ตอนที่ 17: นิมิตคนบาป
ภายในห้องน้ำส่วนกลางของรีสอร์ต บรรยากาศเงียบงันปะปนกับกลิ่นชื้นของไม้ไผ่ริมแม่น้ำ สุดาภรรยาหลวงผู้บอบช้ำเดินโซซัดโซเซกอดอกตัวเองเข้าหาอ่างล้างหน้าเพื่อตั้งสติ หล่อนอยากใช้น้ำเย็นชโลมใบหน้าเพื่อดับความตึงเครียดและความหวาดระแวงค้างคาที่คอยกัดกินใจจนนอนไม่หลับตลอดหลายคืน สุดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แล่นพุ่งเข้าสู่กระดูกสันหลัง หล่อนพยายามดึงมือออกแต่เส้นผมเปียกชื้นที่ปนดินโคลนเน่าเหม็นเหนอะหนะรัดข้อมือของเธอแน่นดั่งเชือกเหนียว หล่อนร้องกรีดสุดเสียงแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกจากลำคอเงียบงัน ในกระจกนั้น หญิงสาวสภาพเน่าเปื่อยบวมน้ำแสยะยิ้มกว้างฟันดำมะเมื่อม ยื่นมือซีดไร้เลือดเข้าบีบรัดคอหอยสะกดลมหายใจของเธอให้ขาดช่วง สุดาดิ้นรนปัดป่ายมือชนขอบอ่างล้างหน้า ล้มลื่นทรุดลงกับพื้นเย็นแฉะ ละอองน้ำกระเซ็นเปียกเสื้อผ้า
เมื่อขยับตัวลุกขึ้น ภาพสยองขวัญคราบเลือดและเส้นผมกลับอันตรธานหายไป เหลือเพียงกระแสน้ำใสธรรมดาที่ไหลเอื่อยและเสียงลมหวิวเยาะหยันสะท้อนจากท่อระบายน้ำ สุดาสั่นเทิ้มกอดอกตัวเองร้องไห้ด้วยความหวาดผวาประสาทเสีย
สุดาพาร่างที่สะบักสะบอมวิ่งกำเศษเสื้อชั้นในสีหวานของรันที่เก็บได้จากสวนหิน ก้าวตรงเข้ามากลางโถงล็อบบี้กว้างขวางของรีสอร์ต คิวและพนักงานต้อนรับหลายคนกำลังยืนประชุมสรุปงานร่วมกับคนงานก่อสร้าง สุดาชูเศษผ้าเปื้อนคราบโคลนขึ้นสูงแผดเสียงประกาศกร้าวเพื่อแฉความไร้ยางอายของรันชู้รักสามีต่อหน้าทุกคนจนพนักงานทุกคนหยุดมอง
"ทุกคนหยุดฟังทางนี้!" สุดาชี้หน้าแผดเสียงประกาศกร้าวตัวสั่นระริก "นี่คือเศษเสื้อชั้นในของนังรันพนักงานต้อนรับที่พวกแกชื่นชม! ฉันเก็บมันได้จากป่าสวนหินริมน้ำยมพร้อมรอยเท้าสามีฉัน! นังรันมันลอบเริงสวาทเล่นชู้กับสามีฉันกลางแจ้งริมน้ำอย่างหน้าไม่อาย!"
พงศธรที่ก้าวเดินเข้ามาได้ยินเหตุการณ์พอดี พลันตรงเข้ากระชากเศษเสื้อชั้นในออกจากมือสุดาอย่างก้าวร้าว ชายหนุ่มขยำเศษผ้านั้นสะบัดโยนทิ้งลงสู่กระแสน้ำยมที่ไหลเชี่ยวกรากพัดหายไปทันทีต่อหน้ารวมพนักงานทุกคน
"สุดา! หยุดทำตัวเป็นบ้าไร้สาระประจานความโง่ของตัวเองสักที!" พงศธรตวาดเสียงดังชี้หน้าดุด่าอย่างไร้ความเมตตา "เอาเศษผ้าขยะสกปรกเปื้อนดินโคลนริมตลิ่งมาจัดฉากใส่ร้ายเด็กไม่มีทางสู้อย่างนี้มันน่าสมเพชนัก! ฉันรังเกียจผู้หญิงประสาทกลับแบบเธอเต็มทน!"
"จัดฉากงั้นเหรอพงศธร!" สุดาตอกกลับเสียงสั่นสะอื้น "นี่มันเสื้อชั้นในของนังรันชู้รักของคุณ! รอยเปื้อนโคลนและกลิ่นตัวมันชัดเจนขนาดนี้ คุณยังจะปกป้องมันอีกเหรอ! จิตใต้สำนึกคุณยังมีอยู่ไหม!"
"ฉันไม่ได้ปกป้องใคร!" พงศธรตะคอกเสียงกร้าว "แต่เธอทำตัวงมงายสร้างความเสียหายให้ภาพลักษณ์รีสอร์ตที่บ้านเธอใช้เงินทุนร่วมขู่ฉัน! ถ้าทนไม่ได้ก็ไสหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะ อย่ามาทำลายโครงการนี้!"
สุดาหัวเราะเยาะทั้งน้ำตา "พวกคุณสองคนปกป้องนังรันชู้รักเต็มตัวเหมือนสัตว์หลงเสน่หา! พงศธร! คุณโยนหลักฐานเสื้อชั้นในเปียกโคลนทิ้งน้ำคิดว่าจะชะล้างความจริงได้งั้นเหรอ! รอยเท้าและเสื้อชั้นในรันมันฟ้องชัดเจนว่าพวกคุณทำเรื่องต่ำๆ ที่สวนหินท้ายรีสอร์ต!"
พงศธรตวาดสุดากลับชี้หน้าอย่างเหี้ยมเกลียด "แล้วไงสุดา! ต่อให้รันเป็นชู้กับฉันจริงแล้วมันจะทำไม! สภาพเธอตอนนี้น่าสมเพชสิ้นดีเหมือนหญิงบ้าประสาทหลอน วันๆ เอาแต่จิกหัวใช้ฉันข่มเหงศักดิ์ศรีขู่ถอนทุน รันเขาอ่อนโยนดูแลฉันดีกว่าเธอร้อยเท่าพันเท่า! ถ้าอยากหย่าก็หย่าเลย ฉันจะฟ้องร้องแบ่งทรัพย์สินและถอนหุ้นส่วนก่อสร้างทั้งหมดให้รีสอร์ตนี้เจ๊งไปต่อหน้าเธอ!"
สุดากรีดร้องตอกกลับพงศธรด้วยความชอกช้ำ "คนอกตัญญู! คุณมันเห็นแก่ตัวลุ่มหลงจนกมลสันดานเปลี่ยนไปไร้ค่า!"
คิวเอ่ยปากตะคอกสมทบฝั่งพงศธรทันควัน "ใช่ครับพี่สุดา! การกระทำตกต่ำแบบนี้ทำให้ระบบงานเสียหายหมด! และเธอด้วยฝ้าย... อย่าเสี้ยมสอนพี่สุดาให้ทำตัวงี่เง่างมงายคอยกลั่นแกล้งรันพนักงานต้อนรับแสนดีแบบนี้เลย มันทำให้ฉันรู้สึกรังเกียจที่จะมีเธอเป็นคู่หมั้น!"
ฝ้ายก้าวไปประชิดคิว ตอกกลับคิวด้วยน้ำตานองหน้า "คิว! คุณทำตัวเย็นชาและหยาบคายกับฉันมาตลอดตั้งแต่รีสอร์ตนี้เริ่มสร้าง หรือเพราะคุณวางแผนลักลอบสมสู่กับนังรันชู้นี่อยู่ตลอดเวลา! สัญญาแต่งงานและเวลาสิบปีของเรามันไม่มีค่าเลยเหรอคิว! คุณกล้าด่าฝ้ายต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องชู้รักของพี่สะใภ้งั้นเหรอ? คุณลืมสัญญาของเราไปแล้วหรือไง หรือความลุ่มหลงมันบังตาคุณจนมองไม่เห็นความจริงแล้วคิว!"
คิวสวนกลับเสียงดังตึงเครียด "ฝ้าย! หยุดแสดงท่าทางประสาทเสียเรียกร้องความสนใจทีเถอะ! ฉันทำงานเหน็ดเหนื่อยทุกวันเพื่อรีสอร์ตนี้ แต่เธอกลับพาพี่สุดามาสร้างเรื่องวุ่นวายด่าทอรังแกพนักงานในล็อบบี้ต่อหน้าผู้รับเหมาและคนงาน! ภาพลักษณ์รีสอร์ตพังพินาศเพราะความอิจฉาริษยาไร้สาระของเธอเอง ถ้าเธอยังไม่หยุดพล่ามเรื่องเก่าๆ ไร้ค่า ก็ถอนหมั้นแล้วไสหัวกลับกรุงเทพฯ ไปซะ! ความงี่เง่าของเธอต่างหากฝ้ายที่ทำลายความรู้สึกของผมจนหมดสิ้น!" คิวเมินสายตาเฉยชาไร้เยื่อใยทำฝ้ายทรุดเข่าร้องไห้ช้ำชอกปางตาย
ตกกลางคืน ท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำพัดกิ่งไผ่เสียดสีสั่นสะท้านรอบห้องพัก รันใช้อาคมสะกดจิตมนตราพรายส่งนิมิตฝันสยองขวัญย้อนชาติภพทวงแค้นเข้าสู่หัวสมองสุดาขณะกำลังหลับกระสับกระส่าย สุดาฝันเห็นภาพอดีตชาติสมัยอยุธยาตอนปลาย หล่อนเป็นภรรยาหลวงผู้มีอิทธิพลคอยถือแส้คุมบ่าวไพร่รุมซ้อมเฆี่ยนตี "รัญจวน" บ่าวรับใช้ผู้ตกเป็นชู้รักสามีเปื้อนหยาดเลือดสั่นระริก สุดาสั่งการมัดมือมัดเท้าตรึงรัญจวนเข้ากับแพไม้แล้วใช้หินถ่วง โยนร่างดิ่งจมลงใต้ก้นวารีลึกแม่น้ำยม รัญจวนดิ้นรนขาดอากาศทุรนทุรายจมน้ำตาย แววตาสีเขียวขุ่นเปื่อยเน่าของผีพรายน้ำรัญจวนจ้องเขม็งสาบแช่งจะทวงแค้นทารุณกลับไปทุกชาติภพอย่างไม่ลดละ
"กรี๊ด! นังพราย! ปล่อยกู! ช่วยด้วย!" สุดาสะดุ้งตื่นกรีดร้องเสียงแหลมสูงโวยวายแสบหูสะกดความเงียบยามดึก หล่อนสติกระเจิงตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวประสาทหลอนอย่างรุนแรง
สุดาเอาแต่นั่งคู้ตัวสั่นอยู่มุมมืดริมเตียงนอน ลนลานมองไปรอบห้องพักด้วยความระแวง ฝ้ายรีบรินน้ำส่งให้ดื่มหวังปลอบโยน แต่สุดากลับตื่นตระหนกปัดแก้วน้ำดื่มจนร่วงหล่นแตกกระจายเกลื่อนพื้น เศษแก้วบาดขาร่างกายสั่นระริก หล่อนพาร่างหนีคลานเข้าไปคู้ตัวซบอยู่ในมุมมืด ร้องขอชีวิตจากผีพรายรัญจวนอย่างเสียสติ
"ฝ้าย! อย่าเอาน้ำเข้ามาใกล้พี่นะ!" สุดาร้องลนลานตัวสั่นน้ำตาไหลนองหน้า "นังพราย... มันยืนอยู่เหนือน้ำยม มันจะลากพี่ลงไปใต้ดินตม! พี่เห็นตาสีเขียวของมันจ้องมองอยู่จากน้ำเน่า! มันบีบคอพี่แน่นจนหายใจไม่ออกแล้วฝ้าย ช่วยพี่ด้วย! พี่ไม่เอาแล้ว พี่กลัว!" สุดาเพ้อลนลานลูบคอตัวเองร้องไห้เนื้อตัวสั่นงันงกดั่งคนสติวิปลาสไปจริงๆ ฝ้ายพยุงกอดสะอื้นไห้กระซิบปลอบ: "พี่สุดาคะ สงบใจก่อนค่ะ นี่น้ำสะอาดธรรมดา ไม่มีผีพรายน้ำรัญจวนที่ไหนทั้งนั้นค่ะ พี่สุดารอดแล้วค่ะ..." สุดาปัดช้อนน้ำกระแทกจนฝ้ายล้มพับ คลั่งวิ่งชนตู้เตียงปัดแจกันแตกร่วงกระจายเกลื่อนพื้น เศษแก้วบาดฝ่าเท้าสุดาเลือดซึมไหลนองพื้นห้อง
คิวและพงศธรเดินกลับเข้ามาพบเหตุการณ์พอดี คิวประคองไหล่รันที่แสร้งตื่นกลัวยืนสะอื้นหลบข้างหลัง พงศธรจ้องมองสุดาที่หมอบคลานเนื้อตัวสั่นเทาด้วยแววตาเย็นชาเกลียดชัง
"ดูสภาพเมียบ้าไร้ค่าของฉันสิฝ้าย! พาเธอกลับไปขังที่กรุงเทพฯ ด่วนเลย น่ารำคาญสิ้นดีทำลายรีสอร์ตเละเทะไปหมดแล้ว!" พงศธรตวาดเสียงแข็งกร้าวไร้ความเยื่อใยสามีภรรยา คิวและพงศธรประคองกอดรันเดินเลี่ยงหนีออกจากห้องพักไป ปล่อยให้ฝ้ายกอดสุดาที่ประสาทหลอนกอดเข่าระทมสะอื้นไห้ในความมืดที่เหน็บหนาวใต้พายุฝนกระหน่ำชะล้างน้ำตาและหยาดเลือดบนจิตใจของฝ้ายที่สิ้นหวังเจ็บช้ำใจสลายสูงสุดริมฝั่งน้ำยมมรณะนี้ในที่สุด!...
สุดานอนสะอื้นกอดเข่าระทมร้องขอความเมตตาจากผีพรายน้ำรัญจวนอย่างสิ้นสติวิปลาสชวนหดหู่ใจยิ่งยวดท่ามกลางเสียงคลื่นซัดซาดริมตลิ่งลึกเปียกปอน! ฝ้ายโอบกอดประคองร่างของสุดาไว้แน่นหนา พลางกระซิบปลอบประโลมด้วยเสียงสะอื้นไห้ที่ใกล้จะขาดใจตาย น้ำตาอุ่นๆ หยดลงเปรอะบ่าของสุดาที่ตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ความมืดมิดในค่ำคืนนี้ยาวนานประหนึ่งจะไม่มีวันพบเจอแสงตะวันอีกต่อไป