นั่วหลานหลับ ๆ ตื่น ๆ ั้แ่ออกจากหนานโจว นางพบหมู่บ้านข้างทางก็เข้าไปขโมยเสื้อผ้ามาเปลี่ยนและรักษาาแไม่ให้เืออกจนผู้พบเห็นเกิดความสงสัย
พอถึงเมืองอี้นางจึงรีบหาที่พักเพื่อเตรียมตัวรักษาาแเสียก่อน แต่ไม่คิดว่าเพิ่งก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมนางกลับได้ยินเสียงคนมากมายพูดคุยถึงข่าวใหญ่
“เฮ้ เ้าได้ยินหรือไม่ว่าบุตรสาวเสนาบดีที่งามล่มเมืองกำลังจะแต่งงาน”
“ไฮ้ ข้าเพิ่งได้ยินข่าวเมื่อวานนี้เอง ไม่รู้ว่าชายคนใดที่โชคดีมีวาสนาได้รับความรักจากนาง”
“เ้าไม่รู้อะไร ข้าได้ยินคนลือกันว่าคนที่โชคดีคนนั้นเป็ถึงซื่อจื่อของจวนอ๋องเชียว”
“จริงหรือ ข้านึกแล้วเชียว ใครจะมีวาสนาคู่ควรกับนางถ้าไม่ใช่คนที่มีอำนาจเ่าั้ เฮ้อ ข้าล่ะเสียดายจริง ๆ สาวงามที่ยังไม่ออกเรือนที่เราสามารถชื่นชมความงามได้หายไปอีกคนเสียแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า ข้าว่านะ รอปีหน้าที่มีการประกวดสาวงามอันดับหนึ่งเราก็จะได้ยลโฉมคนใหม่กันแล้วล่ะ เ้าค่อยไปร่วมสนุกกับข้าเป็ไรเล่า”
“ตกลง เ้าอย่าลืมชวนข้าไปด้วยเล่า”
นั่วหลานที่ได้ยินบทสนทนาได้แต่ยืนนิ่งเหมือนหุ่น นางรู้สึกว่ามีเสียงวิ้ง ๆ ในหูของนาง จนกระทั่งนางได้ยินเสียงเสี่ยวเอ้อเดินมาสอบถาม
“นายท่าน้าทานอาหารหรือพักผ่อนขอรับ”
“ข้า้าทานอาหาร เ้ามีห้องส่วนตัวหรือไม่”
“มีขอรับ ท่านตามข้ามาเลย”
นั่วหลานเดินตามหลังเสี่ยวเอ้อขึ้นไป้า นางสั่งอาหารสองสามอย่างแล้วนั่งรอ นั่วหลานคิดทบทวนถึงสิ่งที่ได้ยินอีกครั้ง นางไม่น่าจะเข้าใจผิด ซื่อจื่อของจวนอ๋องที่ยังไม่แต่งงานมีเพียงเขา แต่ทำไมเขาไม่บอกนาง หากเขาไม่้าแต่งงานกับนางนางก็ไม่มีสิทธิ์ต่อว่าเขา เพราะนางเป็เพียงนักฆ่าของจวนเขาเท่านั้น
นั่วหลานกินอาหารอย่างเหม่อลอย กระทั่งนางกินหมดก็เรียกเก็บเงิน คราแรกนางคิดจะพักผ่อนให้ดีขึ้นกว่านี้ค่อยกลับไป แต่ตอนนี้นางอยากรู้ว่าข่าวที่นางได้ยินนั้นจริงหรือไม่ นางไม่รู้ว่าหากเป็เื่จริงนางจะรู้สึกอย่างไร นางอาจกลับไปเป็เหมือนก่อนพบเขา หรือนางอาจจะรู้สึกเ็ปบ้าง หากเขาบอกว่าไม่ใช่เื่จริง นางจะยังเชื่อใจเขาอีกได้หรือไม่ นางไม่รู้เลย
นั่วหลานออกจากโรงเตี๊ยมแล้วเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง นางพักม้าบ้างเป็ครั้งคราว แทนที่ระหว่างพักนางจะรักษาาแ นั่วหลานกลับยังคงคิดวกวนแต่เื่ข่าวการแต่งงานนั้นทุกครั้ง จนทำให้าแของนางเริ่มอักเสบในตอนที่ใกล้จะเข้าเมืองหลวงแล้ว