เช้าวันต่อมาได้เริ่มต้นขึ้น วันนี้คือวันอาทิตย์ เป็วันครบรอบสัปดาห์พอดีนับั้แ่เปิดภาคเรียน เรนเดลอาศัยอยู่ที่โรงเรียนมาเกียได้สองสัปดาห์แล้ว หากนับตอนอยู่หอที่ปิดภาคเรียนด้วย
“ฉันตัดสินใจล่ะ ชื่อของแกคือสโนว์” เรนเดลกล่าวพลางมองหน้าจิ้งจอกสามหางสีขาวหม่นของตน หางทั้งสามของมันกระดิกให้เขายกใหญ่ ราวกับว่ามันยอมรับการตั้งชื่อนี้
“ชักอยากรู้แล้วสิ ว่าเพื่อนๆในห้องจะอัญเชิญได้สัตว์ภูติแบบไหนกัน” เรนเดลกล่าวก่อนจะอาบน้ำแต่งตัว และเตรียมไปยังจุดนัดพบของทุกคน นั่นก็คือบ้านของเ้าชายเรียวจิ
เนื่องจากห้องเรียนมีนักเรียนทั้งหมดสิบเอ็ดคน และโจเซพไม่ใช่สมาชิกกลุ่มของเรียวจิ พวกเขาจึงไม่อาจใช้ห้องเรียนเป็ที่ประชุมได้ ดังนั้นท้ายที่สุด บ้านของเรียวจิซึ่งกว้างขวาง และรองรับคนได้มาก ก็กลายเป็แหล่งรวมพลไปโดยปริยาย
ดูเหมือนว่าเรนเดลและสโนว์จะมาถึงเป็คนสุดท้าย ชั้นล่างซึ่งเป็ส่วนของห้องรับแขกนั้นมีโซฟายาวเพิ่มมาแถวหนึ่ง ท่าทางเรียวจิจะซื้อเพิ่มเพื่อให้เพื่อนๆในห้องมีที่นั่งเพียงพอ
“นายมาช้านะเรนเดล การอัญเชิญครั้งแรกเริ่มไปแล้ว” โคโตโนฮะกล่าวพลางจ้องมองสัตว์ภูติตัวแรกที่ถูกอัญเชิญ มันเป็เต่าตัวสีน้ำตาลตัวเท่าลูกฟุตบอล กระดองเจ็ดเหลี่ยมสีเขียวมรกตใส มีลายอักขระเวทสีทองในกระดอง จุดเด่นของมันคือหัวเป็ั และส่วนหัวกับขาทั้งสี มีขนสั้นเกรียนสีน้ำตาล แทนที่จะเป็ิัแบบเต่า ซ้ำหางที่ยาวด้านหลังของมันกลับกระดิกได้ราวกับสุนัข
“โฮ่งๆๆ” เ้าเต่าหัวัส่งเสียงแบบสุนัข ทำเอาเรนเดลแทบกลั้นขำไม่ไหว ก่อนจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
“สัตว์อัญเชิญสายพันธ์ผสม...หายากมากนะนี่” เรนเดลกล่าวด้วยความสนใจ “ของใครกัน”
“ของผมครับ” ลูเธอร์กล่าวพลางยกมือ “ผมตั้งใจว่าจะอัญเชิญตอนเจ็ดโมงเช้า กับอีกเจ็ดนาทีน่ะ อัญเชิญที่สวนหลังบ้านของเ้าชายเรียวจิ ผลลัพธ์เลยออกมาเป็แบบนี้น่ะ”
“ธาตุอะไรหรือ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสนใจ เขาลองเอานิ้วแหย่เ้าเต่าดู และก็ต้องรีบชักนิ้วกลับ เพราะมันทำท่าจะกัด พลางส่งเสียงขู่แบบหมา
“อย่าไปจับสัตว์อัญเชิญของคนอื่นซี้ซั้วสิ” ไอรินกล่าวเสียงดุใส่เรนเดล แต่ทว่าเธอเองก็พยายามจะจับเ้าจิ้งจอกสามหางของเรนเดลเช่นกัน เ้าจิ้งจอกหมุนตัวเอาหางของมันฟาดใส่มือไอรินทันที พร้อมส่งสายตาเอาเื่
“ธาตุดินน่ะครับ” ลูเธอร์กล่าวพลางเกาหัว “แอบเสียดายที่ไม่ใช่ธาตุมืด ทั้งที่เ้าชายเรียวจิ เร็น และโคโตโนฮะอุตส่าห์ร่างวงเวทธาตุมืดให้ตอนอัญเชิญแล้วนะ”
“ต้องเป็วงเวทของมหาเวทเท่านั้นน่ะ จึงจะมีผล” เรนเดลกล่าว “ต่อให้ร่างวงเวทนับร้อยวง ถ้ามันเป็วงเวทธรรมดา ก็ไม่ส่งผลอะไร”
“แบบนี้นี่เอง” ลูเธอร์กล่าวก่อนจะอุ้มเต่าของเขาขึ้นมา มันกระดิกหางยกใหญ่พลางเอาลิ้นสีม่วงของมันเลียลูเธอร์ไม่หยุด
“ทางฉันมีกำหนดการจะอัญเชิญตอนเก้าโมง เก้านาทีน่ะ” โจแอนนากล่าวขึ้นมา “กำลังคิดว่าจะเลือกที่ไหนในการอัญเชิญดี”
“งั้นไปดูฉันอัญเชิญก่อนไหม” โคโตโนฮะกล่าว “ระหว่างนี้เธอก็คิดไปด้วยแล้วกัน ว่าจะเลือกที่ไหน”
“แยกย้ายกันไปอัญเชิญเถอะ” เรียวจิกล่าว “แล้วพรุ่งนี้เรามาอวดโฉมสัตว์ภูติอัญเชิญที่ห้องเรียนกัน”
โจแอนนา ลูเธอร์ เรนเดล และเซร่าตามโคโตโนฮะไป ส่วนเ้าชายเรียวจิ เร็น และฮายาโตะ อยู่ที่บ้าน เพราะไอรินจะอัญเชิญสัตว์ภูติในบ้านของเรียวจิ และเธอขอยืมอุปกรณ์บางอย่าง
“ขอบคุณที่ให้ยืมอาวุธราชวงศ์นะคะ เ้าชาย” ไอรินกล่าวพลางก้มหัวให้เรียวจิ เธอนำมันวางไว้ข้างๆกับแกนเวทของดราก้อนซอมบี้ ก่อนจะเริ่มทำการร่างวงเวทอัญเชิญทันที
“ไม่เป็ไร” เรียวจิกล่าวพลางส่งยิ้ม “ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าจะออกมาเป็ัอะไร ถ้าวางอาวุธระดับราชวงศ์ร่วมด้วย”
“จริงๆแล้วมันไม่มีผลหรอก” เร็นกล่าวอย่างเบื่อๆ “เพราะปัจจัยหลักในการอัญเชิญคือตัวผู้อัญเชิญ สถาณที่ เวลา และวัตถุอัญเชิญ แต่ถ้าเพื่อความเชื่อ...ก็เอาที่สบายใจ”
“พูดตรงเกินไปแล้วไอ้เร็น” ฮายาโตะกล่าวเสียงดุ “จิตใจของผู้อัญเชิญส่งผลอย่างมากนะ”
วงเวทอัญเชิญนั้นจะร่างเป็รูปอะไรก็ได้ หรือจะไม่ร่างก็ยังได้ ไม่มีพิธีอะไรอย่างเป็ทางการ แค่ใส่ความรู้สึกนึกคิดของตนลงในสื่ออัญเชิญ และใส่มานาจากร่างของตนลงไปหล่อเลี้ยงตลอด เพียงเท่านี้ก็จะสามารถอัญเชิญสัตว์ภูติได้แล้ว
“ข้า้าสัตว์ภูติที่ทรงพลังที่สุด ขอพลังอำนาจของอาวุธราชวงศ์โปรดช่วยให้ข้าสมหวัง” ไอรินกล่าวในใจ พลางตั้งจิตอธิษฐานอย่างแรงกล้า “ัที่มีพลังเวทเหนือกว่าัตนใด ัที่มีความเร็วยิ่งกว่าัตัวไหนๆ ัที่ไม่อาจมีัตนใดเอาชนะได้...จงมาหาข้า มารับใช้ข้า และข้าจะทำให้เ้ายิ่งใหญ่เหนือสัตว์ภูติตนใดในโลกนี้ ข้าขอสาบาน”
อาวุธราชวงศ์ของเรียวจิที่ตั้งข้างๆมีปฏิกิริยาตอบสนอง มันสั่นไหวน้อยๆก่อนจะมอบพลังประสานลงในแกนเวทั นั่นทำให้เรียวจิ เร็น และฮายาโตะถึงกับตะลึงทันที
“ความปราถนาที่แรงกล้า” เรียวจิกล่าวเสียงสั่น “ไอริน เธอทำให้อาวุธราชวงศ์ของฉันตอบสนอง ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
วงเวทสีทองสามขั้นปรากฏอยู่เหนือหัวไอริน ก่อนที่ร่างของลูกัสีทองอันสง่างามจะปรากฏตัวออกมาจากวงเวทนั้น มันมีตัวยาวเป็งู ไม่มีแขนขา แต่ทว่ากลับมีปีกถึงหกปีกที่ด้านหลังของมัน และมันยังมีรัศมีอาทิตย์ทรงกลดลอยอยู่ด้านหลัง ราวกับตัวตนของเทพเ้าอันสูงส่ง
เ้าลูกัสีทองร้องคำรามด้วยเสียงแสบแก้วหู ก่อนจะใชีปีกทั้งหกของมันที่เป็สีทองใสจนมองผ่านได้ กระพือและบินฉวัดเฉวียนรอบตัวไอรินทันที
ไอรินร้องไห้ปราบปลื้มด้วยความดีใจ แม้เธอจะไม่เคยเห็นัชนิดนี้มาก่อน แต่เธอรู้ว่ามันต้องทรงพลังอย่างแน่นอน
เธอยื่นมือไปโอบอุ้มลูกัสีทองเพื่อให้มันมาอยู่บนสองมือของเธอ เ้าลูกัปล่อยพลังเวทสีเหลืองเข้าร่างของไอรินทันที เพื่อทำการเชื่อมต่อพันธสัญญา ัตัวนี้เป็ธาตุสายฟ้า
“ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน” ทั้งเรียวจิ เร็น และฮายาโตะต่างกล่าวเป็เสียงเดียวกัน “ดูเหมือนเราจะค้นพบสัตว์ภูติอัญเชิญสายพันธ์ใหม่เสียแล้ว”
“เ้าชาย...พวกผมขออัญเชิญแบบไอรินบ้างสิ” ทั้งเร็นและฮายาโตะกล่าวแทบจะพร้อมกัน เรียวจิยิ้มรับ ก่อนที่จะพยักหน้าเป็เชิงอนุญาต
ทางด้านของโคโตโนฮะและผองเพื่อนนั้นเดินทางไปที่โบสถ์ของโรงเรียน มันเป็โบสถ์หินอ่อนสะอาดสะอ้านเหมือนกับโบสถ์คริสต์ ด้านหน้าโบสถ์นั้นมีวงเวทสีรุ้งขนาดใหญ่อยู่ เพื่อใช้สำหรับประกอบพิธีต่างๆ โคโตโนฮะวางผลึกพรแห่งมารดาของเธอเอาไว้กลางวงเวทนั้น ก่อนจะหันมามองเรนเดล
“เรนเดลคะ ฉันขอให้คุณช่วยร่างวงเวทของมหาเวทธาตุแสงซ้อนอีกทีได้หรือไม่ ฉัน้าสัตว์ภูติธาตุแสงที่ทรงพลังมากๆน่ะค่ะ”
“ได้สิ จะจัดเต็มให้เลย” เรนเดลร่างวงเวทของมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาออกมา ก่อนที่เขาจะทำการเพิ่มระดับของมันเป็ขั้นสามเดี๋ยวนั้นทันที ลำแสงสีรุ้งจากฟากฟ้าปกคลุมลงมายังบริเวณโบสถ์แห่งนี้ เพื่อบ่งบอกว่าเรนเดลนั้นสำเร็จวิชาระดับสามแล้ว...แต่ทว่ามันยังไม่พอ
เรนเดลซ้อนวงเวทเพิ่ม ก่อนจะเพิ่มระดับมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาเป็ระดับสี่ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในห้านาที ทำเอาโคโตโนฮะ เซร่า โจแอนนา และลูเธอร์แทบจะอ้าปากค้าง
“นายเป็พระเ้าหรือเรนเดล” โคโตโนฮะกล่าวเสียงสั่น “อีกหน่อยถ้ามีลัทธิบูชาเรนเดล ฉันจะไม่แปลกใจเลย”
“ฉันอยากให้สัตว์ภูติของเธอแกร่งกว่าไอรินน่ะ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะบังคับมหาวงเวททั้งสี่ซ้อนทับผลึกแห่งมารดาของโคโตโนฮะ “ฉันรู้นิสัยยัยนั่นดี ไอรินต้องขอความร่วมมือจากเ้าชายเรียวจิแน่ๆ และสัตว์ภูติของยัยนั่น ต้องไม่ธรรมดา”
“ขอบคุณนะเรนเดล พลังที่ได้รับนี้ ฉันจะใช้เพื่อส่วนรวม” โคโตโนฮะกล่าวสัญญากับเรนเดล ก่อนที่เธอจะเริ่มทำการอัญเชิญทันที
“ฉัน้าเป็มิโกะศักดิ์สิทธิ เพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติ ช่วยพวกเขาให้เห็นถึงหนทางที่ถูกต้อง และชี้ทางพวกเขาให้พบกับความดีงามและสันติสุข สัตว์ภูติอัญเชิญตนใดก็ตาม ที่มีพลังพอจะกระทำการในสิ่งนี้ได้ จงมาหาฉัน มาร่วมมือกับฉัน...”
มีแสงสีทองปรากฏขึ้นจากวงเวทอัญเชิญ ผลึกพรแห่งมารดาเรืองแสงก่อนที่จะแตกออก โคโตโนฮะรู้สึกถึงความอบอุ่น และความหวัง ยิ่งกว่านั้นเธอยังได้ยินเสียงตอบรับจากสัตว์ภูติอัญเชิญอีกด้วย
“ฉันได้รับ ได้ยิน และได้ฟังความปราถนาของเธอแล้ว...ฉันยินดีจะช่วยเหลือ และเป็พลังให้กับเธอ”
ลำแสงสีทองรวมตัวกันเป็ดวงแก้วทรงกลม ก่อนจะปรากฏตรงหน้าโคโตโนฮะ ลำแสงจากดวงแก้วนั้นสาดส่องทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะสลายไป และปรากฏร่างของพญาวิหคสีขาวสง่างาม จุดเด่นของมันคือมีสี่ปีก และแพรหางที่ยาวงดงามราวกับนกยูง วิหคตัวนี้ยังมีรัศมีอาทิตย์ทรงกลดลอยประดับด้านหลังของมันอีกด้วย
“ไม่ได้เริ่มที่ร่างของลูกนกหรือ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “แต่ถูกอัญเชิญมาในสภาพโตเต็มวัย”
“นี่ยังอยู่ในร่างลูกนก” เรนเดลกล่าวอธิบาย “ถ้าโตเต็มวัยแล้ว ฉันว่านกนี้น่าจะสูงใหญ่กว่าห้าเมตร คงใกล้เคียงกับัน่ะ”
เ้านกสีขาวที่ถูกโคโตโนฮะอัญเชิญมา บินเข้ามาหาเ้าของของมัน ก่อนจะเริ่มปล่อยเวทสีรุ้งเข้าไปในร่างเพื่อทำพันธสัญญา
“สัตว์ที่มีวงเวท หรือออร่าตามหลัง มักจะเป็ตัวตนของสัตว์ในตำนานหรือสัตว์เทพ” เรนเดลกล่าวขึ้นพลางมองนกของโคโตโนฮะด้วยสายตาชื่นชม “เธอได้สัตว์ภูติอัญเชิญในระดับสูงสุด เหนือกว่าของฉันหรือเ้าชายเรียวจิอีกนะ โคโตโนฮะ”
“ทั้งหมดนี้เป็เพราะเรนเดลน่ะค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางส่งยิ้มให้ “ถ้าไม่ได้วงมหาเวทเสริมพลังให้ ฉันเองก็อาจจะไม่มีพลังพอที่จะอัญเชิญ”
“สัตว์ภูติระดับตำนานหรือเทพน่ะ มันเลือกเ้าของ ต่อให้ใช้มหาเวทถึงสิบสองวง ถ้ามันจะไม่มา ให้ตายก็ไม่มา” เรนเดลกล่าวอธิบาย “แสดงว่าเธอต้องมีเจตจำนงค์อันแรงกล้า มันถึงได้ยอมรับเธอ”
“เหลือของเซร่าสินะ” โจแอนนากล่าว “และหลังจากนั้นก็รอเวลาฤกษ์ของฉัน”
“รออัญเชิญสัตว์ภูติของโจแอนนาเถอะค่ะ” เซร่ากล่าว “เวลาที่ฉันจะอัญเชิญไม่ใช่เวลานี้”
“งั้นก็ตามใจ” โจแอนนากล่าวพลางมองไปรอบๆ ในตอนนี้นักเรียนหรืออาจารย์ที่อยู่ใกล้ๆต่างพากันมองสัตว์ภูติของโคโตโนฮะด้วยความชื่นชม ในขณะที่นักเรียนบางคนก็ส่ายหน้า พลางว่าร้ายด้วยความอิจฉา คนจากชมรมศาสนาของโคโตโนฮะต่างมายินดีกับเธอ และมีแปลนว่าจะเลี้ยงฉลองให้กับสัตว์ภูติศักดิ์สิทธิของชมรมอีกต่างหาก
กลุ่มของเรนเดลนั้นแวะหามุมสงบตามร่มไม้พักผ่อน เพื่อรอเวลาที่โจแอนนา้า ระหว่างนี้เรนเดลคอยสอนให้โจแอนนาอัดพลังมานาของตัวเองลงในสื่ออัญเชิญเพิ่มขึ้นด้วย
และแล้วเวลาที่โจแอนนารอคอยก็มาถึง เธอเตรียมร่างวงเวท และใช้สื่ออัญเชิญที่เรนเดลคิดไม่ถึง มันคือตราของเ้าหน้าที่ทหารเวทตระเวณชายแดน ตราของพี่ชายเธอที่เสียชีวิต โจแอนนาประกอบพิธีกลางถนนที่ผู้คนเดินผ่านไปมา โดยมีกลุ่มของเรนเดลคอยยืนบังเอาไว้ให้ แน่นอนว่ามีนักเรียนต่างให้ความสนใจ ยืนมุงดูโจแอนนาทำพิธีเรียกสัตว์อัญเชิญอยู่ห่างๆ
เสาไฟสีดำถูกยิงลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับร่างของลูกสิงโตสีดำ ดวงตาสีฟ้า ปรากฏท่ามกลางเสาไฟต้นนั้น มันมีขนแผงคอสีเงิน บ่งบอกให้รู้ว่าเป็ตัวผู้ เมื่อมันปรากฏตัวออกมามันก็ตรงเข้ามาคลอเคลียแข้งของโจแอนนาทันที พร้อมกับปล่อยเวทสีแดงเพลิงเข้าไปในร่างเธอ เ้าสิงโตตัวนี้เป็ธาตุไฟ
“พี่ชายของฉัน เขาชอบสิงโตมากเลยล่ะ” โจแอนนากล่าวพลางอุ้มลูกสิงโตขึ้นมาสวมกอด ทำให้มันส่งเสียงในลำคอด้วยความพอใจ “สัตว์ภูติประจำตัวของเขาก็เป็สิงโต”
“ตั้งใจไว้แต่แรกสินะ ว่าจะเอาให้ได้ประเภทเดียวกับพี่ของเธอ” เรนเดลเอ่ยถามเสียงเรียบ โจแอนนาพยักหน้ารับ “พี่ของเธอคงเล่าให้ฟังสินะ ว่าทำยังไงถึงได้เ้านี่มา”
“ต่างกันนิดหน่อยน่ะค่ะ” โจแอนนากล่าว “สิงโตของพี่ฉันเป็ธาตุลม และสีต่างกัน”
“ใช้สูตรตายตัวไม่ได้สินะคะ ทำได้แค่ใกล้เคียง” เซร่ากล่าว
สุดท้ายโจแอนนาและลูเธอร์ของแยกตัวไปต่างหากเพื่อกลับหอ โคโตโนฮะเองพวกเพื่อนๆและรุ่นพี่ในชมรมศาสนาก็ขอตัวไปพูดคุยที่ห้องชมรม
“เอ่อ...เรนเดลคะ” เซร่ากล่าวขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศความเงียบ หลังจากทุกคนไปกันหมด
“มีอะไรหรือเซร่า” เรนเดลเอ่ยถาม “หรืออยากให้ฉันช่วยอัญเชิญสัตว์ภูติ”
“ใช่ค่ะ” เซร่ากล่าว “ไม่ได้รบกวนอะไรมากมาย แต่แค่้าอัญเชิญในเวลามืดเพราะคนไม่พลุกพล่าน และจะขอแรงเรนเดลนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“ขอแรง” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย
“ช่วยใส่พลังเวทของเรนเดล ลงในศิลานักปราชญ์ของฉันที่นะคะ แบบเดียวกับที่ใส่ในลูกแก้วคัดเลือกนักเรียน...ฉันอยากจะได้ลูกจิ้งจอกเหมือนเรนเดล”
“อ่อ เข้าใจล่ะครับ มันน่ารักสินะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะหันไปมองจิ้งจอกของเขา ที่กำลังกระดิกหางทั้งสามให้
เนื่องจากเรนเดลกลัวซ้ำรอยกับรอบที่แล้ว ที่เขาประสานพลังมากเกินไป จนสื่ออัญเชิญสามารถเรียกสัตว์ภูติออกมาด้วยตัวเอง เรนเดลจึงนัดเจอกับเซร่าที่สวนหย่อมในยามมืด
เรนเดลรับศิลานักปราชญ์ของเซร่ามา ก่อนที่เขาจะโคจรประสานเวททั้งเจ็ดสายลงไป และบังคับหมุนวนจนมันเกิดแสงสีรุ้ง เมื่อมันสะสมพลังจนเต็มเปี่ยม เรนเดลก็คืนศิลาให้กับเซร่า เพื่อให้เธอทำการอัญเชิญทันที
“ฉัน้าจิ้งจอกแบบเดียวกับเรนเดล” เซร่าอธิษฐานในใจ ต่อหน้าลูกแก้วของเธอ พลางสลับมองหน้าเรนเดลเป็ระยะ “ฉัน้าได้สัตว์ภูติคู่แฝดกับเขา...เพราะฉันอยากจะมีอะไรคู่กับเรนเดลบ้างยังไงล่ะ”
ไม่มีแสงสว่าง หรือปรากฏพิเศษใดๆ มีเพียงสายลมรุนแรงพัดรอบบริเวณจนต้นไม้ใหญ่สั่นไหว ก่อนที่พายุจำนวนมากจะมารวมตัวกันตรงหน้าเซร่า และชั่วพริบตาจิ้งจอกสามหางแบบเดียวกับเรนเดลก็ปรากฏตรงหน้าเธอ
มันแตกต่างจากจิ้งจอกของเรนเดลเล็กน้อย ตรงที่ตัวของมันเป็สีขาวออกเขียว ปลายหางทั้งสามของมันมีสีเขียวหม่นแต้มเอาไว้ ดูก็รู้ว่าเ้าจิ้งจอกตัวนี้ เป็ธาตุลม
เ้าจิ้งจอกกระดิกหางให้กับเซร่า ก่อนที่มันจะใส่เวทสีเขียวลงในร่างของเธอ ผู้เป็นายของมัน
จิ้งจอกของเรนเดลกระดิกหางให้จิ้งจอกของเซร่าทันที เมื่อเห็นว่าเป็เผ่าพันธ์เดียวกัน ก่อนจะเล่นวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ทำเอาเรนเดลและเซร่าหัวเราะ
“เตรียมกลับหอพักเถอะครับ” เรนเดลกล่าว “พรุ่งนี้เราก็จะได้เห็นแล้ว ว่าสัตว์ภูติของแต่ละคน เป็ยังไงกันบ้าง”
ระหว่างที่เรนเดลและเซร่ากำลังจะแยกย้ายกลับ เกิดคลื่นหลุมดำที่รุนแรงมากไม่ไกลนัก พร้อมกับคลื่นพลังสั่นะเืจนดอกไม้และต้นไม้รอบข้างปลิวกระจัดกระจาย
ทั้งสองเรียกอาวุธเวทขึ้นมาเตรียมต่อสู้ทันที เมื่อเจอเหตุการณ์ผิดปกติ แม้แต่เรนเดลเองก็ยังใ เพราะเขาไม่สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของผู้ก่อพลังครั้งนี้
“เจอแล้ว...ข้าเจอเศษเสี้ยวพลังของอาร์กัสแล้ว”
เสียงอันเยือกเย็นและหิวกระหาย ดังออกมาจากหมาป่าสีดำตัวหนึ่งที่เดินออกมาจากหลุมดำนั้น มันมีเขี้ยวและดวงตาสีแดงน่ากลัว และมันจ้องมาทางกลุ่มของเรนเดลด้วยสายตาเตรียมสังหาร ด้านหลังของมันปรากฏวงเวทสีดำขนาดใหญ่ตามติดตลอด บ่งบอกว่ามันเป็สัตว์เวทระดับตำนาน
“ดาร์คเนส...ผ่านมาสามร้อยปี แกยังอยู่อีกหรือ” เรนเดลเอ่ยชื่อสัตว์ภูติตัวนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา เ้าหมาป่าสีดำตรงหน้า คือสัตว์ภูติของเขาเมื่อชาติที่แล้วนั่นเอง