บทที่ 13 ใจเต้นแรง
เมื่อเที่ยวเล่นอย่างพอใจเสี่ยวหลงก็พาจิวหลินกลับตำหนัก นางมีความสุขมาก ๆ แถมยังสนุกสนานอีกด้วย มาถึงหน้าห้องนางก็ได้เอ่ยขอบคุณที่เขาพานางออกไป หากไม่ได้เขานางก็ไม่ได้ไปเห็นเทศกาลที่งดงามเช่นนั้น
"องค์ชายขอบพระทัยนะเพคะที่พาหม่อมฉันออกไปเที่ยวคืนนี้ หม่อมฉันมีความสุขมากเพคะ"
"หากเ้ามีความสุขก็ดีจงเข้าไปพักผ่อนเถิดตอนนี้น้ำค้างก็เริ่มลงแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้" เสี่ยวหลงตอบนางพร้อมเดินหนี ทำให้จิวหลินไม่เข้าใจเขาสักนิด
"อะไรกันทำไมถึงเ็าขนาดนี้นะ แต่ก็ช่างเถิดซือเล่อเ้าเองก็ไปพักเถิดเดี๋ยวข้าจะดับเทียนเองเ้าไม่ต้องห่วง"
"เพคะ พระชายา" ซือเล่อก้มโค้งลงและเดินกลับห้องของตนเอง ส่วนจิวหลินนางกินขนมมามากทำให้ท้องแน่นมิอาจจะเข้านอนได้ นางจึงเดินรับลมเพื่อให้ท้องย่อยก่อนจะเข้านอน นางเดินไปเดินมามองดูดวงจันทร์จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ นางรู้ทันทีว่าคงเป็องครักษ์ขององค์ชายเสี่ยงหลงแน่ ๆ
"เ้าหายตัวไปที่ใดมา่นี้ข้าไม่เห็นเ้าเลย จริงสิวันนี้องค์ชายของเ้าออกไปนอกวังเหตุใดเ้าไม่ตามไปคอยอารักขาล่ะ "
"ท่านนี่รู้ดีเสียจริง แค่ฝีเท้าของข้าก็รู้ได้ในทันที ที่ข้าไม่ได้ออกตามเสด็จไปด้วยเพราะองค์ชายสั่งให้ข้าไปทำงานที่สำคัญกว่านะสิ ว่าแต่ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายพาท่านไปเที่ยวงานเทศกาลความสัมพันธ์ของทั้งสองคงดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?"
"หึ ! ดีบ้าอะไรล่ะ องค์ชายของเ้าเอาแต่บูดบึ้งแถมยังเ็าราวกับไร้ความรู้สึก ทำให้ข้าแทบจะหมดสนุกเลยล่ะ จริงสิข้าซื้อขนมมาฝากเ้าด้วยรับไปสิ" จิวหลินล้วงเอาขนมให้ยื่นให้องครักษ์เขารับมาพร้อมหยิบเข้าปาก
"อร่อยจริง ๆ หากข้าไม่มาขนมชิ้นนี้ก็คงไม่ใช่ของข้าใช่หรือไม่"
"นี่เ้าคิดว่าข้าเอาของเหลือให้เ้าหรืออย่างไร ข้าตั้งใจซื้อมาให้เ้าจริง ๆ นะ ชิตอนนี้ข้ารู้สึกสบายท้องแล้วไปพักผ่อนดีกว่า "จิวหลินใบหน้าแดงระเรื่อ หัวใจเต็นแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มขององครักษ์ผู้นี้
"อย่าพึ่งไปสิ ข้าพึ่งมาเองช่วยยืนอยู่กับข้าสักครู่แล้วค่อยไปพัก กว่าข้าจะปลีกตัวออกมาหาท่านได้ไม่ใช่เื่ง่าย" เขาจับแขนของจิวหลินให้หยุดเดินและม้วนตัวกลับมาหาเขา จนนางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา หัวใจของจิวหลินเต้นตึกตักสั่นไหว
"นี่เ้าปล่อยข้านะ อย่าทำเช่นนี้หากผู้ใดมาเห็นเข้าจะเป็เื่ไม่ดี อีกอย่างข้าไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็สตรีที่ไม่ดี "
"ไม่รู้สิ ใจของข้าเวลาเจอหน้าท่านทีไรข้าเองมักจะห้ามใจตนเองไม่อยู่รู้ทั้งรู้ว่าท่านเป็พระชายาขององค์ชายแต่ข้าก็ยังอยากใกล้ชิดท่าน น่าแปลกเสียจริง" เขามองจิวหลินด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มจนนางหวั่นไหวหันหน้าหลบสายตาทันที
"ปล่อยเถิดอย่าทำเช่นนี้ เ้าเป็เพียงองครักษ์โปรดรู้สถานะตนเองด้วยและอย่าทำเช่นนี้อีกมิเช่นนั้นข้าจะไม่ขอพบเจอเ้าอีก " จิวหลินจับมือของเขาออกจากตัวนางพร้อมวิ่งหนีเขาเพราะตอนนี้ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเพราะหวั่นไหวในคำพูดของเขา
องครักษ์มองตามแผ่นหลังพร้อมยิ้มกริ่มออกมา
"ชักสนุกแล้วสิ " เขาพูดจบก็เดินจากไป
เช้าวันใหม่ก็เวียนมาจิวหลินตื่นแต่เช้าตรู่หากจะให้พูดความจริงคือนางไม่ได้นอนทั้งคืนต่างหาก เพราะครุ่นคิดคำพูดขององครักษ์นั้นจริงสินางยังไม่รู้ชื่อแซ่เขาด้วยซ้ำจึงได้เอ่ยถามซือเล่อ
"ซือเล่อเ้ารู้ชื่อแซ่ขององครักษ์องค์ชายเสี่ยวหลงหรือไม่ ?"
"องครักษ์ขององค์ชายหรือเ้าคะ หม่อมฉันก็ไม่เคยพบหน้าเลยเพคะ หากพระชายาอยากรู้ถามขันทีจางดีมั้ยเพคะ"
"อืมเ้าไม่เคยพบหน้าเลยหรือ"
"เพคะ แล้วพระชายารู้จักองครักษ์ขององค์ชายเสี่ยวหลงอย่างไรเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่าองครักษ์ขององค์ชายมักจะไม่ค่อยออกมาให้ผู้ใดพบเจอนะเพคะ"
"อย่างนั้นหรือ" จิวหลินได้ยินนางก็ยิ้มกริ่ม
"พระชายากระหม่อมมีเื่มาแจ้งพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีจางเดินออกมา พร้อมแจ้งเื่ที่ได้รับมอบหมายมา
"มีเื่อันใดหรือขันทีจาง"
"ฝ่าามีคำสั่งให้พระชายากับองค์ชายเสี่ยวหลงไปเป็ตัวแทนไปหารือกับแคว้นจงิ่พ่ะย่ะค่ะ"
"ทำไมข้าต้องไปด้วยไม่เอาหรอก "
"ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ หากขัดคำสั่งของฝ่าามีโทษร้ายแรงนะพ่ะย่ะค่ะ"
"เฮ้อ ! ข้าคงปฎิเสธไม่ได้สินะแล้วจะเดินทางวันใด"
"วันนี้และตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ"
"ฮ่ะ !!! นี่มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ ข้ายังไม่ได้จัดเตรียมอันใดสักอย่าง"
"ไม่ต้องเตรียมพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมพร้อมนางกำนัลได้จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว" จิวหลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ นางต้องไปสินะ
"เฮ้อ ! จริงสิขันทีจางองครักษ์ขององค์ชายเสี่ยวหลงนามว่าอะไร"
"องครักษ์หรือพ่ะย่ะค่ะ เขามีนามว่าเฉินฟู่พ่ะย่ะค่ะ "
"นามว่าเฉินฟู่สินะ "
"พระชายาเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะคงใช้เวลานานกว่าจะถึงแคว้นจงิ่"
"ก็ได้ แล้วพวกเ้าตามไปดูแลข้าหรือไม่"
"มิได้ตามได้ไปปรนนิบัติพะย่ะค่ะ มีเพียงซือเล่อเท่านั้น "
"อืมเช่นนั้นข้าคงจะต้องไปสินะ ซือเล่อไปกันเถิด หากช้ากว่านี้มีหวังองค์ชายเสี่ยวหลงคงโมโหที่ข้าทำตัวชักช้า"
"เพคะ พระชายา" จิวหลินลุกขึ้นเดินนำทุกคนไปที่หน้าตำหนักเพื่อออกเดินทางไปต่าวแคว้นเมื่อมาถึงก็พบรถม้าเรียงรายอยู่มากมาย แต่ทว่านางเห็นรถม้าคันแรกที่ดูเหมือนจะเป็รถม้าใช้เดินทางนอกจากนั้นเป็รถม้าที่ขนของเสียมากกว่า
"มาแล้วสินะ รีบขึ้นมาสิชักช้าอยู่ไย" เสี่ยวหลงที่นั่งอยู่บนรถม้าเมื่อเห็นจิวหลินเดินมาก็บอกให้นางขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทาง
"อย่าบอกนะว่าข้าต้องนั่งรถม้าไปกับองค์ชายห้าเสี่ยวหลงเพียงลำพัง แล้วซือเล่อเล่า" จิวหลินหันมาถามขันทีจางที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"พ่ะย่ะค่ะ ส่วนซือเล่อนั่งไปกับรถม้าของข้ารับใช้อีกคันพ่ะย่ะค่ะ " ขันทีจางบอกเอ่ยบอกแก่จิวหลิน
นางจึงก้าวเท้าขึ้นรถม้าคันแรกไม่นานขบวนรถม้าก็ได้เดินทางออกจากวังหลวงมุ่งสู่แคว้นจงิ่