ตอนที่ 8 ดูดซับและหลอมรวม
สมปองนึกถึงความรู้สึกหลังจากรับประทานผลไม้เปลี่ยนิญญา จนถึงขณะนี้แม้ความเ็ปจากการแทรกตัวของปราณไม่รุนแรงงแต่ก็สร้างความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ อยู่บ้าง ซึ่งหลี่ซุนได้บอกไว้ว่าจะเป็เช่นนี้อีกสองสามวันแล้วจะดีขึ้น
การฝึกตนที่หลงซินกำลังกล่าวถึงคล้ายกับการนั่งสมาธิหรือการวิปัสสนาเป็อย่างยิ่ง การฝึกตนนั้นไม่ใช่แค่เพียงพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ภายในร่างกายเท่านั้น แต่เป็การเปิดรับการไหลเวียนของพลังงานที่มีปริมาณไม่มากจากภายนอกร่างกายให้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายแล้วน้ำไปหมุนเวียนกับระบบหายใจไหลไปกักเก็บที่ท้องน้อย หรือ ทะเลลมปราณนั่นเอง
เด็ก ๆ หลายคนไม่เพียงแค่ฟัง แต่ยังนั่งลงแล้วทดลองทำตามคำแนะนำที่หลงซินกำลังอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งก็รวมทั้งสมปองด้วย เื่การหลอมปราณนี้ไม่มีในตำราใด ๆ เนื่องจากเป็เื่ยากที่จะหาผลไม้เปลี่ยนิญญาจากโลกภายนอก คนปกติสามารถฝึกตนได้แต่อาจต้องใช้เวลานานหลายสิบปีกว่าจะหลอมปราณขั้นที่หนึ่งสำเร็จ หรือสิ้นอายุไขไปเสียก่อนจะสำเร็จเป็เซียน
สมปองรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตในโลกเดิมเขาเคยนั่งวิปัสนาเช่นนี้อยู่เป็ประจำ ความสามารถในการนั่งสมาธิของเขาเข้าสู่ระดับสมาธิขั้นสูงมาั้แ่ยังเด็ก พอเริ่มเข้าฌาณสมาธิก็ดึงดูดเอากระแสปราณที่แทรกซึมอยู่ในอากาศไหลเข้าสู่ร่างกายทันที
ผู้เฒ่าเฉินซื่อที่นั่งหลับตาฟังหลงซินก็ลืมตาขึ้น จากนั้นก็เดินไปยืนข้าง ๆ สมปอง "พิจารณาจุดไท่อิน-หยางิ ด้านหน้า-ด้านหลัง หนึ่งรอบ ลงไปที่เส้าอิน-ไท่หยาง ด้านหน้า-ด้านหลัง หนึ่งรอบ จุเหวียอิน-เส้าหยาง ด้านหน้า-ด้านหลัง หนึ่งรอบ ทำความเข้าใจเส้นทาง ชักนำลมปราณหมุนเวียนครบรอบแล้วบรรจุไว้ที่จุดตันเถียน(1)"
สมปองไม่ทราบว่านั่งเข้าฌาณสมาธิมานานแค่ไหนแล้ว เด็ก ๆ ที่นั่งอยู่ที่นั่นทุกคนก็ไม่ทราบ หลงซินหยุดให้คำแนะนำนั่งลงเข้าฌาณสมาธิเช่นเดียวกัน รอบ ๆ มีิญญาพยาบาทมากมายลอยวนเวียนเข้ามา แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาถึงเด็ก ๆ ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ได้
กระแสหมอกสีขาวอมเทาที่ล้อมรอบหมู่บ้านเริ่มหลั่งไหลเป็ริ้วเป็เส้นพุ่งเข้ามายังจุดที่เด็ก ๆ กำลังเข้าฌาณสมาธิ ริ้วหมอกแทรกซึมเข้าสู่ขม่อมของเด็กทุกคน แต่ก็มีบางคนที่ตัวแดงก่ำจนต้องออกจากฌาณสมาธิ
"ใครทนไม่ไหวให้หยุดพัก อย่าฝืนจนเกินตัว พักแล้วค่อยเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง วันนี้ใครสามารถผ่านขึ้นตอนดูดซับและหลอมรวมได้จะได้กลับไปพักผ่อน"
อาซีอตื่นจากสมาธิเป็คนแรก เขาลุกขึ้นขยับตัวรำหมัดมวยอยู่ครู่หนึ่งก่อนนั่งลงทำสมาธิต่อ เหวินซื่อ ตู้เหวิน กับเด็กอีกสองคนลืมตมขึ้นพร้อมกัน ทั้งสี่ขยับตัวอยู่นานก่อนเริ่มใหม่ เยว่ิอึดอัดจนต้องลุกขึ้นยืนทันที เธอมองไปที่หลี่ซุนกับสมปองด้วยสีหน้าแปลกใจ
สมปองเพิ่งเริ่มฝึกแต่ก็สามารถอดทนนั่งสมาธิได้นานไม่แพ้หลี่ซุน ทำให้เธอต้องตกตลึง แม้แต่ตาเฒ่าเฉินซื่อยังแอบทึ่งในใจ
ท้องฟ้าสว่างขึ้น เด็กทุกคนยังนั่งสมาธิกันอยู่ ริ้วหมอกสีขาวอมเทาม้วนตัวไหลเข้าสู่ขม่อมของเด็ก ๆ ทุกคน ริ้วที่ไหลเข้าสู่ขม่อมของสมปองขยายใหญ่ขึ้นเป็สองเท่า และมีริ้วหมอกเพิ่มเป็สองเส้น
เขาเพ่งสมาธิชักนำกระแสลมปราณที่แทรกซึมเข้ามาไปตามเส้นที่ผู้เฒ่าเฉินซื่อบ่งบอก แต่ปรากฎว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น จึงทดลองดึงกระแสลมปราณไปตามเส้นทางของวิชาะที่ฉีจื่อหลิงในเื่ัคู่สู้สิบทิศ เป็เหตุให้เกิดความร้อนขึ้นเล็กน้อยที่ขม่อม ร่างกายของเขาดีดตัวล้มลงเหยียดตัวนอนหงาย กระแสลมปราณยิ่งไหลเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้นและมีริ้วหมอกเพิ่มขึ้นเป็สามริ้ว
การเก็บลมปราณไว้ที่จุดตันเถียนเป็เื่ที่ยากมากที่สุดในความคิดของสมปอง สาเหตุที่ยากเพราะเขาไม่เข้าใจเลย หลังจากชักนำลมปราณมาถึงจุดตันเถียนกรอกเข้าไปใส่เข้าไป แล้วอย่างไร สมปองทดลองเกร็งขมวดหน้าท้องเข้าหลังจากชักนำลมปราณมาถึงแต่ละรอบซึ่งผลที่ได้คือลมปราณขมวดรวมกันเป็ก้อนที่ท้องน้อยตามการสันนิษฐานของเขา
ผ่านไปจนถึงยามเซินสมปองเริ่มทำความเข้าใจได้จึงปลดปล่อยปราการความคิดลดการจำกัดลมปราณที่ไหลเข้าสู่ร่างกาย เปิดใจยอมรับ ทันใดริ้วหมอกก็เพิ่มขึ้นอีกเส้นกลายเป็ริ้วหมอกสี่เส้นไหลเข้าสู่ร่างกายของสมปอง สายตาของผู้เฒ่าเฉินซื่อสาดประกาย หลี่ซุนที่นั่งด้านข้างสมปองก็ยอดเยี่ยมมีริ้วหมอกไหลเข้าสู่ขม่อมถึงสามสาย
กระบวนการดูดซับและหลอมรวมดำเนินมาเป็เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ
(1) ผมไม่ได้มีความรู้เื่นี้ ข้อมูลได้มาจากการค้นคว้าครับ ผมกล่าวไว้คร่าว ๆ บ้างก็เป็การคาดเดา ใครมีความรู้เื่นี้ก็แนะนำกันมาได้นะครับ