“อีกสองวันข้าก็จะเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว หากวันหน้าเ้าเข้าเมืองหลวงก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมข้าด้วยล่ะ” จีม่านอี้บอกกับหนิงลี่พร้อมกับดูผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างชอบใจ “รอบนี้เ้าทำกิ๊บถักออกมาได้ไม่น้อยเลยนะ อีกทั้งผ้าเช็ดหน้าที่เ้าทำออกมาใหม่ก็สวยงามมากจริงๆ ผ้าสีขาวเนื้อนุ่มลื่น ลายปักงดงามแปลกใหม่ ทั้งยังถักริมผ้าอย่างสวยงามอีก ข้ารับรองเลยว่าสินค้าของเ้าจะต้องได้รับความนิยมมากเป็แน่ ต่อไปเ้าก็จะร่ำรวยแล้วนะแม่นางน้อย”
“ขอให้เป็จริงอย่างที่เถ้าแก่เนี้ยอวยพรเ้าค่ะ” หนิงลี่วางถุงผ้าบรรจุอาหารไว้ตรงหน้า “เถ้าแก่เนี้ยต้องใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองหลวงอีกหลายวัน ข้าทำหมูแดดเดียว หมูฝอย และไข่เค็มมาให้ท่านเป็เสบียงด้วยเ้าค่ะ ของพวกนี้ทานคู่กับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็ได้”
“สิ้นเปลืองเ้าเปล่าๆ แล้วนะลี่เอ๋อ”
“ไม่สิ้นเปลืองหรอกเ้าค่ะ หากวันนั้นเถ้าแก่เนี้ยไม่รับซื้อสินค้าของข้า ป่านนี้ครอบครัวของข้าคงจะอดตายไปนานแล้ว” หนิงลี่บอกกับจีม่านอี้อย่างจริงใจ “ข้ายังทำกล้วยตากอบน้ำผึ้งมาด้วยนะเ้าคะ ทั้งหมดล้วนเก็บได้นาน เถ้าแก่เนี้ยไม่ต้องกลัวว่ามันจะเสีย”
“ลี่เอ๋อ เ้าช่างเป็เด็กสาวที่มีน้ำใจจริงๆ ทำการค้ากับเ้าข้าก็ได้ผลกำไรตอบแทนอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าข้าช่วยเหลือเ้าเปล่าๆ เสียเมื่อไหร่ ของพวกนี้ข้าจะรับไว้และจะกินมันให้อร่อย จริงสิ!...ข้ายังไม่ได้ขายร้านค้าแห่งนี้เพราะอยากเก็บมันไว้เป็ความทรงจำเพื่อระลึกถึงบิดากับมารดาของข้า ดังนั้นข้าจะฝากกุญแจร้านไว้ที่หวังฮูหยินภรรยาของเถ้าแก่หวังเ้าของร้านขายขนมทานเล่น หากเ้าคิดจะเข้ามาเปิดร้านค้าเป็ของตัวเอง เ้าก็มาใช้ร้านค้าของข้าได้ตลอดเวลา ด้านหลังของร้านยังเป็บ้านที่สามารถให้ครอบครัวของเ้ามาพักอาศัยอยู่ได้ แต่ถ้าเ้าเกรงใจข้า เ้าก็ค่อยจ่ายค่าเช่าให้ข้าทีหลังก็แล้วกัน”
“ขอบคุณเ้าค่ะเถ้าแก่เนี้ย แต่เหตุใดท่านถึงเอากุญแจร้านไปฝากไว้ที่หวังฮูหยินเล่าเ้าคะ” หนิงลี่สงสัย
“นางเป็น้องสาวบุญธรรมของข้าเอง และข้าได้บอกเื่นี้กับนางไว้แล้ว ว่าแต่เ้ารู้จักร้านขายขนมทานเล่นของเถ้าแก่หวังใช่หรือไม่”
“รู้จักเ้าค่ะ ตอนนี้ข้าก็ทำการค้ากับเถ้าแก่หวังอยู่ด้วย ไม่นึกว่าพวกท่านจะเป็ญาติกัน ช่างบังเอิญจริงๆ”
“เ้าทำการค้ากับน้องเขยหวังด้วยหรือ” จีม่านอี้พูดขึ้นอย่างวางใจ “ทำการค้ากับน้องเขยก็ดี น้องเขยกับน้องสาวของข้าคนนี้ไม่เคยทำการค้าเอาเปรียบใคร เ้าทำการค้ากับพวกเขาอย่างสบายใจได้เลย”
“เ้าค่ะ ขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยอีกครั้งนะเ้าคะ”
“หยางฟางช่วยข้าด้วย!” หนิงลี่ออกจากร้านเถ้าแก่เนี้ยจีก็รีบวิ่งมาหาสามีหน้าตาตื่น
“ลี่เอ๋อ เ้าเป็อะไร มีใครจะทำร้ายเ้าหรือ” เซียวหยางฟางได้ยินก็ใ เขารีบวิ่งไปหาภรรยาทันที
“ไปนั่งที่โรงน้ำชาก่อนเถอะ” หนิงลี่รีบจูงมือสามีไปที่โรงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกล
“เ้ารีบพูดมาว่าเ้าเป็อะไร หรือว่าเ้าไม่สบาย” เซียวหยางฟางยังไม่หายใกับท่าทางของหนิงลี่
หนิงลี่โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วกระซิบเสียงเบา “วันนี้สินค้าของเราขายได้เกือบหนึ่งพันตำลึง ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าในมือของข้าจะมีเงินเยอะขนาดนี้”
เซียวหยางฟางถอนหายใจโล่งแล้วเคาะหัวภรรยาไปหนึ่งที “ทีหลังเ้าอย่าทำท่าทางอย่างนี้อีกนะ ข้าก็นึกว่าเ้าไปถูกใครเขารังแกมา ก็ไหนเ้าเคยบอกว่าเ้าไม่กลัวว่าเงินจะทับเ้าตายอย่างไรเล่า”
“ก็ตอนนั้นข้าไม่คิดว่าเราจะหาเงินได้มากขนาดนี้นี่นา แล้วเ้าน่ะก็เลิกเคาะหัวข้าได้แล้ว เดี๋ยวข้าก็โง่กันพอดี” หนิงลี่พูดพร้อมกับย่นจมูก
“แล้วทำอย่างนี้ได้หรือไม่เล่า” เซียวหยางฟางยื่นมือไปลูบศีรษะของภรรยาแทน แล้วก็ยิ้มมองนางอย่างรักใคร่
“นี่มันโรงน้ำชานะ ทำอะไรไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง” หนิงลี่รีบปัดมือสามีออก อีกทั้งยังรู้สึกด้วยว่าตอนนี้แก้มของตัวเองคงแดงไปหมดแล้ว
“เอาล่ะข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว เราไปร้านเถ้าแก่หวังกับเถ้าแก่หลี่กันเถอะ เราไม่ได้มาส่งสินค้าให้พวกเขาตั้งหลายวัน ข้าว่าป่านนี้เถ้าแก่ทั้งสองคงรอสินค้าของเราแย่แล้ว”
วันนี้หวังฮูหยินออกมาต้อนรับหนิงลี่และเซียวหยางฟางด้วยตัวเอง เพราะนางเพิ่งทราบจากพี่สาวบุญธรรมว่าหนิงลี่คือฮูหยินน้อยที่พี่สาวอนุญาตให้มาใช้ร้านค้าของนางได้ อีกทั้งหวังฮูหยินก็เพิ่งทราบจากสามีว่าหนิงลี่เป็คนส่งขนมที่แปลกใหม่และขายดีที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้ให้กับร้านค้าของนางเช่นกัน นางจึงอยากมาทำความรู้จักกับหนิงลี่เอาไว้
หนิงลี่ใช้เวลาอยู่ที่ร้านของเถ้าแก่หวังไม่นาน เพราะต้องรีบไปส่งผลไม้อบแห้งที่ร้านของเถ้าแก่หลี่ต่อ พอสองสามีภรรยาเดินไปถึงหน้าร้านของเถ้าแก่หลี่ พวกเขาก็ต้องขมวดคิ้วและคิดว่าร้านของเถ้าแก่หลี่คงเกิดเื่ขึ้น
“พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นที่ร้านขายผลไม้อบแห้งหรือเ้าคะ เหตุใดถึงมีคนมายืนมุงอยู่ที่หน้าร้านเยอะขนาดนี้” หนิงลี่ถามชาวบ้านที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่
“ก็ฮูหยินของท่านผู้ว่าการตำบลน่ะสิ ลูกสะใภ้ใหญ่ของนางกำลังตั้งครรภ์ และดูเหมือนว่าลูกสะใภ้อยากจะกินผลไม้อบแห้งของร้านเถ้าแก่หลี่ แต่ผลไม้อบแห้งของที่ร้านกลับขายไปจนหมดไม่มีเหลือ ส่วนบ๊วยเค็มที่ร้านมีก็รสชาติไม่ถูกใจ ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลก็เลยโมโหเถ้าแก่หลี่มาก ยังขู่ว่าหากวันนี้นางไม่ได้ผลไม้อบแห้งกลับไปให้ลูกสะใภ้แล้วล่ะก็ ร้านค้าของเถ้าแก่หลี่ก็อาจจะโดนทางการสั่งปิด”
“ขอบคุณพี่ชายมากเ้าค่ะ” หนิงลี่ถอนหายใจโล่ง ก่อนจะหันไปพูดกับสามี “ข้าก็นึกว่าเถ้าแก่หลี่ประสบเหตุร้ายแรงเื่ใด ไปกันเถอะ เรารีบไปหาที่เอาสินค้าออกมาขายกัน หากช้ากว่านี้เถ้าแก่หลี่คงถูกฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลสั่งปิดร้านจริงๆ แน่”
หนิงลี่กับเซียวหยางฟางรีบเดินไปหาที่ลับตาเพื่อเอาสินค้าออกมาขาย วันนี้นอกจากหนิงลี่จะเอาผลไม้อบแห้งทั้งห้าชนิดออกมาขายแล้ว นางยังเอามะละกอเส้นเค็ม มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะม่วงเส้นสามรส และลูกหยีคลุกน้ำตาลออกมาขายด้วย
“แม่นางหนิงลี่! ท่านมาแล้ว ท่านมาทันเวลาพอดีเลยขอรับ” โจวเอ้อลูกจ้างของร้านเถ้าแก่หลี่รีบวิ่งเข้าไปหาสองสามีภรรยาเมื่อเห็นหนิงลี่และเซียวหยางฟางกำลังแบกของมาแต่ไกล
“เกิดเื่อะไรขึ้นอย่างนั้นหรือพี่โจว เหตุใดท่านถึงทำท่าทางใขนาดนั้น” หนิงลี่แสร้งถามอย่างไม่รู้เื่
“ก็วันนี้ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลมาซื้อของที่ร้านน่ะสิขอรับ แต่สินค้าที่ท่านเอามาส่งก่อนหน้านี้มันถูกขายออกไปจนหมดแล้ว เถ้าแก่หลี่พยายามอธิบายอย่างไรแต่ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลกลับไม่ยอมฟังเหตุผล ซ้ำยังเร่งให้พวกเราไปหาสินค้ามาขายให้ได้ เถ้าแก่หลี่ก็ได้แต่จนปัญญาเพราะก่อนหน้านี้เถ้าแก่หลี่ก็ไม่ได้ถามที่อยู่ของท่านเอาไว้ พวกเราก็เลยไม่รู้ว่าจะไปหาท่านได้ที่ไหนน่ะขอรับ” ลูกจ้างอธิบายให้หนิงลี่ฟังจบ ทั้งหมดก็เดินมาถึงหน้าร้านพอดี “เถ้าแก่ขอรับ แม่นางหนิงลี่นำสินค้ามาส่งแล้วขอรับ”
เถ้าแก่หลี่ได้ยินก็รีบวิ่งออกมาหน้าร้านทันที “แม่นางน้อยเ้ามาช่วยชีวิตข้าทันเวลาพอดี ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่เชียวว่าจะไปตามหาเ้าได้ที่ไหน วันนี้ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลเกือบสั่งปิดร้านค้าของข้าแล้ว”
“เถ้าแก่เอาผลไม้อบแห้งไปวางขายก่อนได้เ้าค่ะ ข้ากับสามีจะเข้าไปรอท่านที่ห้องรับรอง เพราะวันนี้พวกเรานำสินค้าอื่นมาเสนอขายกับท่านด้วย รับรองว่าวันนี้ฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลจะต้องตกรางวัลให้ท่านก้อนโตแน่ๆ เ้าค่ะ” หนิงลี่ยิ้มพร้อมกับพาเซียวหยางฟางเดินเข้าไปนั่งรอเถ้าแก่หลี่ในห้องรับรองอย่างคุ้นเคย