"ไอ้หนุ่มนี่มันเป็ใครลูก" บุญล้อมถามมนต์ชญาเมื่อเธอโทรไปหา
"เขาเป็ดาราที่น้ำมนต์ทำงานด้วยจ้ะพ่อ"
"แน่ใจนะว่าไม่ใช่แฟนเอ็ง" บุญล้อมหวงลูกสาว
"ไม่ใช่หรอกจ้าพ่อ ดังขนาดนี้ใครจะมาชอบน้ำมนต์ น้ำมนต์อยากอยู่กับพ่อบุญล้อมมากว่าไม่อยากมีแฟน" มนต์ชญาหยอดลูกอ้อน
"ไม่ต้องมาปากหวานเลยเอ็ง เอ็งอยากถามอะไร"
"พ่อช่วยดูดวงคนนี้ให้หน่อยว่าเขาเป็ยังไงบ้าง เขาคือคนที่น้ำมนต์เคยเล่าให้พ่อฟังไงจ๊ะ"
"อืม เข้าใจแล้ว" บุญล้อมเงียบไปพักใหญ่ๆ ใช้สมาธิคำนวณดวงชะตาของคีตะ นอกจากจะเป็สัปเหร่อที่มีความรู้ด้านไสยเวทย์แล้วเขายังมีวิชาด้านโหราศาสตร์อีกด้วย
"ไอ้หนุ่มนี่ดวงมันตกลงมากเลยนะ ยังดีนะที่มันดวงแข็งแต่ต่อไปไม่แน่ เพราะปีนี้ดวงมันตกเคราะห์หนัก มีสิทธิ์เืตกยางออก" บุญล้อมวิเคราะห์ตามวิชาที่ร่ำเรียนมา
"แล้วมีทางแก้ไหมจ๊ะ"
"ดูเอ็งเป็ห่วงมันจังวะ" บุญล้อมจับผิดลูกสาว
"ไม่มีอะไรจริงๆพ่อ พี่แพรวพราวที่น้ำมนต์เป็ผู้ช่วยเขาดูแลคุณคีตะเขาขอร้องให้น้ำมนต์คอยช่วยก็แค่นั้น"
"เฮ้อ อาการแค่พอบรรเทาหรือแก้ให้รอดเป็วันๆไป มันตกขนาดนี้เห็นทีจะช่วยยาก ดีไม่ดีจะตายเอาได้"
"ถึงตายเลยหรือพ่อ" มนต์ชญาใ
"ใช่ ถ้าช่วยไม่ทัน" บุญล้อมเสียงหนักแน่นไม่มีท่าทีจะล้อเล่น
"ถ้าโดนน้ำมันพรายมันต้องแก้ยังไงจ๊ะพ่อ"
"เบื้องต้นถ้ายังไม่แรงมาก อาบน้ำมนต์ กินน้ำมนต์ 9 วันติด ระหว่างนี้ก็ต้องหาของขลังติดตัวไว้ด้วย แต่ถ้าหนักก็ต้องมาทำพิธีถอนกันเลยทีเดียว"
"แค่เบื้องต้นก็ยากละสำหรับตาขี้ตานี่" มนต์ชญาถอดใจ
"ทางที่ดีเอ็งไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับมันจะง่ายกว่า ประเดี๋ยวจะพลอยโชคร้าย" บุญล้อมสั่งทิ้งท้ายก่อนวางสายลูกสาว
...................
"ฉันว่าแล้ว นักข่าวหูตามันเป็สับปะรด ตื่นมาก็ฉลองเลย" แพรวพราวปวดหัวว่าท้ายที่สุดก็มีข่าวว่าคีตะควงสาวนอกวงการไปเมาที่ผับดัง เธอตื่นขึ้นมาหยิบมือถือมาดูโซเชี่ยลปุ๊บก็เห็นข่าวปั๊บ
"อ้าวว่าไงพ่อคุณ มานี่มาดูผลงาน" แพรวพราวเรียกคีตะเมื่อเห็นเขารู้สึกตัวลุกขึ้นมา
"ข่าวอะไร หาวววว" คีตะยังงัวเงียเอามือเกาศรีษะและหาวยาว
"สภาพ นี่คีย์เธอจะเป็แบบนี้ไม่ได้นะ ตื่นนนน" แพรวพราวเข้าไปเขย่าตัวคีตะให้ได้สติ
"แล้วน้ำหวานล่ะครับ"
"น้ำหวานน้ำเหวินไม่มี มีแต่น้ำกรดจะเอาไหม" แพรวประชด
"ผมจะไปหาน้ำหวาน"
"ไปไม่ได้ข่าวเพิ่งเกิดมาแหม่บๆ คีย์ตั้งสติหน่อย"แพรวพราวขวางเขาไว้ไม่ให้ไปไหน พร้อมไปปิดล็อคประตูหน้าต่างทั้งหมด
"น้ำมนต์มาหาพี่ด่วนเลย คีย์อาการเริ่มหนักแล้ว" แพรวพราวส่งข้อความไลน์พร้อมโลเคชั่นบ้านคีตะให้มนต์ชญา
"กำปั่นไปกันเร็วพี่แพรวให้ไปช่วยดูคุณคีตะหน่อย" เมื่อมนต์ชญาอ่านข้อความก็ชวนเพื่อนรักเตรียมของจะออกไป
"แล้วแกจะเอาอยู่หรือ"
"ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดู" มนต์ชญาตอบไปหยิบของไปของขลังทั้งหมดที่มีที่บุญล้อมเคยให้ไว้เธอหยิบไปหมด
"ดูแกเป็ห่วงเขาเนอะ" กำปั่นแซะเพื่อนสาว
"ก็...เออน่าพี่แพรวให้ช่วย ฉันถือว่าช่วยพี่แพรว" มนต์ชญาเกือบไปไม่ถูกกับคำพูดของเพื่อน ทำเป็ก้มหน้าหยิบของหลบสายตาเพื่อน
"จิ๊ดริด จ้อยร่อย ไปเร็ว" มนต์ชญาไม่ลืมที่จะเรียกรักยมคู่ใจให้ไปด้วยกัน
"กำลังอาหย่อยเลย" รักยมกำลังนั่งกินขนมขบเคี้ยวและน้ำแดงที่มนต์ชญาเพิ่งจะเอามาให้เมื่อไม่นานมานี้
"ไปเร็วเดี๋ยวค่อยมากิน จะไม่ทันการ" มนต์ชญาเดินเข้าไปจูงแขนทั้งสองตน
......................
"ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง" มนต์ชญากดกริ่งหน้าบ้านคีตะ
"น้ำหวาน มาหรือ น้ำหวาน" คีตะคิดว่าเสียงกดกริ่งคือน้ำหวานและลนลานจะออกไปหา
"รออยู่นี่พี่จะไปเปิดประตูเอง" แพรวพราวไม่ตอบว่าใครแต่สั่งให้เขานั่งรอ
"เป็ไงบ้างคะพี่แพรว" มนต์ชญารีบถามเมื่อเดินเข้ามา
"โน่นแน่ะอย่างที่เห็นหงุดหงิดงุ่นง่าน จะไปหายัยน้ำเน่าท่าเดียว"
"พี่แพรวกับปั่นช่วนกันล็อคตัวหน่อยได้ไหมคะ หาเชือกมัดได้ยิ่งดี"
"เชือกหรือ ไม่รู้บ้านตาคีย์จะมีไหมเดี๋ยวพี่ไปหาแปบ" แพรวพราวเปิดหาตามตู้ต่างๆ
"แค่นี้พอได้ไหม" แพรวพราวหาเจอแค่เชือกมัดพัสดุเส้นเล็กจิ๋ว
"โหย ลองดูค่ะล็อคให้แน่นๆนะคะน้ำมนต์จะเอาน้ำมนต์กรอกปาก" มนต์ชญาเอาขวดน้ำมนต์ออกมาจากเป้เทส่วนหนึ่งลงขันที่มีน้ำอยู่ ท่องคาถาที่บุญล้อมเคยสอนมา
"ไปกำปั่นช่วยกัน" แพรวพราวชวนกำปั่นค่อยเดินไปทางด้านหลังของคีตะไม่ให้เขารู้ตัว
"เฮ้ย อะไรกันนี่ ปล่อย ปล่อยยยย" คีตะอาละวาดโวยวาย
"จิ๊ดริดจ้อยร่อยง้างปาก" มนต์ชญาสั่งรักยม
"อ๊ากกกกกก" คีตะร้องลั่นเมื่อโดนน้ำมนต์กรอกเข้าไป มนต์ชญาเทใส่ปากราดรดเลยไปที่ศรีษะจนล้นไหลมาที่ตัว
"น้ำมนต์ คีย์จะเป็อะไรหรือเปล่า" แพรวพราวใจเสียเพราะเขาสลบแน่นิ่งไป
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะปล่อยไว้แบบนี้ก่อน นี่เอาสายสิญจน์ที่พ่อพราหมณ์ให้มาผูกข้อมือเอาไว้ด้วย" น้ำมนต์จัดแจงผูกด้ายสายสิญจน์ที่ข้อมือเขา
"จากนี้ไปเขาต้องไม่ไปเจอยัยน้ำหวานนั่นอีก แล้วก็ต้องอาบน้ำมนต์ให้ครบ 9 วัน" มนต์ชญาบอกกับแพรวพราว
"แต่คีย์ยังมีคิวถ่ายละครที่กองนั้นอยู่นี่สิ" แพรวพราวกังวล
"ขอเลื่อนเขาไม่ได้หรือครับ" กำปั่นถาม
"คงไม่สามารถได้จนถึง 9 วัน" แพรวพราวเครียดเพราะคิวอาจจะไปกระทบคนอื่นและงานอื่นด้วย
"ถ้างั้นต้องคุมเข้มไม่ให้คลาดสายตา ไปทำงานแล้วต้องรีบเอาตัวกลับมา" มนต์ชญาบอกทางออก
"ถ้าถึงขนาดนั้นก็ต้องนอนเฝ้ากันทั้งวันทั้งคืนแล้วล่ะ" แพรวพราวครุ่นคิดหาวิธี
"นึกออกแล้ว"แพรวพราวหันมายิ้มแห้งให้มนต์ชญา
"มองหน้าแบบนี้หมายความว่าไงคะพี่แพรว" มนต์ชญาไม่ไว้ใจสายตาผู้จัดการสาวเลย
"น้ำมนต์ถ้าพี่ให้ค่าขนมน้ำมนต์เพิ่มแล้วช่วยมาอยู่ที่บ้านกับคีย์เลยได้ไหม" แพรวพราวเอาเงินเข้ามาล่อและกุมมือของมนต์ชญาไว้เหมือนขอความเห็นใจ
"ไม่ได้หรอกพี่แพรวถ้าพ่อน้ำมนต์รู้ว่าน้ำมนต์มาอยู่บ้านผู้ชายสองต่อสองมีหวังได้กลับไปเลี้ยงควายที่บ้านนอกแน่" มนต์ชญากลัวพ่อจะรู้แล้วไม่ให้อยู่กรุงเทพต่อ
"งั้นกำปั่นมาอยู่ด้วย โอเคไหมจ๊ะ พี่ให้ค่าขนมทั้งคู่เลย ดีออกน๊ากินฟรีอยู่ฟรีได้เงินด้วย" แพรวพราวมีข้อเสนอพรวพราวสมชื่อ
"เอาไงกำปั่น" มนต์ชญาหันไปถามความเห็นเพื่อน
"แกโอเคฉันก็โอเค ปฏิเสธได้หรือ"
"อย่าให้พ่อรู้เด็ดขาดนะจิ๊ดริ๊ดจ้อยร่อย" มนต์ชญากำกับสปายตัวจ้อยของบุญล้อม
"ดีเลยจ้ะ ตกลงตามนี้" แพรวพราวตัดจบ
"คราวนี้ก็หายห่วงไปเปราะนึงน้ำมนต์กับคีย์ไปทำงานด้วยกันแล้วก็กลับด้วยกันเลย" แพรวพราวรู้สึกสบายใจขึ้นเพราะลงตัว
แต่คนที่ไม่สบายใจก็มีแต่มนต์ชญาที่เริ่มเกร็งเพราะต้องมาใกล้ชิดกับคีตะ
............