เ้าเหมียวไม่ได้ตอบเขาหรอก เพราะผู้ที่ตอบเขาคือสตรีวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยยูนิฟอร์มสีเทาอ่อนซึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าประตูรั้วั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้หน้าตาท่าทางแบบ...เรียบนิ่งและเ็าราวกับเอาหน้ากากมาสวมไว้ไหนจะสายตาที่มองมาอีกเล่า กล่าวหาว่าเขาเป็ผู้ขโมยเ้าเหมียวที่ถูกเรียกว่า“ซีโร่” ชัด ๆ
“เปล่านะครับผมไม่ได้ขโมยมันนะครับ ผมเห็นมันาเ็ ก็เลยช่วยเหลือพามันมาส่งบ้านเท่านั้น”คงเป็เพราะสายตาที่เต็มไปด้วยความกดดันทำให้เขาเผลอพูดออกไปพร้อมกับรีบส่งเ้าแมวเหมียวที่อยู่ในอ้อมแขนให้กับสตรีวัยกลางคนไปแต่เ้าแมวเหมียวตัวแสบกลับสะบัดตัวออกจากสองมือและะโขึ้นไปเกาะบนบ่าและซุกไซ้ใบหน้ากับลำคอของเขาพร้อมกับร้องเหมียวๆ ไม่ยอมหยุด
“เอ่อ...คุณป้าครับ” ศรวัณร้องเรียกเมื่อเห็นว่าคุณป้ากลับถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วยังจะพูดอีกว่า“เข้าใจแล้ว” ก่อนจะรีบหันหลังเดินจากไปทำให้เขายืนงุนงงจับต้นชนปลายไม่ติด ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามาทำไมจึงรีบะโร้องเรียกคนที่เดินจากไป
“คุณป้าครับ” แต่ดูเหมือนว่าคุณป้าคนที่ศรวัณมองแล้วคิดว่าน่าจะไม่ใช่แค่แม่บ้านธรรมดาแต่ดูแล้วน่าจะเป็หัวหน้าแม่บ้านที่ยังคงเดินไปด้านอย่างโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเขาเลยสักนิดในขณะที่เ้าแมวเหมียวตัวแสบตอนนี้นะเหรอ...ทั้งคลอเคลียและกัดดึงทึ้งผมบนศีรษะเขาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจกันเลยแล้วเขาจะเอายังไงดีล่ะ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดหาทางออก คุณป้าแม่บ้านก็นั่งรถคันเล็กเปิดโล่งทุกทางย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสาวน้อยวัยรุ่นถึงสองคนที่ลงมาจากรถทำให้เขารีบสาวเท้าถอยไปด้านหลังเพราะเห็นในมือของสาวน้อยวัยแรกรุ่นถืออะไรบางอย่างไว้
จะโดนจับไปส่งตำรวจหรือเปล่าวะเนี่ย...นี่คือสิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัวของศรวัณแต่เมื่อเ้าเหมียวตัวแสบมันร้องออกมาหลังจากนั้นคุณป้าแม่บ้านก็หันไปพยักหน้าให้กับสองสาววัยแรกรุ่นส่งของที่อยู่ในมือมาให้กับเขา
“อะไรครับ”ศรวัณถามด้วยความไม่เข้าใจขณะมองคุณป้าแม่บ้านสลับกับถุงผ้าที่ถูกส่งยื่นให้กับตนเองที่เพราะเขาไม่ยอมรับจึงถูกคุณป้าแม่บ้านมองมาด้วยสายตาเย็นะเืจนเผลอสาวเท้าถอยไปด้านหลังอย่างไม่ทันจะรู้ตัว
“รับไปเสียสิ”
“ให้ผมทำไมครับ...หรือเป็เพราะผมเอาเ้านี่มาส่ง”ศรวัณรีบจับเ้าแมวเหมียวมาอุ้มไว้พลางมือหนึ่งลูบไล้ขนนุ่ม ๆอย่างแ่เบาและอ่อนโยน
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ไม่ต้องนะครับผมแค่เห็นมันาเ็อยู่ เลยพามาส่งเท่านั้นรบกวนคุณป้ากับพี่สาวรับมันไปด้วยนะครับ จะได้รีบพามันไปรักษาาแให้หายเร็ว ๆแกก็เหมือนกันนะเ้าเหมียว วันหลังก็อย่าไปเที่ยวเล่นที่ไกล ๆอย่างวันนี้จนถูกสุนัขไล่กัดเอาอีกล่ะ เกิดาเ็แล้วไม่มีคนเห็นไม่มีใครช่วยเดี๋ยวจะลำบากเอา รู้ไหม”เด็กหนุ่มก้มลงมองเ้าแมวเหมียวที่ซุกหัวเข้ากับมือของเขาขณะพูดกับมันไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ศรวัณขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนเ้าเหมียวมันจะรับรู้ในสิ่งที่เขาพูดออกไปถึงได้ขานรับด้วยน้ำเสียงสบายอุรา
“ถ้าอยากกลับบ้าน...รับไป”
ศรวัณรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยที่เขามาส่งเ้าแมวเหมียวก็ไม่ได้คิดจะรับของตอบแทนเสียหน่อย
“รับไปเถอะจะ ถ้าไม่ได้น้องช่วยไว้แล้วพาเ้าซีโร่มาส่งให้มันจะต้องหลบสุนัขที่ไล่กัด คงจะกลัวมากเลยพวกพี่เองก็ต้องออกตามหาด้วยความกลัวว่าจะตามหามันพบหรือเปล่ากลัวว่ามันจะถูกคนไม่ดีจับเอาไปทำร้ายด้วย นี่เป็แค่ของเล็ก ๆ น้อย ๆจากพวกพี่ที่มอบให้เป็การตอบแทน หากน้องไม่รับ พวกพี่คงเสียใจแย่”
เอ่อ...ได้ฟังคำพูดที่อ่อนหวานแกมเ็ปก็ทำให้ศรวัณรู้สึกไม่ดีถ้าตนเองไม่ยอมรับในสิ่งที่คุณป้าแม่บ้านกับพี่สาวทั้งสองคนมอบให้“ก็...ได้ครับ ผมไม่ได้ทำอะไรมากมายเลยถ้าอย่างนั้นผมขอรับไว้แค่ถุงเดียวได้ไหมครับ”
“เอาไปเถอะจ้ะ...ผลไม้พวกนี้ยังสดอยู่เลยถ้าจะต้องเอาไปทิ้ง เสียดายแย่”หนึ่งในสองสาวเอ่ยขึ้นพลางก้มลงมองผลไม้ที่อยู่ในถุงผ้าถุงใหญ่มีองุ่นลูกพลับแล้วก็ส้มผลใหญ่ในขณะที่อีกถุงก็เป็กุ้งแม่น้ำตัวโตเกือบจะสองกิโลกรัมเห็นจะได้
“แต่...”ศรวัณกระอึกกระอักด้วยไม่อยากรับของที่พี่สาวทั้งสองมอบให้
“เอาไปเถอะจ้ะ...หรือถ้าไม่เอาน้องก็มาอยู่ที่นี่กับพวกพี่ไหม”
“ผมรับของดีกว่าครับ”ศรวัณรีบพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกับจับเ้าเหมียวส่งให้กับคุณป้าแม่บ้านเพื่อตนเองจะได้รับของจากพี่สาวทั้งสองคนแต่เ้าตัวแสบกลับะโขึ้นไปนั่งเลียเท้าตัวเองอยู่บนรั้วบ้านพร้อมกับส่งเสียงร้องเหมียวๆ อยู่สองสามครั้งคล้ายบอกลาแต่ก็เหมือนกับจะย้ำด้วยว่าแล้วเจอกันใหม่ แล้วมันก็ะโเข้าไปในบ้านขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังคารถ ทำความสะอาดขนตัวเองอย่างเชื่องช้า ในขณะที่คุณป้าแม่บ้านกับพี่สาวทั้งสองก็รีบเดินเข้าไปในบ้านทิ้งให้เขายืนงงอยู่คนเดียวก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าต้องรีบกลับบ้านก่อนจะถูกลุงกับป้าจะโมโหแล้วเขาก็จะมีปัญหาจนทำให้อยู่บ้านหลังนั้นอย่างลำบากไปหลายวัน
“โอ้ย!” ศรวัณร้องอุทานเมื่ออยู่ดี ๆ เ้าเหมียวตัวแสบก็งับเข้าที่นิ้วของเขา“กัดทำไมฮึเ้าตัวแสบ” ความจริงแล้วมันไม่ได้กัดจนเขามีาแหรือเืออกหรอกนะแต่เหมือนจะดึงสติที่มันย้อนคิดถึงเื่ที่ผ่านมาให้กลับมาสู่ปัจจุบันมากกว่า
“ไม่มีอะไรหรอกแค่นึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอแกเท่านั้นเอง ยังไม่ได้เล่าให้ฟังใช่ไหมวันนั้นถ้าไม่ได้ของที่คุณป้าแม่บ้านบังคับให้รับ กูคงโดนลุงกับป้าด่าเละเลยละขอบใจนะ” เขาว่าจะบอกให้รู้และขอบใจมันหลายครั้งแล้วล่ะแต่ทุกครั้งที่เจอกัน...ก็มีเหตุให้ลืมทุกครั้งและทุกครั้งก็แปลกที่มันมักจะนำเขาไปที่บ้านหลังนั้นแล้วให้กลับบ้านพร้อมกับข้าวของที่ทำให้ลุงกับป้าและคนอื่นๆ ชอบกันมากจนพยายามสั่งให้เขาไปหาเ้าเหมียวที่บ้านบ่อย ๆเพื่อจะได้ข้าวของติดไม้ติดมือกลับไปให้อีก
“แล้ววันนี้แกออกมานานหรือยังนี่มันก็เย็นแล้วนะ เดี๋ยวคนที่บ้านก็เป็ห่วงหรอก”ก็อย่างที่บอก...ไอ้เ้าเหมียวตัวนี้มันคงจะรู้ว่าเขาพูดอะไรถึงได้ยื่นขาหน้าที่มีาแออกมาให้เห็น
“อีกแล้วเหรอแกนี่มันยังไงกันนะ ขยันเป็แผลเสียจริง...เจ็บมากไหม”แม้จะบ่นแต่เขาก็ถามออกไปด้วยความเป็ห่วงและยังจะช้อนมันขึ้นจากพื้นดินเพราะดูเหมือนว่าคราวนี้าแของเ้าเหมียวจะหนักไม่ใช่น้อยนอกจากขนมันจะหลุดออกไปหลายหย่อมแล้ว าแที่มีก็ดูเหมือนว่าจะลึกอยู่ไม่น้อย
“ฮื่อ...รู้แล้ว ๆเจ็บใช่ไหมล่ะ ใครใช้ให้แกเป็จอมซนอย่างนี้กันล่ะ ชอบนักละที่หนีเที่ยวนะไม่ต้องอ้อนให้มากเลย รู้แล้วว่าอยากให้ไปส่งที่บ้าน”
ถึงจะบ่นแต่ก็ยังไงล่ะสุดท้ายก็ทนความออดอ้อนของเ้าตัวแสบไม่ไหวช้อนร่างอวบอ้วนขึ้นมากอดแล้วพาเดินไปยังบ้านของมันที่ไม่อยากจะไปสักเท่าไหร่เพราะไม่อยากได้ของอะไรที่คุณป้าแม่บ้านกับสองพี่สาวให้มาแต่จะปล่อยให้เ้าเหมียวกลับบ้านเองก็ไม่ได้อีก แผลขนาดนี้กว่าจะถึงจะยิ่งเป็หนักกว่าเก่านั่นก็ไม่เท่ากับหากมันไปเจอศัตรูที่คอยจ้องจะทำร้ายที่คงจะทำให้มันาเ็หนักกว่าเดิมเป็แน่
เพราะรู้แล้วว่าระยะทางจากที่ซึ่งอยู่ตอนนี้ไปจนถึงบ้านเ้าเหมียวตัวแสบไกลอยู่ไม่น้อยเพื่อไม่ให้ตัวเองเหนื่อยจนเกินไปศรวัณคิดว่าเขาควรจะหาเื่คุยกับไอ้เ้าเหมียวตัวแสบทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ความรู้สึกเหมือนกับว่าถูกใครจ้องมองอยู่แต่เมื่อเหลียวมองรอบกายก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสักคนแต่ทำไมเขาถึงได้รับรู้อย่างนี้กันล่ะ
“เปล่า...ไม่มีอะไร”ศรวัณรีบบอกกับเ้าเหมียวที่ส่งเสียงร้องประท้วงเมื่อรับรู้ว่าเขาหยุดเดิน มือเล็กลูบไล้ลำตัวอ้วนพีแ่เบาขณะสายตายังคงสอดส่ายมองไปรอบ ๆ ที่ยามนี้ไร้ร้างผู้คน...หรือว่าเขาจะคิดไปเองแต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ เพราะตอนนี้ก็ยังรับรู้ถึงสายตาที่ยังจ้องมองมาอยู่
เมี้ยว...
“หะ! อื้อ รู้แล้ว ๆ จะรีบพาไปเดี๋ยวนี้” ศรวัณรีบสลัดความรู้สึกที่มีออกไปเร่งสาวเท้าพาเ้าเหมียวกลับไปยังบ้านของมัน หากเมื่อเดินไปถึงทางที่จะเลี้ยวไปบ้านของเ้าเหมียวเขาก็ถูกชนหากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแกร่งที่รีบโอบรัดรอบกายไว้เขาคงจะต้องล้มก้นกระแทกพื้นเป็แน่
“ขอโทษครับ”
น้ำเสียงขอโทษนุ่มทุ้มยังไม่เท่ากับแสงเงาที่ทอดลงมาที่มันสะกิดหัวใจศรวัณจนกระตุกได้แต่กะพริบตามองชายที่เขาเห็นใบหน้าไม่ชัดแต่เรือนกายที่สูงใหญ่กลับทำให้เขาหวนคิดไปถึงใครบางคนที่คุยกับเพื่อนไว้ว่าจะหาทางค้นหาตัวให้พบเจอ
“น้องเป็อะไรไหมครับ”
หากศรวัณก็ยังคงทำเพียงแค่กะพริบตาปริบเท่านั้น
“น้องครับ...น้องเป็อะไรหรือเปล่าครับ”
เมื่ออีกฝ่ายเรียกถามพร้อมกับเ้าเหมียวที่ะโขึ้นไปบนบ่าเขาอย่างไม่คิดถึงน้ำหนักที่ตัวเองมีทำให้เขาไหล่แทบทรุดก่อนที่มันจะะโขึ้นไปเกาะบนบ่าของคนที่ช่วยเหลือเขาไว้ทำให้ศรวัณรู้สึกตัว
“ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็อะไร” เด็กหนุ่มรีบบอกพลางยื่นมือไปคว้าเ้าเหมียวตัวแสบที่ปัดมือเขาออกและมันยังคลอเคลียกับซอกคอของคนร่างสูงใหญ่อย่างสนิทสนมอีกด้วยทำเอาศรวัณถึงกับอึ้งไปไม่น้อยขณะเดียวกันก็รู้สึกน้อยใจแบบแปลก ๆเหมือนกับว่าเขาถูกหมางเมิน...ถูกทอดทิ้งอย่างไม่เห็นค่า
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้วครับพี่ขอโทษที่รีบร้อนจนไม่ได้ดูทาง จนเผลอชนน้องเข้า...ว่าไงซีโร่ออกมาเที่ยวไกลอีกแล้วนะเรา”ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่จับเ้าซีโร่มากอดเอาไว้พลางสำรวจตรวจร่างกายมันดูาเ็ตรงไหนบ้างหรือเปล่าเมื่อเห็นว่ามันมีาแแม้จะใหญ่อยู่ที่ขาหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เอ่อ...พี่รู้จักกับเ้าซีโร่เหรอครับ”ความรู้สึก...อิจฉามาได้ยังไง แต่ศรวัณก็ไม่รู้นะว่าตนเองอิจฉาใครกันแน่ระหว่างชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ได้กอดรัดเ้าเหมียวซีโร่ที่ยอมให้กอดอย่างดีหรือเ้าซีโร่ที่ได้คลอเคลียกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่น่าแปลกทั้งที่เป็ยามกลางวันแท้ ๆ แต่เขากลับมองใบหน้าของอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจนคงจะเป็แสงแดดที่สาดส่องมาทำให้เขาตาพร่าเลือนไปกันแน่
“ครับ...พี่รีบร้อนเพราะออกมาตามหาไอ้เ้าจอมซนนี่แหละได้ยินคนพูดกันว่ามีสุนัขฝูงใหญ่รุมกัดแมวจนตาย พี่ก็กลัวว่าจะเป็ซีโร่นะ” ชายหนุ่มตอบกลับพลางลูบไล้เ้าซีโร่อย่างอ่อนโยน
“พี่เป็เ้าของมันเหรอครับ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้นะ...ใช่ไหมซีโร่”
ศรวัณขบกัดฟันบนกลีบปากเมื่อชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลูบไล้ขนเ้าซีโร่แล้วมันหลับตาพริ้มและยังจะหลุดเสียงกรนออกมาอีกด้วย
“จะไปส่งมันที่บ้านไปกับพี่ไหมครับ”
“ไม่ดีกว่าครับเย็นแล้วผมต้องรีบกลับ”ทั้งที่ใจเขาอยากจะไปกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างที่สุดถึงเ้าซีโร่จะไว้ใจชายคนนี้ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็เ้าของมันอยู่ดีอีกทั้งเขาก็เป็ห่วงาแของเ้าซีโร่ด้วย แต่มันก็มีอะไรบางอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจฉุดรั้งเอาไว้
“เข้าใจแล้วครับถ้าอย่างนั้น...เพื่อเป็การขอบคุณ เอานี่ไปนะ”
“ผม...” ยามที่มือเล็กของเขาอยู่ในอุ้งมือใหญ่มันทำให้หัวใจเผลอเต้นแรงขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่หนุ่มร่างสูงมอบให้ทำให้ศรวัณรู้สึกอับอายระคนมีโทสะถึงเขาจะยากจนแต่ก็ไม่คิดที่จะเอาแมวไปส่งแล้วก็ขอเงินมาใช้ สิ่งที่ชายตรงหน้าทำมันเหมือนกับว่าเขาเป็ขอทาน
“อย่าเข้าใจผิดนะพี่ไม่ได้คิดจะดูถูกหรือเห็นน้องเป็อย่างที่น้องคิดอยู่ แต่พี่พอจะรู้ถ้าน้องกลับผิดเวลาจะเกิดปัญหา ในตอนนี้พี่ถึงได้ช่วย ถ้าวันข้างหน้า น้องมีก็ค่อยเอามาคืนพี่ เข้าใจไหมครับ” ชายหนุ่มผู้ที่อุ้มซีโร่อยู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาด
“หมายความว่ายังไงแล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าผมมีปัญหา” ศรวัณถามด้วยความสงสัย
“เอาไว้เราค่อยคุยกันนะตอนนี้พี่ขอตัวพาซีโร่ไปหาหมอก่อน”
ว่าแล้วหนุ่มร่างสูงก็วางมือบนศีรษะศรวัณกดขยี้เบา ๆ ด้วยความอ่อนโยนที่ทำให้หัวใจศรวัณเต้นรัวเร็ว ก่อนชายหนุ่มที่ยังไม่แนะตนเองจะรีบหันหลังพาเ้าซีโร่ไปอย่างรวดเร็วโดยที่ศรวัณยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่อยากรู้และคัดค้านด้วยซ้ำร่างสูงใหญ่ก็เดินห่างไปไกลแล้ว ทำให้เด็กหนุ่มได้แต่ก้มลงมองเงินในมือ
“ตั้งหลายพัน...เอายังไงดีละเรา”
จะคืน...คนให้ก็ไม่ได้อยู่รับแล้วทำได้เพียงแค่เก็บมันไว้และไปบันทึกใส่สมุดไว้เช่นเดียวกับข้าวของที่ได้มาก่อนหน้าสักวันหนึ่งข้างหน้าที่เขามีหน้าที่การงานที่มั่นคงทำ เขาจะกลับไปตอบแทนบุญคุณที่คุณป้าแม่บ้านพี่สาวทั้งสอง รวมถึงเ้าเหมียวซีโร่และพี่ชายคนเมื่อครู่ให้มา...