ต้องรอด..ในป่าสไลม์

    บทที่2 ผู้กล้าโจ

    "ท่านได้รับดาบผู้กล้า"
       ทันใดนั้นก็มีดาบสีทองปรากฎในมือผม ขนาดและน้ำหนักมันเหมาะมือมากเหมือนเป็นเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายผมก็ว่าได้

       เมื่อมองดูภาพที่ปรากฎบนสายตาผมดีๆ จะเห็น 3 ข้อความ 'Status' 'Equipment' และ 'Skill' อยู่ด้านบน ผมลองกดที่ 'Status' ดู

       'เยี่ยม' การผจญภัยของผู้กล้าโจ ผู้กล้าแห่งความรัก เริ่มต้นขึ้นแล้ว 555
       "เกิดอะไรขึ้น ที่นี่ที่ไหน" เสียงนิกดังแว่วมาทางข้างหลังขัดอารมณ์ฮึกเหิมขั้นสุดของผม
       "นิก มีข้อความให้เลือกไหม ลองดูดีๆ" ผมถามด้วยความตื่นเต้น
       นิกมองรอยยิ้มบนหน้าผมแบบงงๆแป๊บหนึ่ง แล้วก็ปรากฎรอยยิ้มที่มุมปากของนิก "ต้องอุปกรณ์สิ" จากนั้นก็มีโล่ที่มีเกล็ดมังกรปรากฎที่มือขวาของนิก มันเหมาะกับชุดนักรบที่นิกใส่อยู่มาก เท่สุดๆ (แต่ก็รองจากผมในชุดผู้กล้าถือดาบผู้กล้าขั้นหนึ่งละ) นิกมองมันอย่างผิดหวังเล็กน้อย
       "แล้วคนอื่นๆละ" นิกเริ่มมองหาเพื่อนๆ ทำให้ผมเริ่มหลุดออกจากอารมณ์รื่นเริงเกินเหตุ   ไม่นานเราก็พบฝ้ายที่กำลังนั่งดูค่า status ของตัวเองบนพื้นหญ้าไม่ไกล ฝ้ายเลือกสกิล ผมแอบแปลกใจอยู่เหมือนกันปกติฝ้ายจะเล่นอาชีพโจมตีกายภาพแต่รอบนี้กลับเลือกสกิลแทนที่จะเป็นอุปกรณ์
       "เวทย์สายฟ้า" ฝ้ายพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และนั่งสำรวจค่า status ต่อไป
       "ดีจังเลยนะ" ผมเข้าไปลูบไหล่เธอเบาๆ และส่งยิ้มหวานให้
       ไม่ไกลจากที่ฝ้ายนั่งอยู่ ผมเห็น 'ศพหมูนอนอืด' ออ..ไม่ใช่ เป็นไอ้อ้วนหมูกรอบนอนดูค่า status ของตัวเอง ผมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นภาพอุบาทตาที่มาขัดความหวานซึ้งระหว่างผมกับฝ้าย
       "นิก ฝ้าย มาเข้าปาร์ตี้กันก่อน" ผมตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าปาร์ตี้อย่างคล่องแคล่วด้วยความเคยชิน ปาร์ตี้ประจำรู้ใจกันย่อมนำไปสู่ชัยชนะ 555
      "เหมือนปาร์ตี้จะมีได้ 4 คน หมูกรอบมาเข้าตี้กัน" ฝ้ายพูดพลางหันไปยิ้มให้หมูกรอบ
       เห้อ..นางฟ้าก็คือนางฟ้า ใจผมไม่อยากรับตัวปัญหาเข้าตี้เลย แต่ก็ไม่อยากขัดใจฝ้ายจึงต้องทำใจรับไอ้อ้วนเข้ามาในตี้
       "ตกลงว่านิกได้โล่ โจได้ดาบ เราได้เวทย์สายฟ้า แล้วหมูกกรอบได้อะไร" ฝ้ายถามสิ่งที่ผมไม่อยากรู้ เพราะผมพอคาดเดาความอินดี้ของไอ้อ้วนได้ ถ้าผมได้ฟังคำตอบของมันผมคงปวดตับ
       "ได้สกิลเลี้ยงดูครับ" ไอ้อ้วนตอบแบบลอยหน้าลอยตา..น่าเขกกระโหลกมาก
       "ลองจิ้มที่ตัวเลขเวลานับถอยหลังที่มุมซ้ายบนดูสิ มันบอกว่า คุณเหลือเวลา 23 ชั่วโมง 55 นาทีในการเอาตัวรอด" นานๆทีไอ้อ้วนจะร่ายยาวสักที ทำให้พวกเราต้องตรวจสอบตามที่มันพูด
       "มันหมายถึง เรามีเวลาผจญภัย 1วัน ในป่าแห่งนี้ละมั้ง น้อยจัง" ผมพูดด้วยความรู้สึกเสียดาย
       "เอาละ กองทัพเดินได้ด้วยท้อง เรากินอะไรก่อนออกสำรวจ และหารุ้งละกัน" ผมเดินแจกน้ำเปล่าและแซนวิชให้ฝ้ายและนิก ส่วนไอ้อ้วนผมให้น้ำอัดลมขวดลิตรกับขนมปังทาแยมและน้ำตาลพูนๆให้มัน
       ทำไมผมถึงแจกอาหารตอนนี้นะหรอ ก็เพราะผมต้องลดน้ำหนักสัมภาระเพื่อทำตัวให้พร้อมก่อนต่อสู้ เนื่องจากผมถนัดเล่นสายว่องไวใช้ความเร็วหลบหลีกและกำจัดศัตรูในเกมเสมอ อีกสาเหตุคือผมหมั่นไส้ไอ้อ้วนที่เลือกสกิลได้ไร้ประโยชน์ต่อปาร์ตี้สุดๆ ผมจึงต้องขุนมันให้อ้วนเพื่อระบายแค้น ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่ผมแกล้งมันประจำ
       ขณะที่เรานั่งดื่มกินกันอยู่ ก็มีวัตถุกลมๆแบนๆสีเหลืองกระโดดมาหาพวกเรา พอมองดีดีแล้ว นั่นมันสไลม์สีเหลืองนี่นา มันมีรูปทรงเหมือนลูกชิ้นแบนๆ และมีแต่ดวงตา ตัวของมันสีเหลือง มันต่างจากสไลม์ที่ผมจินตนาการไปพอสมควร แต่มันก็ดูน่ารักมากทีเดียว
       ผมคว้าดาบขึ้นมาและตรงเข้าหามันตามสัญชาตญาณเกมเมอร์มือโปรโดยไม่ได้หลงไปกับความน่ารักของมัน มันเคลื่อนไหวช้า หลังจากลงดาบไม่กี่ครั้งผมก็กำจัดมันได้ สิ่งที่ได้มามีเพียงค่าประสบการณ์จำนวนหนึ่ง และแต้มสกิลที่น้อยมาก    หลังจากสำรวจหารุ้งและกำจัดมอนสเตอร์สักพักหนึ่ง เราพบแต่สไลม์สีเหลืองที่มีการโจมตีด้วยการร่ายเวทลูกบอลดิน พวกเราจึงพอรู้คร่าวๆว่าป่าแห่งนี้คงเป็นป่าสไลม์ เมื่อกำจัดสไลม์เราจะได้ค่าประสบการณ์เป็นหลัก ส่วนแต้มสกิลจะได้มาค่อนข้างน้อย ตอนนี้ผมอัพเลเวลพื้นฐานระดับสามแล้ว แต่มีแต้มสกิลยังไม่พออัพสกิลดาบสักเลเวลเลย
       เมื่อเดินไปได้สักระยะพวกเราก็พบทางแยก ผมเลือกทางซ้าย ตามหลักขวาร้ายซ้ายดี พวกเราเดินไปได้ไม่กี่เมตร ทันใดนั้นก็มีเสียงมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ พวกเรามองตรงไปเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างองอาจ
       แว๊บแรกที่มอง ผมเห็น 'นางฟ้าในชุดสีแดง' เธอรวบผมที่ยาวสลวยเป็นหางม้าไว้ด้ายหลัง และมีรักยิ้มน้อยๆ2ข้างแก้ม ออ..เป็นรุ้งในชุดแม่มดสีแดงนี่เอง อิอิ (หน้าแดง)
       "ในที่สุดก็หาทุกคนเจอซะที" รุ้งยิ้มเปื้อนน้ำตา ส่วนฝ้ายก็เข้าไปปลอบเพื่อนสนิท หลังปลอบรุ้งจนใจชื้นแล้ว เราก็ได้รู้ว่าเธอได้รับสกิลเวทย์ธาตุดิน เราเดาว่าสกิลเวทย์คงมีธาตุพื้นฐานดิน/น้ำ/ลม/ไฟ และจะมี 10 เลเวล แต่ละเลเวลเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยจะปล่อยเวทย์เป็นลูกบอลตามธาตุนั้นๆ
       ถึงเวลาเตะไอ้อ้วนแล้ว ผมอ้างเหตุผลจากความมีประโยชน์ของสมาชิก จึงรับรุ้งเข้าและเตะไอ้อ้วนออกจากปาร์ตี้ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยรวมถึงตัวไอ้อ้วนเอง
       พวกเราสำรวจและกำจัดสไลม์เหลืองไปเรื่อยๆ จนผมมีเลเวลพื้นฐานระดับเจ็ด และมีแต้มสกิลพออัพสกิลดาบเป็นเลเวลสอง ได้ท่าโจมตีใหม่มาซะที ชื่อสกิลคือ 'Dash' ซึ่งคำอธิบายมีสั้นๆว่า 'โจมตีศัตรูที่อยู่ติดกันในระยะ 5 เมตร' มันเป็นสกิลโจมตีหมู่สินะ
       เส้นทางข้างหน้าเริ่มเห็นลำธารน้ำใสสวยทีเดียว ผมมอง2สาวสวยตรงหน้าที่ส่งยิ้มมาให้ผมพร้อมกันโดยมีพื้นหลังเป็นลำธารใสกระจ่าง ในใจมันก็เหมือนมีมดไต่ยั้วเยี้ย มันคันและเจ็บนิดๆ ที่รักพี่เสียดายน้อง
       แต่พอมองไปด้านหลังพวกเธอดีๆ ผมก็เห็นกลุ่มสไลม์สีฟ้ากระโดดมาใกล้พวกเธอ ด้วยสัญชาตญาณผู้กล้า ผมหยิบดาบในมือใช้ท่าสกิลใหม่ 'Dash' พุ่งเข้าใส่พวกมันทันที
       ความรู้สึกของการใช้สกิลมันสุดยอดมาก เหมือนแหวกผ่านอากาศเข้าฟันใส่ศัตรูแล้วทะยานต่อไปยังศัตรูตัวถัดไปที่อยู่ใกล้ตัวแรกในระยะ5เมตรต่อเนื่องไปจนตายไป 4 ตัว
       เป็นโชคดีของเจ้าตัวฟ้าตัวสุดท้ายที่เคลื่อนไหวช้าจนอยู่ห่างจากฝูงเกินระยะ5เมตร ผมใช้ดาบผู้กล้าแทงเข้าไปที่เจ้าตัวน้อยอย่างแม่นยำและยกร่างน้อยๆที่โดนดาบปักอยู่ขึ้นสูงเหนือศีรษะ แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของผู้กล้าอย่างสง่างาม พร้อมหันไปมองสองสาวสวยพร้อมมอบรอยยิ้มตรึงใจให้พวกเธอ
       "กรี๊ด" เสียงรุ้งกรีดร้องดังสนั่นพร้อมใบหน้าหวาดผวา ทำให้ผมงงงวย
       ไม่ทันที่จะหายงง ผมรู้สึกได้ถึงความเย็นวาบบนหัว มันคืบคลานมาคลุมถึงใบหน้า...
       'อึดอัด หายใจไม่ออก' ผมดิ้นรนพยายามใช้มือจับสิ่งนั้นออกไปแต่ก็เปล่าประโยชน์ จนผมเข้าใจคำว่า 'คว้าน้ำเหลว' ได้ชัดเจนถึงแก่น
       'ทรมาน ทรมานเหลือเกิน' ผมลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นไปมาเหมือนปลาที่ถูกจับมาทิ้งไว้บนบกและดิ้นทุรนทุรายเพราะขาดอากาศหายใจ
      แต่...สิ่งที่ทำให้ผมทรมานยิ่งกว่าความตายที่กำลังมาเยือนก็คือ "รอยยิ้มของเธอ"
       ทำไมละ เพราะอะไร หรือเธอโกรธที่ผมหลายใจ...