๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“น้ำขิง กำลังทำอะไรอยู่หรือลูก”
น้ำอ้อยผู้หญิงวัยสี่สิบห้าปีซึ่งทำงานเป็คนใช้อยู่ในบ้านนี้มานานกว่าครึ่งหนึ่งของอายุตนได้เดินเข้ามาทักถามหญิงสาววัยยี่สิบสามปีซึ่งกำลังนั่งดูหนังสือพิมพ์หลายฉบับอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ทางหลังบ้านอย่างคร่ำเคร่งนั้นด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวรูปร่างโปร่งบางที่มีเส้นผมยาวดำขลับใบหน้างามหมดจดและดวงตาคมซึ้งมีประกายสุกใสตีสีหน้ายุ่งๆก่อนเงยขึ้นจากเหล่ากองหนังสือที่กำลังดูอยู่เพื่อสบตากับผู้เป็แม่
“กำลังหาดูประกาศรับสมัครงานอยู่ค่ะแม่”
ฟังที่น้ำขิงตอบอย่างนั้นแล้วน้ำอ้อยก็รีบเข้าไปนั่งลงใกล้ๆลูกด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจเลย
“แม่คิดว่าเราพูดเื่นี้กันมาหลายครั้งแล้วนะลูก ทำไมน้ำขิงถึงยังไม่ยอมเข้าใจอีก”
“บอกตรงๆนะคะแม่ น้ำขิงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแม่ถึงอยากให้น้ำขิงทำงานเป็คนรับใช้เขาไปจนตายอย่างนี้ ทั้งๆที่น้ำขิงก็ดิ้นรนจนสามารถเรียนจบปริญญาตรีมาได้เป็ปีแล้ว”
น้ำขิงสบตากับผู้เป็แม่อย่างจริงจัง
น้ำอ้อยถอนใจออกมาอย่างไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ลูกเข้าใจตนได้อย่างไรดี ตัวเธอเองเป็เด็กต่างจังหวัดซึ่งเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนพอเรียนจบชั้นประถมแล้วก็ได้ติดตามรุ่นพี่ๆในหมู่บ้านเข้ามาใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบอยู่ในกรุงเทพ ในฐานะสาวโรงงานแห่งหนึ่ง ก่อนที่ความสวยของเธอจะไปเตะตาของผู้ชายคนหนึ่งเข้า
เขาเข้ามาพัวพันกับเธอจนเธอหลงรักและยอมปลงใจเป็ของเขา ก่อนจะได้รู้ว่าเขามีภรรยาและลูกอยู่แล้วพร้อมๆกับที่เธอเองก็ได้รู้ว่าตัวเองตั้งท้องกับเขา และเพราะอยากให้ลูกมีพ่อ เธอจึงยอมเข้ามาอยู่ที่บ้านของเขาตามที่ชวนแล้วก็ถูกภรรยาแต่งของเขากดให้อยู่ที่นี่แค่ในฐานะคนรับใช้ ซึ่งเธอก็เจียมตัวทนอยู่ในฐานะนี้เรื่อยมาโดยที่ไม่เคยเรียกร้องอะไร ส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะความรักที่มีต่อชายผู้เป็สามีแต่อีกส่วนหนึ่งก็นึกไม่ออกว่าจะพาลูกไปอยู่ที่ไหนดีที่จะไม่เป็อันตรายภายในสังคมที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายแบบนี้
“ก็คุณท่านกับคุณนายเขา้าอย่างนั้นนี่”
น้ำอ้อยตอบลูกออกไปด้วยความรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเธอเข้าใจความรู้สึกของลูกดี แต่ไม่รู้ว่าลูกจะเข้าใจเธอหรือเปล่า
“แล้วทำไมเราต้องทนทำตามความต้องของพวกเขาด้วยละคะแล้วความ้าของเราล่ะ”
น้ำขิงถามเสียงเครียด เธอรู้ว่าคุณท่านคือผู้ชายที่ให้กำเนิดเธอมาและเพียงเขายอมเซ็นชื่อลงในเอกสารรับรองการเกิดของเธอเท่านั้นที่พอจะยืนยันได้ว่าเขาคือพ่อของเธอนอกจากนั้นแล้วเขาก็เห็นเธอเป็ไม่ต่างอะไรจากคนใช้คนหนึ่งในบ้าน ไม่ต่างจากที่เขาก็เห็นว่าแม่เป็ นอกจากนั้นแล้วเธอกับแม่ก็ยังต้องคอยรับมือกับการหาเื่กลั่นแกล้งต่างๆนานาจากภรรยาและลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาอีกด้วย น้ำขิงรู้ว่าเป็เื่ธรรมดาที่เมียหลวงย่อมจะไม่ชอบหน้าเมียน้อย ซึ่งน้ำขิงเองก็ไม่อยากให้แม่ทนอยู่ในสภาพนี้ แต่ก็ทำไมถึงไม่มีใครเห็นด้วยกับความคิดของน้ำขิงบ้างสักคนก็ไม่รู้ แม้แต่ตัวของแม่เองก็ตาม สุดท้ายน้ำขิงจึงตัดสินใจที่จะทำตามความคิดความ้าของตัวเองโดยที่ไม่ฟังใครอีกแล้วในเมื่อมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่ตนคิดจะทำนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างใด
“พวกเขามีบุญคุณกับเรานะลูก”
น้ำอ้อยแย้งลูกเสียงอ่อน
“แม่ขา น้ำขิงว่าบุญคุณของพวกเขามันหมดไปตั้งนานแล้วจากการที่พวกเขาคอยโขกสับกลั่นแกล้งเราอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน น้ำขิงว่ามีแต่พวกเขานั้นแหละที่ยังติดค้างสิ่งที่ต้องชดใช้ให้กับเรา”
“หมายความว่านี่น้ำขิงตัดสินใจแล้วใช่ไหม ว่าจะออกไปจากบ้านหลังนี้”
“แม่อย่าห้ามน้ำขิงอีกเลยนะคะ น้ำขิงตั้งใจไว้ว่าจะหาสมัครงานดูก่อน เมื่อได้งานเป็หลักเป็แหล่งเมื่อไหร่จึงค่อยย้ายออกไป”
“แล้วนี่แม่จะบอกคุณท่านกับคุณนายว่าอย่างไร”
น้ำอ้อยกล่าวอย่างหนักใจ
“น้ำขิงบอกเองก็ได้คะแม่”
“ท่านอาจจะโกรธ”
“โกรธก็โกรธไปสิคะ แม่ออกไปอยู่น้ำขิงเลยก็ได้ อยู่กันสองคนแม่ลูก น้ำขิงไม่ปล่อยให้แม่อดตายหรอก”
สาวน้อยน้ำขิงกล่าวอย่างมุ่งมั่นทีเดียว
“แม่ไปไม่ได้หรอกลูก ยังไงแม่ก็ต้องอยู่ที่นี่”
“แม่ก็เป็ซะอย่างนี้”
น้ำขิงอ่อนใจกับความเป็คนหัวอ่อนและขี้เกรงใจคนอื่นของแม่ แม่ไม่กล้าขัดใจใครสักอย่าง แม้สิ่งนั้นมันจะเป็การทำเพื่อตัวของแม่เองก็ตาม
“น้ำขิง คุณแพรวรุ้งให้หาแน่ะ”
เสียงสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาบอก
“เขามีธุระอะไรหรือพี่จุ๋ม”
น้ำขิงหันไปถามสาวใช้รุ่นพี่คนนั้น