"ั้แ่หาปลามา พึ่งจะเคยได้ปลาเยอะขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลย" จ้าวเฟิงพูดออกมาอย่างตื่นเต้น หลังจากที่นำปลาเข้ามาในตัวบ้านแล้ว
"ท่านพี่กับลู่เฟิงไปจับปลาอีท่าไหนกันมา ทำไมถึงจับปลากันได้เยอะถึงเพียงนี้ ปลาจำนวนขนาดนี้ปกติครอบครัวของพวกเราต้องใช้เวลาเป็เดือนถึงหาหาได้" หรูชิงพูดออกมาอย่างใ ั้แ่เกิดมานางก็พึ่งจะเคยเห็นนี่แหล่ะคนที่จับปลาได้มากถึงขนาดนี้ แถมคนๆนั้นยังเป็สามีและลูกของนาง
"เื่นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับลู่เฟิงลูกของพวกเราเลย ที่พวกเราสามารถจับปลาได้มากถึงขนาดนี้ก็เป็เพราะเ้านี่ไง" จ้าวเฟิงตอบหรูชิงด้วยรอยยิ้ม พร้อมๆกับเอามือลูบไล้ไปที่คันเบ็ดอย่างคลั่งไคล้
"เพราะเ้านี่น่ะเหรอ" หรูชิงกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่คันเบ็ดที่สามีของตัวเองกำลังคลั่งไคล้ด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อซักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำใจยอมรับเพราะมีหลักฐานเป็ปลาจำนวนมาก
"เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้พวกเรามาคิดกันก่อนเถอะว่าจะจัดการกับปลาจำนวนมากขนาดนี้กันเยี่ยงไร ถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้นานๆเกรงว่าปลาจะเน่าเสีย เสียหมด" หรูชิงกล่าวออกมาอย่างหนักใจ
"พวกเราก็เอาไปตากแห้งเหมือนเดิมอย่างไรเล่า เ้าจะคิดมากไปทำไม" จ้าวเฟิงบอกภรรยาของเขายิ้มๆ
"แต่พวกเราไม่ได้มีที่ตากปลามากถึงขนาดนั้นนะเ้าคะ ท่านพี่" หรูชิง
"เดี๋ยวพี่จะไปยืมที่ตากปลาของบ้านตระกูลหลิน รวมกับที่ตากปลาของพวกเราแล้วก็น่าจะพออยู่" จ้าวเฟิงตอบกลับภรรยา วิธีนี้เขาคิดมาอย่างดีแล้วในระหว่างที่กำลังแล่นเรือกลับมาหลังจากที่หาปลา
"ก็จริงอยู่ที่ว่าถ้าทำแบบนั้นที่ตากปลาจะมีพอ แต่ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือว่าสะใภ้บ้านหลินไม่ชอบตระกูลของพวกเรา ถึงแม้ท่านพี่จะสนิทกับสามีของนางก็เถอะ" หรูชิงตอบ นางไม่อยากจะมีปัญหากับสะใภ้บ้านนั้น
"เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ขอรับ นำปลาส่วนหนึ่งไปตากแห้งในที่ตากปลาของพวกเรา แล้วแบ่งบางส่วนไปขาย ส่วนปลาที่เหลือเดี๋ยวข้าจะใช้อีกวิธีในการเก็บรักษาพวกมัน" ลู่เฟิงที่เงียบมานานกล่าวออกมา เขามองดูพ่อกับแม่ของเขามาซักพักแล้ว ที่เขาไม่เข้าไปยุ่งเพราะเขาอยากจะให้พ่อกับแม่ของตัวเองหาวิธีดูก่อน ถ้าหาวิธีไม่ได้เขาถึงจะเสนอวิธีการจัดการกับปลาพวกนี้ให้
"หรือว่าลูกจะใช้เกลือ" จ้าวเฟิงกล่าวออกมาอย่างใ
ในโลกนี้จะมีวิธีการถนอมอาหารด้วยกันอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือการตากแห้งเป็วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ชาวบ้านทั่วๆไปก็ใช้วิธีนี้กันทั้งนั้น ส่วนอีกวิธีก็คือการหมักเกลือ วิธีนี้จะเป็พ่อค้าเสียส่วนใหญ่ที่นิยมทำกัน เพราะเกลือเป็ของราคาแพงชาวบ้านทั่วไปไม่นิยมใช้วิธีนี้
"เปล่าขอรับ ข้าจะใช้อีกวิธี แต่ตอนนี้พวกเรารีบจัดการเอาปลาไปตากกันก่อนเถอะเดี๋ยวปลาจะเน่าเสียก่อน" ลู่เฟิงกล่าว
"แค่พวกเราทำกันเองคงจะไม่ไหว เดี๋ยวพ่อจะไปตามสหายของมาช่วยก็แล้วกัน" จ้าวเฟิงกล่าวพร้อมกับรีบเดินออกไป
"ถ้าอย่างงั้นแม่ก็จะไปตามคนมาช่วยด้วยนะ" หรูชิงที่เห็นแบบนั้นก็ไปตามเพื่อนของนางมาด้วย
หลังจากนั้นไม่นานที่บ้านของตระกูลเ้าก็มีคนมารวมตัวกันประมาณ 4 คนไม่รวมพวกเขา เป็สหายของพ่อเขา 2 คน และสหายแม่ 2 คน ทุกคนจึงได้เริ่มช่วยกันแล่ปลาเอาพวกเครื่องในออก
"จ้าวเฟิง ไปหาปลามามากขนาดนี้ได้เยี่ยงไรกัน" สหายของพ่อเขากล่าวออกมาอย่างสงสัย ในตอนที่จ้าวเฟิงไปตามเขามาช่วยเขาก็คิดว่าปลามันจะเยอะขนาดไหนกันถึงต้องตามเขาไปช่วยแล่ปลา
"ฮ่าๆ ก็จับด้วยเบ็ดอย่างไรเล่าตู่ เฉิน เดี๋ยวข้าจะเอาให้ดูทีหลังตอนนี้ช่วยกันแล่ปลาก่อนเ้าก็ด้วยนะ หลงฟาน" จ้าวเฟิงหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมกับแล่ปลาต่อ
"เบ็ดหรือ เดี๋ยวค่อยดูก็แล้วกัน" ตู่ เฉิน ทำหน้าสงสัยแต่ก็ยอมแล่ปลาต่อพร้อมกับเก็บความสงสัยเอาไว้
"ได้เลย" หลง ฟาน ตอบสั้นๆด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไร้อารมณ์
"ปลาขนาดนี้จะถึงจะแร่หมด แต่ถ้าหาที่ตากไม่ได้มันคงจะเน่าเสียหมดแน่ๆใช่หรือไม่ จูหลิง"สหายของท่านแม่หันไปกล่าวกับสหายของท่านแม่อีกคนในระหว่างที่กำลังแล่ปลา
"เป็อย่างจินเยว่บอก เ้าจะทำเยี่ยงไรต่อล่ะ หรูชิง ถ้าหาที่ตากไม่ได้ปลาได้เสียหมดแน่ๆ" จูหลิงกล่าว แม้ว่าจูหลิงและจินเยว่จะอยากช่วยแต่ว่า ที่ตากปลาที่บ้านของพวกนางมีปลาที่สามีของพวกนางหามาได้ตากเอาไว้อยู่ พวกนางจึงสามารถมาช่วยได้เพียงแค่อร่ปลาเท่านั้น ซึ่งทางฝั่งของ หลง ฟาน และ ตู่เฉินเองก็คงจะไม่ต่างกัน
"เอ่อ... เื่นั้น" หรูชิงกล่าวอย่างตะกุกตะกัก เพราะที่ตากปลาของบ้านนางนั้นอย่างมากก็ตากปลาได้ 50 จิน เอาไปขายปลาสดได้ 10 จิน ส่วนปลาที่จับมาได้นั้นมีราวๆ 200 จิน นำมาหักลบแล้วก็ยังเหลืออีกตั้ง 140 จิน
"มิเป็อะไรหรอกขอรับ ท่านป้าเพียงแค่ช่วยมาช่วยแล่ปลาพวกนี้ก็ถือว่าช่วยได้มากแล้วขอรับ เดี๋ยวที่เหลือให้ข้าจัดการเอง" ลู่เฟิงที่เห็นว่าสหายของแม่เขาถามออกมาด้วยความเป็ห่วงจึงได้ช่วยตอบกลับไป
"ข้าจะนำปลาส่วนหนึ่งไปตากแห้ง อีกส่วนแบ่งไว้ขายเป็ปลาสด ส่วนที่เหลือข้าจะเอาไปรมควันน่ะขอรับ" ลู่เฟิงบอกในขณะที่กำลังแล่ปลาไปด้วย
"หือ นำไปรมควันหรือมันคืออะไรกัน" ป้าจู ถามอย่างสงสัย คนอื่นๆที่มาช่วยเองก็สงสัยไม่ต่างกัน นั่นรวมถึงพ่อกับแม่ของเขาด้วย
"การรมควันก็คือการใช้ควันในการทำให้อาหารสุกแล้วก็ช่วยสามารถเก็บอาหารที่รมควันเอาไว้ได้นานๆไม่ต่างจากการตากแห้งเหรือหมักเกลือ" ลู่เฟิงอธิบายให้ฟัง
"ตอนนี้พวกท่านลูกกับท่านป้า ช่วยกันแล่ปลากันก่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวแล่ปลาเสร็จแล้วข้าจะทำให้ดู หลังจากที่เห็นข้าทำแล้วพวกท่านลุงท่านป้าสามารถเอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลย มันง่ายมากๆเลยล่ะขอรับต่อให้ฝนตกก็สามารถใช้วิธีนี้ในการถนอมอาหารได้" ลู่เฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ลู่เฟิงกล่าวจบทุกคนก็ช่วยกันเร่งมือแล่ปลา เพราะพวกเขาเองก็สงสัยวิธีรมควันอยู่เหมือนกันว่ามันจะทำยังไง ถ้ามันใช้ได้ดีอย่างที่ลู่เฟิงว่าจริง ในฤดูฝนพวกเขาก็จะได้ไม่ต้องมาคอยทนดูปลาเน่าเสียอย่างเสียดายของกันอีกต่อไป
1 ชั่วยามผ่านไป
"เอาล่ะเสร็จซักที ปวดหลังชะมัด" ตู่ เฉินกล่าวพร้อมกับบิดี้เีเล็กน้อย
"บ่นเป็คนแก่ไปได้นะ ตู่เฉิน" จ้าวเฟิงบ่นอย่างขำขันกับท่าทางของเพื่อนเขา
"เอาล่ะในเมื่อทำกันเสร็จแล้ว ไหนล่ะวิธีที่เ้าว่าน่ะ ลู่เฟิงป้าอยากจะเห็นแล้วไอวิธีการรมควันอะไรนั่นน่ะ" ป้าจินพูดออกมาอย่างสงสัย
"ขอรับๆ ตามข้ามาเลย เดี๋ยวข้าขอแรงพวกท่านเตรียมที่ซักประเดี๋ยวนึง ตามข้ามาเลยขอรับ" ลู่เฟิงกล่าวพร้อมกับเดินนำออกไปที่หลังบ้าน
หลังจากนั้นลู่เฟิงก็ได้ให้สหายของพ่อแม่ และพ่อแม่ของเขาเตรียมของเพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้รมควัน โดยใช้ไม้ไผ่ที่มีอยู่หลังบ้านที่มีจำนวนมากมาทำแผงตากปลา ซ้อนกันหลายๆชั้นแล้วนำปลาทั้งหมดที่เหลือจากกันแบ่งไปตากแห้งและขายแล้ว โดยข้างล่างเป็กองไฟขนาดใหญ่เล็กน้อยแล้วนำหินล้อมรอบกองไฟนำแผ่นเหล็กมารอง้า หลังจากนั้นนำเศษไม้ไผ่ขาดฝอยไปวาง้า แล้วจุดไฟด้านล่าง
ลู่เฟิงทำแบบนี้ประมาณ 4 จุดก็สามารถรมควันปลาได้ทั้งหมดแล้ว
จบ
ลงช้าหน่อยนะครับวันนี้ อ่านนิยายกันให้สนุกนะครับ^^