“ช่างเป็ครอบครัวที่ทำให้คนอิจฉาจริงๆเหอะๆ”
หลังจากหลิวเนี่ยนเป็ลมไป เซี่ยหลิง นิติเวชสาวก็ไม่พูดอะไรอีกขณะที่แสงไฟบนเครื่องบินค่อยๆ มืดลง ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกง่วงเป็สัญญาณบ่งบอกว่าเวลาสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
ที่น่าสังเกตคือ คุณแม่ในครอบครัวสามคน เธอไม่ตำหนิการกระทำที่รุนแรงของสามีเลยเธอเพิกเฉยต่อความเ็ปของลูกชายราวกับทุกอย่างเป็เื่ปกติ
นอกจากนี้ เธอยังแอบหยิกหูข้างขวาลูกชายเบาๆและผมสังเกตเห็นได้ชัดว่าการแสดงออกบนใบหน้าของเด็กชายเปลี่ยนไปทันที
ถ้าสัญชาตญาณของผมไม่ผิดพลาด ครอบครัวนี้น่าจะรู้อะไรบางอย่างหรือไม่ก็มีใครบางคนในสามคนนี้ที่มีบทบาทพิเศษ
และ ‘บทบาทพิเศษ’ในที่นี้ก็คือคนที่ไม่ใช่ผู้โดยสารธรรมดา อาจจะเป็ตัวตนจากฝั่งผู้โดยสารหรืออาจจะเป็หนึ่งในผู้โหยหวนก็เป็ได้
แน่นอนว่าตอนนี้การคาดเดาของผมยังไม่ค่อยชัดเจนเด็กในครอบครัวสามคนนั้นมีอะไรพิเศษหรือไม่ยังไม่สามารถยืนยันได้
สายตาและการกระทำของเขาอาจซ่อนความหมายบางอย่างหรืออาจเป็ตัวบ่งบอกถึงตัวตนที่เขามีแต่ผมยังขาดองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เื่นี้ชัดเจนขึ้น
ก่อนที่ผมจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมผมจะไม่เสี่ยงอะไรทั้งสิ้น
และในตอนนี้ผมถึงเข้าใจ ว่าถึงแม้หมอนิติเวชหญิงจะไม่ใช่คนดีแต่หากมีใครมาขัดขวางเธอในนามของความยุติธรรมก็คงเป็แค่เื่ไร้สาระเพราะในเกมนี้ไม่มีใครเป็คนดีจริงๆทุกคนล้วนมีด้านที่น่ากลัวและน่ารังเกียจด้วยกันทั้งนั้น
“ขอบคุณนะ น้องชายที่ไม่ค่อยพูดจาเหมือนฉันจะติดหนี้น้ำใจนายหนึ่งครั้ง เมื่อสักครู่เล่นสนุกเกินจนลืมกฎกติกาไปสนิทเลย”
เซี่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เกินจริงแต่สายตาของเธอยังคงแข็งกร้าว
เธอจะลืมกฎจริงหรือไม่ผมไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจกฎเหล่านี้เลยด้วยซ้ำเธออาจจะพร้อมแม้กระทั่งต่อต้านผู้ควบคุมเกม เพื่อเสพความตื่นเต้นแบบสุดขั้วนั้น
ความรู้สึกที่เธอแสวงหาเกินกว่าความท้าทายของกีฬาเอ็กซ์ตรีมใดๆผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเธออาจจะเป็คนเดียวที่ไม่กลัวกฎการตายในเกมนี้และอาจจะไม่รีบเอาตัวรอดด้วยซ้ำ แต่สนุกสนานกับมันแทน
“ไม่ต้องเกรงใจคุณไม่ได้ติดค้างน้ำใจผม ผมแค่ไม่อยากเสียเวลาเท่านั้นเอง”
พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์เดิมทีผมแค่อยากอยู่รอดอย่างเงียบๆ คนเดียวความเป็ความตายของคนอื่นไม่เกี่ยวอะไรกับผม สุดท้ายแล้วหากการกระทำโดยไม่ตั้งใจของผมช่วยชีวิตใครได้ นั่นก็เพราะเขายังไม่ถึงคราวตาย
แต่ถ้าหากโชคชะตากำหนดให้คนเ่าั้ต้องตายต่อให้ผมแสร้งทำเป็ช่วยพวกเขาก็คงไม่อาจหลีกหนีความตายจากผู้ที่กำลังโหยหวนได้หรอก
นี่คือกฎแห่งการอยู่รอดและเป็ความเชื่อเดียวที่ผมยึดถือ
“อาเมน ใกล้จะถึงเวลาแล้วบางทีความตายครั้งต่อไปอาจเป็คนบริสุทธิ์ที่อยู่ข้างเราขอให้เด็กผู้หญิงคนนี้นำพาพวกเราไปสู่แสงสว่างด้วยเถิด”
ชายชราคนนั้นว่องไวมาก
หลังจากที่เขารู้ว่าเซี่ยหลิงคือคนบ้าสุดขีดจึงเริ่มลงมือทันทีโดยไม่ลังเลใช้ภาพลักษณ์นักบวชจอมปลอมสร้างแรงจูงใจให้กับผู้อื่น
“ผมไม่ขัดข้องหรอก จะทำอะไรก็ว่ามาตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้แล้ว”
ซางจื้อหยวนไม่แน่ใจว่ากำลังประชดตนเองหรือประชดใครอยู่แต่ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ไม่ว่าจะเป็ความสงสัยในตัวเขาเองหรือในตัวนิติเวชสาวที่โผล่ขึ้นมากลางทางความลึกลับของสถานการณ์ก็ยิ่งซับซ้อนและอันตรายขึ้นเรื่อยๆ
“อืม”
หวังเฉียงผู้เป็เหมือนเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งยังคงนิ่งขรึมและตั้งใจปกป้องกวนหลิงดูเหมือนว่าเขาจะมองเด็กสาวตัวน้อยนี้เป็เหมือนน้องสาวของเขาเองไปแล้ว?
ผิ่นชวนเซี่ยยังคงยิ้มหวานและพยักหน้าตามบทบาทตัวประกอบของเธอต่อไป
“เหอะพวกแกก็แค่กลัวที่จะสงสัยเด็กนั่นล่ะสิ! ฉันไม่เชื่อหรอก เธอแค่โชคดีเท่านั้นแหละรอบแรกตรวจสอบคนที่ตายไปแล้ว รอบที่สองดันเลือกตรวจสอบคนที่ปกป้องตนเอง คิดว่าพวกเราทุกคนโง่รึไง”
ชายคนนั้นมีท่าทีไม่ยอมแพ้กลิ่นเหล้าในปากเขายังโชยออกมาอย่างรุนแรงพฤติกรรมของเขาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไปในตลาดเลย
“กูจะพูดให้ชัดเจนเลยนะผู้หญิงนั่นจะบ้าอะไรกูไม่สน แต่ถ้าแน่จริงก็ให้ไอ้ตัวใหญ่ข้างๆ นั่นลงมือสิ ฮึ!ใครจะรู้ว่ามันกับนิติเวชนั่นร่วมมือกันหรือเปล่า การตายออกจะคล้ายกันซะขนาดนั้น”
หัวหน้าครอบครัวคนนั้นพูดออกมาไม่หยุดราวกับเปิดกล่องแพนโดร่าของเขาแล้วสายตาที่ดุร้ายทำให้กวนหลิงต้องถอยหลังออกไปเล็กน้อยด้วยความกลัว
“มีปัญญาก็เข้ามาฆ่าฉันเลยสิ!”
แม้กวนหลิงพยายามทำเป็เข้มแข็ง แต่เธอยังเป็แค่เด็กแม้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ยิ่งต้องมาเผชิญหน้ากับชายขี้ขลาดที่กล้าแต่ข่มขู่คนที่อ่อนแอกว่าแบบนี้ยิ่งทำให้เห็นถึงความขี้ขลาดที่แท้จริงของเขา
“พอแล้ว ถ้าพูดเสร็จแล้วก็เงียบซะถ้านายไม่อยากตายในรอบต่อไป”
ผมเองก็เริ่มพูดมากขึ้นเหมือนกันเพราะทนไม่ได้กับคนแบบนี้ผมไม่ใช่คนที่จะพูดมากบ่อยๆ แต่เมื่อเผชิญกับคนเลวแบบนี้ใครที่ยังมีความเป็มนุษย์อยู่บ้างคงไม่สามารถอดทนได้ตลอดไปหรอก
“เหอะ...”
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคลั่งเริ่มเงียบลงแม้มันจะไม่หนาวเย็น แต่มันก็ไม่ได้ครึกครื้นเช่นกันราวกับทุกคนเริ่มยอมรับชะตากรรมที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับสถานการณ์นี้ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่การหลับใหลผมเริ่มมีความคิดชัดเจนในหัวตนเอง
ดูเหมือนว่าที่ชายคนนั้นไม่ยอมลดละก็เพราะตอนที่หวังเฉียงฆ่าคนครั้งแรกมันเด็ดขาดเกินไป
จากนั้น เนื่องจากวิธีการตายครั้งที่สองคล้ายกันมากเขาจึงสรุปทันทีว่าหวังเฉียงเป็หนึ่งในพวกผู้โหยหวนและไม่คิดว่ามันอาจเป็การใส่ร้ายเลย
โดยเฉพาะในกรณีที่มีนิติเวชอยู่ด้วยชายคนนั้นเชื่อว่าหวังเฉียงฆ่าคนในครั้งแรกจากนั้นแกล้งทำเป็ถูกกล่าวหาในครั้งที่สอง เพื่อเรียกคะแนนสงสารและความเห็นใจ
และเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญอยู่เซี่ยหลิงจึงสามารถใช้ความลำเอียงส่วนตัวของเธอเพื่อปกปิดความจริงและเบี่ยงเบนข้อสงสัยไปยังคนอื่นได้นั่นเอง
นอกจากนี้เพราะความสัมพันธ์ที่หวังเฉียงผูกพันกับกวนหลิงทำให้เด็กสาวที่ครั้งหนึ่งดูไร้ข้อสงสัยกลับน่าสงสัยยิ่งขึ้น แม้ความคิดและการคาดเดานี้จะเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและมืดมนก็ตาม
เมื่อรวมกับท่าทีที่ไม่ชัดเจนของซางจื้อหย่วนความกระตือรือร้นในการชักนำเกมของชายชรา ท่าทีคลุมเครือของผิ่นชวนเซี่ยและความดื้อรั้นของครอบครัวสามคน รวมถึงข้อสงสัยในตัวเด็กชายผมรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดมนขึ้น
ถ้าตัดหลิวเนี่ยนที่ไม่มีอะไรน่าสงสัยทิ้งไปผมคิดว่าคนที่ควรสงสัยที่สุด เกรงว่าจะเป็หนึ่งในครอบครัวสามคน และไอ้ซางจื้อหย่วนนี่
ที่สำคัญผมรู้สึกว่าในซางจื้อหย่วนกับผิ่นชวนเซี่ยอาจมีหนึ่งคนเป็ผู้โหยหวน
ส่วนอีกคนหนึ่ง หากไม่ตายไปแล้ว ก็อาจแกล้งทำเป็ว่าพวกเขายังอยู่กันครบทุกคนหรือไม่ก็มีความเป็ไปได้ที่แย่ที่สุด คนคนนั้นยังคงซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพวกเราเล่นเกมอย่างเงียบๆ รอจังหวะที่เหมาะสมนั่นเอง
เหมือนกับหมาป่าที่ซ่อนตัวในเกมแวร์วูฟสามารถฆ่าคนได้อย่างไร้ร่องรอย
แม้แต่คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญสักคำหนึ่งหรือสายตาที่ไม่ตั้งใจอาจจะนำไปสู่การตายของผู้เล่นคนหนึ่งได้อย่างไม่คาดคิดเลยก็ได้
เวลาสามชั่วโมงที่ใช้สำหรับพักฟื้นผ่านไปอย่างรวดเร็วแม้จะดูเหมือนนาน แต่ก็สิ้นสุดลงในพริบตา
“ตื่นเต้นจังเลย...”
ก่อนที่จะเข้าสู่การหลับใหล ผมได้ยินคำพูดนี้ที่เหมือนกับการออดอ้อนผิ่นชวนเซี่ยยังคงแสดงตัวเป็สาวน้อยน่ารักแต่สายตาของเธอกลับแฝงความหมายที่แตกต่างออกไป
ในชั่วพริบตา ระหว่างที่ผมกึ่งหลับกึ่งตื่นภาพเหตุการณ์ต่างๆ แล่นเข้ามาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเลือนรางราวกับว่าผมเห็นปีศาจชั่วร้ายพุ่งเข้ามาใกล้
ผมมองเห็นทุกคนรอบตัวเลือนรางราวกับพวกเขามีเขาและปีกเหมือนปีศาจแม้จะมีบางคนที่คล้ายกับนางฟ้า แต่ใบหน้ากลับน่าเกลียดน่ากลัวและยังมีไม้กางเขนที่ชุ่มไปด้วยเืสั่นไหวไปมา…
เฮ้อ...หลังจากที่สติเริ่มกลับมาทีละน้อยทัศนียภาพโดยรอบยังคงปกคลุมไปด้วยหมอกขาว
เวลาผ่านไปอีกชั่วโมงนับจากที่ผมจำได้ และถ้าผมจำไม่ผิดผู้โหยหวนเพิ่งจะสามารถเคลื่อนไหวได้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ไม่ว่าจะเหลืออยู่หนึ่งหรือสองคนก็ตามผมหวังอย่างลึกๆ ว่าหนึ่งในคนที่เพิ่งตายไปนั้นคือผู้โหยหวนที่ไม่ชำนาญเกมนี้
ไม่อย่างนั้น เกมจะยากยิ่งกว่าที่ผมคาดคิด
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูทำให้ผมสะดุ้งทันทีความหนาวเย็นและความตื่นตระหนกที่คุ้นเคยเข้าครอบงำผมเผลอเห็นสายตาที่เย็นะเืยิ่งกว่าของเซี่ยหลิง นิติเวชสาว
“ปากเสียจริงๆ นะน้องชายแต่ก็เดาถูก... เหอะๆ ...”