หากนางไม่ทำแล้ว...เกิดท่านแม่ทัพผู้นี้ขุ่นเคืองขึ้นมาจะจับนางไปขังในคุกรึไม่นะ! หรือนางต้องฝึกเอาใจเขาจริงๆ อย่างน้อยเขาเป็เ้าของเรือน นางเป็เพียงผู้อาศัย อย่างไรก็ดีกว่าไปตำหนิเขาเช่นเมื่อครู่กระมัง
ลี่จูค่อยๆ เยื้องย่างมานั่งข้างๆ เขา ก่อนจะค่อยๆ พูด ค่อยๆ จาอย่างนุ่มนวลลงกว่าเดิม เพื่อให้เขาไม่ระคายหูมากนัก
“ข้าขออภัยเ้าค่ะท่านแม่ทัพเจียเร่อที่เข้าใจท่านผิด ข้าคีบอาหารให้ท่านนะเ้าคะ”
ลี่จูรีบเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็หลังมือจนเจียเร่ออดขบขันไม่ได้ นางช่างเสแสร้งไม่เป็จริงๆ เมื่อครู่ยังโวยวายอยู่เลย อยู่ดีๆ ทำมาเอาอกเอาใจเขา ช่างไร้มารยาใดจริงๆ ใครมองก็ดูออกว่านางจงใจเอาใจเขา
“เ้าไม่หิวแล้วรึ! มาคีบอาหารให้ข้าแล้วเมื่อใดเ้าจะได้กินเล่า เ้ารีบกินเถิด เมื่อวานก็ไม่ได้ทานอะไรเลยไม่ใช่รึ!”
เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากปากของท่านแม่ทัพแล้ว ลี่จูรีบหยิบชามของตนเองมาคีบอาหารใส่ปากอย่างไม่ใส่ใจเจียเร่ออีกเลย จนเขาอ้าปากค้าง นางเป็สตรีตัวเล็กที่ทานอาหารเยอะมากจนแทบหมดเกลี้ยงทุกจาน เขาคิดว่าอาหารที่นำมาเช้านี้มากพอสำหรับ 3-4 คนแล้ว แต่นางทานจนหมดไม่เหลือ!
จนเมื่อสาวใช้เก็บสำรับไปเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนได้แต่นั่งมองหน้ากันไปมาอย่างไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดออกมาก่อน ในใจแม้จะมีคำถามมากมายแต่ก็ไม่กล้าเริ่มต้นพูด
“ท่าน!”
“เ้า!”
ทั้งสองจ้องมองกันอยู่นาน พอจะเอ่ยคำออกมากลับพูดขึ้นมาพร้อมกัน เจียเร่อจึงเปิดโอกาสให้นางพูดก่อน เขาก็อยากรู้ว่านางจะพูดเื่อะไรกับเขา ใช่เื่เมื่อวานหรือไม่ เขาเองก็ไม่รู้จะบอกนางอย่างไรว่าเป็คนอุ้มนางมาจากอ่างอาบน้ำ หรือจะไม่เอ่ยถึงเลยคงดีกว่า
“เ้าเอ่ยก่อนเลย มีสิ่งใดรึ!?”
“เมื่อวานข้าเผลอหลับไป บ่าวของข้าไปแจ้งท่านหรือเ้าคะ?”
ลี่จูเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเหมือนเขาจะรู้ว่านางหลับไปโดยที่ไม่ได้กินอะไรเลย
เจียเร่อเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเออออตามนางทันที
“ใช่ๆ บ่าวรับใช้ของเ้ามาบอกข้า ข้าจึงให้พวกนางเปลี่ยนชุดให้เ้าแล้วไม่ต้องปลุกจนกว่าเ้าจะตื่น เมื่อเช้าบ่าวรับใช้ของเ้าไปโรงครัวบอกว่าเ้าหิวมากข้าเลยให้ยกสำรับมาทานกับเ้าที่นี่อย่างไรเล่า”
ลี่จูพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วหากข้าจะทานอาหารต้องทานพร้อมท่านตลอดเลยรึเ้าคะ?”
“หากเ้าอยากทานเร็วก็ต้องรับสำรับพร้อมข้า เพราะพวกเขาจะจัดเตรียมให้ข้าก่อนเ้าเสมอ แต่หากเ้ารอได้ก็ต้องรอหลังจากข้าทานเสร็จแล้ว”
ลี่จูตั้งใจฟังเก็บข้อมูลอย่างดี แสดงว่าที่นี่เขาเป็ใหญ่ที่สุด หากหิวก็ต้องกินพร้อมเขาอย่างนั้นหรือ แต่มีเพื่อนทานข้าวก็ดีกว่าทานคนเดียว
“เช่นนั้นทานพร้อมท่านก็ได้เ้าค่ะ ข้าหิวง่าย ถ้ารอนานๆ อาจจะปวดท้องได้เ้าค่ะ”
ลี่จูทำปากย่นเหมือนจำใจต้องทานอาหารพร้อมเขา แต่มันคงไม่แย่นักหรอก อย่างน้อยเขาก็ไม่แย่งชิงอาหารกับนาง
“วันใดหากข้ามีงานด่วนหรือติดธุระเ้าก็ทานก่อนได้เลยไม่ต้องรอข้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของลี่จูก็เปล่งประกายแห่งความยินดี ทำตาปริบๆ มองเขาอย่างพอใจพลางพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“แล้วอยู่ที่นี่ข้าต้องทำอะไรบ้างเ้าคะ ข้าจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าสตรีทั่วไปเขาทำอะไรกันบ้างแต่ละวัน แล้วข้ามาพักที่จวนของท่านแบบนี้จะถูกชาวบ้านครหานินทาหรือไม่เ้าคะ?”
เจียเร่อเห็นนางเอ่ยถามเช่นนี้ยิ่งรู้สึกตลกกับสิ่งที่นางถาม นางช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ชาวบ้านทั่วไปในเมืองนี้ก็คือคนที่ไปมุงดูนางเมื่อวานนี้ พวกเขารู้หมดแล้วว่านางมาพร้อมกับเสียงะเิดังสนั่นตรงจุดที่มีหลุมประหลาดนั่น ทุกคนมีแต่สงสัยในตัวนางเท่านั้นว่านางคือใคร เป็คน เป็เทพหรือมาร จะมีใครมาใส่ใจเื่นางพักที่จวนนี่ทำไมกัน มีแต่ยินดีที่เขาคอยควบคุมตัวนางไว้ให้ชาวบ้านอุ่นใจก็เท่านั้น
“เ้าลืมไปแล้วรึว่าเมื่อวานก็มีชาวบ้านไปที่จุดที่เ้าตื่นขึ้นมาตรงหลุมนั่น ใครจะมาครหาเ้าที่มาอยู่ในจวนข้า มีแต่ดีใจที่ข้าควบคุมตัวเ้าไว้ไม่ปล่อยให้ไปทำร้ายผู้อื่นอย่างไรเล่า”
ลี่จูได้ยินว่าควบคุมนางไม่ให้ไปทำร้ายผู้อื่นก็ตาโตขึ้นมาทันที นี่เขาเห็นนางเป็อะไรกัน นางไม่ใช่หมานะที่เที่ยวกัดไปทั่ว จะมากลัวนางไปทำร้ายคนทำไมกัน
“ข้าเป็เพียงสตรีอ่อนแอ จะไปทำร้ายใครได้ ท่านคิดมากเกินไปหรือไม่เ้าคะ เมื่อข้าลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ข้าอยากทำคืออยากออกไปท่องเที่ยวดูโลกภายนอกเท่านั้น ไม่ได้อยากถูกคุมตัวไว้เช่นนี้ ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ทำร้ายใครหรอกเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นข้ากัดท่านไปนานแล้วหากข้าคิดทำร้ายคน”
ลี่จูเอ่ยออกไปอย่างที่คิด นางดูเป็คนร้ายกาจขนาดนั้นเลยหรือ ถึงต้องถูกจับตัวมาเช่นนี้
“เื่แบบนี้มันต้องดูกันยาวๆ เ้าจะเอ่ยอย่างไรก็ได้ แต่หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ข้า้าเวลาเพื่อตรวจสอบเ้า!”
ลี่จูได้แต่ถอนหายใจเบื่อหน่ายกับคำกล่าวของเขา นี่นางจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานแค่ไหนกันจึงจะพิสูจน์ตัวเองได้
“แล้วข้าจะไม่เหงาตายรึเ้าคะ ข้าจะอยู่ที่นี่กินแล้วก็นอนไปวันๆ อย่างนั้นหรือเ้าคะ?”
ลี่จูเอ่ยออกไปด้วยความเซ็ง นางไม่คิดว่าภารกิจที่ต้องไปสำรวจโลกในยุคโบราณของนางจะถูกหยุดชะงักไว้เพียงแค่นี้ หนำซ้ำยังติดต่อพ่อกับแม่ไม่ได้เลย เครื่องย้อนเวลาพาเดินทางอยู่ใน่เวลาที่นานเกินไปกับที่คุยกันไว้แต่แรกจากย้อนเวลาจากยุคของนางย้อนหลังมาเพียง 100 ปี กลายเป็ย้อนเวลากลับมาถึงพันกว่าปีขนาดนี้ แล้วเธอจะแก้ไขโลกในอนาคตของเธออย่างไรกัน?
ตอนนี้คิ้วของลี่จูขมวดจนแทบชนกันแล้ว นางไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไป ไหนจะอยากเก็บตัวอย่างดิน ตัวอย่างพืช ตัวอย่างหิน หรือแม้แต่ภูมิประเทศต่างๆ ของยุคโบราณที่สมบูรณ์นี้อีก เธอจะได้ออกไปตอนไหนกัน
“เ้าเป็อะไร? เครียดมากอย่างนั้นหรือที่ต้องอยู่ที่นี่กับข้า”
เจียเร่อเห็นท่าทางคิ้วขมวดถอนหายใจทีละหลายคราของนางแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ นางมีสิ่งใดต้องกังวล หรือนางได้รับคำสั่งใครให้มาวางแผนทำลายเมืองหรือไม่?ในใจเจียเร่อได้แต่คิดว่าสตรีผู้นี้ต้องมีแผนการบางอย่างแน่ๆ ท่าทีของนางอาจจะไม่มีพิษภัย แต่ใครจะรู้! นางอาจจะเป็พวกตีสองหน้าก็ได้ หรือจะเป็จอมโจรพันหน้าที่เสแสร้งเก่ง!