่ไม่ได้คิดเลยว่าหมู่บ้านจะตั้งอยู่ห่างจากที่พักของจิวซื่อขนาดนี้
แม้ว่าเขาจะใช้วิชาตัวเบาขั้นต้นแล้วก็ตามแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เร็วขึ้นเท่าไหร่ เพราะพลังปราณที่อยู่ในระดับขั้นต่ำวิชาตัวเบาจึงย่นระยะการก้าวเท้าได้น้อยตามไปด้วย เหิงเยว่ทำได้เพียงย่นระยะจากสิบก้าวเหลือเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นหากพลังปราณมีระดับที่สูงกว่านี้ วิชาตัวเบาเองก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามอีกทั้งยังสามารถใช้วิชาตัวเบาในแขนงพิเศษต่าง ๆ ได้อีกด้วย
ก่อนหน้าที่เขาจะถูกทำลายแกนพลังปราณเขาสามารถใช้วิชาตัวเบาประจำสำนักของตนได้อย่างชำนาญ
“เ้าหนุ่ม หยุดก่อน”เสียงเอ่ยทักจากยามเฝ้าทางเข้าหมู่บ้านพิรุณร่วงโรยซึ่งเหิงเยว่ก็ทำตามสิ่งที่ชายวัยกลางคนพูด
“เ้ามีธุระอันใดกับหมู่บ้านของพวกข้ากัน”เหิงเยว่ได้ยินแบบนั้นก็ชูห่อผ้าขาวที่พกมาพร้อมกับยื่นจดหมายที่ถูกฉีกขาดของต้าเหลียว
“ข้านำโอสถพวกนี้มาส่งให้ข้าได้พบกับหัวหน้าหมู่บ้านของเ้าที” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของยามเฝ้าประตูทั้งสองก็เริ่มคลี่คลายลงหลังจากที่เห็นจดหมายฉบับนั้น
“เป็เช่นนั้นเองหรือพวกข้าขอขอบพระคุณ”เขากระชับหมัดเข้าฝ่ามือโค้งให้เพื่อคำนับ “เกาซุน ข้าฝากเ้านำทางเขาไปพบท่านหลี่ิที”
“ถ้าเช่นนั้น ตามข้ามาเ้าหนุ่ม” ชายนามเกาซุนเดินนำหน้าเหิงเยว่ก็เดินตามไปติด ๆ ผ่านมาไม่ถึงหนึ่งในสามเค่อก็เข้าสู่บานประตูใหญ่เหนือขึ้นไปจากประตูมีป้ายไม้สลักข้อความเอาไว้ว่า
“พรรคพิรุณร่วงโรย”
เกาซุนเดินนำไปตามทางผ่านสวนหย่อมก่อนจะมาถึงพำนักที่คาดว่าจะเป็ที่อยู่ของท่านเ้าสำนักพรรคพิรุณร่วงโรย
“ท่านหลี่ิ มีคนมาหา”เสียงดังทักออกไปในทันทีเมื่อปลายเท้าหยุดอยู่ด้านหน้าประตูไม้บานนั้นซึ่งเขาก็เคาะประตูหลังจากพูดจบ
เพียงไม่ถึงหนึ่งในสามเค่อต่อมาประตูบานนั้นก็เปิดออกปรากฏร่างสตรีในชุดผ้าแพรสีขาวไร้เสื้อคลุมให้เห็น