บทที่ 45 การล่มสลายของตระกูลเฝิง
เพียงคำให้การของหมาจิ่วก็สามารถจัดการตระกูลเฝิงอย่างเด็ดขาดได้แล้ว
หลายปีมานี้ตระกูลเฝิงทำเรื่องชั่วช้าเอาไว้ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าโกงเงินไปตั้งเท่าไหร่
แม้จะมีเงินใต้โต๊ะให้หวงเฟิงเหนียนไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับเงินที่ตระกูลเฝิงได้ไปโดยมิชอบแล้ว เงินที่ตนเองรับมานั้นก็น้อยนิดเสียจนไม่ควรค่าให้เอ่ยถึง
นอกจากนั้น ตอนนี้ยังเป็นเวลาที่ต้องใช้เงินอีกด้วย
หวงเฟิงเหนียนพลิกอ่านคำให้การที่ผู้ใต้บังคับบัญชานำมาส่ง ในนั้นบรรยายทุกอย่างโดยละเอียด อีกทั้งข้างล่างยังมีตราประทับและลายมือลงนามของหมาจิ่วด้วย
หากมีหลักฐานนี้ ต่อให้ตระกูลเฝิงอยากเล่นลิ้นก็คงจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว
เมื่ออ่านคำให้การจบ หวงเฟิงเหนียนพบว่ายังมีอีกแผ่นหนึ่งจึงพลิกดู
พอได้อ่าน เขาก็ต้องสะดุ้งและตัวสั่นเทิ้ม
“นี่ นี่…”
หวงเฟิงเหนียนตกใจมาก บนนั้นเขียนรายละเอียดงานสกปรกที่เขาสั่งให้หมาจิ่วไปทำ
หากรั่วไหลออกไป นอกจากจะรักษาตำแหน่งขุนนางเอาไว้ไม่ได้ หัวของเขาอาจต้องหลุดออกจากบ่าอีกด้วย
ใช่แล้ว หมาจิ่ว …
ขอแค่หมาจิ่วปฏิเสธ เขาก็จะสามารถลดโทษลงได้
หวงเฟิงเหนียนถาม “หมาจิ่วเล่า?”
“นำตัวเขาเข้ามา”
มือปราบไปหามหมาจิ่วจากรถลากเข้ามาในศาล
จ้าวผิงพูดขึ้นมาว่า “เรียนใต้เท้านายอำเภอ หมาจิ่วลอบสังหารข้าน้อยไม่สำเร็จ ถูกข้าน้อยจู่โจมสังหาร ตอนนี้กลายเป็นศพแล้วขอรับ”
“เขามีความผิด ถึงตายก็ไม่คู่ควรให้สงสาร”
“แต่พ่อลูกตระกูลเฝิงซึ่งเป็นผู้บงการยังทำตัวอยู่เหนือกฏหมาย ใต้เท้านายอำเภอโปรดมอบความเป็นธรรมให้ข้าน้อยลงโทษสองพ่อลูกตระกูลเฝิงอย่างสาสมด้วยเถิด”
ตายแล้วอย่างนั้นหรือ?
หวงเฟิงเหนียนผ่อนคลายลงหลังจากได้ยินดังนั้น
คนตายไปแล้วไม่อาจพิสูจน์ได้ เขามีช่องว่างให้บิดเบือนต่อหลักฐานนี้มากมาย
ขอแค่จัดการจ้าวผิงได้ เขาก็สามารถนอนหลับโดยไร้กังวลได้แล้ว
แถมข้อเรียกร้องของจ้าวผิงยังง่ายดาย นั่นคือการลงโทษพ่อลูกตระกูลเฝิงอย่างเข้มงวด
เรื่องนี้ตรงใจเขาเช่นกัน
หลังครุ่นคิดสักพัก หวงเฟิงเหนียนก็เคาะค้อนประจำตัวก่อนกล่าวว่า “เดิมทีหมาจิ่วก็เป็นอันธพาลในอำเภออวิ๋นอัน ทุบตีบุรุษฉุดคร่าสตรี ไม่มีความชั่วใดไม่ทำ ชื่อเสียงฉาวโฉ่”
“หากวันนี้ถูกฟ้าลงโทษก็สมควรแล้ว”
“จ้าวเซียนเชิงไม่เกรงกลัวอำนาจ ซ้ำยังต่อสู้กับความชั่วร้ายอย่างกล้าหาญ กำจัดภัยพาลให้คนหมู่มาก สมควรตบรางวัลห้าสิบตำลึงเงิน”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนข้างนอกก็เริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา
“ฆ่าหมาจิ่ว นอกจากจะไม่มีความผิดแล้วยังได้เงินรางวัลอีกหรือ?”
“ถ้ารู้ตั้งแต่แรก ข้าคงลงมือไปแล้ว”
“เจ้ามีความกล้าอย่างนั้นรึ ได้ยินมาว่าแม้หมาจิ่วย่ำยีภรรยาเจ้า แต่เจ้ายังยืนมองอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าปริปากสักคำ”
“เจ้าพูดเหลวไหล เขาก็แค่มานอนพักผ่อนบนเตียงบ้านข้า โดยมีเราทั้งสองคอยรับใช้ ไม่ได้ย่ำยีภรรยาข้าเสียหน่อย”
“เฮอะ ๆ ๆ”
“ใต้เท้านายอำเภอแยกแยะถูกผิดได้กระจ่าง เป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรมโดยแท้”
“ข้ากลับคิดว่าจ้าวเซียนเชิงที่สังหารหมาจิ่วกำจัดภัยพาลเพื่อพวกเราต่างหากที่เป็นวีรบุรุษที่แท้จริง วันหน้าถ้าเขามีอะไรสั่งความ ข้าก็จะทำตามโดยไม่อิดออด”
“ข้าก็เหมือนกัน เขากำจัดหมาจิ่ว เมื่อพวกเราเปิดแผงขายของก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้ส่วนหนึ่ง”
“ใช่แล้ว ๆ ข้าก็จะเชื่อฟังจ้าวเซียนเชิงด้วยเหมือนกัน”
คนที่ชมการพิจารณาคดีอยู่ข้างนอก แม้ตอนแรกจะอิจฉา แต่ท้ายที่สุดกลับอยู่ฝ่ายจ้าวผิงทั้งสิ้น
หวงเฟิงเหนียนพูดขึ้นในจังหวะนั้นว่า “ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ ข้าจะประกาศผลการพิจารณาคดี…”
“...พ่อลูกตระกูลเฝิงบงการให้หมาจิ่วทำเรื่องชั่วร้าย มีหลักฐานแน่นหนา ตามกฎหมายต้าเว่ยแล้ว เฝิงเจิ้งชูและเฝิงจวิ้นเหรินซึ่งเป็นผู้บงการ ให้สักหน้าแล้วส่งไปสมทบกองทัพ ส่วนคนตระกูลเฝิงที่เหลือ ผู้ชายให้ตกเป็นทาส ขายให้นายหน้าค้าทาส ส่วนผู้หญิงให้ส่งตัวไปที่หอนางโลมหลวง เป็นโสเภณีหลวงไปชั่วรุ่นชั่วหลาน”
“ใครก็ได้ไปจับกุมตัวเฝิงเจิ้งชูกับเฝิงจวิ้นเหรินมาเดี๋ยวนี้!”
“เลิกศาล!”
หวงเฟิงเหนียนเคาะไม้พิจารณาคดีประกาศเลิกศาล
จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปหาจ้าวผิง ผายมือออกมาแต่ไกล หัวเราะพลางกล่าว “จ้าวเซียนเชิง ท่านสังหารหมาจิ่ว ทั้งยังกำจัดภัยพาลเพื่อชาวบ้าน นับเป็นวีรบุรุษของอำเภออวิ๋นอันเรา”
“ข้าอยากเชิญจ้าวเซียนเชิงไปกินข้าวที่ด้านในด้วยกัน หวังว่าท่านคงไม่รังเกียจ”
“ขอบคุณนายอำเภอหวงที่เชื้อเชิญ ข้าน้อยคิดเช่นนี้อยู่พอดี”
จ้าวผิงคล้อยตามอีกฝ่าย พาหลี่หู่เดินตามนายอำเภอหวงเข้าไปข้างใน
จวนว่าการและจวนพำนักของนายอำเภอเชื่อมต่อกัน โดยมีประตูด้านหลังที่สามารถเดินทะลุเข้าไปได้
ข้างในมีการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน
สิ่งปลูกสร้างเรียงรายสลับสูงต่ำทว่ากลับสอดรับกันอย่างงดงาม ตรงกลางมีสระน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ในสระน้ำปลูกดอกบัวไว้ ยามนี้ยังคงผลิบานชวนชม
อีกทั้งยังเลี้ยงปลาไนตัวใหญ่ไว้อีกด้วย สาวใช้กำลังให้อาหารมันอยู่
พวกนางส่งเสียงกระซิบกระซาบพูดคุย
ฟุ้งเฟ้อเสียจริง!
อาศัยเบี้ยหวัดของหวงเฟิงเหนียนจนสามารถสร้างบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ได้ ล้วนแต่เป็นเงินที่ทุจริตมาทั้งนั้น
อย่างไรก็ตาม จ้าวผิงไม่ได้พูดออกมา
เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินนั้นไป จ้าวผิงกับหลี่หู่ก็ถูกนำทางไปยังห้องรับแขกห้องหนึ่ง
ซึ่งมีสาวใช้คอยปรนนิบัติเติมน้ำชา
หวงเฟิงเหนียนไล่พวกนางออกไปแล้วกวาดสายตาไปทางหลี่หู่
จ้าวผิงเข้าใจทันที ก่อนยิ้มตอบกลับไปว่า “นายอำเภอหวง หลี่หู่เป็นคนกันเอง ท่านมีอะไรโปรดพูดมาได้เต็มที่ เขาจะไม่เอาไปพูดข้างนอกแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะพูดตามตรงก็แล้วกัน”
หวงเฟิงเหนียนพยักหน้า กล่าวอย่างเปิดเผย “จ้าวเซียนเชิง ท่านริบทรัพย์บ้านหมาจิ่วแล้วหรือ?”
“ข้าไม่…”
จ้าวผิงพูด “ข้าไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ยิ่งไม่รู้ว่าเขาอาศัยอยู่ที่ใด แล้วจะไปริบทรัพย์ได้อย่างไรกัน?”
“เขาจะมาเอาชีวิตข้าจึงถูกข้าฆ่าตายก็เท่านั้น”
“อีกอย่าง เขาเป็นอาชญากรชั่วร้าย ทรัพย์สินทั้งหมดล้วนได้มาโดยมิชอบ ตามหลักแล้วสมควรเป็นของหลวง ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปริบทรัพย์”
“ฮ่า ๆ ๆ พูดได้ดี”
หวงเฟิงเหนียนหัวเราะเสียงดัง
หมาจิ่วอยู่ในอำเภออวิ๋นอันมาหลายปี คบค้าสมาคมกับนายอำเภอและผู้มั่งมีมากหน้าหลายตาในอำเภออวิ๋นอัน ทรัพย์สมบัติเขามากมายยิ่งนัก
จ้าวผิงบอกว่าสมบัติพวกนั้นเป็นของหลวง ทว่าความจริงแล้วอีกฝ่ายกำลังยกเงินให้เขา
ท่าทีของจ้าวผิงทำให้หวงเฟิงเหนียนพอใจมาก
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจวางใจได้ หวงเฟิงเหนียนถามต่อไปว่า “จ้าวเซียนเชิง แล้วกระดาษแผ่นนั้นเล่า?”
“กระดาษ… กระดาษอะไรหรือ?”
จ้าวผิงแสร้งไม่เข้าใจ
“ก็จดหมายที่ท่านส่งให้ข้าตอนอยู่ในศาลนั่นอย่างไร”
“ท่านหมายถึงสิ่งนั้นเองหรือ ข้าค้นเจอจากบนร่างหมาจิ่ว เห็นว่ามีชื่อของนายอำเภอหวง นึกว่าเป็นจดหมายถึงท่านจึงส่งให้ท่านไปพร้อมกับคำให้การ”
จ้าวผิงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไป ซ้ำยังถามกลับว่า “หรือในนั้นจะมีความลับอะไรอยู่หรือ?”
“ไม่มี… ไม่มีหรอก หมาจิ่วเป็นอันธพาลผู้หนึ่งจะไปมีความลับอะไรได้”
หวงเฟิงเหนียนปฏิเสธ “ก็แค่จดหมายที่ข้าส่งไปเกลี้ยกล่อมให้เขากลับมาสู่หนทางที่ถูกต้อง ไม่ได้สำคัญอะไรนัก”
“อ้อ! ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
จ้าวผิงทำเป็นไม่พอใจ ทอดถอนใจแล้วกล่าวว่า “ข้านึกว่าในนั้นจะมีเรื่องชั่วช้าของตระกูลเฝิงเสียอีก จะได้ฟ้องข้อหาพวกเขาเพิ่มเติม”
“เอ่อ!”
หวงเฟิงเหนียนกล่าวอย่างประหลาดใจ “ตระกูลเฝิงถูกริบทรัพย์แล้ว เฝิงเจิ้งชูกับเฝิงจวิ้นเหรินก็จะถูกสักหน้าส่งไปสมทบกับกองทัพ ท่านยังไม่พอใจอีกหรือ?”
“ข้าจะพอใจได้อย่างไร?!”
จ้าวผิงขึ้นเสียงขณะจ้องหวงเฟิงเหนียน
“นายอำเภอหวง คราวก่อนข้าฟ้องเฝิงจวิ้นเหริน ท่านบอกว่าเขาจะถูกสักหน้าส่งไปสมทบกองทัพ แต่ท้ายที่สุดเล่า?”
“เขากลับถูกปล่อยตัวออกจากคุกในวันเดียวกัน มิหนำซ้ำยังใช้ให้หมาจิ่วมาฆ่าข้า”
“เพราะฉะนั้น คราวนี้ข้าเลยต้องตีเขาให้ตายในคราวเดียว ไม่ปล่อยให้มีโอกาสหลุดไปได้อีก”
“ข้าไม่อยากโดนลอบฆ่าอีกเป็นครั้งที่สอง”
“จ้าวเซียนเชิง ท่านวางใจเถอะจะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว”
หวงเฟิงเหนียนรับรอง “คราวก่อนเป็นเพราะจับได้แค่เฝิงจวิ้นเหริน เฝิงเจิ้งชูจึงยังเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก เขาเป็นหมอ นับเป็นขุนนางคนหนึ่ง ข้าจึงจำต้องปล่อยเฝิงจวิ้นเหรินออกมา”
“แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน พวกเขาพ่อลูกล้วนเข้าคุกไปทั้งคู่ ทรัพย์สินก็ถูกริบ แม้อยากจะลงมือก็ไม่มีเงินติดสินบนแล้ว”
“เป็นเช่นนี้ก็ดี สมกับที่นายอำเภอหวงเป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรมจริง ๆ”
จ้าวผิงยกย่อง “ข้ายังมีเรื่องจะขอร้อง หวังว่านายอำเภอหวงจะช่วยสงเคราะห์”
“เรื่องอะไรหรือ?”
“ท่านยังจำเรื่องหมู่บ้านเฉียนเหมินเมื่อหกปีก่อนได้หรือไม่?”
“เจ้าหมายถึงตระกูลเวินหรือ?”
หวงเฟิงเหนียนตื่นตัวขึ้นมาทันที “จ้าวเซียนเชิง เรื่องตระกูลเวินเป็นการจัดการของนายอำเภอคนก่อน ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า”
“นายอำเภอหวง จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร?”
จ้าวผิงยิ้มพูด “พวกเขาถูกใส่ร้าย”
“ถ้าท่านไม่ช่วยคืนความบริสุทธิ์ให้พวกเขาก็เท่ากับนิ่งดูดายน่ะซิ”
“นายอำเภอหวง ถ้าข้าจำไม่ผิด ท่านกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งใช่หรือไม่?”
“หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าการเลื่อนตำแหน่งของท่านคงไม่ราบรื่นกระมัง”
“ท่านจะเอาอย่างไร?”
หวงเฟิงเหนียนสัมผัสได้ถึงการข่มขู่ จึงเปล่งเสียงไม่เป็นมิตรเท่าใดนัก “จ้าวผิง อย่าคิดว่าตัวเองกุมความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ แล้วจะสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจนะ”
“ถ้าทำให้ข้ามีโทสะ ข้าจะทำให้เจ้าไม่ได้ออกไปจากอำเภออวิ๋นอันอีกเลย”
ขู่ก่อนค่อยใช้กำลังตามหลัง หวงเฟิงเหนียนเจนจัดเรื่องนี้ยิ่งนัก
แต่จ้าวผิงไม่กลัวสักนิด
สาเหตุที่เขานำตัวหมาจิ่วเข้าอำเภออวิ๋นอันมาอย่างเอิกเกริกก็เพื่อทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่ามีคนชื่อจ้าวผิงสังหารหมาจิ่วอยู่ในอำเภออวิ๋นอัน ลงทัณฑ์คนชั่วช้าแทนสวรรค์ เป็นดังเช่นวีรบุรุษ
แม้หวงเฟิงเหนียนคิดจะแตะต้องเขา อย่างไรก็ต้องคิดให้ดีเสียก่อน
การทำเรื่องถูกต้อง ถ้าควรทำอย่างเอิกเกริกก็ต้องทำ เช่นนี้จึงจะสามารถรวบรวมพลังและกำลังพลให้ตนเองได้
ส่วนด้านการวางตน ต้องพยายามถ่อมตัวเข้าไว้
ไม่ต้องวางมาด ไม่ต้องโอ้อวด มีอำนาจภายใต้เงา นี่ถึงจะเป็นวิถีทางที่ถูกต้อง
เพราะเหตุนี้ เมื่อได้ยินคำขู่ของหวงเฟิงเหนียน จ้าวผิงจึงยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม
“นายอำเภอหวง อย่าเพิ่งตระหนกไป”
“ท่านเป็นขุนนางผู้เที่ยงธรรม ข้าจะขู่ท่านได้อย่างไร เพียงอยากมอบผลงานอีกชิ้นให้ท่านก็เท่านั้น”
“ตระกูลเวินเป็นเจ้าของที่ดินหมู่บ้านเฉียนเหมิน พวกเขาถูกเฝิงเจิ้งชูวางแผนให้ร้ายจนต้องตายอย่างอยุติธรรม ซ้ำยังถูกสั่งประหารทั้งตระกูล”
“นั่นทำให้หมู่บ้านเฉียนเหมินพลอยเดือดร้อน ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นถึงครึ่งเท่า”
“ถ้านายอำเภอหวงช่วยรื้อคดีตระกูลเวิน นอกจากจะเป็นความชอบใหญ่หลวงแล้ว ท่านยังจะได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านด้วย”
“เรื่องนี้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด”
“เฝิงเจิ้งชูพลิกแพลงหนังสือทางการ พวกเราแค่ต้องทำหนังสือเพิ่มมาอีกชุด พลิกคดีขึ้นมาพิจารณาเสียใหม่แล้วประกาศออกไปก็พอ”
“เรื่องที่แค่ยกมือก็สำเร็จลุล่วงได้ เหตุใดจึงไม่ทำเล่า?”