เสียงกริ่งจากแก้วแชมเปญดังขึ้นท่ามกลางแสงไฟคริสตัลที่ส่องลงมาเหนือโต๊ะเ้าบ่าว-เ้าสาว รอยยิ้มของทุกคนอบอวลไปด้วยความยินดี บรรยากาศหรูหราในงานแต่งงานโรงแรมระดับห้าดาวชั้นบนสุดของกรุงเทพฯ แทบกลืนเธอให้กลายเป็ภาพฝัน
เมษา เ้าสาวในชุดแต่งงานสีงาช้าง กระโปรงผ้าลูกไม้ยาวลากพื้น เธอสวยจนลืมหายใจแม้กระทั่งในสายตาของตัวเอง
แต่ใจเธอกลับเต้นไม่เป็จังหวะ
เธอมองหน้าชายตรงข้างกาย — ศิวะ เ้าบ่าวของเธอ
เขาอยู่ในสูทสีดำเรียบ สายตานิ่ง สุภาพ และมั่นคง
เขาดูสมบูรณ์แบบ...แต่มันก็ “มากเกินไป” จนเธอไม่กล้าเชื่อว่าเป็เื่จริง
“เหนื่อยมั้ยเมษา” เขาก้มลงถามเธอเบา ๆ ระหว่างที่แขกกำลังทยอยรับของชำร่วย
เธอสบตาเขา ยิ้มบาง “นิดหน่อยค่ะ...แต่มีความสุขมากกว่า”
เขากระชับมือเธอแน่นขึ้นนิดหนึ่ง รอยยิ้มของเขาสะกดใจ แต่เมษากลับรู้สึกวูบวาบในอกอย่างไม่มีเหตุผล
ใช่…นี่คือผู้ชายที่เธอแต่งงานด้วยอย่างถูกต้อง ทุกอย่างควรจะลงตัว
แต่ในใจลึก ๆ มีอะไรบางอย่างกระซิบว่า คืนนี้จะไม่เหมือนที่เคยฝัน
หลังเที่ยงคืน — ห้อง honeymoon suite
แสงไฟในห้องหรี่ลงจนเหลือเพียงโคมข้างเตียง พื้นห้องสะอาดจนเธอได้กลิ่นน้ำยาถูพื้นจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นดอกไม้สีขาวที่ตกแต่งหัวเตียง เสียงแอร์ทำงานเบา ๆ กลายเป็เสียงพื้นหลังที่ตัดกับเสียงหัวใจเธออย่างชัดเจน
“ให้ผมช่วยถอดชุดมั้ย?” ศิวะถามเสียงนุ่ม
เมษากลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
เขาเดินเข้ามาใกล้ ลูบมือไล้แผ่นหลังเธอเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดซิปชุดแต่งงานลงทีละนิ้ว ความเย็นของปลายนิ้วเขาทาบลงกับผิวหลังเปลือย ทำเอาเธอสะดุ้งเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้
“หนาว?” เขาถามขณะก้มลงจูบไหล่เธอ
“เปล่าค่ะ แค่…ในิดหน่อย”
เสียงของเธอแ่เบาเหมือนคนจะสารภาพความผิด
ชุดแต่งงานค่อย ๆ หลุดออกจากบ่า ก่อนจะร่วงลงมากองที่ปลายเท้า ร่างของเมษาเหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้ขาวบริสุทธิ์ที่เข้าชุดกับชุดวิวาห์
เธอยืนหันหลังให้เขา สะโพกแน่นนุ่มขาวเนียนภายใต้แสงสลัว ศิวะไม่ได้พูดอะไร
เขาแค่ก้าวเข้ามาแนบหลังเธอ แขนกอดรัดเอวจากด้านหลัง มือหนึ่งสอดเข้าที่หน้าท้อง ส่วนอีกข้างยกมือขึ้นลูบเส้นผมเธออย่างทะนุถนอม
เมษาหลับตาแน่น — มันคือการเริ่มต้นที่แสนอบอุ่น
แต่ในวินาทีที่ริมฝีปากเขาแนบซอกคอ...เธอกลับรู้สึก แปลก อย่างจับต้องไม่ได้
"คุณศิวะ..." เธอเอ่ยเบา ๆ ขณะเขาซุกจูบข้างคอ
"ครับ..." เสียงเขาตอบมาเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างในน้ำเสียงนั้นทำให้เธอขนลุก
ไม่ใช่ความกลัว...แต่คือความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เสียงเดิมที่กระซิบเมื่อเย็น
เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ริมฝีปากทาบลงมาทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ลมหายใจเขาร้อนจัด
รุนแรงกว่าตอนที่อยู่ในงาน…เร่งเร้ากว่าทุกทีที่เคยเจอ
มือของเขารั้งสะโพกเธอไว้แน่น ริมฝีปากบดเบียดจนเธอแทบยืนไม่ไหว
“วันนี้เธอเป็ของฉันทั้งคืน...” เขากระซิบ เสียงพร่าอย่างมีแรงกดดัน
เมษากำลังจะตอบ...แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นจากประตูห้องด้านในสุด — ห้องน้ำที่เธอไม่ได้เปิดไว้เลยั้แ่เข้ามา
ทั้งสองชะงัก
ศิวะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเงียบ…ดวงตาเขาเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นิ่งสนิทจนน่าขนลุก
“มีใครอยู่ในห้องนั้น...” เมษาถามเสียงสั่น
เขาไม่ตอบ — แค่ยิ้ม...และยิ้มนั้นไม่ใช่ยิ้มของศิวะคนเดิม
“เสียงอะไร…” เมษากระซิบ มือยกขึ้นกอดอกโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ยังอยู่ในชุดชั้นในลูกไม้เปียกเหงื่อ
ศิวะ—ไม่ได้ตอบในทันที
เขาเพียงแค่จ้องมองเธอด้วยแววตาแน่นิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ รอยยิ้มตรงมุมปากนั้น...ไม่ใช่แบบที่สามีของเธอเคยยิ้ม
“ไม่ต้องกลัว…” เขาเอ่ยเบา ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน
"คืนนี้ ฉันจะทำให้เธอรู้...ว่าเธอ ‘เป็ของฉัน’ แค่ไหน"
ริมฝีปากเขาทาบลงอีกครั้ง แต่จังหวะนี้ต่างจากเมื่อครู่
มันดิบ ร้อนแรง ไม่ลังเล ไม่มีความละเมียดละไมแบบศิวะที่เธอรู้จัก
และนั่นทำให้เธอสะท้าน
มือของเขาเลื่อนขึ้นจากเอว ลูบผ่านแนวสันหลังไปจนถึงตะขอชั้นในที่เธอใส่ไว้
เขาไม่ได้ขออนุญาต — แต่ปลดมันในจังหวะเดียวแล้วโยนทิ้งลงพื้น
หน้าอกเธอเปลือยเปล่าแนบกับอกของเขา ร่างกายร้อนระอุเพราะไฟอารมณ์ที่ปะทุโดยไม่ต้องบิ๊วต์นาน
“คุณศิวะ...เดี๋ยว...อื๊อ—” เสียงของเธอขาดห้วงเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาขบยอดอกที่ตั้งตึงอย่างกระหาย
ปลายลิ้นเขาตวัดเล่นกับปลายยอดสีอ่อน ก่อนจะดูดแรงจนเธอต้องเงยหน้าครางเบา ๆ
มือเขาขยำหน้าอกเธออย่างหนักแน่น สลับกับอีกข้างที่เลื่อนไปบีบสะโพกแล้วดึงเข้าหาตัว
เสียงเนื้อกระทบกันดังนุ่ม ๆ ท่ามกลางความเงียบของห้องแต่งงานหรู
เธอไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป...และเขาก็รู้ดี
มือเขาล้วงลงใต้เอว กางเกงในลูกไม้ถูกรูดออกอย่างช้า ๆ จนมันหล่นลงบนพื้นโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเขาทำเมื่อไหร่
“ให้ฉันเข้าไปได้มั้ย เมีย...” เขากระซิบตรงข้างหู น้ำเสียงที่ไม่มีแววถนอมน้ำใจ แต่กลับปลุกบางอย่างในร่างเธอจนร้อนผ่าว
“คุณ...ไม่เหมือนเดิมเลย…” เมษาพึมพำ ริมฝีปากซีดสั่น มือจิกแผ่นหลังเขาไว้แน่น
เขาไม่ตอบคำพูดนั้น — แต่ยิ้ม แล้วดันร่างเธอลงบนเตียงเบา ๆ
เมษานอนหอบเล็กน้อย ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด
ขาขาวเรียวทั้งสองข้างถูกจับแยกออกในจังหวะเดียว โดยที่เขาก้าวขึ้นคร่อมร่างเธอและจับปลายขาเธอขึ้นพาดไหล่ตัวเอง
“ขอเข้าไปนะ” เขากระซิบ พร้อมเสียงลมหายใจหนัก
แล้วในวินาทีถัดมา — เธอก็รู้สึกถึงแรงกดที่ “ลึกและแน่น” เสียบผ่านเข้าไปจนร่างเธอกระตุก
“อึ๊ย…อ๊า!” เธอร้องออกมาทันที ร่างทั้งร่างสะท้าน มือยกขึ้นปิดปากตัวเองอย่างช่วยไม่ได้
เขาไม่หยุด ร่างเขาขยับเข้าออกอย่างมีจังหวะ เริ่มจากช้า ลึก ก่อนจะเร่งความแรงมากขึ้น
เสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังขึ้นเรื่อย ๆ แทรกกับเสียงหอบของเขา เสียงครางของเธอ และเสียงเตียงไม้ที่สั่นเบา ๆ ตามแรงโยก
“ดีมากเมษา...อย่ากลั้นเสียงเลย” เขาก้มลงมากระซิบข้างหู พร้อมกัดใบหูเธอเบา ๆ
เธอส่ายหน้า ดวงตาปรือ น้ำตาเล็ก ๆ คลอด้วยอารมณ์ที่มากเกินรับไหว
“อย่าหยุด...ได้โปรด…” เธอหลุดปากอย่างไม่รู้ตัว และเขาก็ไม่หยุด
แรงกระแทกเพิ่มขึ้น จังหวะเร็วขึ้น ร่างเธอเด้งตามแรงดึงดูดของเขาทุกจังหวะ ความร้อนแผ่ไปทั่วตัวจนไม่มีส่วนนึงที่ไม่เปียกเหงื่อ
"เสียวจัง...ฉันจะ..." เมษากัดฟันแน่นเมื่อร่างกายถึงจุดพีค คลื่นกระตุกพล่านลามทั่วกาย
เขาโน้มหน้าลงมาประกบจูบเธอแน่นขณะที่เธอกระตุกแรง ร้องในลำคอ ร่างสั่นสะท้านใต้เขา
เมื่อความเร่าร้อนค่อย ๆ ลดลงเป็เสียงหอบ
เขายังไม่ขยับออก เขากลับโน้มหน้ามาใกล้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เธอไม่คุ้นหู...
“คืนนี้เป็แค่เริ่มต้นนะ เมียคนสวย…แต่เช้านี้ เธออาจต้องเลือก—ว่าจะอยู่กับ ‘ฉัน’ หรือกับคนที่เธอคิดว่าแต่งงานด้วย”
คำพูดนั้นทำให้เมษาชะงัก
เธอเบิกตาโพลง
ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูช้า ๆ ด้วยเสียงทุ้มลึกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน...
“ฉันไม่ใช่ศิวะ…”
แสงอาทิตย์อ่อนจางสาดเข้ามาทางม่านโปร่งหน้าต่าง เสียงนกร้องแว่วเบา ๆ ตัดกับความเงียบในห้องสวีทหรู
เมษาลืมตาช้า ๆ ความหนักในศีรษะยังค้างอยู่ คล้ายคนเพิ่งตื่นจากฝันอันยาวนาน
แต่สิ่งที่เธอรู้สึกได้ก่อนอื่นใดคือ “ร่างกายเธอเจ็บหนึบไปหมด”…โดยเฉพาะจุดลึกที่สุด
เธอหันไปทางข้างเตียง
เตียงฝั่งขวาว่างเปล่า—ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของใครที่ควรจะนอนข้างเธอ
ไม่มีกลิ่นน้ำหอมประจำกายของศิวะ
ไม่มีแม้แต่เสื้อคลุมหรือผ้าเช็ดตัวตกค้าง
มีเพียงร่างเปลือยของเธอที่มีรอยแดงจาง ๆ ปรากฏตามลำคอ ต้นขา และหน้าอกอย่างชัดเจน
ร่องรอยของใครบางคน…ที่เธอไม่แน่ใจว่าใช่สามีตัวจริง
เมษาลุกจากเตียง หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมร่างอย่างลวก ๆ ขณะเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ไฟในนั้นปิดอยู่ ประตูแง้มไว้เล็กน้อย และไม่มีใครอยู่ข้างใน
“คุณศิวะ…” เธอเรียก
แต่คำตอบคือความเงียบ
เธอเดินออกมาที่โซนครัวเล็ก และนั่นคือจังหวะที่ประตูห้องสวีทเปิดออก
ศิวะ…เดินเข้ามาพร้อมกาแฟในมือสองแก้ว
เขายิ้มให้เธอเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตื่นแล้วเหรอ ผมลงไปเอากาแฟให้ เห็นเธอชอบลาเต้ไม่หวาน”
เมษายืนนิ่ง
ในหัวมีเสียงกรีดร้อง แต่ปากกลับถามเสียงเรียบ
“เมื่อคืน...คุณออกจากห้องไปเหรอคะ?”
ศิวะชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ใช่ครับ ผมหลับไปในห้องน้ำ...สงสัยเพลียจัด ตื่นมาอีกทีก็เกือบเช้า”
คำตอบนั้นไม่เข้ากับสิ่งที่ร่างกายเมษากำลังบอก
เธอรู้ว่าเมื่อคืนมีคน ‘อยู่กับเธอ’ ทั้งคืน—ตื่นเร้า ร้อนแรง และไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ตัว
ศิวะเดินมาใกล้ ยื่นแก้วกาแฟให้ เมษารับไว้ด้วยมือที่เย็นเฉียบ
เขายืนอยู่ตรงหน้า…แต่มันคือเขาจริง ๆ หรือเปล่า?
“เมื่อคืน…” เธอเริ่มถาม “คุณพูดว่า ‘คืนนี้เป็แค่เริ่มต้น’ ใช่ไหมคะ?”
ศิวะเลิกคิ้ว “เปล่านะ ผมจำได้แค่ว่าเราคุยกัน แล้วผมขอโทษที่ดูเหนื่อยไปนิด”
หัวใจเมษาหล่นวูบ
น้ำเสียงเขาไม่เหมือนคนโกหก — แต่มันก็คือคำปฏิเสธว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน…ไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำเขา
แต่สำหรับเธอ มันชัดเจนทุกัั ทุกเสียง ทุกครั้งที่เขากระแทกเธอลึกจนร้องไห้ออกมา
“หรือว่า…ไม่ใช่เขา?” ความคิดแรกแล่นเข้ามาในหัวเธอ
แล้วคำที่เขาพูดเมื่อคืนก็ดังขึ้นซ้ำอีกครั้งในหัว…
> “คืนนี้เป็แค่เริ่มต้นนะ เมียคนสวย…แต่เช้านี้ เธออาจต้องเลือก—ว่าจะอยู่กับ ‘ฉัน’ หรือกับคนที่เธอคิดว่าแต่งงานด้วย”
เธอหันไปมองศิวะอีกครั้ง — เขากำลังจิบกาแฟ มองเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
ดวงตาเขาซื่อใสและเต็มไปด้วยความรัก...แบบที่เธอคุ้นเคย
แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ใช่ตาที่ “กดเธอลงกับเตียง” เมื่อคืนนี้
ไม่ใช่แววตาที่บอกว่า “จะกินเธอทั้งคืนไม่ให้พัก”
เธอเริ่มรู้แล้วว่า…ชายอีกคนคือใคร
และความกลัวไม่ได้มาจากการถูกหลอก
แต่มาจากความจริงที่ว่า...หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเพียงแค่ นึกถึงเขาอีกคน