ตอนที่หก
เด็กน้อย
หลิงเฉินที่วิ่งออกมาจากย่านที่ผู้คนชุกชุมเพราะกลัวว่าจะมีคนแจ้งทหารมาจับตัวเขา ถึงอย่างไรเสียหลิงเฉินก็ยังเป็มีฐานะเป็ทาส ถ้าถูกทหารจับตัวได้จะเป็เื่ยุ่งยากภายหลัง
เขาจำเป็ต้องออกมาจากย่านตลาดค่ำคืนของเมืองหลวง หลังจากที่หลิงเฉินวิ่งออกมาได้สักระยะเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ถนนเล็กๆแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ได้ดูเส้นทางเพราะว่าสนใจเอาแต่วิ่งหนีอยู่ๆก็มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว
ถนนอันมืดมิดและเงียบงันดวงตาทั้งสองข้างของเขากวาดมองรอบๆอย่างช้าๆ นี่เป็ถนนเส้นเล็กๆของเมืองที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนหนักแสงไฟเองก็เช่นนี้มันมืดเสียขนาดว่าถ้าเดินไปเตะเข้ากับอันใดสักอย่างเข้าก็คงมิแปลกๆ
หลิงเฉินได้ยกนิ้วของตนเองขึ้นมาหวังจะวาดอักขระเพื่อให้แสงสว่างนำทางในที่มืดๆแห่งนี้ แต่กระนั้นหูทั้งสองข้างของเขาก็ได้ยินอันใดบางอย่างนำพาให้เขาต้องปรายตามองไปทางด้านหลัง
แม้ว่าถนนแห่งนี้จะเงียบงันและมืดมิดแต่เพราะแสงจากจันทรามันก็ยังพอจะทำให้หลิงเฉินมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของตนเองได้
เด็กหนุ่มหันหลังกับไปสนใจกับสิ่งที่อยู่ด้านหลัง สิ่งที่อยู่ด้านหลังของเขาคือเด็กน้อยเพศชายที่อายุน่าจะราวๆสักประมาณแปดถึงเก้าขวบหน้าตามอมแมมร่างกายซูบผอม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าโกโรโกโสไม่ต่างจากเขา สิ่งที่หลิงเฉินสังเกตุก็คือในมือของเด็กน้อยคนนั้นถือมีดเล่มเล็กๆที่น่าจะเอาไว้ปลอกผลไม้อยู่ ทั้งร่างกายของเด็กน้อยกำลังสั่นเทาพลางกับชี้ปลายมีดอันแหลมคมตรงมาที่หลิงเฉิน
หลิงเฉินสังเกตุร่างของเด็กน้อยผู้นี้ เขามองด้วยสายตานิ่งเฉยดุดสายน้ำนิ่งสนิท แม้ว่าในมือของเด็กน้อยผู้นั้นจะถือมีดเล่มเล็กๆอยู่แล้วแสดงเจตนาออกมาชัดเจนว่าตั้งใจจะทำร้ายเขา
ตอนนี้หลิงเฉินมีพลังิญญาภายในร่างกายแล้วเขาสามารถใช้ได้ทั้งวิชาอักขระและวิชาต่อสู้ แล้วด้วยเหตุผลใดเขาจึงต้องเกรงกลัวเด็กน้อยที่ยังจับมีดไม่แน่นเช่นนี้ด้วยล่ะ
แต่เมื่อคิดแล้วหลิงเฉินก็ อดยิ้มในใจมิได้เด็กอย่างไรเสียก็เป็เด็กคิดจะมาปล้นเขาที่แต่งกายด้วยชุดโกโรโกโสเช่นนี้
“ อันใดกันเ้าหนูหันมีดใส่ข้าเช่นนี้ ” หลิงเฉินเปล่งเสียงถามกลับไปด้วยความนิ่งเฉย
“ เ้า…เ้าส่งอาหารมานะ ” เด็กน้อยวัยแปดปีกำลังข่มขู่ด้วยเสียงสั่นๆที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว อย่างว่าแต่หลิงเฉินเลยไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กลัวท่าทางเช่นนี้ของเด็กน้อยผู้นี้หรอก
“ ฮ่าๆๆๆ นี่เ้าหนูถ้าอยากจะขู่คนอื่นก็ทำให้มันน่ากลัวหน่อยสิ!!! ”
เสียงหัวเราะของหลิงเฉินมันปลุกโทสะภายในใจของเด็กน้อยวัยแปดปีให้ปรากฏขึ้น เขาเป็บุรุษถึงแม้ว่าจะยังอายุน้อยแต่เื่ศักดิ์ศรีนั้นสำคัญฆ่าได้แต่หยามมิได้
เด็กน้อยพุ่งกระโจนเข้าไปหาหลิงเฉินด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธพลันกับะโออกมาอย่างสุดเสียง “ ย๊าก!!!! ”
ด้วยระยะห่างประมาณนึงทำให้เด็กน้อยต้องใช้เวลาวิ่งเข้าไปหาหลิงเฉินพอสมควร
“ ดี!!! ดี!!! ทั้งความมุ่งมั่นและสีหน้า ครั้งนี้ข้าจะไม่ฆ่าเ้าก็แล้วกันเด็กน้อย ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพลันฉีกยิ้มที่มุมปากก่อนที่เขาจะยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วมาเริ่มวาดอักขระอันใดสักอย่างที่เล็กๆ
เมื่อหลิงเฉินวาดเสร็จอักขระสีเขียวเปล่งแสงสว่างท่ามกลางความมืดก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้าไปหาร่างของเด็กน้อยผู้นั้นที่กำลังวิ่งใส่เขา
อักขระสีเขียวพุ่งเข้าไปในร่างกายของเด็กน้อยวัยแปดปี เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นหลังจากที่อักขระพุ่งเข้าไปในร่างกายของเด็กน้อยมันก็แสดงผลของมันออกมา ร่างกายของเด็กน้อยเริ่มเชื่องช้าลงเรื่อยๆก่อนจะหยุดลงตรงหน้าของหลิงเฉิน
ใบหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใ ทั้งชีวิตเด็กน้อยไม่เคยพบเจอเื่เช่นนี้มาก่อนอยู่ๆร่างกายก็แข็งทื่อไปเองโดยไม่สามารถขยับได้เลยสักนิด
ดวงตาของเด็กน้อยมองไปที่บุรุษตรงหน้าที่น่าจะเป็ผู้ที่กระทำเื่นี้ หลิงเฉินได้มองเด็กน้อยที่สูงเพียงท้องของเขากลับไป ดวงตาสีดำของหลิงเฉินเริ่มหรี่เล็กลงเพื่อจ้องมองอันใดสักอย่างภายในร่างกายของเด็กน้อยผู้นี้
เมื่อมองดูได้สักพักหลิงเฉินได้ยกมือของตนเองขึ้นมาลูบที่ปลายคางของตนอย่างเบาๆพลันแสดงใบหน้าครุ่นคิด
“ นี่มัน… แก่นพลังิญญาที่หายากจริงๆด้วย ข้ามองมิผิดจริงๆในร่างของเด็กน้อยผู้นี้มันมีแก่นพลังิญญาที่เหมาะกับการฝึกตน ด้วยอายุขัยเพียงแค่นี้แล้วน่าจะยังไม่เคยฝึกฝนมาก่อนแต่ข้าก็สามารถััถึงพลังิญญาที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเ้าหนูนี้ได้แล้ว ชั่งเป็คนที่มีพร์เสียจริงๆ ” หลิงเฉินพึมพำอยู่คนเดียวหลังจากมองร่างกายเล็กๆของเด็กน้อยวัยแปดปีตรงหน้า
“ นี่เ้าหนูเ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ข้าทำเมื่อครู่คืออันใดกัน ” หลิงเฉินถามกับเด็กน้อยที่ถูกพันธนาการร่างกายเอาไว้
เด็กน้อยวัยแปดปีที่กำลังถูกพันธนาการร่างกายเอาไว้เริ่มตรองดูหลังจากที่หลิงเฉินเอ่ยถาม ก่อนหน้าที่เด็กน้อยสังเกตุว่าชายผู้นี้วาดอักษรบางอย่างขึ้นมาแล้วมันก็วิ่งเข้ามาใส่ร่างกายของเขา สุดท้ายแล้วร่างกายเล็กๆของเขาก็เป็อย่างที่เห็น
“ นี่หรือว่าท่านคือผู้ใช้อักขระหรือขอรับ!!! ” เด็กน้อยร้องถามอย่างตระหนก
หลิงเฉินพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพอใจก่อนที่จะฉีกยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างออกมา เด็กน้อยผู้นี้มิได้มีเพียงแค่แก่นพลังิญญาที่หายากเท่านั้นแต่ยังมีสติปัญญาที่ถือว่าเป็เลิศ
“ เก่งมากเ้าหนู… ” เขาเอ่ยชม
“ ขออภัยข้าไม่ทราบว่าท่านจะเป็ผู้ใช้อักขระ!!!! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่!!! ขอให้ท่านไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะขอรับข้ายังมีแม่และน้องต้องดูแล!!! ” เด็กน้อยผู้นั้นกล่าวขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นกลัว หลังจากที่รู้ว่าหลิงเฉินเป็ผู้ใช้อักขระเด็กน้อยก็เริ่มรักชีวิตของตนเองขึ้นมาบ้างแล้ว
“ ไม่ต้องกลัวหรอกเ้าหนูข้าแค่้าจะใช้เ้าอันใดสักหน่อยแล้วเดี๋ยวข้าจะปล่อยเ้าไปเอง ”
“ ได้ขอรับท่านจะให้ข้าทำอันใดก็ได้ข้ายอมทำทั้งหมด!!! ”
เมื่อเด็กน้อยตอบปากรับคำหลิงเฉินก็ได้ปลดพันธนาการจากอักขระเมื่อครู่ของตนเองออกให้เห็นเด็กน้อยผู้นี้เคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
“ เอาละข้าจะให้เ้าพาข้าไปที่นึง ”
จบตอน