Chapter 18 : อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า
เมื่อแสงสว่างจางลง มินก็ได้เห็นรูปร่างของไชลด์ตัวแรกของตน มันมีความสูงประมาณสามสิบเิเ หน้าตาของมันคล้ายๆ สุนัขพันธุ์ออสเตรเลียนเชเพิร์ดที่มีขนยาวเพียงแต่หูของมันนั้นตั้งขึ้นไม่ได้งอลงอย่างออสเตรเลียนเชเพิร์ดปกติ
ขนขาวที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายของมันนั้นมีสีเทาอ่อน เมื่อต้องแสงก็พลันเปล่งประกายราวกับว่าตัวของมันทำจากเงินอย่างไงอย่างนั้น แต่กระนั้นมันก็มีขนที่มีสีที่แปลกกว่าที่อื่นซึ่งก็คือขนบริเวณปลายหูและอุ้มเท้าซึ่งเป็สีแดงเข้ม ทำให้ดูเหมือนว่ามันสวมใส่ถุงเท้าสีแดงอยู่ และที่ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจที่สุดก็ไม่หนีไม่พ้น หางของมันที่เป็พวงไฟซึ่งเป็ไฟจริงๆ เปลวไฟที่กระดิกไปมา
“บ๊อก บ๊อก” มันส่งเสียงร้องออกมา
เ้าอสูรสุนัขตัวน้อยวิ่งเข้ามาหาเขาพลางแลบลิ้นเหมือนกับว่ามันเป็เพียงสุนัขธรรมดา และทันใดนั้นเอง
ติ๊ง!
[ไชลด์]
ชื่อ: -
เทียร์: ★
แรงก์: จี
ธาตุ: ไฟ
สาย: กายภาพ
นิสัย: แน่วแน่
ความสามารถติดตัว: เฟลมบอดี้
พลังชีวิต: 30
พลังโจมตีกายภาพ: 40
พลังโจมตีเวทมนตร์: 10
พลังป้องกันกายภาพ: 25
พลังป้องกันเวทมนตร์: 20
ความเร็ว: 25
รวม: 150
“ยูไอ*ไชลด์ต่างกับของมอนสเตอร์แฮะ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ
ก้มตัวลงไปคุกเข่าข้างหนึ่งพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวเ้าหมาน้อยด้วยความเอ็นดู เพราะว่าตอนอยู่โลกเก่านั้น เขาไม่สามารถเลี้ยงหมาได้แม้จะชอบมันแค่ไหนก็ตามเนื่องจากเขาแพ้ขนหมา ทำให้เมื่อเห็นว่าตนสามารถเลือกไชลด์ที่เป็หมาได้ เขาจึงไม่รีรอที่จะเลือกตัวเลือกดังกล่าว
‘ได้เลี้ยงหมาสักทีนะเรา ตั้งชื่อแกว่าอะไรดี’ ชายหนุ่มคิดในใจ
‘เอาชื่อไทยๆ หรืออังกฤษให้ดูอินเตอร์ดีน้า’ คิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปพิมพ์ชื่อของไชลด์ของตนบนหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นอยู่กลางอากาศ
ซิลเวอร์ (Silver)
เพราะว่าขนตามตัวของไชลด์ตัวนี้ของเขามีสีเทาอ่อน เวลาโดนแสงเลยเหมือนกับว่าขนของมันเป็สีเงิน มินจึงตั้งชื่อนี้ให้กับมัน และในขณะที่มินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับชื่อที่เขาตั้งให้กับไชลด์ของเขาอยู่นั้น
“ทุกครั้งที่แรงก์ของไชลด์เลื่อนระดับ ค่าพลังต่าง ๆ จะเพิ่มแบบเฉลี่ยๆ กัน โดยในแรงก์เทียร์หนึ่งแรงก์เอ ค่าพลังรวมของไชลด์จะอยู่สูงสุดที่สี่ร้อยห้าสิบ”
เรนะกล่าวเมื่อเห็นว่าเ้านายของตนจ้องมองไปที่หน้าต่างโฮโลแกรมยูไอของไชลด์ของเขาอยู่นานสองนาน
มินพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำอธิบายของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะกดไปที่หน้าจอซึ่งเขียนเอาไว้ว่า ท่า (move)
Bite (กายภาพ) : ท่าโจมตีโดยสั่งให้ไชลด์ของท่านกัดไปที่ศัตรูเพื่อสร้างความเสียหายจากแรงกัดของขากรรไกร
Tackle (กายภาพ) : ท่าโจมตีโดยสั่งให้ไชลด์ของท่านพุ่งเข้าชนเป้าหมายโดยใช้ส่วนหัวหรือตัวกระแทก
Ember (เวทมนตร์) : ท่าโจมตีโดยสั่งให้ไชลด์ของท่านปล่อยลูกบอลไฟออกมาจากปาก (ในกรณีที่ไชลด์ของท่านเป็สายกายภาพ) ไปยังศัตรูที่กำหนด
Fire Tail (กายภาพ) : ท่าโจมตีโดยสั่งให้ไชลด์ของท่านเร่งเปลวเพลิงที่หางให้มีความร้อนแรงมากขึ้นและใช้มันฟาดไปยังศัตรู
Flame Charge (กายภาพ) : ท่าโจมตีโดยสั่งให้ไชลด์ของท่านปล่อยเปลวเพลิงครอบคลุมไปทั่วร่างกายและพุ่งเข้าใส่ศัตรู
“เหมือนได้เล่นโปเ*มอนจริงๆ เลยแฮะ”
ชายหนุ่มกล่าวออกมาพลางขำในลำคอเมื่อได้เห็นท่าที่ไชลด์ของเขาสามารถใช้ได้ กดดูรายละเอียดต่างๆ ของท่าเพื่อให้ตัวเองเข้าใจถึงกลไกการใช้งานของมันและเมื่อเห็นว่าตนทำอะไรหลายๆ อย่างเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงหันไปหาเรนะก่อนจะเอ่ยขึ้น “แล้วฉันต้องทำอะไรต่อเหรอ”
“ที่เหลือ มาสเตอร์ก็แค่ต้องสวมไอ้นี่เอาไว้”
เรนะตอบก่อนจะแบมือของเธอ เผยให้เห็นถึงแหวนเงินซึ่งมีอัญมณีสีรุ้งติดไว้อยู่ตรงกลางวง มินรับมันมาพร้อมกับลองสวมที่นิ้วกลางข้างขวาของเขา แอบประหลาดใจอยู่เล็กน้อยเนื่องจากเขาสามารถสวมมันได้อย่างพอดิบพอดี
และทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง คลื่นพลังรอบตัวต่างถาโถมไหลเข้ามาในตัวเขา ราวกับว่าปอดได้รับอากาศอันแสนจะบริสุทธิ์เป็ครั้งแรก เขารู้สึกได้ในทันทีว่าร่างกายของเขาสดชื่นขึ้นและรู้สึกว่าตัวเบาหวิวราวกับปุยนุ่น
[ขอแสดงความยินดีแก่ยูสเซอร์]
[ท่านได้เลื่อนขั้นเป็ผู้อัญเชิญเทียร์หนึ่งแรงก์จีแล้ว]
เสียงซิสเตมแสดงความยินดีกับเขาดังขึ้นในหัว มินไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เขาหันไปหาเรนะเพื่อที่จะถามบางอย่าง แต่กลับถูกอีกฝ่ายขัดขึ้นเสียก่อน
“อัญมณีบนแหวนวงนั้นเรียกว่า เจม (GEM) ย่อมาจาก Generable Enigmatic Matrix อัญมณีที่ทำมาจากคอร์ซึ่งใช้สำหรับอัญเชิญไชลด์ โดยเจมจะช่วยทำให้ลอร์ด (Lord) หรือก็คือผู้อัญเชิญสามารถแชร์พลังกับไชลด์ได้”
เมื่อมินได้ฟังอธิบายของอีกฝ่ายเสร็จสิ้น เขาจึงยกมือขึ้นมาเพื่อที่จะพิจารณาแหวนวงดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง
“ว่าแต่ฉันต้องฝึกยังไง เอาไชลด์ของฉันสู้กับไชลด์ของเธอเหรอ” เขาถาม
เพราะว่าบริวารที่เขาจะได้รับหลังจากเลือกวิชาที่จะเรียนนั้น ก็คือบริวารที่มีทักษะเดียวกับวิชาที่เขาเลือก ทำให้มินคิดว่าเรนะเองก็ต้องมีไชลด์เช่นเดียวกันกับเขา
“ไชลด์ของข้าในตอนนี้ออกจะพิเศษไปสักหน่อย ตอนนี้ท่านจึงไม่สามารถเอาไชลด์ของเราสองคนออกมาสู้กันได้” เรนะตอบ
“อ้าวทำไมละ” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เพราะไชลด์ตัวแรกของข้าไม่สามารถลงมาบนพื้นโลกได้ค่ะ” เธอตอบพลางส่งยิ้มแห้งๆ ออกมา
“เธอหมายความว่าไง” คิ้วขมวดขึ้นเพราะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายกล่าว แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะเงยหน้าพร้อมกับชี้ไปบนท้องฟ้า พร้อมอุทานออกมา “อย่าบอกนะว่าไอ้แสงทองๆ ที่อยู่ดวงจันทร์นั้นคือไชลด์ของเธออะ!”
หญิงสาวพยักหน้า “แฮะ แฮะ”
มินเบิกตากว้างพร้อมกับอ้าปากค้างด้วยความใ เขาว่าอยู่แล้วเชียวว่าเ้าแสงสีทองอันนั้นมันแปลกๆ ดาวศุกร์ที่ไหนจะมาส่องสว่างในยอมกลางวันที่พระอาทิตย์ปล่อยแสงจ้าซะขนาดนี้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าแสงนั้นก็คือไชลด์ของบริวารของเขาเอง
“ถ้ามาสเตอร์อยากสู้กับไชลด์ของข้าก็ต้องรอให้ไชลด์ตัวที่สองของข้าปลดล็อกเสียก่อนค่ะ” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยเสียงแ่เบา
“แล้วจะทำยังไงเพื่อปลดล็อกไชลด์ของเธอล่ะ” เขาถาม
“’ ง่ายนิดเดียวค่ะ ทุกครั้งที่เทียร์ของมาสเตอร์เลื่อนระดับ ไชลด์ของข้าก็จะถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติ” เธอตอบเสียงเรียบ
แต่คนที่ได้ฟังนี่สิ ถึงกับอยู่ไม่สุข ก็เพราะเขาเพิ่งจะอยู่เทียร์หนึ่งแรงก์จีสดๆ ร้อนๆ ไปเมื่อสักครู่เองนะ กว่าที่เขาจะสามารถเพิ่มพลังของตนให้ขึ้นไปยังเทียร์หนึ่งแรงก์เอได้แล้วพัฒนาไปยังเทียร์สองแรงก์จี ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่
“แล้วเอาไงล่ะทีนี้ เธอไม่มีไชลด์แล้วฉันจะฝึกยังไง ในเงื่อนไขมิชชันบอกเอาไว้ว่าให้ฉันฝึกในวันนี้สามชั่วโมง” มินถามอีกฝ่าย
“เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาค่ะ ไม่ต้องถึงมือไชลด์ของข้าหรอกมาสเตอร์” กล่าวจบ เ้าตัวก็พลันตั้งท่าเตรียมต่อสู้
“จะให้ไชลด์ของฉันสู้กับเธอเหรอ!?” เขาเบิกตากว้าง
“ไม่ใช่แค่ไชลด์เท่านั้น แต่มาสเตอร์ก็ต้องสู้กับข้าเช่นกัน” หญิงสาวตอบ
“ฮะ!?” ชายหนุ่มอุทาน ก่อนจะถามกลับในทันที “เธอหมายความว่าไง”
“ก็หมายความตามที่บอกนั่นแหละค่ะ มาสเตอร์ต้องออกมาสู้กับไชลด์ด้วย”
คิ้วของมินขมวดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย เดาะลิ้นอย่างหัวเสียก่อนจะกล่าวออกไป “ฉันเป็ผู้อัญเชิญ ทำไมฉันต้องออกไปสู้ด้วยล่ะในเมื่อมีไชลด์แล้ว”
“ลอร์ดกับไชลด์ต้องต่อสู้ร่วมกัน ยิ่งมาสเตอร์เพิ่งจะทำพันธสัญญากับไชลด์ใหม่ๆ สายสัมพันธ์เป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และวิธีที่ดีที่สุดคือการต่อสู้ด้วยกันยังไงล่ะคะ” เรนะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หา”
เขาอุทานออกมาหลังจากได้ฟังคำอธิบายของบริวารตนใหม่ของเขา แต่ก่อนที่สมองของมินจะได้ประมวลผลจากประโยคของหญิงสาว เธอก็พลันพูดขึ้น “ข้าจะเริ่มแล้วนะมาสเตอร์” ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหาเขา
“เฮ้ยเดี๋ยวดิ! เฮ้ยๆๆๆๆๆ เดี๋ยว!!”
ชายหนุ่มะโออกมาเนื่องจากทำอะไรไม่ถูก สมองคิดอะไรไม่ทัน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก และเพราะว่าเขาไม่ได้ออกคำสั่งอะไรกับซิลเวอร์ เ้าลูกหมานั่นจึงนั่งแลบลิ้นและทำหน้าโง่ๆ มองเขาใอย่างไม่ไยดี
ส่วนเรนะนั้นก็ไม่ได้สนใจซิลเวอร์แต่อย่างใด เธอพุ่งเข้ามาหามินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกขาขึ้นเตะโดยมีเป้าหมายอยู่ที่บริเวณศีรษะของเ้านายของเธอ แต่โชคยังดีที่มินรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากันได้ทันอย่างหวุดหวิด
“เฮ้ยเดี๋ยวก่อนดิ ไม่เห็นมีใครบอกว่าฉันต้องสู้เลย” เขาะโพร้อมกับั้แ่รับลูกเตะของอีกฝ่ายอีกระลอก
“นี่ไงคะข้ากำลังบอกอยู่” เธอตอบกลับพลางส่งยิ้มหวานมาให้ ก่อนจะฟาดหน้าแข้งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
“แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรนะสิถ้าฉันเลือกเรียนวิชาอื่น!” มินก่นด่าออกมา
ยิ่งคิดแล้วยิ่งอารมณ์เสีย ทั้งๆ ที่อุตส่าห์คิดคำนวณเอาไว้อย่างดิบดีว่าถ้าหากเลือกเรียนวิชาอัญเชิญอสูรแล้ว อย่างมากที่เขาต้องทำก็แค่ฝึกอสูรที่เขาทำพันธสัญญาด้วยให้ดีๆ มีความแข็งแกร่งเพื่อที่เวลาได้ออกไปทำมิชชันจับมอนสเตอร์ เขาจะได้อยู่แนวหลังคอยออกคำสั่งให้แก่มันอยู่ไกลๆ
แต่ไหงเื่ราวถึงกลับตาลปัตรโดยที่ตัวเขาเองจะต้องมาสู้ด้วยล่ะเนี่ย ไม่ใช่ว่าหน้าที่ของผู้อัญเชิญมีเพียงแค่คอยออกคำสั่งให้อสูรออกไปสู้รึไง นี่มันไม่เหมือนที่เขาคิดเอาไว้เลยนี่นา ไอ้ฉิบหาย!!
“ซิลเวอร์ ใช้ท่าเฟลมชาร์จ!”
เมื่อเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาได้ มินจึงะโสั่งไชลด์ของตนทันที ไม่รอช้า เมื่อได้รับคำสั่ง เ้าอสูรหมาขนสีเงินก็พลันมีไฟลุงท่วมไปทั่วร่างกาย ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เรนะอย่างไม่รีรอ
“ช้าไป”
หญิงสาวเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับที่ในจังหวะนั้น ร่างกายของเธอก็หมุนขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่เธอจะเตะเข้าไปเต็มๆ ที่หน้าของซิลเวอร์
มันลอยไปกระแทกพื้นไกลหลายเมตรพร้อมกับร้อง “เอ๋ง!” ออกมา
‘เ้าหมาโง่ แกทำให้ฉันดูแย่’ มินสบถขึ้นในใจเมื่อเห็นสภาพของไชลด์ของตน
ในจังหวะที่เขาหันไปสนใจซิลเวอร์อยู่นั้นเอง ลูกเตะอันหนักหน่วงก็ฟาดเข้ามาที่สีข้างของเขาอย่างจัง ราวกับว่าโดนรถสิบล้อชน ตัวเขากระเด็นไปไกล มีสภาพน่าสมเพชไม่ต่างอะไรจากไชลด์ของตัวเองเท่าไหร่นัก
“โอ๊ย เจ็บๆๆๆๆๆ โอ๊ย!” เขาร้องลั่นออกมา
“กันลูกเตะของข้าได้ ถือว่าปฏิกิริยาตอบสนองใช้ได้” เรนะเอ่ยชมเ้านายของตน ก่อนที่เธอพูดต่อ “มาต่อกันค่ะ”
“เฮ้ยเดี๋ยว! ขอเวลานอก ขอเวลานอก!” เมื่อมินได้ยินประโยคดังกล่าวที่หญิงสาวพูด ชายหนุ่มจึงรีบะโออกมาทันที พร้อมกับทำสัญลักษณ์มือขอเวลานอกเหมือนกับที่นักกีฬาชอบใช้กัน
“อะไรกันมาสเตอร์ เพิ่งเริ่มไม่ถึงนาที จะพักแล้วเหรอ” เธอถามขึ้น
“เธอ! โหดไปปะ เตะมาซะเต็มแรงขนาดนั้นอะ” ชายหนุ่มบ่น ก่อนที่จะเดินไปอุ้มซิลเวอร์ที่กำลังใช้หน้าของมันถูไปที่ขาหน้าอยู่ขึ้นมากอด
“เป็ไรไหมซิลเวอร์ โอ๋ๆ นะ” เขาถามมันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางลูบหัวมันเบาๆ
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ไชลด์นั้นแข็งแกร่งกว่าที่มาสเตอร์คิดมาก มันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นหลังจากได้ต่อสู้” เรนะเอ่ยเสียงเรียบ
“แต่ตัวฉันไม่นี่นา ตายก่อนพอดีที่จะได้เก่ง โดนอัดแบบนี้!” มินเถียงกลับทันควัน
“อย่าทำตัวเหยาะแหยะสิมาสเตอร์” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
เกิดความรำคาญใจขึ้นทันทีเมื่อได้เห็นสายตาดังกล่าวที่ถูกส่งมาจากบริวารของตน รู้สึกเหมือนโดนดูถูกเหยียดหยาม ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็อย่างนี้ั้แ่แรกแท้ๆ ใช่ความผิดเขาที่ไหนกัน ไม่จะว่าเป็มินคนไหนก็ไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาทั้งนั้น แล้วอยู่ๆ จะให้มาสู้กันแบบนี้ กับนักมวยเด็กปอหก เขาอาจจะยังไม่ชนะเลยด้วยซ้ำมั้ง
ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อรู้ว่ายังง้ายยังไงก็คงหนีไม่พ้นการฝึกอันหฤโหดนี้ เขาวางเ้าซิลเวอร์ลงกับพื้นพร้อมกับปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัวออก (แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรติดอยู่ก็ตาม)
หลับตาลงเพื่อตั้งสติอยู่สองสามสี่วินาที ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาด้วยสายตาแน่วแน่ จ้องมองไปหาเรนะที่ยืนตั้งท่ารออยู่ก่อนนานสองนานแล้ว
‘ต้องทำได้ดิวะไอ้มิน!’ ใช้มือทั้งสองข้างตบเบาๆ ไปที่แก้มเพื่อให้กำลังตัวเองในใจก่อนจะขยับริมฝีปาก
“ซิลเวอร์ใช้แทคเคิล!”
เมื่อได้รับคำสั่งจากเ้านายของตน เ้าอสูรหมาน้อยก็พุ่งเข้าหาเรนะทันที มันวิ่งเข้าหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วพร้อมกับเตรียมใช้หัวของมันชนกับขาของเธอ
หญิงสาวขยับตัวเอียงหลบอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะยกขาขึ้นเตรียมเตะเ้าอสูรน้อย มินที่หันดังนั้นจึงรีบะโขึ้น “ะโหลบซิลเวอร์!”
เ้าซิลเวอร์ม้วนตัวะโหลบได้ทันถ่วงที “ใช้เอ็มเบอร์”
สิ้นคำสั่ง เ้าอสูรหมาสีเงินก็พ่นลูกไฟเข้าไปที่หน้าของศัตรูของมันโดยทันที แต่กระนั้นเรนะก็ใช้หลังมือของเธอปัดลูกไฟที่พุ่งเข้าใส่เธอราวกับว่าปัดแมลงหวี่แมลงวันที่บินเข้ามากวนใจ
“เฟลมชาร์จ!” ร่างกายของซิลเวอร์ไฟท่วมตัวอีกครั้งพร้อมกับที่มันพุ่งเข้าใส่หญิงสาวอย่างไม่รีรอ
เรนะะโหลบไปมาอย่างสบายๆ มินที่มองภาพเบื้องหน้าก็พลันเกิดอาการหมั่นไส้อีกฝ่ายขึ้นมา ‘ก็รู้ว่าเก่งแต่ถึงขนาดหลบไปยิ้มไปมันจะหยามกันเกินไปแล้วนะ’
“พึ่งซิลเวอร์อย่างเดียวคงไม่ได้จริงๆ ยังไงซะทั้งเรากับซิลเวอร์ก็ยังมือใหม่ทั้งคู่”
คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มสาวเท้าวิ่งเข้าหาหญิงสาวทันทีพร้อมกับะโออกคำสั่งกับไชลด์ของเขา
“ใช้ไฟร์เทลต่อด้วยแทคเคิล”
มุมปากของเรนะยกยิ้มขึ้นมาเมื่อหางตาของเธอเห็นว่าเ้านายของตนกำลังวิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว เธอเอี้ยวตัวหลบหางไฟของซิลเวอร์ที่ฟาดเข้ามา ก่อนจะะโหลบท่าพุ่งชนของอีกฝ่าย
มินง้างหมัดต่อยหวังจะให้มันโดนส่วนไหนก็ได้ของคนเบื้องหน้า เธอไม่ได้หลบแต่อย่างใดเมื่อเห็นหมัดที่กำลังพุ่งเข้าหาเธอแต่กับใช้มือปัดให้วิถีหมัดของเขาเพื่อเบนทิศทางให้มันเอียงออกไป
“เอ็มเบอร์”
ออกคำสั่งออกไปพร้อมกับถอยหลังออกมาหลังจากถูกหญิงสาวเบนการโจมตีอย่างง่ายดาย เรนะใช้หลังมือของเธอปัดลูกไฟอีกครั้งก่อนที่เธอจะหันหลังไปเตะซิลเวอร์โดยที่ทั้งมินและเ้าอสูรหมาน้อยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ยากจังโว้ย!” เป็อีกครั้งที่เขาสบถออกมา
‘ฉันก็แค่มีความฝันอยากที่จะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เท่านั้นเอง ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจออะไรแบบนี้’
ทั้งมินโลกนี้และมินจากโลกเก่า มีความปรารถนาอยากหนึ่งที่เหมือนกัน ใช่ มันก็คือการได้ใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่สบาย เพราะในโลกเก่าที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เป็พนักงานออฟฟิศที่เงินเดือนแทบไม่ขึ้นแม้จะทำงานหนักเพียงใดก็ตาม พอได้มาเป็มินของโลกนี้ แม้จะมีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่รู้สึกดีใจเพราะคิดว่าตนจะไม่ต้องทำอะไรลำบากให้ตัวเองเหนื่อยอีกแล้วก็ต้องมาโดนตาแท้ๆ ไล่ออกจากบ้านเพราะเ้าของร่างเก่าดันไปทำเื่งามหน้าเอาไว้อีก
มินมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับเดาะลิ้นอย่างหัวเสีย ยิ่งรู้ว่าตนนั้นอ่อนแอเพียงใดแต่กระนั้นก็ยังอยากทำตัวสบายๆ ชิลๆ ไปวันๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าหากวันหน้าต้องมาเจอสถานการณ์ที่เขาต้องเจอศัตรูที่เขาไม่สามารถเอาชนะได้ เขาจะต้องทำเช่นไร
“ใช้หัวหน่อยสิมาสเตอร์ อย่าเอาแต่ยึดติดจากวิธีที่ได้มาจากเกมที่เคยเล่น” เธอพูดสอนเขา
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ชายหนุ่มจึงเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมา มันคือสิ่งที่เขาทำมาั้แ่ต้น โดยไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งนี้มันช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ก็คงต้องโทษตัวเองที่มีความคิดที่ตื้นเขินเกินไป เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่สามารถเอากลไกจากเกมมาใช้ได้
‘ที่นี่มันโลกแห่งความจริงนี่นา ไม่ใช่เกม ที่จะต้องมาคอยะโบอกให้ซิลเวอร์ใช้ท่าอะไรตลอด’ เมื่อคิดได้ก็พลันยิ้มออกมา
“แต๊งนะเรนะ” เขากล่าวขอบคุณบริวารของตน
“ไม่เป็ไรค่ะ ข้ามีหน้าที่คอยสอนมาสเตอร์อยู่แล้ว” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดี
“งั้นเอาใหม่แล้วกัน!” มินพูดขึ้น
“มาเลยค่ะมาสเตอร์” สิ้นประโยคของหญิงสาว เธอก็พลันพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้งอย่างไม่รีรอ
“ซิลเวอร์จัดการ!” มินะโขึ้น
แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ได้ให้มันใช้ท่าอะไรออกไป เป็เพียงแค่การเรียกมันเฉยๆ เท่านั้น แต่กลับดูเหมือนว่าจิตใจเขาและเ้าอสูรน้อยจะสามารถเชื่อมถึงกันได้
ทั้งสองวิ่งเข้าหาเรนะพร้อมกันก่อนที่มินจะใช้แขนทั้งสองข้างรับการโจมตีของอีกฝ่าย ในขณะที่ซิลเวอร์พุ่งเข้าหาเธอโดยที่ตามตัวของมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงแดงฉาน
เรนะที่ตอนแรกตั้งท่าจะโจมตีใส่มินอีกครั้งก็ต้องเอี้ยวตัวหลบซิลเวอร์ที่พุ่งเข้าหาเธอ หญิงสาวะโขึ้นกลางอากาศก่อนจะง้างขาขึ้น หวังจะเตะไปยังเ้าอสูรสีเงินที่บัดนี้ตัวของมันลุกโชนไปด้วยเพลิง แต่ทันใดนั้นเอง ก็พลันมีมือของใครบางคนเอื้อมมาจังข้อเท้าของเธอเอาไว้แน่น
“ไม่ให้ทำได้หรอก” มินกล่าว
พร้อมกับใช้แรงทั้งหมดที่ตัวเองมีดึงข้อเท้าของอีกฝ่ายหวังให้ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ แต่ช่างโชคร้ายที่เขาอาจจะประเมินความสามารถของบริวารตนใหม่ของเขาต่ำไป เพราะในขณะที่เรนะกำลังร่วงจากกลางอากาศนั้น เธอก็พลันม้วนตัวหมุนอย่างกะทันหันแล้วเตะเข้าไปที่หน้าของชายหนุ่มอย่างจัง
แอ่ก!
เขาร้องเสียงหลงเมื่อใบหน้าของตนได้รับแรงกระแทกของบาทาของอีกฝ่ายจนหน้าหัน และเป็คนที่ล้มร่วงหล่นลงไปนอนกับพื้นเสียเอง
“เจ็บฉิบหาย!” ะโออกมาก่อนจะรีบลุกขึ้นทันทีเนื่องจากกลัวว่าหากนอนอยู่บนพื้นนานจะโดนกระทืบซ้ำ
“รับได้สวยค่ะมาสเตอร์” เรนะหยอกล้อที่เขาใช้หน้ารับบาทาของเธอเมื่อสักครู่
มินได้แต่กรีดร้องในใจอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เธออย่างไม่รีรออีกครั้ง
-3 ชั่วโมงผ่านไป-
“แฮ่ก แฮ่ก”
ทั้งคนทั้งหมานอนแผ่หลาอยู่บนพื้นปูนพร้อมกับหายใจหอบอย่างหนักหน่วง เหงื่อไหลท่วมตัวจนเหมือนกับว่าเขาเพิ่งจะไปตากฝนมาโดยวันนี้ลืมดูพยากรณ์อากาศ
ส่วนเรนะนั้นกลับยืนมองเขาสองคน (กับตัว) พลางส่งยิ้มมาให้โดยที่เหงื่อของเธอไม่ไหลออกมาสักหยด
‘โกง! โกงชัดๆ ทำไมมีแต่ฉันที่เหนื่อยเหมือนกับไปวิ่งก้าวคนละก้าวกับพี่ตูนมาล่ะ!’
ได้แต่กรีดร้องภายในใจอยู่ฝ่ายเดียวเพราะตัวเขาก็รู้ดีว่าระดับของตนกับอีกฝ่ายนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหลว
แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาเลือกมานั้นไม่ผิด นั่นก็คือ ความสามารถติดตัวของเ้าซิลเวอร์ยังไงล่ะ เพราะว่าตามเนื้อตามตัวของหญิงสาวที่ยืนนิ่งส่งยิ้มหวานมาให้เขาเต็มไปด้วยรอยแดงอันมาเกิดจากความร้อนในตอนที่เธอได้ัักับไชลด์ของเขา ไม่ว่าจะด้วยที่เธอเตะต่อยมันหรือมันพุ่งเข้าหาเธอก็ตาม
‘นี่ถ้าเลือกฮิวจ์เพาเวอร์มานะ ผลลัพธ์อาจจะออกไม่ได้ดีแบบนี้ก็ได้’ เขาคิดในใจ
เมื่อได้เห็นว่าผลลัพธ์เป็แบบนี้ ทำให้มินยิ่งมั่นใจว่าความคิดของเขานั้นถูก การที่เลือกเฟลมบอดี้เป็ความสามารถติดตัวให้กับซิลเวอร์ สามารถเข้าให้ศัตรูาเ็ได้แม้จะต้องแลกกับการเจ็บตัวก็ตามแต่เขามั่นใจว่าในอนาคตเมื่อเ้าอสูรน้อยของเขาแข็งแกร่งขึ้น พลังนี้จะยิ่งมีประโยชน์กับมันมากขึ้นอย่างแน่นอน
กลับกัน ถ้าหากเขาเลือกฮิวจ์เพาเวอร์ให้กับซิลเวอร์ แม้พลังโจมตีของมันจะเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าก็ตาม แต่เมื่อได้ลองมาสู้ดูแล้วเขาจึงเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ถึงคำสอนที่ว่า ต่อให้มีพลังมากมายเพียงใดแต่ถ้าโจมตีไม่โดนมันก็เป็ได้แค่การโจมตีที่ว่าวแดก
[ท่านผ่านเงื่อนไขข้อสองของมิชชันมาฝึกวิชากันเถอะ]
เสียงของซิสเตมดังขึ้นเรียกสติของเขาให้หลุดออกจากภวังค์ มินจึงเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาโดยปัดมือไปมากลางอากาศ ก่อนที่หน้าต่างมิชชันดังกล่าวจะปรากฏขึ้นมา
[มิชชัน: มาฝึกวิชากันเถอะ]
เงื่อนไข:
1. เพลเยอร์จากสตูดิโอของยูเซอร์มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น (1 /1) [ผ่านเงื่อนไข]
2. ยูเซอร์จะต้องเลือกวิชาที่ท่าน้าจะเรียนและเข้าดันเจี้ยนโรงฝึกเป็เวลาสามชั่วโมงหลังจากนั้นจึงจะสามารถเปิดดันเจี้ยนให้แก่เพลเยอร์เข้า [ผ่านเงื่อนไข]
3. วิ่งในตอนเช้าเป็ระยะทางรวมกันอย่างน้อย 3 กิโลเมตรโดยเป็ประจำทุกวัน
*หมายเหตุ: จากเงื่อนไขข้อที่สาม หากวันใดยูสเซอร์วิ่งไม่ถึงสามกิโลเมตร วันนั้นดันเจี้ยนโรงฝึกก็จะไม่สามารถเปิดให้บริการแก่เพลเยอร์ได้
“โถ่ไอ้ฉิบหาย กูว่าแล้วซิสเตม มันให้เราสู้แล้วทำไมมันจะไม่ให้เราออกกำลังกายวะ ไอ้มินไอ้งั่งเอ๊ย!” อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเมื่อได้อ่านเงื่อนไขข้อสุดของมิชชันนี้
“ออกไปได้แล้วค่ะมาสเตอร์ แล้วก็อย่าลืมวิ่งตอนเช้าด้วยนะคะ” เรนะพูดกับเขาแต่ก็ไม่วายขำในลำคอออกมา
“ทำไมที่นี่มีแต่คนใจร้าย!” ชายหนุ่มกรีดร้องออกมา
*หมายเหตุ: ยูไอ (UI) ย่อมาจาก User Interface ค่ะ
_____________________