เวลา...คือสิ่งที่คำอินทร์ไม่เคยมี
เขานั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายอาจารย์ที่หลับใหล ลมหายใจที่รวยรินของหลวงปู่แก้วแต่ละครั้ง เปรียบเสมือนเสียงทุบของค้อนั์ที่ตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ของตนเอง
เขามีพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินอยู่ในกาย แต่กลับทำได้เพียงเฝ้ามองครอบครัวคนสุดท้ายกำลังจะตายจากไปต่อหน้าต่อตา
"ไม่...ข้าไม่ยอม!"
ความคิดนั้นพลันะเิขึ้นในหัว เขายังไม่ยอมแพ้! ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์นี้เคยช่วยเขามาแล้วครั้งหนึ่ง มันต้องช่วยหลวงปู่ได้เช่นกัน!
คำอินทร์รวบรวมเรี่ยวแรงที่เพิ่งฟื้นคืนมา ค่อยๆ ช้อนร่างของหลวงปู่ขึ้นอย่างทุลักทุเลที่สุด
เขาพาร่างที่อ่อนปวกเปียกของอาจารย์ไปยังริมทะเลสาบอีกครั้ง วักน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นลูบใบหน้าที่ซีดเผือดของท่านครั้งแล้วครั้งเล่า "ตื่นสิขอรับหลวงปู่! ตื่นขึ้นมา!"
เขายังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขานึกถึงบทเรียนแรกจากคัมภีร์อสุรา...การเชื่อมจิตกับแก่นอาคม…
เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ ชักนำพลังงานอันอบอุ่นจากกลางอกให้ไหลไปยังฝ่ามือ ไม่ใช่เพื่อเปิดคัมภีร์...แต่เพื่อ 'รักษา'
เขาปรารถนาอย่างแรงกล้า...อธิษฐานต่อแก่นอาคมแผ่นดิน...ต่อทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำแห่งนี้...ขอเพียงมอบพลังแห่งชีวิตให้แก่อาจารย์ของเขา!
ฝ่ามือของเขาวางทาบลงบนหน้าอกของหลวงปู่ แสงสีทองนวลอ่อนๆ เรืองรองออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างแ่เบา มันคือพลังแห่งชีวิตของแก่นอาคมที่ตอบสนองต่อความปรารถนาอันแรงกล้าของเขา
และมันก็ได้ผล...
เปลือกตาที่ปิดสนิทของหลวงปู่แก้วค่อยๆ ขยับ...ก่อนจะเปิดขึ้นช้าๆ ท่านมองหน้าศิษย์รักที่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ แล้วฝืนยิ้มออกมาบางๆ...เป็รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่คำอินทร์เคยเห็นมาตลอดสิบปี
"พอแล้ว...พอแล้ว...หลานรัก..."
เสียงของท่านแหบพร่าและเบาหวิวยิ่งกว่าสายลม แต่คำว่า "หลานรัก" ที่ท่านเอ่ยออกมานั้น มันกลับหนักแน่นและชัดเจนในหัวใจของคำอินทร์ยิ่งกว่าสิ่งใด
มันคล้ายเป็การยอมรับ...คือการฝากฝัง...คือการอำลา...
หลวงปู่ยกมือที่สั่นเทาและเย็นเฉียบขึ้นมาััใบหน้าของคำอินทร์อย่างแ่เบา "อย่า...ฝืนชะตา...เลย..."
"ข้าไม่ยอม! ท่านต้องไม่เป็อะไร! ท่านคือครอบครัวคนสุดท้ายของข้า! อย่าทิ้งข้าไป...ได้โปรด...อย่าทิ้งข้าไปอีกคน!" คำอินทร์อ้อนวอนทั้งน้ำตา เขากอดร่างของอาจารย์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าท่านจะสลายไปในอากาศ
ขณะที่เขากอดร่างนั้น...ภาพความทรงจำต่างๆ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก...
...ภาพของหลวงปู่ที่ดูเคร่งขรึม กำลังสอนเขาเขียนตัวอักษร ก.ไก่ ตัวแรกบนพื้นดินด้วยกิ่งไม้…
...ภาพของหลวงปู่ที่แอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นเขาดีใจจนะโโลดเต้นที่สามารถร่ายคาถาจุดไฟกองเล็กๆ ได้สำเร็จเป็ครั้งแรก…
...ภาพของหลวงปู่ที่ยื่นหัวมันเผาร้อนๆ ส่งให้เขาในคืนที่อากาศหนาวเหน็บ พลางเอ็ดว่ากินช้าๆ เดี๋ยวจะติดคอ…
...ภาพของหลวงปู่ที่นั่งนิ่งเป็หินผาอยู่ข้างๆ เขาตลอดทั้งคืนในวันที่เขาป่วยหนัก...คอยเช็ดตัวและป้อนยาสมุนไพรรสขมให้...
ท่านไม่ใช่แค่อาจารย์...ท่านไม่ใช่แค่อดีตกษัตริย์...ท่านคือพ่อ...คือปู่...คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี...
"ข้า...เสียดาย..." หลวงปู่เอ่ยขึ้น ทำลายภวังค์ของคำอินทร์ "เสียดาย...ที่ไม่มีเวลา...ได้เห็นเ้า...เติบใหญ่...เ้าอาจจะเป็กษัตริย์ที่ดีได้..."
น้ำตาของคำอินทร์ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง "ข้าไม่้าเป็กษัตริย์! ข้า้าแค่ท่าน! ข้า้าให้ท่านอยู่กับข้า!"
"นั่น...ไม่ใช่ชะตาของเ้า..." หลวงปู่ส่ายหน้าช้าๆ "ชะตาของเ้า...ยิ่งใหญ่กว่านั้น..."
ท่านรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย...มองลึกเข้าไปในดวงตาของคำอินทร์...เพื่อมอบบทเรียนสุดท้าย...บทเรียนที่ไม่ใช่เื่ของอาคม...แต่เป็เื่ของ "การเป็มนุษย์"
"ฟังข้า...คำอินทร์...อย่าให้ความแค้น...กลืนกินความเป็คนของเ้า...จงจำรอยยิ้มของแม่เ้าไว้...จงจำความดีและความเสียสละของตาเ้าไว้...นั่นคือสิ่งที่เ้าต้องปกป้อง...ไม่ใช่แค่...บัลลังก์..."
แววตาของหลวงปู่เริ่มเลื่อนลอย...ท่านมองผ่านร่างของคำอินทร์...ไปยังความว่างเปล่าเื้ั...ราวกับกำลังมองเห็นใครบางคนที่มารอรับ
"อินทร์...สหายข้า...ข้า...กำลังจะตามไป..." ท่านพึมพำเบาๆ
แล้วฝ่ามือที่เคยััใบหน้าของคำอินทร์...ก็ค่อยๆ เลื่อนหลุดและตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง…
ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยปัญญาและเมตตา...บัดนี้ได้เลื่อนลอยและว่างเปล่า…
หน้าอกที่เคยขยับขึ้นลงอย่างแ่เบา...บัดนี้นิ่งสนิท...
ลมหายใจสุดท้ายของอดีตกษัตริย์ผู้เก่งกล้าแห่งอยุธยา...สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ...ได้หมดสิ้นลงแล้ว...ในอ้อมกอดของหลานชาย...ในถ้ำลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก...
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้มันคือความเงียบอันเป็นิรันดร์
คำอินทร์ยังคงกอดร่างที่ไร้ิญญานั้นไว้...นิ่งงัน...ราวกับเวลาได้หยุดเดินไปพร้อมกับลมหายใจของอาจารย์ เขารับรู้ได้ถึงความเย็นที่ค่อยๆ แผ่ซ่านออกจากร่างในอ้อมแขน...มันคือความเย็นะเืของความตาย...ความเย็นที่เขคุ้นเคยดี
สิบปีก่อน...เขาสูญเสียแม่และตาไป…
วันนี้...เขาสูญเสียอาจารย์และครอบครัวคนสุดท้ายไปอีกครั้ง...
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากกกกกกกก!!!"
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปอันแสนสาหัสะเิออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดในจิติญญาของเขา มันไม่ใช่เสียงร้องของเด็กหนุ่มอีกต่อไป แต่เป็เสียงคำรามของสัตว์ป่าที่าเ็และถูกต้อนจนมุม
พลังของแก่นอาคมแผ่นดินปะทุขึ้นตามแรงอารมณ์ของเขาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผนังถ้ำสั่นะเื หินก้อนเล็กๆ ร่วงหล่นลงมาราวกับหยาดน้ำตาของภูผา
เขาร้องไห้...ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล…
เขากรีดร้อง...กรีดร้องจนไม่มีเสียงจะเปล่ง...
จนกระทั่งความโศกเศร้าอันท่วมท้นได้แปรเปลี่ยนเป็ความว่างเปล่าอันเย็นเยียบ…
ชั่วเวลานานเท่าไรไม่ทราบเขาวางร่างของอาจารย์ลงอย่างนุ่มนวลที่สุด...แล้วลุกขึ้นยืน...แววตาของเขาบัดนี้...ปราศจากความลังเล...ปราศจากความกลัว...เหลือเพียงความมุ่งมั่นอันเ็าและแหลมคมดุจน้ำแข็ง
เขาใช้ดาบคู่กายที่บิ่นไป...ค่อยๆ ขุดดินและหินที่อยู่ข้างศิลาจารึก...ขุด...ขุด...และขุด...ด้วยสองมือที่แตกยับและเปื้อนเื...เขาขุดหลุมศพให้แก่อาจารย์เพียงคนเดียวของเขา...เป็การกระทำสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความเคารพและความเ็ป
เมื่อฝังร่างของหลวงปู่แก้วเรียบร้อยแล้ว เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าหลุมศพที่ยังสดใหม่นั้น
มือข้างหนึ่งกำ "พระคัมภีร์อสุรา" ไว้แน่น...
ส่วนมืออีกข้างกำหมัดจน "แหวนทองคำขาว" กดลึกลงไปในเนื้อ...
เขาก้มศีรษะลงจดพื้น...กราบลาเป็ครั้งสุดท้าย...ก่อนจะเงยหน้าขึ้น...มองไปยังความมืดที่ปากถ้ำ...แล้วเปล่งเสียงคำสาบานที่ทำให้ดวงิญญาของบรรพบุรุษและผืนปฐีต้องสั่นะเื
"ท่านอาจารย์...ท่านแม่...ท่านตา...ข้า...เ้าฟ้าคำอินทร์...ขอเอาดวงิญญาของข้าและแก่นอาคมแผ่นดินที่สถิตอยู่ในกายเป็เดิมพัน!"
"ข้าขอสาบาน! ว่าจะไล่ล่าราชครูมินจอส่วยจนสุดขอบปฐี! จะไม่หยุดจนกว่าลมหายใจของมันจะหมดสิ้น!"
"ข้าจะทำให้มันต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำ...ด้วยความเ็ปที่มากกว่าพันเท่า! ข้าจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่มันรักและสร้างขึ้นมาให้พินาศเป็จุล!"
"และข้าจะทวงคืนทุกสิ่งที่เป็ของข้ากลับคืนมา...ทวงคืนศักดิ์ศรีของครอบครัว...และทวงคืนเอกราชให้แก่แผ่นดินนี้!"
"นี่คือคำสาบานของข้า...หากข้าทำไม่ได้...ขอให้ิญญาของข้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในอเวจีชั่วนิรันดร์!"
สิ้นเสียงคำสาบาน...เปลวไฟสีครามก็ลุกวาบขึ้นในดวงตาของเขา...
เด็กหนุ่มที่ชื่อคำอินทร์...ได้ตายไปแล้วในถ้ำแห่งนี้...
ผู้ที่กำลังจะก้าวเดินออกไป...มีเพียง...โอรส์ผู้้าทวงแค้น