คณพศจ้องมองร่างที่นอนไม่ได้สติ ของผู้หญิงสาวแสนสวย บอบบางนามว่า ดมิสา จิตประเสริฐสุวรรณ ด้วยสายตาที่มีกองไฟแห่งความอาฆาตพยาบาท ลุกโชติ่ สุมเผาไหม้อยู่ภายใน
‘ฮึ!!... ถึงเธอจะหน้าตาสวยหวานซึ้งตรึงจิตตรึงใจ มีรูปร่างบอบบางสมส่วนสวยงามสักแค่ไหน แต่ภายในจิตใจของเธอก็ไม่เห็นสวยเหมือนรูปร่างเลย จิตใจแย่เลวร้ายเลวทรามจนน่าขยะแขยง คนอย่างฉันไม่มีวันที่จะหลงกล ผู้หญิงเลวอย่างนี้แน่นอน’
คณพศหรี่ตา คิดหมายมาด ดูิ่ถากถางอยู่ภายในใจ
คณพศยืนมองร่างบางนิ่งอยู่อย่างนั้นราวๆ ห้านาที ก็เดินหันหลังออกจากห้องนั้นไป แต่ก็ที่จะเดินลงไปชั้นล่าง ก็ไม่ลืมที่จะหันมาปิดล็อคกุญแจหน้าห้อง
เพื่อกันไม่ให้ผู้หญิงที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในห้อง เปิดประตูหนีออกไปไหนได้ หากจะไปได้ก็ต่อเมื่อคณพศ ได้สะสางหนี้แค้นให้สาแก่ใจแล้วเท่านั้น
เมื่อคณพศออกจากห้องไปเกือบชั่วโมงได้ ดมิสาที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอน ก็ค่อยๆ รู้สึกตัว ขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ หญิงสาวจ้องมองดูเพดานห้อง ค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยอาการมึนๆ งงๆ ไม่คุ้นชินกับสถานที่ ที่เธอกำลังนอนอยู่
“ที่นี่ที่ไหน!!?? เรามานอนอยู่ที่นี่ได้ยังกัน!!??”
ดมิสาชันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก้มลงมองสำรวจเนื้อตัว ก็ให้โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าชุดเสื้อผ้าของเธอยังอยู่ครบทุกชิ้น แต่ก็รู้สึกหวาดหวั่นหวาดกลัวอยู่ไม่ใช่น้อยเลย ที่อยู่ดีๆ ก็มานอนอยู่ในห้องที่เธอไม่เคยเห็นอย่างนี้
ดมิสาพยายามครุ่นคิดทบทวนเื่ราวต่างๆ ที่ผ่านมา เธอจำได้ว่าเธอเดินออกจากคอนโด เพื่อจะเดินทางไปทำงาน แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีใครเอาผ้าเช็ดหน้า กลิ่นฉุนๆ มาโป๊ะที่จมูกของเธอ แล้วจากนั้นทุกสิ่งอย่าง ก็เลือนหายและมืดดับสนิท และมารู้ตัวอีกที เธอก็มานอนอยู่ในห้องนี้แล้วนั่นแหละ
ดมิสาเหลือบมองไปเห็นประตู จึงรีบลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ประตู พอถึงก็ยื่นมือเรียวเล็กไปจับลูกบิดประตู บิดให้ประตูเปิดออก แต่พยายามเท่าไรก็เปิดออกไปข้างนอกไม่ได้เลย ดมิสารับรู้ได้ว่าประตูเหมือนจะล็อคกุญแจเอาไว้จากด้านนอก
“นี่มันอะไรกัน!!?? หรือว่าเราจับมาอยู่ที่นี่!!... ใครกันที่ทำอย่างนี้?? เราไม่เคยไปมีศัตรูสักหน่อย แล้วเขาจะจับเรามาขังไว้ทำไม?? หรือว่าจับมาเรียกค่าไถ่!!.... หรือจับเอาไปขาย!!....”
ดมิสาคิดไปต่างๆ นานา สารพัดสารเพ ซึ่งความคิดนั้นก็ทำให้บั่นทอนจิตใจ จนทำให้หวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะจิต
ปังงง.... ปังงง.... ปังงง....
“ช่วยด้วย!!!!...... ช่วยด้วย!!!!...... ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!!...... มีคนอยู่ในนี้ช่วยด้วย!!!!”
ดมิสาใช้มือเรียวเล็กทุบประตูห้องรัวแรง พร้อมกับส่งเสียงร้องะโขอความช่วยเหลือ เผื่อว่าใครผ่านไปผ่านมาจะมาได้ยินเสียงร้อง และช่วยเหลือเธอออกไป
แต่ทุบจนมือชาหนึบ และร้องะโจนคอแหบแห้ง ก็ไม่มีใครเลยสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ความหวังของดมิสาค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ความหวาดกลัวก็ค่อยๆ เพื่อมากขึ้น มากขึ้น
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!!?? ใครมาทำกับเราอย่างนี้ เขา้าอะไรจากเรา”
เมื่อทั้งร้องทั้งทุบประตูห้อง ก็ไม่มีใครมาช่วย ดมิสาจึงเดินกลับไปนั่งที่เตียงนอน สมองก็ครุ่นคิดวนไปเวียนมา หาเหตุจูงใจของคนที่จับเธอมากักขังเอาไว้อย่างนี้ไม่ตก ปากก็กล่าวพึมพำกับตัวเอง อย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐