หยางอวิ๋นเมิ่งมองตำราสอนหญิงในมือด้วยใบหน้าแดงก่ำพวงแดงสองข้างร้อนผ่าวราวยืนตากแดดเป็นเวลาก่อนจะเงยมองใบหน้ากรุ้มกริ่มของมารดาพร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียวเฮือกใหญ่ลงคออย่างยากลำบากก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง เมื่อมารดาสาธยายเกี่ยวกับการดูแลปรนนิบัติสามี ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนอยู่ในตำรานี้ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในไม่ได้มีเพียงการวางตัวของสตรีหรือการดูแลเรือนแต่มีวิธีปรนนิบัติบนเตียงอย่างลึกซึ้งชนิดที่นางเปิดดูหน้าแรกก็ต้องรีบปิดเพราะมองต่อไม่ไหว
ภาพชายหญิงสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยยังเด่นชัยแลแล้วน่าอับอายจนไม่อยากมาแต่ไม่คิดว่ามารดาที่ภายนอกดูอ่อนโยนเรียบร้อยจะสามารถพูดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ผิดแปลกจนบุตรสาวอย่างนางรู้สึกร้อนไปทั้งตัวไม่ใช่แค่ใบหน้า
“นี่เมิ่งเออร์เจ้าฟังอยู่หรือไม่?”
“เจ้า เจ้าค่ะ”
“นี่เจ้ายังจะอายอะไรฟังแม่นะแม้ว่าเจ้าจะไร้ประสบการณ์แต่สตรีหากไร้เดียงสาเกินไปบุรุษย่อมไม่ตื่นเต้น ดังนั้นเจ้าต้องดูตำรานี่ให้ดีเพื่อที่จะทำให้สามีเจ้ามีความสุขและหลงเจ้าจนโงหัวไม่ขึ้น”
“เอาละ คืนนี้แม่ไปแล้วเจ้าก็อย่าลืมดูตำรานี่แล้วกัน ไว้แม่จะมาถามเจ้าว่าดูไปถึงไหนแล้ว”
‘ห๊ะ!!นี่ท่วานแม่จะยังมาถามหรือ?’
หยางอวิ๋นเมิ่งมองตามหลังมารดาไปอย่างร้อนใจนี่นางมาสอนไม่พอยังมาติดตามผล ความคิดที่จะตอบส่งๆ ผ่านๆ เห็นทีคงทำไม่ได้แล้วนางละอยากจะบ้าตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตมาสิบปีนอกจากนิยายประโลมโลกนางก็ไม่เคยต้องศึกษาตพราอะไรจริงจังนี่มารดามาบอกให้อ่านตำราสอนหญิงลำพังเนื้อหาเกี่ยวกับบ้าน การเรือนก็พอไหวอยู่แต่นี่ต้องมานั่งดูภาพอนาจารระหว่างชายหญิง เลือดในกายนางไม่ไหลออกมาหมดเลยหรือ
“ปล่อยไปก่อนไม่แน่ว่าท่านแม่อาจจะลืมไม่มาติดตามอย่างที่ว่า”
วันนี้หลังจัดการธุระตอนเช้าเสร็จอวิ๋นเมิ่งก็มานั่งที่เก้าอี้โยกตัวโปรดด้านหลังบ้านที่ติดกับทุ่งนาพร้อมนิยายที่อ่านค้างไว้ดวงตาเป็นประกายมองแสงแดดที่ส่องลงมากระทบต้นข้าวส่องแสงสวยก่อนจะหลับตารับสายลมที่พัดเย็นสบายพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแล้วนั่งลงบนเก้าอี้เริ่มเปิดนิยายหน้าที่อ่านค้างเอาไว้กวาดสายตาอ่านเนื้อหาที่กำลังค้างอยู่อย่างจดจ่อ
“เจ้านี่!!”
“โอ๊ยย! ท่านแม่ท่านตีลูกทำไมเจ้าค่ะ”
“ตีทำไม ตีทำไมหรือนี่ๆๆ!!”
“โอ๊ยๆๆๆ เจ็บลูกเจ็บนะ”
“เจ้ายังมีหน้ามาถามว่าข้าตีทำไมตำราที่ข้าให้ไปเจ้าอ่านหรือยัง” พลันมือที่ลูบขนข้างที่โดนตีหยุดนิ่งนึกขึ้นได้ว่ามารดาสั่งให้ทำสิ่งใด นางลืมเรื่องพวกนี้ไปแล้วจริงๆเห็นว่าสองวันมานี้ท่านแม่ไม่ถาม ไม่ตามไม่พูดถ็คิดว่าปล่อยผ่านเรื่องพวกนี้ไปแล้ว ไม่คิดว่าอยู่ๆ วันนี้นางจะมาถามอีก
“เจ้านี่!!สิ่งเหล่านั้นล้วนสำคัญ ไป ไปเลย ไปอ่านเดี๋ยวนี้แล้วคืนนี้แม่จะไปดู”
“นี่ท่านแม่!!”
“เจ้าไม่ต้องมาข้าเช่นนั้นหากคืนนี้เจ้าทำไม่ได้ มาดูกันว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร”
เพราะคำพูดของมารดาอวิ๋นเมิ่งจึงต้องกลับมานั่งอยู่ในห้องนอนของตัวเองสายตาของนางจ้องตำราสอนหญิงที่ว่าพลางกลืนน้ำลายเหนียวไม่กล้าเปิดดูภายในแต่เพียงแค่นี้ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าว มือเท้าเย็นอย่างไร้สาเหตุภาพบุรุษสตรีสวมชุดไม่เรียบร้อยแล่นเข้ามาในความทรงจำทำนางต้องรีบคว้าถ้วยชามาดื่มเพื่อดับกระหาย
‘หยางอวิ๋นเมิ่งหากคืนนี้เจ้ายังตอบหรือทำตามที่ตำราสอนไม่ได้มาดูกันว่าข้าจะจัดการกับนิยายไล้สาระพวกนี้อย่างไร’
“ไม่ได้ข้าต้องปกป้องพวกเจ้าจากท่านแม่”เด็กสาวคิดอย่างมุ่งมั่นพลางสูดลมหายใจเข้าปอดนั่งตัวตรงแล้วเอื้อมมือไปเปิดตำรานั่นทันทีทว่า..เพียงหน้ากระดาษเปิดออกนางก็ต้องปิดลงอย่างรวดเร็วเพราะหน้าที่เปิดดันเป็นท่วงท่าที่ชายในภาพก้มลงตรงหน้าอกสตรี ไวเท่าความคิดนางก้มลงมองตรงหน้าอกตัวเองพร้อมยกมือประกบก้อนซาลาเปาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว
นะ นะนี่
เด็กสาวรีบตั้งสติพร้อมกับพลิกไปหน้าอื่นทว่าไม่ว่าจะเปิดไปหน้าไหนนางก็เห็นชายร่างใหญ่คร่อมร่างสตรี ปาก มือและแท่นนั้นของเขาอยู่เหนือร่างพวกนางหมด แล้วแบบนี้ที่มารดาให้นางทำให้ดูนางต้องทำอย่างไร
“หรือว่าไปขอความช่วยเหลือจากพี่สะใภ้ใช่!! ไยข้าคิดไม่ได้นะ พี่สะใภ้แต่งกับพี่ชายมาไม่กี่ปีก็มีบุตรถึงสามคนนางต้องสอนได้แน่ๆ”
อวิ๋นเมิ่งเปิดประตูห้องตัวเองมองออกไปทางเรือนฝั่งตรงข้ามที่เป็นเรือนของพี่ชายและพี่สะใภ้ตอนนี้ทุกคนไปนาที่บ้านจึงมีเพียงพี่สะใภ้ตั้งครรภ์และนางที่เป็นนางฟ้าของบ้านไม่ต้องทำงานหนักกับหลานสาวคนเล็กวันสี่ปีที่กำลังนั่งเล่นอยู่ด้านนอก
“ชุ่ยเออร์แม่เจ้าเล่า”
“ท่านอา ท่านแม่หลับ”
“ห๊า..นางหลับหรือหลับนานหรือยัง”
“พึ่งหลับเจ้าค่ะ”
“พี่สะใภ้หลับแล้วแบบนี้จะทันหรือ?” เด็กสาวเริ่มร้อนใจขึ้นมาสายตามองพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยลงเรื่อยๆก่อนจะมองไปทางห้องนอนพี่สะใภ้อีกครั้งอย่างชั่งใจ ทำอย่างไรดี นางจะทำอย่างไรดี
“เมิ่งเออร์เจ้ามาทำอะไรที่นี่มาหาพี่สะใภ้หรือ” เสียงพี่ชายทำนางสะดุ้งแต่ก็เพียงไม่นานสายตาเต็มไปด้วยความกังวลมองพี่ชายลูกบุญธรรมบิดามารดาอยู่ครู่พลันความคิดที่จะมาขอความช่วยเหลือที่อยู่ในหัวทำนางเอ่ยออกอย่างไม่ตั้งใจ
“ท่านช่วยสอนข้าเข้าหอที”
บรรยากาศรอบข้างคนทั้งสองเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมที่รอบกายพวกเขาทั้งสองเจิ้งข่ายจ้องหน้าน้องสาวไม่แท้ของเขาอย่างตกใจหันมองไปรอบข้างว่างเปล่าไล้คนก่อนจะถอนลมหายใจออกมาหอบใหญ่ระบายยิ้มอ่อนมองน้องสาวที่เลี้ยงมาเองกับมือ นึกโล่งใจที่ไม่มีใครได้ยินเสียงสิ่งไร้สาระที่น้องสาวเอ่ยออกมา
“อาเมิ่ง..นี่เจ้าอาจพูดเรื่องไร้สาระเช่นนี้ต่อหน้าหลายและคนอื่นนะหากมีใครได้ยินเข้าต้องว่าเจ้าเสียสติแน่”
“นี่..ท่าน”
อวิ๋นเมิ่งมองพี่ชายที่เอ่ยพลางกลั้วหัวเราะสองมือของเขาดันหลังนาง ไม่ฟังคำทัดทานก่อนจะผลักร่างนางเบาๆเข้ามาในห้องพร้อมปิดประตูให้เสร็จสรรพก่อนจะหันตัวกลับไปเขาก็ไม่วายจะหันมายิ้มขบขันใส่นาง
“นี่เขาคิดว่าข้าพูดเล่นหรืออย่างไรกัน”หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอนมองตำราตัวต้นเรื่องด้วยสายขุ่นเคืองเดิมนางอยากจะไปขอคำแนะนำจากพี่สะใภ้แต่พี่ชายดันโผล่มาเสียก่อนประกอบกับที่นางนึกขึ้นได้ว่าตอนเปิดตำราอ่านก็เจอแต่ภาพชายที่เป็นผู้ชักนำตอนนั้นจึงคิดว่าหากเป็นพี่ชายคงจะแนะนำนางได้มากกว่าไม่คิดว่าเขาจะมองเป็นเรื่องขบขันหาว่านางเสียสติอีก
“เหอะ!!ไม่รู้แหละข้าคิดดีแล้ว ท่านพี่อย่างไรท่านก็ต้องสอนข้าก่อนที่ท่านมาจะมาทดสอบ”