เปลวเพลิงที่ลุกโชนจากการะเิดินปืนใน "หุบเขาอเวจี" ยังคงแผดเผาเศษซากไม้และพุ่มไม้รอบบริเวณจนเกิดเป็ม่านควันสีดำทะมึนลอยละล่องขึ้นสู่ฟากฟ้าที่เริ่มสว่างรำไร กลิ่นคาวเืเข้มข้นผสมปนเปกับกลิ่นเขม่าควันและไอดินเปียกแฉะจากสายฝนที่เพิ่งขาดสายไป ทว่าบรรยากาศที่ร้อนระอุด้วยเพลิงไฟกลับไม่อาจเทียบได้กับความหนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจของ อาซาน ในวินาทีที่เขาเห็นสตรีผู้เป็ดั่งดวงใจตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู
เม่ยเหลียน ถูกทหารองครักษ์นายหนึ่งที่รอดชีวิตล็อกคอไว้แน่นจากทางด้านหลัง คมดาบเย็นเฉียบพาดอยู่บนลำคอระหงขาวผ่องที่บัดนี้มีรอยแดงจางๆ ประดับอยู่—รอยรักที่อาซานเพิ่งฝากไว้เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน บัดนี้มันกลับกลายเป็เป้าสายตาที่คอยทิ่มแทงหัวใจของ แม่ทัพเฉินหยาง ที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ
เฉินหยางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสะใจที่ปนเปกับความอัปยศ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเยี่ยงนักรบผู้สง่างามบัดนี้อาบไปด้วยโลหิตและเขม่าควัน แววตาของเขามืดบอดด้วยเพลิงริษยาที่เผาไหม้จิติญญาจนไม่เหลือความเป็มนุษย์ "วางดาบลงซะ! ไอ้พรานชั้นต่ำ! มึงเห็นหรือไม่ว่าร่างกายที่มึงเพิ่งเริงรักไปเมื่อครู่ บัดนี้มันกำลังจะกลายเป็เพียงซากศพไร้ิญญาเพราะความโอหังของมึง!"
อาซานนิ่งงันไป กายาแกร่งของเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธที่แทบจะะเิออกมา มือที่กำดาบวงพระจันทร์แน่นจนเส้นเืปูดโปน แววตาของเขาที่เคยดุดันเยี่ยงพยัคฆ์บัดนี้กลับมีความหวาดกลัวแฝงอยู่—ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวที่จะต้องเสียเม่ยเหลียนไปตลอดกาล
"เฉินหยาง... ปล่อยนางซะ เื่นี้เป็ความแค้นระหว่างข้ากับเ้า อย่าลากสตรีที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเกี่ยว" อาซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มให้มั่นคง ทว่าความห่วงใยในน้ำเสียงนั้นกลับยิ่งกระตุ้นโทสะของเฉินหยาง
"ไม่เกี่ยวข้องหรือ?!" เฉินหยางแผดเสียงะโพลางถ่มน้ำลายที่มีลิ่มเืปนออกมาลงบนพื้น "นางคือเมียเอกของข้า! นางคือสมบัติที่ข้าตีตราจองไว้ตามกฎหมาย! แต่นางกลับเอาศักดิ์ศรีของข้าไปให้มึงย่ำยีในถ้ำสกปรกนั่น! มึงคิดว่ากูจะปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่เพื่อไปเสวยสุขกับมึงอย่างนั้นหรือ?"
เขาสั่งทหารที่ล็อกคอนาเอกให้กดคมดาบลงไปอีกนิดจนเริ่มมีโลหิตสีแดงฉานซึมออกมาเป็ทางยาวบนผิวพรรณที่นวลเนียน เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางกัดริมฝีปากแน่น ความเ็ปทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความสะใจที่นางเห็นสามีผู้ยิ่งใหญ่ต้องกลายสภาพเป็ปีศาจที่พ่ายแพ้เช่นนี้ นางรู้ดีว่าในวินาทีนี้คำพูดคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุด
นางลืมตาขึ้นมองสบตาเฉินหยางด้วยความเ็า แววตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวตายแม้แต่น้อย "ท่านพี่... ท่านคิดว่าการฆ่าข้าจะทำให้ท่านชนะอย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย... มันจะยิ่งตอกย้ำว่าท่าน 'ไร้น้ำยา' เพียงใด แม้แต่เมียคนเดียวท่านยังรักษาหัวใจนางไว้ไม่ได้ จนต้องใช้คมดาบมาบีบบังคับเช่นนี้ ช่างน่าเวทนานัก แม่ทัพผู้เกรียงไกร!"
คำตอกกลับของนางเปรียบเสมือนเกลือที่ราดลงบนแผลใจ เฉินหยางสติหลุดกระเจิง เขาพยายามจะพยุงกายลุกขึ้นด้วยขาที่าเ็ "หุบปาก! อีตัวแพศยา! เ้ารักมันมากนักใช่ไหม? ได้! ข้าจะให้เ้าตายไปพร้อมกับความรักที่อัปยศของเ้า!"
ทว่าในวินาทีที่เฉินหยางกำลังจะสั่งให้ทหารลงมือปลิดชีพนาเอก เสียงนกหวีดศึกที่แหลมสูงก็ดังขึ้นจากทั่วทิศทางของหุบเขา!
เงาร่างของทหารเก่านับสิบนายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในม่านหมอกปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับธนูที่ง้างรอไว้ อาซานยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ แววตาของเขากลับมานิ่งสงบเยี่ยงนักรบที่ถือไพ่เหนือกว่า "เ้านึกว่าข้าจะมาที่นี่เพียงลำพังอย่างนั้นหรือเฉินหยาง? หุบเขานี้คือบ้านของข้า และคนเหล่านี้คือพี่น้องที่เ้าเคยใส่ร้ายและทอดทิ้งพวกเขาในสนามรบ บัดนี้พวกเขามาเพื่อทวงคืน 'ความเป็ธรรม' ที่เ้าขโมยไป"
สถานการณ์พลิกผันในพริบตา ทหารองครักษ์ที่ล็อกคอเม่ยเหลียนเริ่มหวาดหวั่น มือที่ถือดาบเริ่มสั่นระริก อาซานใช้จังหวะนั้นก้าวเข้าไปหาเฉินหยางอย่างมั่นคง "วางดาบลง... แล้วข้าจะพิจารณาให้เ้าตายอย่างสมเกียรติขุนนาง แต่หากเ้ายังดื้อรั้น... ข้าจะให้เ้าได้เห็นภาพที่เ็ปกว่าความตายหลายร้อยเท่า"
เขาเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเฉินหยาง พลางโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของศัตรูหัวใจ "เ้ารู้ไหม... ทุกครั้งที่ข้าร่วมรักกับนาง นางจะครางชื่อข้าด้วยความสุขสมที่เ้าไม่เคยทำให้ได้รับ และในวินาทีที่ข้ารุกรานเข้าไปในกายาของนาง นางกลับจินตนาการถึงใบหน้าที่พ่ายแพ้ของเ้าเพื่อให้ตนเองถึงจุดสุดยอด... เ้าพ่ายแพ้ข้าั้แ่บนเตียงจนถึงสนามรบแล้วเฉินหยาง"
เฉินหยางกระอักเืออกมาคำโตด้วยความอัดอั้นถึงขีดสุด เขาไม่ได้โกรธเพียงเพราะความหึงหวง แต่โกรธที่ถูกเหยียบย่ำ "ความเป็ชาย" อย่างเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ต่อให้เขาฆ่าเม่ยเหลียนไป เขาก็ไม่มีวันชนะใจนางหรือ่ชิงศักดิ์ศรีที่แหลกสลายคืนมาได้อีกแล้ว
ในความเงียบที่กดดัน เม่ยเหลียนลอบใช้มีดพกสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแทงเข้าที่น่องของทหารที่ล็อกคอนางอยู่!
"อ๊ากกก!" ทหารนายนั้นร้องลั่นด้วยความเ็ปและเผลอปล่อยตัวนาง เม่ยเหลียนรีบม้วนตัวหลบออกจากคมดาบแล้ววิ่งเข้าไปหาอ้อมกอดของอาซานทันที
อาซานรวบนางไว้ในอ้อมแขน พลางใช้ดาบวงพระจันทร์ตวัดฟันคอทหารนายนั้นจนขาดกระเด็นในดาบเดียว! เขาโอบกอดเม่ยเหลียนไว้แน่นพรางจุมพิตที่หน้าผากนางอย่างโหยหา "เ้าปลอดภัยแล้ว... ยอดรักของข้า"
เฉินหยางมองภาพเมียรักที่ไปซบอยู่อกชู้รักด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความอัปยศที่เขาได้รับบัดนี้มันล้นปรี่จนเขารู้สึกเหมือนิญญาถูกกระชากออกจากร่าง เขาหยิบดาบใหญ่ของตนเองขึ้นมา ทว่าไม่ใช่เพื่อสู้ต่อ แต่เพื่อ "จบจุดจบ" ของตนเองในสนามรบที่เขาพ่ายแพ้ทุกประตู
"ข้าจะไม่ยอมตายด้วยน้ำมือนายพรานชั้นต่ำอย่างมึง!" เฉินหยางคำรามเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะใช้ดาบปลิดชีพตนเองต่อหน้าคนทั้งคู่!
ร่างของแม่ทัพผู้เกรียงไกรทรุดฮวบลงบนพื้นดิน เืสีแดงฉานอาบชโลมแผ่นดินหุบเขาอเวจี บัดนี้ปมแค้นที่ฝังรากลึกมานานปีได้ถูกชะล้างด้วยเืของคนทรยศ เม่ยเหลียนหลับตาลงพรางซบหน้าลงบนอกแกร่งของอาซาน นางไม่ได้รู้สึกเศร้าโศกต่อการจากไปของสามี ทว่ากลับรู้สึกถึงน้ำหนักที่ยกออกจากอกเป็ครั้งแรกในชีวิต
"มันจบแล้วอาซาน..." นางกระซิบแ่เบา
"มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก เม่ยเหลียน" อาซานตอบพลางอุ้มนางขึ้นในอ้อมแขน แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมายังคนทั้งคู่ เผยให้เห็นเส้นทางสายใหม่ที่ทอดยาวไปสู่อนาคตที่เสรี "ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีฮูหยินเอกเม่ยเหลียน และไม่มีนายกองอาซานผู้ลี้ภัย จะมีเพียงข้ากับเ้า... ที่จะใช้ชีวิตและรสสวาทที่แท้จริงร่วมกันในป่ากว้างแห่งนี้ตลอดไป"
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากหุบเขาที่เต็มไปด้วยเศษซากของอดีต ทิ้งเื้ัไว้เพียงกลิ่นอายของกามารมณ์ที่แฝงไปด้วยเืและการแก้แค้นที่เป็ตำนานบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์เรือนหลัง ทว่าาที่แท้จริงอาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้น เพราะหลักฐานฏที่อาซานถืออยู่นั้น... กำลังจะกลายเป็ชนวนเหตุให้บัลลังก์ฮ่องเต้ต้องสั่นะเื!