เยว่เหลียนรู้สึกน้อยใจที่บุตรสาวและหลายชายของนางถูกรังแกจึงเอ่ยคำพูดเช่นนั้นออกไปหานลี่กันรู้ดีว่ามารดาของตนนั้นรักท่านย่าและครอบครัวมากเพียงใดจึงได้สะกิดหยางชุนน้อยๆ เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองมารดาก่อนจะยกยิ้มอย่างรู้ความ
“มามี้ ๆเมื่อกี้ท่านกำลังจะอธิบายให้ข้าฟังว่าแมลงน่ารำคาญคือสิ่งใดตอนนี้ไม่มีเื่อันใดแล้วมามี้พอจะอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่”
หานลี่กันลูบศีรษะเด็กน้อยเบา ๆก่อนจะกลับมาจับมือของมารดาและชุนเออร์ดังเดิม
“แมลงน่ารำคาญนั้นเป็แมลงชนิดหนึ่งที่มักจะชอบทำความรำคาญให้แก่เราแม้เราจะพยายามปัดป้องแต่มันก็มีความสามารถที่จะก่อความรำคาญให้แก่เราอยู่เสมอเราจึงเรียกว่าแมลงน่ารำคาญอย่างไรล่ะ”
“เช่นนี้แล้วเราจะเป็อันตรายหรือไม่ขอรับ”
“หากเราไม่ระวังก็อาจทำให้ตัวเองเป็อันตรายได้แต่ความจริงมันก็แค่แมลงน่ารำคาญที่ไม่สามารถทำอันตรายเราได้”
“ขอรับชุนเออร์จะจำไว้.....ว่าท่านป้ารองนั้นก็เป็ดั่งแมลงน่ารำคาญที่ชุนเออร์ต้องระวังแค่นั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เสียงหานหลงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้กับคำพูดของหยางชุนบรรยากาศในห้องผ่อนคลายลงเล็กน้อย หานลี่กันจึงหันไปทางมารดาของตน
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าท่านแม่รักและเป็ห่วงท่านย่ายิ่งกว่าสิ่งใดอีกทั้งท่านโหวเองก็รักท่านไม่ต่างจากที่ท่านรักและเคารพในตัวท่านโหวอย่าให้ลูกและชุนเออร์ต้องทำให้ท่านกลายเป็คนอกตัญญูเลยนะเ้าคะ”
“ท่านยาย ๆข้าจะเติบโตเป็เด็กที่ฉลาดและไม่ถูกหลอกง่าย ๆ อย่างแน่นอนข้าจะไม่ทำให้ท่านยายต้องเป็ห่วงอีก ข้าสัญญาขอรับ”
เว่ยเหลียนกอดเด็กทั้งสองด้วยดวงตาที่ปริ่มไปด้วยน้ำตาหานหลงที่เห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเข้ามากอดมารดา น้องสาวและหลานชายของตนหานเทียนที่ยืนอยู่ด้านข้างพยักหน้าด้วยรอยยิ้มอย่างสุขใจ
เมื่อมู่หนิงหวงเห็นว่าบุตรสาวของตนใจเย็นลงแล้วสตรีมากอายุจึงได้หันไปทางเว่ยซิ่วที่ยังคงอยู่ที่เดิมนั้น
“ข้าสอนให้พี่น้องรักใคร่กันแต่ดูสิ่งที่เ้าทำนั้นกลับทำให้ครอบครัวร้อนเป็ไฟครั้งนี้เป็เ้าที่ผิดต่อชุนเออร์อย่าลืมที่เ้าได้สัญญาไว้ต่อไปหากเ้ายังมีจิตคิดคดทรยศต่อครอบครัวและพี่น้องเช่นนี้อีกดูเหมือนบ้านเดิมที่มารดาเ้าไปนั้นจะมีที่ว่างสำหรับเ้าอยู่นะ บัณฑิตจน ๆที่นั่นก็พอมีให้เ้าแต่งออกไป”
เว่ยซิ่วที่ได้ยินประโยคท้าย ๆพลันหน้าซีดก่อนจะรีบคุกเข่าลงเอาหัวโขกพื้นในทันที
“หลานผิดไปแล้วต่อไปหลานจะไม่ทำอีกแล้ว ท่านย่าโปรดอภัยด้วย”
มู่หนิงหวงมิได้กล่าวสิ่งใดแต่กลับเดินไปหาเว่ยเหลียนแล้วพากันออกไปจากโถงของเรือนโดยมีทุกคนเดินตามออกไปมีเพียงกงเยว่ที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมและมองไปทางเว่ยซิ่ว
“ท่านแม่ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ ได้โปรดอย่าไล่ข้ากลับบ้านเดิมเลยนะเ้าคะต่อไปข้าจะไม่ทำอีกแล้ว”
กงเยว่มองเว่ยซิ่วก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“รู้ตัวก็ดีแล้วครั้งนี้เ้าก็ทำเกินไป แม้หยางชุนจะมีใช่เืเนื้อเชื้อไขของลี่เออร์แต่เ้าก็มิควรทำเช่นนั้นหยางชุนเป็ถึงบุตรชายแม่ทัพหยางและเป็ถึงหลานแท้ ๆ ของเสนาบดีเซวียแม้เหล่าไท่ไท่จะไม่ลงโทษเ้าแต่ข้าเชื่อว่าตระกูลเซวียคงไม่ปล่อยเ้าไว้แน่หากรู้ว่าเ้าทำการอันใดกับหลานชายของพวกเขา”
เว่ยซิ่วถึงกับตัวสั่นเบา ๆ ‘นี่ข้าลืมนึกไปถึงเื่สำคัญเช่นนี้ได้อย่างไรกันข้านึกเพียงแต่อยากกลั่นแกล้งหานลี่กันแต่กลับลืมผู้ที่อยู่เื้ัของเด็กคนนั้นไปได้’กงเยว่ที่เห็นหน้าของเว่ยซิ่วถึงกับอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะนาง
“ครั้งนี้ที่ข้าลงโทษเ้าเพียงเท่านี้ก็เพราะเห็นแก่เ้าที่ตอนนี้ที่ไม่มีแม่คอยอยู่เคียงข้างแต่หากเ้ายังไม่ปรับปรุงตัวเองครั้งหน้าต่อให้เป็เทพเซียนก็คงไม่มีใครสามารถช่วยเ้าได้”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“สิ่งที่ข้าควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้วที่เหลือก็แล้วแต่เ้าก็แล้วกัน”
กงเยว่ค่อย ๆ เดินออกจากโถงของเรือนไปอย่างไม่เร่งรีบทิ้งไว้เพียงแต่เว่ยซิ่วและอาฮุ่ยบ่าวรับใช้คนสนิทของนางเท่านั้น
“คุณหนู”
ใบหน้าของเว่ยซิ่วบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะทำอะไรมันไม่ได้”
“แต่.....เหล่าไท่ไท่กับฮูหยิน...”
“เ้าลองไปสืบเื่เด็กคนนั้นมาให้ละเอียดข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีช่องโหว่ให้ข้าทำอะไรได้”
“เ้าค่ะ”
ไม่กี่วันหลังจากเกิดเื่อาิได้พาจื่อรั่วกลับมายังจวน หญิงสาวได้แนะนำหลายสิ่งหลายอย่างแก่เด็กหนุ่ม
“เ้าอยู่ที่นี่ต้องทำหูตาให้กว้างเข้าไว้สิ่งใดควรเตือน สิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรปกป้องนาย นั่นคือหน้าที่ที่คนอย่างพวกเราจะขาดไม่ได้”
“ขอรับ”
“ทุกวันคุณชายน้อยจะพักอยู่กับคุณหนูจนกว่าจะเจ็ดขวบคุณหนูถึงจะให้คุณชายน้อยนอนแยกห้อง เ้าที่อยู่กับพวกข้าก็ค่อย ๆเรียนรู้เื่ต่าง ๆ ไปก็แล้วกัน”
“ขอรับ”
“จงจำไว้คำสั่งของเ้านายคือเด็ดขาด”
“ขอรับ”
เมื่อสอนและสั่งทุกอย่างตามสมควรแล้วจื่อรั่วจึงได้ติดตามหยางชุนั้แ่นั้นเป็ต้นมา
ภายใต้แสงแดดอ่อน ๆสตรีในอาภรณ์เหลืองได้นั่งผ่อนคลายอารมณ์อยู่หน้าเรือนของตนไม่นานอาฮุ่ยบ่าวรับใช้คนสนิทของนางได้เข้ามากระซิบบางอย่างแก่นางพร้อมกับยื่นจดหมายให้แก่นางหญิงสาวค่อย ๆ แกะจดหมายอ่านก่อนจะยกยิ้มน้อย ๆ
“มีอะไรหรือเ้าคะคุณหนู”
“ดูเหมือนท่านแม่มีวิธีที่จะพาตัวเองกลับเข้ามาในจวนอีกครั้งแล้วล่ะ”
“อย่างไรหรือเ้าคะ”
“เื่นั้นท่านแม่ยังไม่ได้บอกข้าแต่รออีกไม่นานหรอก ข้าจะทำให้พวกมันได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับข้าและท่านแม่”
“แต่ฮูหยินจะยอมหรือเ้าคะดูเหมือนฮูหยินออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่ทำให้อนุฉินออกจากจวนไปได้”
“ฮึต่อให้เป็นางก็ไม่สามารถรั้งท่านแม่ของข้าไว้ได้อย่างแน่นอน”
“เ้าค่ะ”
เว่ยซิ่วเหม่อมองออกไปด้านหน้าอย่างอารมณ์ดี
“จริงสิเื่ที่ข้าให้เ้าไปสืบได้ความว่าอย่างไร”
“ดูเหมือนการที่คุณหนูหานรับเด็กคนนั้นเข้ามาทำให้นางผิดใจกับคุณหนูรองเซวียที่ดูแลเด็กคนนี้ก่อนอยู่แล้วเ้าค่ะ”
“อื่ม...เื่นี้เหมือนเ้าเคยบอกข้าแล้ว”
“และดูเหมือนว่าการที่นางไปเยี่ยมจวนตระกูลเซวียเมื่อครั้งก่อนนั้นทำให้เสนาบดีเซวียไม่พอใจจนถึงขั้นส่งคุณชายเซวียมาเพื่อพูดคุยกับนายท่านหานเป็การส่วนตัวด้วยนะเ้าคะ”
“ส่งคุณชายเซวียมางั้นหรือเื่นี้คงไม่ใช่เื่เล่น ๆ แล้วพวกเขาคุยอะไรกันบ้าง”
“เื่นั้นไม่มีใครทราบได้เลยเ้าค่ะคุณชายเซวียถูกนายท่านหานเรียกให้ไปคุยในห้องหนังสือ...จึงทำให้ไม่มีใครรู้เื่ที่คุยกันเ้าค่ะ”
“ดูเหมือนเื่นี้จะมีเบื้องหน้าเื้ัน่าสนุก ๆ คงจะมีเื่สนุก ๆ ให้ได้ดูอีกไม่น้อยในเมื่อตอนนี้ท่านแม่ไม่อยากให้ข้ายุ่งกับเื่ที่นางวางแผนมากนักเช่นนั้นก็ให้คุณหนูรองเซวียเป็ผู้จัดการแทนข้าไปก่อน เ้าคิดว่าอย่างไร”
“เป็เื่ที่ดีมากเ้าค่ะว่าแต่คุณหนูจะให้จัดการอย่างไรดีเ้าคะ”
“เื่นั้นไม่ต้องรีบร้อนข้าเชื่อว่าอีกไม่นานโอกาสย่อมมาถึงเราอย่างแน่นอน”
เว่ยซิ่วถึงกับฮัมเพลงขณะชมนกชมไม้หน้าเรือนจนบ่าวรับใช้ในเรือนอดที่จะขนลุกไม่ได้
“พวกเ้าว่าคุณหนูรองอารมณ์ดีเช่นนี้เป็เพราะอะไรกัน”
“ดูจากท่าทางของนางแล้วคงหาทางจัดการคุณหนูหานได้แล้วอย่างแน่นอน”
“ทำไมคุณหนูรองจึงได้ชอบรังแกคุณหนูหานกัน”
“เ้าคงมาใหม่และยังไม่รู้อะไรสินะเื่มันยาวไว้อยู่ไปนาน ๆ เ้าจะรู้เอง ตอนนี้รีบหุบปากแล้วทำงานก่อนมิเช่นนั้นเสียงฮัมเพลงของคุณหนูจะกลายเป็เสียงโอดครวญด้วยความเ็ปของเ้าแทน”
บ่าวรับใช้กระซิบกระซาบกันเบา ๆก่อนจะรีบทำงานของตนให้เสร็จแล้วหลบไป