"เ้ารีบขึ้นไปก่อนเถอะเดี๋ยวจะเป็หวัดเอาได้" เฟิงเยว่หันไปทำหน้าั์ให้กับซ่งเหว่ยก่อนหันมาพูดกับซูเหวิน เหตุใดสายตาคู่นั้นทำให้เขาหวั่นไหวได้เพียงนี้ ซูเหวินเดินขึ้นจากน้ำตามที่เขาบอกแต่เท้าของเธอไปเหยียบเข้ากับไม้แหลมทิ่มทะลุพื้นรองเท้าจนเกิดแผลเืไหล
"โอ๊ย...." เธอร้องออกมาด้วยความเ็ป
"เ้าเป็อะไรไป" เฟิงเยว่รีบปรี่เข้ามาหานางโดยทันที
"ข้าเหยียบอะไรไม่รู้" เขารีบอุ้มร่างของนางขึ้นจากน้ำทันทีจากนั้นจึงรีบถอดรองเท้าออกเพื่อดูาแ
"ต้องรีบห้ามเืก่อนเ้าอดทนหน่อยนะเดี๋ยวข้าไปหาสมุนไพรมาห้ามเืให้เ้า" พูดจบเฟิงเยว่เดินหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับสมุนไพรห้ามเืเขาบดสมุนไพรแล้วโปะลงแผลที่เท้าของนางแล้วฉีกเอาชายเสื้อของตัวเองมาพันไว้
"ข้าว่าเรากลับกันเถอะ"
"อืม"
"เท้าเจ็บอย่างนี้เดี๋ยวให้ข้าแบกนางกลับออกไปให้ดีหรือไม่" ซ่งเหว่ยแกล้งพูดให้เฟิงเยว่ได้ยินเขารู้ดีว่าสหายผู้นี้ไม่มีทางยอมเป็แน่
"เ้าไม่ต้องมายุ่งข้าแบกนางเองส่วนเ้าแบกตะกร้านั่นไป" เขาส่งตะกร้าให้ซ่งเหว่ยก่อนจะหันหลังย่อตัวลงเพื่อให้นางได้ขึ้นขี่บนหลังเขา
"ข้าเดินเองได้" เธอไม่กล้าที่จะขึ้นบนหลังเขา เหตุใดเวลาที่เธอาเ็หรือป่วยไข้ชายผู้นี้ต้องเป็คนช่วยเอาไว้ตลอด
"เดินเองได้อย่างไรเท้าของเ้าเจ็บขนาดนี้เดี๋ยวแผลได้อักเสบกันพอดีกว่าจะถึงกระท่อม" เฟิงเยว่ให้เหตุผล ก็จริงอย่างที่เขาพูดนางจึงจำต้องยอมขึ้นขี่บนหลังของเฟิงเยว่อย่างว่าง่าย
"พักก่อนดีไหมเ้าเดินมาไกลมากแล้วซ้ำยังต้องแบกข้าอีก" ซูเหวินพูดขึ้นเมื่อเขาเดินมาได้ครึ่งทางคิดว่าเขาต้องเหนื่อยที่ต้องแบกเธอ
"รู้ตัวก็ดีแล้วหนักจะแย่อยู่แล้วนี่" เขาแกล้งพูดให้นาง
"นี่เ้า" ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ต้นแขนเขาอย่างแรงจนเฟิงเยว่ร้องออกมา แต่เขายิ้มให้ความน่ารักของนางที่มี
"นี่เ้าตีข้าทำไมข้าเจ็บนะ"
"ก็เ้าบอกว่าข้าหนักนี่ข้าตัวเล็กนิดเดียวเอง"
"เล็กอย่างกับหมู..โอ๊ย...โอ๊ย..." ฝ่ามือเล็กฟาดลงซ้ำๆ ที่เดิมจนเฟิงเยว่ต้องร้องออกมาอีกครั้งจนเขาต้องหยุดเดิน เธอออกจะตัวเล็กนิดเดียวมาบอกว่าหนักเหมือนหมูได้อย่างไรกัน ภาพของบุรุษสตรีหยอกเย้ากันทำให้ซ่งเหว่ยแอบนึกอิจฉาทั้งสองขึ้นมาเสียดื้อๆ จึงได้เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ถึงกระท่อมโดยเร็ว
"เ้านั่งพักรอข้าอยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวข้าไปทำอาหารมาให้เ้ากิน" เฟิงเยว่พูดขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้ววางซูเหวินลงที่เตียง
"อือ" เฟิงเยว่เดินหายออกไปครู่หนึ่งก็กลับเข้ามาพร้อมกับถาดใบเล็กที่มีอาหารและยาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผลที่เขาเตรียมมาพร้อม เขาวางถาดลงข้างเตียงก่อนจะนั่งลงทำแผลให้ซูเหวินใหม่อีกครั้ง ซูเหวินมองใบหน้าที่ดูจริงจังของเขาในยามนี้ช่างน่าหลงใหลจนเธอเผลอมองอยู่นานก่อนจะได้สติ
"มองขนาดนี้เดี๋ยวใบหน้าของข้าก็สึกหรอหมดกันพอดีอยู่นิ่งๆ เดี๋ยวข้าทำแผลให้ใหม่" เขาบอกเมื่อเธอพยายามชักเท้ากลับ
"บ้าสิใครมองเ้ากัน" ซูเหวินเลิ่กลั่กที่เขารู้ว่าเธอกำลังมองแอบเขาอยู่
"กินข้าวก่อนจะได้กินยาแล้วนอนพัก" เขาบอกเมื่อพันผ้าให้เธอเสร็จแล้วก่อนจะเก็บอุปกรณ์ที่ใช้ทำแผลเข้าที่ดังเดิม
"อะ..แอ่ม..อาหารเสร็จแล้วข้าออกไปรอด้านนอกนะ" ซ่งเหว่ยที่เดินเข้ามาส่งเสียงให้ทั้งสองรู้ตัว
"คุณชายซ่งทำเมนูอะไรหรือเ้าคะ" ซูเหวินถามออกไปอย่างตื่นเต้น
"ข้าตุ๋นเนื้อกระต่ายเอาไว้เ้าอยากชิมหรือไม่เดี๋ยวข้าตักใส่ชามเข้ามาให้" คิดว่านางคงอยากชิมบ้าง
"เฟิงเยว่เ้ากินเนื้อกระต่ายได้หรือ" เธอหันมาถามเฟิงเยว่เพราะเมื่อคราวที่แล้วเขากินเนื้อกระรอกแล้วเกิดอาการแพ้อย่างหนัก
"กินได้ ข้าไม่ได้แพ้เนื้อกระต่าย"
"เช่นนั้นข้าขอไปร่วมโต๊ะกับพวกเ้าด้วยได้หรือไม่ข้าอยากชิมเนื้อกระต่ายตุ๋นฝีมือคุณชายซ่ง"
"แต่ว่า...เ้ายังเจ็บเท้าอยู่" เฟิงเยว่ทนต่อสายตาที่ออดอ้อนไม่ได้ก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบทำให้ซูเหสินฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ
"เช่นนั้นก็ไปเลยสิ โอ๊ย..." ด้วยความดีใจจนลืมไปว่าตัวเองเจ็บเท้าอยู่จึงได้ลุกพรวดก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บเพราะเธอทิ้งน้ำหนักลงที่ฝ่าเท้าจนเสียหลักทำให้เฟิวเยว่ต้องรีบโอบประคองเอาไว้ก่อนที่เธอจะลงไปกองที่พื้น
"เป็อะไรมากหรือไม่เ้าเดินให้ระวังหน่อยสิ" นางยิ้มแห้งให้เฟิงเยว่ก่อนจะถูกเขาช้อนอุ้มขึ้นทันทีจนเธอต้องรีบโอบรอบคอเอาไว้
"เ้าปล่อยข้าลงก่อนสิคุณชายซ่งมองอยู่" ซูเหวินกระซิบเสียงแ่เมื่อมีสายตาอีกคู่มองมายังเขาและเธอหากแต่เขากลับไม่สนใจคำพูดของนาง
"ต่อไปเ้าต้องเชื่อฟังข้าบ้างนะ" เขาเอ่ยเสียงเข้มพร้อมส่งสายตาขาดโทษซูเหวินได้แต่พยักหน้ารับ ซ่งเหว่ยได้แต่ยิ้มให้หนุ่มสาวทั้งสองสตรีผู้นี้ทำให้สหายของเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ เฟิงเยว่เดินออกมาด้านนอกวางร่างบางลงที่เก้าอี้ก่อนเขาจะหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ
"แม่นางซูเ้าลองชิมฝีมือของข้าดูสิเหมือนที่เฟิงเยว่ทำหรือไม่" ซ่งเหว่ยส่งชามที่มีเนื้อกระต่ายตุ๋นให้
"จะเหมือนได้อย่างไรเ้ากับข้าไม่ใช่คนเดียวกันสักหน่อย" เฟิงเยว่ตอบเสียงเรียบ
"ข้ายังไม่เคยชิมฝีมือของเฟิงเยว่เลยสักครั้ง" ซูเหวินหันมาพูดกับซ่งเหว่ยบ้าง ั้แ่มาอยู่ที่กระท่อมหลังนี้ส่วนมากจะเป็เสี่ยวถิงทำให้เสียมากกว่า
"เหตุใดเป็เช่นนั้นข้าเห็นว่าเขาดูใส่ใจเ้าเป็พิเศษเขาไม่เคยทำอาหารให้เ้ากินเลยหรือ" ซ่งเหว่ยแกล้งถามต่อทั้งที่รู้ว่าสหายเขาเป็เช่นไร
"เอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะทำให้เ้าชิมบ้างแล้วกัน" เขาพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ซ่งเหว่ยได้แต่ยิ้มให้เฟิงเยว่อย่างยียวนก่อนที่ทั้งสามคนจะกินอาหารมื้อค่ำอย่างอร่อยเสร็จแล้วเฟิงเยว่จึงได้ไปส่งซูเหวินเข้าห้องพักผ่อน ส่วนเขาและซ่งเหว่ยก็ได้ออกมานั่งดื่มสุราที่ศาลาด้านนอกตามประสาสหายได้พบปะกัน