" น้องเมย กลับมาไทยแล้วหรอครับ " ฟีนิกซ์ถามสาวเบื้องหน้า
หญิงสาวเบื้องหน้าย่อตัวยกหยิบกล่องที่ตกมาถือ จากนั้นก็ยืน และตอบกลับ " ใช่ค่ะ พี่ฟีนิกซ์ เมยกลับมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว "
" แล้วน้องเมยย้ายมาอยู่แฟลตนี้หรอครับ " ฟีนิกซ์ถาม
" ใช่ค่ะ " เมยตอบ
ฟีนิกซ์เบือนหน้าไปทางอื่นที่ไม่ใช่ทางโอมและฝัด จากนั้นก็กล่าวเบาๆ " ย้ายมา ก็ย้ายมาได้ถูกที่ซะด้วย เพิ่งมีอารมณ์ยินดีที่ไอ้โอมกำลังตกหลุมรักได้ไม่นาน กูต้องเปลี่ยนอารมณ์แล้วหรอเนี่ย "
พอกล่าวเสร็จ ฟีนิกซ์ก็หันมาพูดกับเมยต่อ " แฟนเมยก็รวยมากหนิครับ ทำไมไม่ไปซื้อบ้านหรือหาบ้านเช่าหรือคอนโดมิเนียมแถวนี้อยู่ล่ะครับ ทำไมมาเลือกแฟลตถูกๆแบบนี้ "
" อ๋อ เื่นั้นคือ ที่นี่มันใกล้ที่ทำงานของเมยกับโจมากที่สุดน่ะค่ะ แล้วแฟลตที่นี่ก็ไม่แย่ด้วย บวกกับเ้าห้องห้องนี้ย้ายออกพอดี เราสองคนเลยเลือกเข้ามาอยู่ที่นี่น่ะค่ะ "
" อ๋อเหรอครับ " ฟีนิกซ์ตอบรับเข้าใจ
" พี่ฝัดสบายดีมั้ย " เมยถามฝัด
ฝัดไม่ตอบ คนนิ่งเงียบเหมือนดั่งิญญาหลุดออกจากร่าง
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็เดินมาแตะสะกิดและกล่าวบอก " ไอ้ฝัด น้องเมยเข้าถามมึงอะ "
ฝัดที่ถูกสะกิดก็หลุดออกจากอาการอึ้งและหันมามองถามฟีนิกซ์ว่าฟีนิกซ์พูดอะไร พอฟีนิกซ์เห็นฝัดหันมามองถาม คนก็กล่าวบอก " น้องเมยเขาถามว่ามึง สบายดีมั้ย "
ฝัดรับทราบเข้าใจและหันมามองเมย และกล่าวตอบ " พี่สบายดี "
หลังจากตอบเสร็จ ฝัดก็กล่าวถาม " แล้วโจล่ะ ไม่ได้มาช่วยย้ายของ เข้าห้องใหม่ด้วยกันหรอ "
" อ๋อ โจ อยู่ในห้องน้ำห้องนี้น่ะ เดี๋ยวพอเข้าเสร็จ เดี๋ยวก็คงมาช่วยเมยยกของเข้าเองแหละ " เมยบอก
หลังจากเมยบอกเสร็จ ทันควันเสียงผู้ชายในห้องที่เมยย้ายเข้ามา ก็ะโมาขึ้น " เมย ช่วยหยิบขวดสบู่ ให้ผมได้มั้ย พอดีผมลืมหยิบเข้ามาด้วยน่ะ "
" โอเค สักครู่นะ " เมยะโบอกกลับ
พอคนะโบอกกลับแล้ว คนก็หันมากล่าวกับฟีนิกซ์และฝัด " เมยขอตัวก่อนนะคะ พี่ฟีนิกซ์ พี่ฝัด "
เมื่อกล่าวเสร็จ เมยก็เปิดกล่องที่สองที่ตั้งอยู่ ซึ่งเป็
กล่องรองลงมาจากกล่องที่ตก และหยิบขวดสบู่จากในนั้นและเดินเข้าห้องไป
หลังจากเมยเข้าห้องไป ฝัดก็กลับมานิ่งเงียบไม่พูดและไม่ขยับตัว
โอมที่เห็นอาการฝัดแบบนั้น คนก็กระซิบกล่าวถามฟีนิกซ์ " พี่ฝัดกับผู้หญิงคนนั้น มีอะไรกันรึเปล่าครับ ทำไมพี่ฝัดถึงดูอึ้งไปเมื่อเจอหน้าเขาล่ะครับ "
ฟีนิกซ์ตอบกลับ " เดี๋ยวกูค่อยบอก "
พอฟีนิกซ์บอกกลับโอมเสร็จ คนก็จับไหล่ของฝัดและกล่าวถาม " มึงโอเคนะ "
ฝัดไม่ตอบในทันที ทิ้ง่ประมาณสามวินาที คนจึงค่อยตอบ " โอเคสิพี่ มีอะไรให้ไม่โอเคล่ะ "
" มึงไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว งั้นเราไปกันเถอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
เมื่อฟีนิกซ์กล่าวบอกดังนั้น ฝัดก็ทำตัวร่าเริงและกล่าวบอกกลับฟีนิกซ์ " โอเคพี่ งั้นตามมา " พอกล่าวจบ คนก็เดินนำคนไป
ฟีนิกซ์กับโอมที่เห็นฝัดทำตัวร่าเริงมาแบบนั้น คนที่เห็นดังนั้นคนดูก็รู้ว่าคนกำลังฝืนทำ
' พี่ฝัดกำลังแสร้งยิ้มอยู่ชัดๆ ' โอมคิด
' ไอ้ฝัด เ็ปก็บอกว่าเ็ป ไม่ต้องฝืนขนาดนั้นหรอก ' ฟีนิกซ์คิด
เมื่อมาถึงร้านนั่งเล่น ฝัดก็เริ่มเตรียมเปิดร้านเป็คนแรก ส่วนโอมกลับไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุดที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก็เสร็จ
พอโอมทำธุระส่วนตัวเสร็จ คนก็มาทำงาน คนทำงานไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ยกเว้นอาการฝัด ที่ดูเหม่อลอย ดูไม่มีความสุขยังไงยังงั้นในสายตาโอม
เวลาผ่านไปจนถึงเวลาเที่ยง โอมที่ไปซื้อข้าวกลับมากินยังร้านนั่งเล่น ก็กินไปดูฝัดเหม่อลอยทำหน้าตาไม่มีความสุขปัดฝุ่นเคาน์เตอร์ไป
ฟีนิกซ์ที่เข้ามายังร้านนั่งเล่นจากทางหลังร้าน คนก็ถามโอมพลางเดินเข้าหาโอมที่โต๊ะ " ไอ้โอมวันนี้เป็ไงบ้าง ่เช้าลูกค้าเยอะมั้ย "
หลังจากฟีนิกซ์เดินมาถึงโต๊ะโอม โอมก็ตอบ " ไม่ค่อยเยอะเลยครับคุณฟีนิกซ์ "
เมื่อโอมตอบกลับฟีนิกซ์แล้ว คนที่สงสัยเื่ระหว่างฝัดกับเมยว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้ฝัดมีอาการดังนี้ คนจึงกล่าวถามฟีนิกซ์ " คุณฟีนิกซ์ครับ คุณฟีนิกซ์จะบอกผมได้รึยังว่า พี่ฝัดกับผู้หญิงคนนั้น มีเื่อะไรกันมาก่อน ถึงทำให้พี่ฝัด ซึมเหม่อลอยแบบนี้อะครับ "
ฟีนิกซ์นั่งลงเก้าอี้ก่อน ก่อนตอบโอม " คือผู้หญิงคนนั้นเขาชื่อ เมย เว้ย เป็แฟนเก่าไอ้ฝัด ที่ไอ้ฝัดรักมาก จนเกือบจะแต่งงานกัน แต่อยู่มาวันหนึ่งประมาณหกปี
ก่อนมั้ง เขาก็บอกเลิกไอ้ฝัด ทิ้งไอ้ฝัดไป ไปหาผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า ทั้งการงาน การเงิน ฐานะทางสังคม สายเื และอีกหลายๆอย่าง ทำไอ้ฝัดเสียใจไปเป็ปีๆ ผู้ชายคนนั้นชื่อ ไอ้โจ ชาวอังกฤษ "
เมื่อฟีนิกซ์บอกเสร็จ โอมก็พยักหน้าเข้าใจและกล่าว
" อ๋อ เื่มันเป็แบบนี้นี่เอง "
หลังจากโอมพยักหน้าและกล่าวรับทราบเข้าใจเสร็จ คนก็ลุกขึ้นเดินไปหาฝัดที่เคาน์เตอร์และกล่าว " พี่ฝัดไม่เป็อะไรนะครับ "
ฝัดกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางร่าเริงยิ้มออก " จะให้กูเป็อะไรล่ะ กูไม่เป็อะไรทั้งนั้นแหละ กูออกจะมีความสุข " ฝัดกล่าวจบ คนก็ฝัดฝุ่นต่อ
ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้นก็เดินมากระซิบข้างหลังข้างหูโอม
" ดูก็รู้มันฝืนอยู่ชัดๆ "
โอมกล่าวบอกกลับเบาๆให้เพียงฟีนิกซ์ได้ยิน" ใช่ครับ "
" เฮ้ย ไอ้โอม พี่ฟีนิกซ์ วันนี้พวกเราเลิกงานร้านนั่งเล่นหกโมงเย็นเถอะ และไปดูหนังกัน เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง " ฝัดกล่าว
ฟีนิกซ์ที่เห็นฝัดกล่าวแบบนั้น คนก็เข้าใจว่าฝัด้าที่จะหาอะไรบางอย่างมากลบความเศร้า ส่วนที่ฝัดชวนโอมและคน ฟีนิกซ์ก็เข้าใจ ว่าฝัด ้าจะแสดงให้พวกคนเห็นว่าตนไม่เป็อะไรจริงๆ
คนจึงกล่าวอนุญาตไป " เออ เอาตามนั้นก็ได้ งั้นวันนี้หกโมงเย็นเจอกัน "
พอฟีนิกซ์กล่าวจบ คนก็ขอตัวกลับไปทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด
เวลา เช้า วันที่สิบห้า กุมภา ทางด้านเยี่ยหลง หลังจากวันที่สิบสี่ กุมภา เยี่ยหลงที่ทำอาหารโดยมีฟีนิกซ์ร่างแยกสอนทำ ให้เหล่าศิษย์พี่และอาจารย์กิน ปรากฏว่าอร่อยมาก ศิษย์พี่และอาจารย์จึงยกหน้าที่ทำอาหารให้เยี่ยหลงบัดนั้นในทันที และเช้านี้ คนจึงต้องมาทำอาหารอีกครั้ง
โดยเมณูที่ฟีนิกซ์เลือกและจะสอนให้เยี่ยหลงทำวันนี้มีสี่เมณู คือ หนังเป็ดทอด ไก่แช่เหล้า ปลาทอดราดพริก และ ซี่โครงหมูตุ๋น
พอทำเสร็จ เยี่ยหลงก็ค่อยๆทยอยหยิบยกอาหารมาให้วางยังโต๊ะทุกคน
เมื่ออาหารมาถึงโต๊ะครบทุกโต๊ะ หลังจากอาจารย์และอาจารย์หญิงเริ่มกิน ศิษย์ทุกคนรวมถึงเยี่ยหลงจึงค่อยเริ่มรับประทาน
ครั้นทานเสร็จ คนก็พักให้หายอิ่ม และจึงค่อยไปฝึกกระบี่กันต่อ
เยี่ยหลงฝึกกระบี่ร่วมกับศิษย์พี่ทั้งหลายไปจนถึงยามอู่(11.00-12.00) จึงค่อยพักฝึกและไปเข้าครัวทำอาหาร
โดยอาหารเที่ยงที่เยี่ยหลงทำ เป็อาหารง่ายๆคือ ข้าวต้มกับปลาย่าง
พอทานอาหารเสร็จ ศิษย์พี่ทั้งหลายก็ฝึกให้เยี่ยหลงต่อ จนถึงเวลาบ่ายสาม ศิษย์พี่ไห่หยวนของเยี่ยหลง ก็กล่าวบอกแก่ศิษย์พี่ทุกคนว่า " เออนี่ศิษย์พี่ทุกคน ข้าว่าวันนี้ฝึกแค่นี้เถอะ "
" ทำไมหรอศิษย์น้องเจ็ด " เฉินฉางชุนกล่าวถาม
" เมื่อตอนที่พวกเราทานอาหารกันตอนตะวันตรงหัว พวกท่านก็เห็นแล้วว่าอาจารย์เรียกข้าให้เข้าไปหาเหมือนจะมีอะไรให้ทำ เื่ที่อาจารย์บอกให้ไปทำก็คือ ส่งจดหมายฉบับหนึ่ง ให้ท่านเ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ ข้าจึงต้องรีบไปส่งจดหมายนะ เพราะเย็นพอควรแล้ว ไปช้ากว่านี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ " ไห่หยวนกล่าว
" จะไปส่งจดหมายเ้าก็ไปสิศิษย์น้องเจ็ด ทำไมต้องหยุดการฝึกด้วยล่ะ " เฉินฉางชุนถาม
" ก็เพราะว่าข้าจะเอาศิษย์น้องแปดไปด้วยนะสิ ศิษย์พี่ใหญ่ " ไห่หยวนบอก
" แล้วเ้าจะพาศิษย์น้องแปดไปด้วยทำไม ศิษย์น้องเจ็ด " เฉินฉางชุนถาม
" ก็เพราะข้าไม่อยากไปคนเดียวไง " ไห่หยวนกล่าว
" เหตุผลเพียงแค่นี้น่ะเหรอ " เฉินฉางชุนถาม
" ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านพูดมาได้อย่างไรว่าเหตุผลแค่นี้ ท่านรู้มั้ยว่าไปคนเดียวมันเหงาแค่ไหน ข้าจะบอกให้ฟัง "
ไห่หยวนกำลังจะกล่าวให้ฟังว่าไปคนเดียวมันเหงาเพียงใด แต่คนยังไม่ทันได้กล่าว
เฉินฉางชุนก็กล่าวขึ้น " พอ พอ พอแล้ว ไม่ต้องอธิบาย เอาเป็ว่าเ้ากับศิษย์น้องแปดไปเถอะ "
เมื่อเฉินฉางชุนกล่าวมาดังนั้น ไห่หยวนจึงหันกล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปด เ้าไปกับข้า "
หลังจากคนกล่าวเสร็จ คนก็เดินนำเยี่ยหลงไป เดินไปได้สามสี่ก้าว คนที่ไม่รู้สึกถึงการมีคนเดินตามมา คนจึงหันไปมองเยี่ยหลง
พอหันไปมองยังเยี่ยหลง คนก็เจอเยี่ยหลงไม่เดินตามมา เห็นแต่เพียงเยี่ยหลงยืนนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ คนที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวเรียกเยี่ยหลงซ้ำ " ตามข้ามาสิ ศิษย์น้องแปด "
เยี่ยหลงที่โดนเรียกอีกครั้ง ก็หลุดออกจากห้วงความคิด จากนั้นก็กล่าวตอบกลับไป " ข้าเข้าใจแล้ว ศิษย์พี่ " และเดินตามไปหลังกล่าวเสร็จ
สิ่งที่เยี่ยหลงคิดก็คือ ' เหตุผลที่ศิษย์พี่เจ็ดบอก ทำไมรู้สึกว่า เหมือนมันมีอะไรมากกว่าแค่อยากมีเพื่อนไปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเื่อะไร แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะการไปดอยอื่นครั้งนี้ อาจเจอคนที่น่าสงสัย ที่อาจจะเป็สายลับของนิกายมารฟ้า ก็เป็ได้ '
เยี่ยหลงคิดแบบนั้น หลังคนคิดเสร็จว่าจะใช้โอกาสนี้ในการเริ่มเสาะหาคนที่น่าสังสัย คนก็กำลังจะคิดต่อเื่เหตุผลที่ศิษย์พี่เจ็ดให้ตนไปด้วย แต่ยังไม่ทันคิดไห่หยวนก็เรียกตน จนตนหลุดออกจากห้วงความคิด และจำต้องเดินตามคนไป
ไห่หยวนพาเยี่ยหลงมาที่ห้องของตน พอมาถึงห้อง คนก็เปิดห้อง และบอกให้เยี่ยหลงตามเข้ามา
เมื่อเยี่ยหลงเข้ามาในห้องของไห่หยวนแล้ว ไห่หยวนก็บอกให้เยี่ยหลงยกถังไม้ที่ตนชี้ให้ยกตามคนมา ส่วนคนก็ยกอีกถังหนึ่งนำเยี่ยหลงไป
ออกพ้นมาจากห้องได้ไม่ไกล ไห่หยวนก็บอกเยี่ยหลง " น้องแปด เ้าระวังด้วยนะ อย่าให้สิ่งติดไฟมาโดนถัง และอย่าให้คนอื่นมาเห็นเรากำลังแบกถังนี้อยู่ด้วย เข้าใจนะ "
เยี่ยหลงตอบรับ " อืม ข้าเข้าใจแล้ว "
" ว่าแต่นี่คือถังอะไรหรอศิษย์พี่เจ็ด " เยี่ยหลงถาม
" เอาเป็ว่า พอถึงแล้ว และใช้มัน เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง "
ไห่หยวนบอก
ไห่หยวนพาเยี่ยหลงมายังสะพานข้ามไปยังดอยหนึ่ง และวางถังตนที่แบกมาไว้ตรงสะพานนั้น เยี่ยหลงที่เห็นก็วางตาม
เยี่ยหลงที่ไม่รู้ว่าสะพานนี้ข้ามไปดอยไหน กำลังจะกล่าวถามไห่หยวน
แต่ไห่หยวนก็ชิงกล่าวขึ้นก่อน " ศิษย์น้องเจ็ด เ้ารออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวศิษย์พี่ไปทำธุระเสร็จ เดี๋ยวจะกลับมา รอนี่นะ "
ไห่หยวนกล่าวเสร็จ คนก็วิ่งจากไป ทิ้งเยี่ยหลงให้อยู่คนเดียว
ไห่หยวนทิ้งให้เยี่ยหลงอยู่คนเดียวได้ไม่นานประมาณสิบห้านาที ไห่หยวนก็กลับมาหาเยี่ยหลง
พอไห่หยวนกลับมา เยี่ยหลงก็ทัก " ศิษย์พี่เจ็ดท่านกลับมาแล้ว "
หลังจากกล่าวทักเสร็จ ทิ้งเวลาผ่านไปไม่นาน เยี่ยหลงก็กล่าวถามขึ้น " ศิษย์เจ็ด ท่านบอกข้าได้รึยัง ว่ามันคืออะไร "
ไห่หยวนบอกกลับ " รอสักพักก่อนศิษย์น้องแปด เดี๋ยวเ้าก็รู้ "
เยี่ยหลงรอไปจนถึงยามโหย่ว ไห่หยวนที่เห็นหญิงสาวสองคนที่เดินคู่กัน อยู่ในเขตแดนดอยผ่านหน้าสะพานมา
คนก็กล่าวเรียกขึ้นพลางโบกมือ " ศิษย์น้องลู่ขุยอัน ทางนี้ "
หญิงนามลู่ขุยอันและหญิงสาวที่เดินเคียงข้าง หันมามอง
เยี่ยหลงที่เห็นหญิงสาวหนึ่งในสองคนนั้น คนก็จำได้ในทันทีเลยว่า หญิงสาวหนึ่งในสองคนนั้น คือ หญิงสาวที่ชี้กระบี่ไล่ล่าชาย ที่ตนเจอที่เมืองเมฆบังน้ำตาั
คนที่พบเห็นหน้าหญิงสาว คนก็กล่าวเบาๆขึ้นว่า " แม่นางฟ้า "
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวเบาๆเสร็จ คนที่อยากรู้ว่าแม่นางฟ้าของตนชื่ออะไร คนก็กล่าวถามไห่หยวนพลางชี้นิ้วระบุตัวคนขึ้น " ศิษย์พี่เจ็ด ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร "
ไห่หยวนตอบ " นางคือ ลู่ขุยอัน ที่ข้าเพิ่งเรียกไปไง "
หลังจากไห่หยวนตอบกลับเยี่ยหลงเสร็จ คนก็กล่าวกับลู่ขุยอันต่อ " ศิษย์น้องลู่ ฟังข้านะ "
" หัวใจข้าอยู่ลำพังเศร้าเหลือเกินโอ้ใจเอ๋ย วอนแสงจันทร์ สุริยัน ช่วยเอื้อนเอ่ยความรักศิษย์พี่ให้เข้าสู่ใจศิษย์ลู่ไป หากศิษย์น้องลู่เห็นคุณค่าในหัวใจที่ศิษย์พี่มอบให้ไป ก็ช่วยตอบรักศิษย์พี่มาที " ไห่หยวนกล่าว
ทันทีที่ไห่หยวนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการจุดชนวนถังทั้งสองถัง ทันใดนั้นพลุก็ถูกยิงขึ้นฟ้า และกลายเป็ลวดลายดอกไม้ที่สวยงาม
พอพลุหมดจบ ไห่หยวนก็กำลังจะกล่าวต่อ แต่ยังไม่ทันได้กล่าว ลู่ขุยอัน ก็เปิดใช้ทักษะิญญาฝนหมื่นกระบี่ ยิงกระบี่ใส่เยี่ยหลงกับไห่หยวน
ไห่หยวนที่เห็นดังนั้น คนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปดวิ่ง "
ทันทีที่ไห่หยวนกล่าวจบ คนก็วิ่งนำเยี่ยหลงเป็คนแรก วิ่งกลับดอยไผ่ใหญ่
ไม่นาน ยังไม่พ้นบ่ายสาม คนทั้งสองก็กลับมาถึงยังดอยไผ่ใหญ่ เมื่อกลับมาถึงไห่หยวนก็แยกจากไปตามทางของตน ส่วนเยี่ยหลงกลับไปยังลานฝึกกระบี่ เพื่อฝึกกระบี่ต่อ แม้จะมีแค่คนเดียวก็ตาม
คนฝึกกระบี่ไปจนถึงห้าโมงเย็นห้าสิบ คนก็เลิกฝึกและเข้าครัวไปทำอาหารให้ศิษย์พี่และอาจารย์
เวลา หกโมงเย็น ทางร้านนั่งเล่น ฝัดกับโอมที่จัดเก็บร้านเสร็จแล้ว คนก็นั่งรอฟีนิกซ์กัน เพื่อไปดูหนัง
ไม่นานห้านาที ฟีนิกซ์ ก็ปราฏตัวมาจากทางหลังร้าน
เมื่อฟีนิกซ์มาถึง คนก็กล่าว " โทษที มาช้าไป " คนหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาและกล่าว " ห้านาที งั้นเราไปก็เลยมั้ย "
ฝัดตอบรับและกล่าวบอก " ไปกันเลยก็ได้พี่ เดี๋ยวเข้างานร้านเจ๊เพ็ญสาย "
หลังจากฝัดกล่าวกับฟีนิกซ์เสร็จ คนก็กล่าวกับโอม " ปะ โอมลุกไปกันครับ "
โอมที่นั่งก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ก็ตอบฝัดทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ " โอเคครับพี่ฝัด "
หลังจากกล่าวบอกเสร็จ โอมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง
จากนั้นคนทั้งสามก็เดินออกจากร้านนั่งเล่น และฝัดก็ล็อกประตูร้านนั่งเล่น ต่อมาคนทั้งสามก็มาขึ้นรถคันเดียวกัน คือ รถของฝัด โดยฝัดเป็คนขี่และโอมกับฟีนิกซ์เป็คนซ้อน พอคนขึ้นรถกันครบแล้ว ฝัดก็ออกรถในฉับพลัน
ไม่นานก็มาถึง ห้างโลตัส ซึ่งมีโรงหนัง เมื่อมาถึงและจอดรถยังที่จอดรถเสร็จ คนทั้งสามก็มุ่งเข้ามายังด้านในห้าง และมุ่งสู่โรงหนัง โดยหนังที่พวกฟีนิกซ์เลือกดู เป็หนังแนวคอมเมดี้
เมื่อพวกคนซื้อตั๋วหนังกันเสร็จ พวกคนก็นั่งรอประมาณสิบห้านาทีจึงค่อยเดินเข้าโรงหนังกันไป เพราะพวกคนซื้อตั๋วหนังมารอบเวลานี้ที่ต้องรอสิบห้านาที
พอพวกคนเข้ามาในโรงหนัง พวกคนก็มุ่งเข้าไปนั่งที่ของตน ที่ตนได้ซื้อเอาไว้
ไม่นานหนังก็เริ่ม ฟีนิกซ์ ฝัด โอม ก็ดูกันไป พวกคนดูกันไปเรื่อยๆ จนถึง่ที่เสียงหนังมีการเงียบ
พอเสียงเงียบ ฝัด ที่ได้ยินเสียงชายหญิงหยอกล้อกันจากเก้าอี้้าเก้าอี้ตน คนก็หันไปเพื่อดูว่าคนจะมีความสุขอะไรกันขนาดนั้น
ทันทีที่ฝัดหันขึ้นไปมอง คนที่เห็นหน้าหญิงสาวกับชายหนุ่ม คนก็อึ้งไป ก่อนจะหันกลับมามองจอแสดงหนังด้วยสีหน้าที่เป็ทุกข์
คนดูหนังคอมเมดี้ไปทั้งๆที่ใจไม่มีความสุข หนังเล่นมุขมา คนก็ไม่ยิ้ม ตัวละครในหนังแสดงท่าทีตลกๆ คนก็ไม่หัวเราะ ไปเรื่อยๆอย่างนั้น จนหนังจบ
ครั้นหนังจบ คนทั้งสามก็พากันเดินออกมาจากโรงหนังที่ประตูฝั่งขวา โดยมีฝัดเดินนำ
ฝัดที่เดินเหม่อลอยสีหน้ามีความทุกข์เดินนำพวกโอมอยู่นั้น คนก็ไม่เห็นและไม่ได้ยินว่าฟีนิกซ์เรียกชวนให้ไปกินไก่ผู้พันกัน คนจะมุ่งไปแต่ทางออกห้างเพียงอย่างเดียว
ก่อนที่ฝัดจะได้เดินออกจากห้าง โอมที่โดนฟีนิกซ์บอกให้มาเรียกฝัด คนก็เดินมาจับไหล่ฝัดและกล่าว " พี่ฝัดครับ คุณฟีนิกซ์บอกว่าให้มากินไก่กันครับ "
ฝัดที่ถูกแตะไหล่และถูกกล่าวเรียก คนก็หลุดออกจากอาการเหม่อลอย และกล่าวถาม " ตะกี้ว่าอะไรนะ "
โอมทวนซ้ำ " พี่ฝัด คุณฟีนิกซ์บอกว่าให้มากินไก่กันน่ะครับ "
" อ๋อ เข้าใจล่ะ งั้นไปดิ นำไปเลย " ฝัดกล่าว
หลังจากฝัดกล่าวบอกเสร็จ พวกคนก็พากันไปกินไก่ ฝัดที่กินไปแสดงสีหน้ามีความทุกข์ไป
ฟีนิกซ์ที่เห็นก็กล่าวถาม " ฝัด มึงยังไม่หายเศร้าอีก
เหรอวะ หนังคอมเมดี้ไม่ช่วยอะไรมึงเลยรึไง "
ฝัดตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งๆเศร้าๆ " ตอนแรก ผมก็เพลินไปกับหนัง จนลืมภาพวันวานที่ผมกับเมยอยู่ด้วยกันไปแล้วล่ะ แต่พอผมได้เห็นเมยกับไอ้โจอีกครั้ง ภาพวันวานก็เริ่มเล่นใหม่ในหัว "
" อย่าบอกนะว่า ไอ้โจ กับ เมย อยู่ในโรงหนังด้วยอะ " ฟีนิกซ์ถาม
ฝัดไม่พูดตอบ คนทำเพียงพยักหน้าเป็คำตอบว่าใช่
" ถ้าเมยกับไอ้โจ อยู่ในโรงหนังด้วย ทำไมตอนออกจากโรงหนัง กูถึงไม่เห็นวะ " ฟีนิกซ์ถาม
ฝัดตอบ " เขาออกประตูฝั่งซ้ายพี่ "
ฟีนิกซ์ที่ได้รับคำตอบมาแบบนั้น คนก็เข้าใจว่าทำไมคนถึงไม่เห็นเมยกับโจ
คนที่เข้าใจความรู้สึกฝัด ก็กล่าวปลอบขึ้น " เอาน่า คิดซะว่า มึงกับเมย ยังไม่หมดกรรมต่อกัน แต่กูว่าเร็วๆนี้ก็คงจะหมดแหละ ร่าเริงเอาไว้ไอ้น้อง และก็กินไก่ซะ "
หลังจากพวกคนกินไก่อร่อยๆกันเสร็จ พวกคนก็พากันไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา
พองานเลิก พวกคนก็พากันมานอนที่ยังห้องนอนของฝัด
ฟีนิกซ์กับโอม เมื่อมาถึงห้องนอน คนก็มุ่งเข้าที่นอนประจำของตน
ส่วนฝัดที่นอนไม่หลับ จึงขอตัวไปสูดอากาศบนดาดฟ้าของแฟลตสักพัก
พอฝัดขึ้นมาถึงดาดฟ้า คนก็เดินไปอยู่ตรงระเบียงและมองไปด้านล่างพลางสูดหายใจเข้าเต็มปอด
คนยืนดูด้านล่างได้ไม่นาน คนก็รู้สึกว่ามีคนอยู่ด้านซ้ายตน คนจึงหันไปมอง ก็เจอกับหญิงสาวกับชายหนุ่มกำลังยืนพลอดรักโอบกอดกันหันหลังให้คนอยู่
ฝัดที่เห็นเพียงแค่ด้านหลัง ก็จำได้ว่าหญิงสาวคือใคร ชายหนุ่มคือใคร คนคือเมยกับโจนั่นเอง
ฝัดที่เห็นเมยพลอดรักกับโจอย่างมีความสุข คนก็เจ็บตรงกลางใจ ฝัดที่ทนไม่ไหว ก็หยิบขวดเหล้าแถวนั้นโยนขึ้นฟ้า และตนก็เดินเร็วออกไปจากดาดฟ้าก่อนขวดจะตกถึงพื้น
เพล้ง เสียงขวดแตกดังสนั่น โจกับเมยที่พลอดรักกันก็หันหลังมาดูว่าใครทำอะไรแตก ปรากฏว่าไม่เห็นใคร เห็นเพียงแต่ขวดเหล้าที่แตก
ฝัดที่กลับมาถึงห้องนอนตน คนก็มุ่งไปนอนและเอาผ้าห่มคลุมโปง คนนอนหลับตาไปกว่าสองชั่วโมงก็ยังไม่หลับ เพราะภาพที่เมยกับโจพลอดรักกัน มันตรึงตาจนทำให้นอนไม่หลับ จนถึงชั่วโมงที่สามจึงค่อยหลับได้