คนหนึ่งคือพระอนุชาแท้ ๆ อีกคนคือบุตรสาวสุดที่รัก คนซวยที่ถูกบีบอยู่ตรงกลางอย่างจักรพรรดิคังซีจะทำอย่างไรได้?
ทำได้เพียงยอมควักเงินจ่ายแต่โดยดี
ฝูเฉวียนที่นั่งอยู่ด้านข้างมองดูกล่องไม้ใบเล็กที่เหลียงจิ่วกงประคองมา นิ้วมือที่วางบนโต๊ะขยับเล็กน้อย
"เฮ้อ ฉางหนิงก็คือฉางหนิง หลายปีมานี้ นอกจากฮ่องเต้จะทรงเอ็นดูเ้าแล้ว ตอนนี้ยังมีถังเป่าที่เอ็นดูเ้าเพิ่มมาอีกคน!"
เขาหัวเราะพลางส่ายหน้า มีท่าทางอิจฉาริษยาอยู่หลายส่วน
"ฮ่า ๆ !" ฉางหนิงเอนกายพิงโต๊ะเตียง มองฝูเฉวียนด้วยหางตา "อะไรกัน อิจฉาล่ะสิ?"
"ใครใช้ให้ท่านเป็พี่ชายล่ะ เลยไม่กล้าอ้อนฮ่องเต้! เด็กที่ร้องไห้เป็ถึงจะได้กินนมนะ!"
เมื่อได้ยินฉางหนิงพูดคำว่า ‘อ้อน’ ออกมา ร่างกายของฝูเฉวียนก็สั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่ายากที่จะยอมรับคำนี้ได้
ถังเป่าไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของฉางหนิงนัก แต่นางรู้สึกว่าตนเองได้ช่วยฉางหนิงแก้ปัญหาเื่อาหารการกินของคนทั้งครอบครัวแล้ว จึงส่ายศีรษะเล็ก ๆ ไปมาด้วยท่าทางมีความสุขยิ่ง
จักรพรรดิคังซีอุ้มถังเป่านั่งลง วางเด็กหญิงตัวน้อยลงบนเตียง และจับมือนางไว้ ให้เคลื่อนไหวได้ในระยะหนึ่ง่แขนรอบตัวพระองค์
เช่นเดียวกับที่ฉางหนิงรู้จักจักรพรรดิคังซีเป็อย่างดี จักรพรรดิคังซีก็รู้จักเขาดีเช่นกัน
ดังนั้นพระองค์จึงเริ่มยุยงถังเป่า "ถังเป่า ลองถามท่านอาของเ้าดูสิว่า มีของขวัญมาให้เ้าหรือไม่"
ทว่าถังเป่ายังจำคำพูดที่ฉางหนิงเพิ่งพูดไปได้!
นางมองจักรพรรดิคังซีด้วยความสงสัย "ท่านพ่อ ท่านอาบอกว่าเขาไม่มีเงินเพคะ!"
แปลกจัง ความจำของท่านพ่อแย่ขนาดนี้เลยหรือ?
ทันใดนั้นถังเป่านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาพลันเคร่งขรึม รีบยื่นมือไปแตะหน้าผากของจักรพรรดิคังซีเพื่อลองวัดอุณหภูมิ
ดีเหลือเกิน ไม่มีไข้!
หลังจากได้ลงมือตรวจด้วยตนเอง ถังเป่าจึงเบาใจและถอนหายใจยาวออกมา
ในขณะเดียวกัน จักรพรรดิคังซีและฉางหนิงที่ถูกเด็กหญิงตัวน้อยตรวจอย่างจริงจังถึงกับ "..."
มีเพียงฝูเฉวียนที่ะเิเสียงหัวเราะออกมา
ฉางหนิงผู้ขุดหลุมฝังตัวเองยังไม่รู้ตัวว่า นับจากนี้ไปในความทรงจำของถังเป่า เขาได้กลายเป็ ‘ท่านอาที่ไม่มีเงินซื้อข้าว!’ ไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าหากเขารู้ถึงป้ายกำกับที่แปลกประหลาดนี้ จะต้องเสียใจจนร้องไห้ไม่ออกกับสิ่งที่ทำในวันนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉางหนิงยังไม่รู้
เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ จากนั้นภายใต้สายตาที่จ้องเขม็งของถังเป่า เขาก็หยิบกล่องไม้ใบเล็กออกมาใบหนึ่ง
"มา ๆ มาดูนี่เร็ว!"
หลังจากจักรพรรดิคังซีพยักหน้าอนุญาต ถังเป่าก็ก้าวเท้าเล็ก ๆ วิ่ง ตึก ตึก ตึก ไปหาฉางหนิง แล้วซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างเป็ธรรมชาติ มองดูกล่องไม้ในมือเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉางหนิงจ้องมองกระหม่อมเล็ก ๆ ในอ้อมกอด เส้นผมที่ทั้งเหลืองและหยาบทำให้เขาเริ่มสงสัยในตัวเอง จนชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรดี
เด็กคนนี้ สนิทกับคนง่ายขนาดนี้เลยหรือ?
"ท่านอา~"
เมื่อเห็นว่าฉางหนิงนิ่งไปนาน ถังเป่าจึงเงยหน้าขึ้นเร่งเขา ฉางหนิงจึงได้สติกลับมา
"ถังเป่าต้องหลับตานะ! ไม่อย่างนั้นของข้างในจะบินหนีไปหมด~!"
ต้องยอมรับว่า น้ำเสียงเช่นนี้ช่วยสร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยมยิ่ง! ความคาดหวังของถังเป่าถูกดึงขึ้นไปจนถึงขีดสุด!
แม้แต่จักรพรรดิคังซีและฝูเฉวียนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในกล่องไม้ใบนี้คือสิ่งใดกันแน่?
มือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของถังเป่าปิดตาไว้อย่างว่าง่าย และพูดกับฉางหนิงด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า "ท่านอา ถังเป่าปิดตาแล้วเพคะ!"
ฉางหนิงเปิดกล่องไม้ "มา ๆ ท่านอาช่วยจับพวกมันไว้ให้แล้ว! ถังเป่ารีบมาดูเร็ว!"
ถังเป่าเลื่อนมือเล็ก ๆ ที่ปิดตาออก วินาทีต่อมา สายตาก็ถูกดึงดูดด้วยสิ่งของที่อยู่ในกล่องไม้ลับ
"ว้าว!"
ภายในกล่องไม้ลับเต็มไปด้วยเครื่องประดับชุดเล็ก ๆ ที่เป็รูปแมลงปอระยิบระยับ ั้แ่ปิ่นปักผม โบว์ผูกผม รวมถึงปิ่นขนาดเล็ก สร้อยคอ และกำไลข้อมือ ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็รูปแบบใดที่นึกออก ล้วนรวมอยู่ในนี้ทั้งหมด
แต่เนื่องจากแต่ละชิ้นมีขนาดไม่ใหญ่ มีความประณีต และส่วนใหญ่ทำจากอัญมณีสีแดง น้ำเงิน เขียว ที่มีสีสันสดใส จึงดูน่ารักยิ่งนัก!
ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าใด ย่อมไม่มีทางต้านทานต่อเครื่องประดับอัญมณีที่ระยิบระยับเหล่านี้ได้เลย!
ฉางหนิงโอบกอดถังเป่าที่กำลังตะลึงงัน และอวดจักรพรรดิคังซีกับฝูเฉวียนอย่างภาคภูมิใจ
"สิ่งเหล่านี้ชายาของข้าเป็คนเตรียมให้ นางบอกว่าเด็กผู้หญิงชอบของพวกนี้ที่สุด!"
ฝูเฉวียนยิ้มตาหยี ไม่เอ่ยถึงกล่องไม้ที่ตนส่งให้เหลียงจิ่วกงก่อนหน้านี้อีก
ส่วนจักรพรรดิคังซีที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ทรงมองถังเป่าที่ถูกเครื่องประดับผมรูปแมลงปอดึงดูดความสนใจไปจนหมดสิ้น แล้วมองไปยังผมสองจุกที่ผูกอยู่บนศีรษะของนาง
นอกจากจะโล้นเลี่ยนไม่มีเครื่องประดับแล้ว ยังถูกพี่ชายรองของนางขยี้จนยุ่งเหยิงอีก!
"จึ๊"
จักรพรรดิคังซีทรงไม่พอใจอยู่ในพระทัย เหตุใดจึงปล่อยให้เ้าหมอฉางหนิงนั่นชิงตัดหน้าไปได้!
พระองค์อาศัยถ้วยน้ำชาช่วยบัง แล้วส่งสายตาให้เหลียงจิ่วกง ฝ่ายหลังเข้าใจความหมายในทันที
ทางด้านถังเป่าที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของฉางหนิงเริ่มมองหาคน "หงหง! หงหงรีบมาเร็ว!"
นางถือปิ่นปักผมรูปแมลงปอชิ้นเล็ก แล้วบอกโกวหงด้วยความตื่นเต้นว่า "ใช้ชิ้นนี้เกล้าผมให้ถังเป่าหน่อยนะเพคะ!"
แน่นอนว่าโกวหงไม่มีทางปฏิเสธ ภายใต้ฝีมืออันประณีตของนาง ทรงผมที่ยุ่งเหยิงของถังเป่าก็กลับมาเรียบร้อยน่ารักอย่างรวดเร็ว
เมื่อเช้านางเกล้าผมให้ถังเป่าเป็สองจุกเล็ก ๆ ตอนนี้เปลี่ยนเป็ถักเปียเล็ก ๆ สองข้าง ปลายผมที่ระลงบนไหล่ผูกด้วยโบว์รูปแมลงปอ และที่ข้างหูก็ติดที่หนีบผมรูปแมลงปอที่ปีกจะสั่นไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว ทำให้ถังเป่าดูเป็ลูกเจี๊ยบที่น่ารักไปทั้งตัว
"ท่านพ่อ ดูนี่สิเพคะ!"
หลังจากส่องกระจกทองเหลืองชื่นชมความงามจนพอใจ และรู้สึกว่าตนเองสวยที่สุดในใต้หล้าแบบไร้คู่ต่อสู้ ถังเป่าก็ะโเข้าสู่อ้อมกอดของจักรพรรดิคังซีด้วยความดีใจ ดวงตาทั้งสองข้างเป็ประกายจ้องมองพระองค์
"อืม ให้ท่านพ่อดูให้เต็มตาหน่อย!" จักรพรรดิคังซีใช้พระหัตถ์ใหญ่ทั้งสองข้างช้อนใต้รักแร้ของถังเป่า แล้วออกแรงยกตัวนางขึ้นมา
"แน่นอนว่า ถังเป่าของท่านพ่อสวยที่สุด น่ารักที่สุด!"
จักรพรรดิคังซีไม่สนใจคำเล่าลือภายนอกที่ว่าใครเป็ ‘โฉมงามอันดับหนึ่งในใต้หล้า’ อย่างเป็เื่เป็ราวหรอก ในสายตาของท่านพ่อ บุตรสาวของพระองค์ต่างหากที่สวยที่สุด!
ไม่ยอมรับข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น!
ดังนั้น ท่านพ่อผู้ ‘ตาบอด’ กับบุตรสาวตัวน้อยผู้ ‘หลงตัวเอง’ จึงผลัดกันชื่นชมกันไปมา จนฉางหนิงฟังแล้วรู้สึกขนลุกซู่
"ไอหยา แบบนี้ยังมีเค้าลางของพี่ชายจักรพรรดิผู้ปรีชาสามารถและองอาจอยู่หรือ?!"
ฉางหนิงกระทุ้งศอกใส่ฝูเฉวียน แล้วถามว่า "พี่รอง ท่านเคยเห็นแบบนี้มาก่อนหรือไม่?"
ฝูเฉวียนยิ้มอย่างซื่อ ๆ แต่ก็ส่ายหน้า "ไม่เคยเลย"
ฉางหนิงเดาะลิ้น "น่ากลัวจริง ๆ !"
"พี่ชายจักรพรรดิของข้า แม้จะไม่ถูกเหล่าพระชายาและผินในวังหลังล่อลวงจนเสียศูนย์ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาสยบแทบเท้าเล็ก ๆ ของบุตรสาวตนเอง นี่มันช่าง... นึกไม่ถึงจริง ๆ !"
ฝูเฉวียนกระแอมเบา ๆ ใช้มือปิดปาก แล้วกระซิบกับฉางหนิงว่า "นี่ก็เป็แผนสาวงามเช่นกัน เ้าไม่เข้าใจหรือ!"