บทที่ 18 แมวน้อยเวลาโกรธก็ข่วนคนเป็เหมือนกัน
ในจังหวะที่อวี้เจียวรู้สึกว่าตัวเองยื้อประตูตู้ไว้ไม่ไหวแล้ว แสงสีทองก็สว่างวาบออกมาจากกระเป๋าของเธออีกครั้ง
อวี้เจียวถูกบีบให้ต้องหลับตาแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ปลายจมูกเริ่มรู้สึกคัดยิบ ๆเพราะความกลัว...
เธอไม่อยากตาย
วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องและแรงดึงจากภายนอกก็หายวับไป ทุกอย่างในห้องตกอยู่ในความเงียบงัด
อวี้เจียวลืมตาขึ้นช้า ๆ เธอพบว่ากระจกวิเศษบานจิ๋วหลุดออกมาจากกระเป๋าและกำลังทอแสงอ่อน ๆ อยู่ข้างตัวเธอ
"นี่มัน..."
นิ้วเรียวขาวหยิบกระจกเล็ก ๆ นั้นขึ้นมา
ยังไม่ทันที่อวี้เจียวจะได้พิจารณาอย่างละเอียด ก็ได้ยินเสียงประตูตู้เสื้อผ้าถูกเปิดเบา ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความใ หัวใจที่เพิ่งผ่อนคลายลงก็กลับมาเต้นระส่ำอีกครั้ง
"คุณ"
กลิ่นหอมลึกลับที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นรอบกายอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นชายหนุ่มในชุดอัศวินสีดำสนิท ดวงตาของอวี้เจียวก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
ใบหน้าหล่อเหลาเย้ายวนนั้นเต็มไปด้วยความเ็า ดูเหมือนเขาจะขำกับท่าทางเซ่อซ่าของเธอ ชายหนุ่มยกริมฝีปากบางขึ้นยิ้ม แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอทันที
เมื่อเห็นเขาทำเป็ไขสือ อวี้เจียวก็เข้าใจทันที เธอยื่นมือไปตีไหล่เขาอย่างแรง
"คุณ!"
พละกำลังเพียงเท่านี้สำหรับไอเซอร์ย่อมไม่ต่างจากลูกแมวสะกิด แต่มันกลับทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบ
แต่ลูกแมวตัวน้อยอาจจะไม่รู้ตัวว่า ท่าทางของเธอในตอนนี้มันยั่วยวนแค่ไหน
นอกจากจะดูไม่ดุเลยสักนิดแล้ว กลับยิ่งทำให้คนอยากจะรังแกเธอมากขึ้นไปอีก
ไอเซอร์ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องอึดอัดใจ เขาอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาตรง ๆ
"คุณรู้ไหมว่า ทำไมพวกมันถึงไล่ตามคุณอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็สามารถหาคุณเจอได้?"
อวี้เจียวได้ยินคำพูดนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย พยายามคิดตาม
"เพราะ... ฉันปิดประตูเสียงดังไปเหรอคะ?"
ไอเซอร์ค่อย ๆ ส่ายหน้า รอยยิ้มในดวงตาลึกขึ้นเรื่อย ๆ
อวี้เจียวค่อย ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ขมวดคิ้วมองเขา "แล้วมันเพราะอะไรล่ะ?"
ในทันทีที่เสียงของเธอขาดหาย จากนั้นไอเซอร์ก็ก้มหน้าลงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รูม่านตาที่เดิมทีเป็สีแดงฉานอยู่แล้วพลันเข้มขึ้นไปอีกระดับ
หัวใจของอวี้เจียวกระตุกวูบ
จู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกเกรียว ราวกับถูกปีศาจจ้องมองอยู่
รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง
"เพราะบนตัวคุณมีกลิ่นหอมที่พิเศษมาก คุณไม่ได้กลิ่นเหรอ?"
อวี้เจียวส่ายหน้าอย่างซื่อบื้อ แถมยังก้มลงดมกลิ่นตัวเองอย่างเงอะงะ
"ตอนนี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นจากตัวคุณ เหมือนคุณตั้งใจจะ 'ยั่วยวน' พวกมันเลยนะ"
หลังจากได้ยินคำพูดของเขา อวี้เจียวใอย่างเห็นได้ชัด เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้างุนงง
แต่พอตั้งสติได้ ดวงตารูปเมล็ดแอปริคอตคู่สวยก็พลันฉายแววความโกรธแค้นออกมาทันที
"คุณพูดว่าอะไรนะ?"
ท่าทางของเธอเหมือนลูกแมวที่เคยเชื่อง ๆ ถูกแหย่จนขนลุกชัน มันยากนักที่จะไม่ทำให้คนรู้สึกแปลกใหม่
ไอเซอร์เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ตอนนี้เขาไม่เพียงไม่หยุดพูด แต่กลับยิ่งรู้สึกสนุกขึ้น
"ไม่เหมือนเหรอ? คุณต้องรู้ว่า พวกที่ไล่ตามคุณเมื่อกี้ล้วนถูกดึงดูดด้วยกลิ่นของคุณ ผมเดาว่า เพื่อนที่มาด้วยกันกับคุณก็ต้องได้กลิ่นแน่ ๆ"
"โดยเฉพาะคนคนนั้น เขาชื่ออะไรนะ?"
ไอเซอร์ทำท่าครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงพูดต่อ
"อ๋อ ใช่แล้ว เหลียงเหว่ย... คุณลองทายดูสิว่าถ้าเขาได้กลิ่นที่คล้ายกับการเรียกร้องหาคู่บนตัวคุณแล้ว ในใจเขาจะคิดอะไรอยู่?”
อวี้เจียวเบิกตากว้าง มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณกำลังพูดอะไร?"
แต่ไอเซอร์กลับไม่หยุด คำพูดที่หลุดออกจากปากยิ่งทวีความร้ายกาจ "เดาสิ เขาจะจินตนาการถึงการลวนลามคุณในความฝันหรือเปล่า ถ้ามันกลายเป็ความจริงขึ้นมา คุณจะทำยังไง?"
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้!" เสียงของอวี้เจียวสั่นเครือเล็กน้อย
"ด้วยนิสัยแบบคุณ ถึงเขาจะทำอะไรกับคุณ คุณก็คงได้แต่ถ่างขาร้องไห้อย่างไร้หนทางสินะ ตอนนั้นคุณจะพูดอะไรได้..."
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังก้องห้อง คำพูดร้ายกาจหยุดลงทันที
ไอเซอร์หน้าหันไปตามแรง ใบหน้าคมเข้มมีรอยเืซึมออกมาเล็กน้อยจากการถูกเล็บข่วน
อวี้เจียวชักมือกลับมาอย่างใ ตอนนี้เธอมองเขาด้วยความหวาดกลัว
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้..."
ที่ซีกหน้ามีความเจ็บแปลบเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวลูบผ่านรอยนั้นจนพบคราบเืจาง ๆ ไอเซอร์หลุบตามองรอยเืบนมือตัวเอง พลางขยับใบหน้าครึ่งซีกที่รู้สึกชาเล็กน้อย
อวี้เจียวมองดูท่าทางของเขา เธอยังตั้งตัวไม่ทัน
เธอรู้สึกว่าตัวเองเสียการควบคุมไปชั่วขณะ การที่ยื่นมือไปตบเขาเพราะคำพูดของไอเซอร์ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก
แต่คำพูดพวกนั้น... มันเกินไปจริง ๆ
ปีศาจหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า เมื่อดวงตาเ็าคู่นั้นสบกับสายตาของเธออีกครั้ง อวี้เจียวยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกเขาคว้าข้อมือไว้เสียแล้ว
"คุณจะทำอะไร?"
ตอนนี้เธอกลั้นไม่อยู่แล้ว น้ำเสียงมีความสะอื้นอย่างชัดเจน ดูน่าสงสารเหลือเกิน
แต่แล้วเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อชายหนุ่มถอนหายใจยาวและคลายมือที่กำข้อมือของเธอออก
"เจ็บไหม?"
"..."
อวี้เจียวยังไม่ทันตั้งตัว รวบรวมความกล้าชำเลืองมองเขาหนึ่งที แล้วกะพริบตาปริบ ๆ
"อะ...อะไรนะ?"
ไอเซอร์ดูเริ่มหมดความอดทน ข้อนิ้วที่มีหนังด้านเล็กน้อยลูบไล้ฝ่ามือแดง ๆ ของเธอเบา ๆ ด้วยท่าทางจนใจ
"แมวน้อยเวลาจวนตัวก็ข่วนคนเป็เหมือนกันนี่"
เสียงของเขาเบามาก แต่อวี้เจียวก็ได้ยินชัดเจน
ตอนนี้ใบหน้าเธอเริ่มแดง พยายามจะดึงมือออกมา แต่ไม่สำเร็จ
บรรยากาศแบบนี้ช่างอึดอัดเหลือเกิน เธอคิดครู่หนึ่งแล้วก็ทนไม่ไหว จึงเอ่ยปากถาม
“ทำไมคุณต้องทำแบบนั้นในฝัน...”
อาจเป็เพราะความฝันประหลาดเมื่อคืน อวี้เจียวเห็นเขาขยับตัวเธอก็รีบหดตัวถอยหลังทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
การกระทำนี้ตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม ทำให้ดวงตาสีแดงเข้มของเขามีความหมายบางอย่างเกิดขึ้น
"หลบหน้าผมเหรอ?"
อวี้เจียวรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา
จริง ๆ แล้วเธอรู้สึกเขินนิดหน่อย แต่อีกใจหนึ่งก็อยากขอบคุณจึงพึมพำออกไปสองคำ
"ขอบคุณ..."
"หึ"
ไอเซอร์แค่นเสียงเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ยอมรับคำขอบคุณของเธอ
อวี้เจียวได้ยินเสียงตอบรับแบบนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นทันที จ้องเขาด้วยสายตาดุดัน
การกระทำครั้งนี้ทำให้ไอเซอร์ยิ่งได้ใจ ร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มเข้าไปในตู้เสื้อผ้าอีกนิด ทำให้พื้นที่ที่แคบอยู่แล้วยิ่งแคบลงไปอีก
"คุณ... ออกไปนะ!"
อวี้เจียวเบิกตากว้างมองเขา
ตอนนี้เธอยื่นมือไปผลักเขา แต่พอมือแตะโดนตัวเขาแล้ว กลับััได้เพียงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งจนผลักไม่ขยับเลยสักนิด
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ชายหนุ่มก็อดขำไม่ได้
เขายิ้มมุมปาก แววตาเจือด้วยความขบขัน
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาเช่นนี้ อวี้เจียวก็นึกถึงความฝันเมื่อคืนอย่างรวดเร็ว
เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่กระจกวิเศษกลับมาได้ แม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง แต่ก็ยังกล้าถามเขาตรง ๆ ว่า
"เมื่อคืนนี้... เป็คุณจริง ๆ ใช่ไหม?"
"ผททำไม?" ไอเซอร์ยิ้มกว้างขึ้น แต่ยังคงไม่ยอมรับออกมาตรง ๆ