ความหนาวเย็นของเหมันตฤดูทำให้หลี่จิ้งถิงต้องนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าๆ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยปุปะ เด็กหญิงกอดตัวเองเอาไว้จนแน่น ด้วยหวังว่าการกระทำเช่นนี้จะช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงไปได้บ้าง
มือและเท้าเล็กๆ ถูกซุกเข้าหาลำตัวจนมองดูคล้ายก้อนทรงกลมโดดเด่นสะดุดตาแต่ดูเหมือนว่าการกระทำเช่นนี้ จะไม่ได้ช่วยลดความหนาวเย็นที่กำลังเข้ากัดกินร่างกายของนางได้เลย
มีผู้คนมากมายต้องจบชีวิตลงภายใต้ความเย็นะเืที่โหดร้ายบางคนก็ทนรับกับสภาพของความอดอยากไม่ไหวการต้องอดมื้อกินมื้อดูเหมือนจะเป็เื่ปกติในฤดูเหมันต์ ที่ต้องเผชิญหน้ากับความฝืดเคืองในเื่ของวัตถุดิบในการหุงหาอาหาร
ด้านนอกห้องมารดาของเด็กหญิงที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักมาทั้งวันกำลังงีบหลับโดยเอามือข้างหนึ่งรองศีรษะความจริงหลี่เยี่ยนฟางตั้งใจจะพักสายตาแค่ชั่วครู่หนึ่งเท่านั้นในมืออีกข้างจึงยังคงกำเข็มเย็บผ้าเอาไว้ บนโต๊ะยังมีเสื้อผ้าของหลี่จิ้งถิงที่นางยังแก้ไม่เสร็จวางอยู่
ในขณะที่นางกำลังงีบหลับหลี่เยี่ยนฟางก็ฝันเห็นท่านแม่ของนางอีกแล้ว ในฝันอีกฝ่ายกำลังร้องห่มร้องไห้อย่างเศร้าเสียใจ ทั้งหมดเป็ความผิดของนางใช่ไหมท่านแม่ถึงได้ทุกข์ใจถึงเพียงนี้
“ท่านแม่ลูกขอโทษ” หลี่เยี่ยนฟางะโขอโทษมารดาในห้วงฝันและพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าร่างของอีกฝ่ายอย่างคิดถึงใจจะขาด
“ซี๊ด”
เข็มในมือที่หลี่เยี่ยนฟางกำอยู่ตำเข้าให้ทันทีนางจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทั้งที่จิตใจยังขื่นขม หลังจากนั่งอย่างเลื่อนลอยอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยนึกขึ้นมาได้ว่า นางทิ้งบุตรสาวเอาไว้คนเดียวภายในห้อง
ภาพหลี่จิ้งถิงที่นอนขดตัวหลับใหลราวกับกุ้งอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางที่เต็มไปด้วยรอยเย็บปะ บนเตียงที่ถูกสร้างขึ้นอย่างง่าย ๆจากไม้กระดานเพียงไม่กี่แผ่น ในห้องที่หนาวเย็นะเืทำให้หลี่เยี่ยนฟางถึงกับหยุดชะงักอย่างรู้สึกะเืใจ
ด้วยเคยมีชีวิตที่สุขสบายมาั้แ่เล็กจนโตพอต้องมาอยู่อาศัยในบ้านที่ทั้งเล็กและคับแคบ ไร้ซึ่งความสะดวกสบายเช่นนี้ในใจจึงยากที่จะยอมรับได้สักที
นางเหม่อมองไปรอบๆ บริเวณห้องที่ว่างเปล่า ด้วยฐานะที่ยากจนทำให้เครื่องใช้ไม้สอยทุกชิ้น ล้วนแต่ไม่ใช้ของดิบดีอะไรทุกอย่างเพียงเน้นเื่ประโยชน์ใช้สอยเป็หลัก
ทว่าแม้กระทั่งถ่านไม้ที่จะใช้จุดเพื่อไล่ความหนาวเพิ่มความอบอุ่นในเวลานี้ก็ยังนับเป็ของสิ้นเปลือง เพราะราคาของถ่านไม้นั้นแพงพอๆ กับข้าวสาร ทำให้พวกนางสองแม่ลูกหักใจซื้อมาใช้ไม่ลงครั้นจะขึ้นเขาไปตัดไม้มาทำฟืน ตัวนางก็ไร้กำลังและเวลา
หลี่เยี่ยนฟางที่ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่หนังหุ้มกระดูกสวมเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุน รู้สึกเ็ปหัวใจจนอยากจะหลั่งน้ำตาแต่ในเวลานี้นางก็ทำได้เพียงรีบก้าวขึ้นไปนอนเคียงข้างบุตรสาวคว้าร่างที่ผอมแห้งกว่าเด็กในวัยเดียวกันเข้ามาในอ้อมกอด
ในขณะเดียวกันนางก็พยายามถูลูบไปตามเนื้อตัวของหลี่จิ้งถิงด้วยหวังว่าจะช่วยสร้างความอบอุ่นให้บุตรสาว แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
สองแม่ลูกนอนกอดกันและกันเอาไว้จนแน่นแม้ความหนาวเย็นจะไม่ได้บรรเทาเบาบางลงมากสักเท่าไร แต่อ้อมกอดอบอุ่นจากมารดาก็ทำให้เด็กหญิงนอนหลับสนิทลงได้ในที่สุด
ยามที่หลี่จิ้งถิงลืมตาตื่นขึ้นข้างกายก็ไร้ไออุ่นจากร่างกายของมารดาแล้วหลี่เยี่ยนฟางต้องรีบออกจากบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อไปทำงานรับจ้างที่ร้านขายผ้าในตลาดส่วนบุตรสาวที่ยังเล็กของนางก็ต้องอาศัยยายจูที่อยู่ข้าง ๆ บ้าน ให้ช่วยดูแลอย่างสุดปัญญาจะแก้ไขอะไรได้เนื่องจากเถ้าแก่ของหลี่เยี่ยนฟางไม่พึงพอใจที่จะให้นางนำบุตรสาวไปด้วยเพราะกลัวว่าจะรบกวนเวลาทำงาน
หลี่จิ้งถิงที่รู้หน้าที่เกินกว่าวัยลุกขึ้นจากเตียงไปตักน้ำมาล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินไปหยิบมันนึ่งหัวหนึ่งที่อยู่ในครัวขึ้นมากินอย่างเรียบง่ายหลี่เยี่ยนฟางต้องตื่นั้แ่ยามเหม่า จึงทำได้เพียงจัดเตรียมอาหารแบบง่าย ๆให้บุตรสาวอย่างละอายใจ แต่เด็กหญิงกลับรู้สึกว่าหัวมันนึ่งที่อยู่ในมือหอมเอร็ดอร่อยยิ่งนัก
ห่างจากบ้านของหลี่จิ้งถิงเพียงไม่กี่ก้าวแค่มีกำแพงกั้นคือบ้านของยายจู หญิงชราที่บุตรชายมีวาสนาดีพ่อตาที่เป็เ้าของร้านค้าในเมืองไม่รังเกียจเดียดฉันท์ที่เขาไร้ฐานะมองแค่ความรู้ความสามารถก็วางใจยกบุตรสาวให้ เพียงปรารถนาให้อีกฝ่ายดูแลลูกสาวของตนเป็อย่างดีเพียงเท่านั้น
นับแต่วันนั้นเป็ต้นมายายจูจึงพักอาศัยอยู่ในบ้านแห่งนี้เพียงลำพังหญิงชราพอใจที่จะได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายในแบบที่คุ้นเคยทุกครั้งที่บุตรชายของยายจูมาชักชวนให้ไปอยู่ด้วยกัน หญิงชราจะเอ่ยปฏิเสธเสมอนางบอกว่าอยู่ที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจมากกว่าไม่อยากเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านของผู้อื่นให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ
หลังกินอาหารเช้าเสร็จหลี่จิ้งถิงก็จะเดินไปที่บ้านของยายจู หยิบเอาข้าวสารมาโปรยไว้ให้ไก่กินก่อนจะวิ่งไปนำหญ้ามาให้วัวในคอกอย่างขยันขันแข็ง จากนั้นก็นำไม้กวาดมาทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดพอเห็นยายจูมองมาก็เผยสีหน้ายิ้มแย้มเอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท
“ท่านยายจูข้ามาแล้ววันนี้ท่านมีงานอะไรให้ข้าทำอีกหรือไม่เ้าค่ะ”
แท้ที่จริงแล้วงานเล็กๆ น้อย ๆ ที่ให้เด็กหญิงทำ หญิงชราที่อยู่ว่าง ๆ เพียงคนเดียวก็สามารถทำได้แต่เป็เพราะหลี่เยี่ยนฟางรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมที่จะรับน้ำใจจากนางอยู่บ่อยๆ โดยไม่ได้ตอบแทน ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจส่งบุตรสาวร่างเล็กผอมให้มาคอยช่วยเหลือหญิงชราดีกว่าที่จะทิ้งเด็กหญิงให้อยู่เฝ้าบ้านคนเดียวใน่เวลาที่นางไม่อยู่
ท่านยายจูเองก็นึกแปลบปลาบในใจนางเห็นเด็กในวัยเดียวกับเด็กหญิงหลาย ๆ คน ยังคงวิ่งเล่นใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานแต่หลี่จิ้งถิงกลับได้สวมแต่เสื้อผ้าอาภรณ์ชุดเก่า และทุกวันต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตความเป็อยู่ที่ยากลำบากอย่างสุดความสามารถ
ดวงตาของท่านยายจูมีรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยตอบเด็กหญิง
“กวาดบ้านเรียบร้อยแล้วก็มานั่งพักเถอะเดี๋ยวมื้อเที่ยงยายจะทำของอร่อย ๆ ให้เ้ากิน”
หลี่จิ้งถิงส่งยิ้มละไมให้กับท่านยายจูพอคิดถึงอาหารกลางวันที่กำลังจะได้กิน เด็กหญิงก็ตาเป็ประกายพลางเค้นสมองคิดทบทวนในใจว่า ‘วันนี้ได้ทำงานของท่านยายจูจนเรียบร้อยหมดแล้วหรือยังเพราะการที่นางพากเพียรมาคอยช่วยงานสัพเพเหระของอีกฝ่าย ทำให้ท่านแม่ไม่ต้องลำบากใจและเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก’
หลี่จิ้งถิงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็เงยหน้าส่งยิ้มให้ท่านยายจูพลางเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าออกไปเก็บหญ้ามาให้วัวก่อนนะเ้าคะระหว่างทางอาจเจออะไรที่พอจะเก็บกลับมาทำมื้อเที่ยงได้”
ท่านยายจูเห็นดวงหน้าไร้เดียงสาของหลี่จิ้งถิงฉายแววเอาจริงเอาจังก็รู้ว่าคงพูดค้านไม่สำเร็จจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเถอะยายเองก็อยากจะเดินไปดูที่สักหน่อยว่า มีอะไรพอจะเก็บมาทำกินได้บ้างเหมือนกัน”พอพูดจบนางก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กหญิงอย่างนึกเอ็นดู
‘ช่างเป็เด็กที่รู้ความจริงๆ’
จวบจน่เย็นยามที่หลี่เยี่ยนฟางเดินกลับมาหลี่จิ้งถิงที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยมารดาอยู่ทั้งวันก็กำลังช่วยท่านยายจูเก็บผักที่ตากแห้งไว้ที่ลานบ้านพอเห็นมารดาก็เผยสีหน้ายิ้มแย้มทันควัน พลางรีบไต่ถามอย่างกระวีกระวาด
“ท่านแม่เหนื่อยหรือไม่เ้าคะ”
หลี่เยี่ยนฟางส่ายหน้าพร้อมพูด“ถิงเอ๋อร์หิวข้าวหรือยังลูก เดี๋ยววันนี้แม่ทำแป้งย่างให้กินนะ”
“ท่านแม่เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนเถิดเ้าค่ะ รอลูกช่วยท่านยายจูเก็บผักที่ตากแห้งไว้เสร็จแล้วพวกเราค่อยกลับเรือนพร้อมกัน”
หลี่เยี่ยนฟางที่ตั้งใจแค่หางานเล็กๆ น้อย ๆ ให้บุตรสาวทำ ระหว่างที่รอนางออกไปทำงานในตอนกลางวันถึงกับลอบถอนหายใจในอกรู้สึกขมปร่าไปหมดทั้งหมดเป็เพราะนางที่ยังทำหน้าที่ของแม่ไม่ดีพอ
หลี่เยี่ยนฟางรู้สึกโกรธแค้นและเสียใจกับเื่ราวในอดีตที่เคยทำผิดพลาดการกระทำของนางไม่ใช่แค่เพียงส่งผลกระทบต่อตนเอง แต่ยังเป็การทำร้ายบุตรสาวที่นางรักลึกซึ้งสุดใจอีกด้วย
ท่านยายจูที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อยสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของหลี่เยี่ยนฟาง แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรแม้จะพอคาดเดาเื่ได้เลา ๆ จากปากคำของอีกฝ่ายที่เคยบอกกล่าวเล่าเื่ราวในอดีตในนางฟังดูท่าต้องรีบดึงความคิดของหลี่เยี่ยนฟางกลับมา
“วันนี้แม่ไก่ออกไข่มาหลายใบยายอยู่คนเดียวเก็บเอาไว้ก็กินไม่ทันพวกเ้าสองแม่ลูกมาแบ่งไปทำอาหารเย็นสักหน่อยเถอะ”
หลี่เยี่ยนฟางกำลังจะส่ายหน้าปฏิเสธตะกร้าไข่ก็ถูกยัดใส่มือบุตรสาวเรียบร้อยแล้วเมื่อหันไปเห็นสีหน้าดีอกดีใจของหลี่จิ้งถิงที่ต้องอดมื้อกินมื้อมาโดยตลอดในใจก็มีความรู้สึกหลากหลายปนเปหลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจกล่าวขอบคุณท่านยายจูก่อนจะเอ่ยปากขอตัวจูงบุตรสาวกลับเรือนในที่สุด
จากเดิมที่ตั้งใจจะทำแป้งย่างเป็อาหารเย็นให้บุตรสาวพอพวกนางได้รับไข่ไก่จากท่านยายจูมาหลายใบ หลี่เยี่ยนฟางก็ตัดสินใจทำโจ๊กข้าวฟ่างใส่ไข่ให้หลี่จิ้งถิงกินแทน
บุตรสาวของนางไม่ได้กินเนื้อสัตว์มาหลายมื้อแล้วไข่ไก่ที่ได้มาจึงนับได้ว่าเป็อาหารมื้อพิเศษในรอบหลายวันเลยทีเดียว
พอหลี่จิ้งถิงได้กลิ่นหอมของอาหารที่กำลังทำอยู่ท้องก็เริ่มร้องด้วยความหิว เด็กหญิงจึงเอ่ยถามมารดาด้วยเสียงออดอ้อน
“ท่านแม่เสร็จหรือยังเ้าคะลูกหิวแล้ว”
หลี่เยี่ยนฟางเห็นท่าทางของบุตรสาวก็เอ่ยตอบกลั้วเสียงหัวเราะแ่ ๆ
“เสร็จแล้ว ๆ”
หลังจากชามโจ๊กร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ถูกวางลงตรงหน้า หลี่จิ้งถิงก็พยายามถือช้อนให้มั่นคงเพื่อตักโจ๊กขึ้นมากินด้วยแววตาเป็ประกายทว่าพอเหลือบเห็นในชามของมารดาไม่มีไข่ไก่เหมือนกับชามของตนเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าท่านแม่คงเสียสละให้นางกินคนเดียวอีกแล้วเื่แบบนี้เกิดขึ้นจนเด็กหญิงชินตาเสียแล้ว
หลี่จิ้งถิงไม่พยายามคะยั้นคะยอมารดาให้กินไข่ไก่นางทำเพียงวางช้อนลงแล้วก็ทำปากยื่นกอดอกอย่างแง่งอน พลางขมวดคิ้วน้อย ๆอย่างห้ามไม่อยู่ คล้ายกำลังยืนกรานว่าหากท่านแม่ของนางไม่ได้กิน นางก็จะไม่ยอมกินด้วยเช่นกัน
หลี่เยี่ยนฟางเห็นท่าทางเช่นนี้ก็นึกรู้แล้วว่าบุตรสาวโกรธเื่อะไร จึงแกล้งยื่นมือไปหยิกแก้มนางเบา ๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะลุกขึ้นไปต้มไข่หนึ่งใบสำหรับตนเองอย่างไม่ต้องรอให้หลี่จิ้งถิงเอ่ยปากบอก
พอหลี่จิ้งถิงได้เห็นในชามโจ๊กของมารดามีไข่ไก่เหมือนกับชามโจ๊กของตนเองแล้วก็ยิ้มกว้าง รีบเอ่ยอย่างชอบใจ
“ท่านแม่รีบกินตอนร้อนๆ เถิด วันนี้ท่านทำโจ๊กข้าวฟ่างได้อร่อยมากจริง ๆ เลยเ้าค่ะ”
“อืม”หลี่เยี่ยนฟางพยักหน้าตอบด้วยสุ้มเสียงละมุน
พอนางเห็นหลี่จิ้งถิงตั้งอกตั้งใจกินโจ๊กใส่ไข่ด้วยสีหน้าแช่มชื่นเบิกบานก็ลอบสะท้อนในใจ หากนางตั้งใจทำงานให้มากขึ้นกว่านี้ก็คงสามารถซื้อหาของอร่อยมาให้บุตรสาวได้เพิ่มขึ้นอีก
หลังจากคิดตรึกตรองดูแล้วก็ตกลงปลงใจจะรับงานปักผ้าจากร้านที่ตนเองทำงานอยู่กลับมาทำที่บ้านแม้ฝีมือการปักผ้าของนางจะสามารถทำได้แค่เพียงงานชิ้นเล็ก ๆ ก็ยังพอนับได้ว่าเป็รายได้เสริมอีกทางเพราะครอบครัวของนางไม่สามารถประหยัดมัธยัสถ์มากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
นางกังวลใจว่าเื่ยากลำบากขัดสนฝืดเคืองทั้งหมดที่ต้องทนอยู่ในขณะนี้มันเกินกว่าที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะทนรับได้ไหวหรือไม่