อเล็กซ์มองดูแบบจำลองของศูนย์วิจัยแห่งนี้ด้วยความชื่นชม แล้วก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจภายในห้องรับรองของชั้นแรก เขาไม่พบใครอยู่เลย แล้วไอ้อ้วนที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีั้แ่เปิดประตูทางเข้าศูนย์วิจัยใต้ดิน แล้ววิ่งออกไปคุกเข่าด้านนอก ถ้าห้องที่มันใช้คุมขังตัวประกันไม่ได้อยู่ในชั้นแรก มันจะเป็ไปได้อย่างนั้นหรือที่มันสามารถทำอย่างนั้นได้ แล้วอเล็กซ์ก็ได้ยินเสียงเคาะเบาๆ มันเป็รหัสมอสขอความช่วยเหลือ แล้วเขาก็มองไปยังมุมอับสายตาของบันไดทางลง
แล้วอเล็กซ์ก็เห็นสิ่งผิดปกติในมุมมืด มันคือรอยฝ่ามือของไอ้อ้วนนั้นที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ อเล็กซ์เดินไปััที่จุดนั่นทันที แล้วเขาก็เห็นห้องลับใต้บันได มันคือห้องสำหรับแผนกรักษาความปลอดภัย ภายในนี้มีกระจกเงาขนาดต่างๆมากมายที่กำลังแสดงภาพบรรยากาศของศูนย์วิจัยแห่งนี้ทั่วบริเวณ และที่ใต้กระจกเงาเ่าั้ได้เขียนบอกตำแหน่งเอาไว้ด้วยว่าภาพที่กระจกเงานี้กำลังสะท้อนอยู่คือที่ไหน
เื่นั้นมันไม่ได้สำคัญอะไรมากในตอนนี้ เพราะภายในห้องยังมีกลุ่มของนักวิจัยที่กำลังถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ และที่ปากของพวกเขามีเทปกาวปิดอยู่ แล้วอเล็กซ์ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เขาจำได้ทันทีเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร และเธอก็คือเ้าของเสียงที่บอกให้เขาหนีไปก่อนหน้านี้ แต่ก่อนที่อเล็กซ์จะได้ทำอะไร อลิซาเบธก็เคลื่อนไหวแล้ว
" พี่ลินดาเป็อะไรหรือเปล่า ? โอ๋ๆ~ไม่ต้องร้องนะพวกหนูมาช่วยแล้ว "
อลิซาเบธใช้มีดปลายปืนที่เขาให้เธอเก็บไว้ ปากเชือกที่มัดมือมัดเท้าของผู้หญิงที่ชื่อลินดาอย่างรวดเร็ว อเล็กซ์กับมะลิก็เริ่มช่วยเหลือนักวิจัยคนอื่นๆ แล้วพวกเขาก็พานักวิจัยทุกคนออกไปจากห้องระบบรักษาความปลอดภัยแห่งนี้
แต่เหตุการณ์ต่อมาก็ทำให้อเล็กซ์ถึงกับพูดไม่ออก ลินดาโผลตัวเข้ากอดมะลิทันที พร้อมคำพูดที่แทงลึกเข้าไปภายในหัวใจของอเล็กซ์
" ขอบคุณมากนะเฮเลนที่เธอมาช่วย ฉันคิดถึงเธอมากเลย ฮือ ฮือ ~ ขอบคุณพระเ้าที่เธอยังปลอดภัย ฉันนึกว่าจะไม่ได้พบเธออีกแล้ว~ "
มะลิยืนตัวแข็งทื่อ และไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาเลย เธอทำเพียงใช้มือลูบผมสีดำที่ยาวจนถึงเอวของนักวิจัยสาวคนนี้ แล้วลินดาก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ในที่สุดอาเธอร์ก็เป็คนพูดออกมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
" เออ.. คุณป้าครับ พี่มะลิไม่ใช่คุณแม่ครับ คุณแม่ไม่ได้อยู่กับพวกเราครับ "
" อ่ะ ! อย่างนั้นหรอ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ คุณคล้ายกับเฮเลนมาก ๆ เลย "
" เอาล่ะลินดา ไว้ค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลัง ตอนนี้ใกล้จะมืดค่ำแล้ว บอกผมหน่อยว่ากลไกของห้องที่ขังงูตัวนั้นอยู่ที่ไหน ? "
" ตามมาทางนี้พ่อหนุ่ม "
เสียงของนักวิจัยที่ดูมีอายุที่สุดดังขึ้น แล้วเขาก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องระบบรักษาความปลอดภัยอีกครั้ง อเล็กซ์ก็เดินตามเข้าไป แล้วนักวิจัยที่ดูมีอายุคนนี้ก็เริ่มแนะนำตัวเองว่าเขาคือศาสตราจารย์ครู หรือจะเรียกเขาว่าลุงครูเฉยๆ ก็ได้ หลังจากสังเกตดีๆ อายุของเขานั้นสามารถเป็ปู่ของอาเธอร์ได้เลย ศาสตราจารย์ครูเริ่มแนะนำ อุปกรณ์และกลไกต่างๆ ภายในห้องระบบรักษาความปลอดภัย อเล็กซ์ดึงคันโยกเพื่อปิดห้องนิรภัยที่ใช้ขังงูนั้นทันที ปกติห้องใต้ดินแห่งนั้นจะถูกใช้เก็บผลิตผลที่ปลูกไว้ในพื้นที่โล่งด้านนอก ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังปลูกมันฝรั่งกับถั่วเหลืองอยู่
ศาสตราจารย์ครูเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในตัวของอเล็กซ์ เขาพบว่าอเล็กซ์นั้นมีความจำที่ดีมาก เขาอธิบายระบบและอุปกรณ์ทุกอย่างภายในห้องระบบรักษาความปลอดภัยเพียงรอบเดียว อเล็กซ์ก็สามารถจดจำทุกอย่างภายในห้องแห่งนี้ได้ทั้งหมด แล้วพวกเขาก็ออกมาพูดคุยกันที่ห้องรับรองอีกครั้ง จากนั้นลินดาก็เริ่มแนะนำนักวิจัยทุกคนให้กับอเล็กซ์ได้รับรู้ โดยนักวิจัยที่ทำงานอยู่ที่นี่มีเพียง 6 คนเท่านั้น และก่อนหน้านี้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยอีก 2 คน ซึ่งพวกเขาได้กลายเป็อาหารของงูหลามั์ไปนานแล้ว
ส่วนคนที่มีอำนาจสูงสุดในที่นี่ก็คือศาสตราจารย์ครู รองลงมาก็คือผู้ช่วยศาสตราจารย์ลินดากับผู้ช่วยศาสตราจารย์วิเชียร ส่วนอีก 3 คนคือนักศึกษาหรือลูกศิษย์ของพวกเขานั้นเอง หลังจากที่แนะนำตัวกันเป็ที่เรียบร้อย อเล็กซ์จึงได้ตัดสินใจพูดเื่ของเขาบ้าง
" ตอนนี้พวกคุณรู้แล้วใช่ไหมว่าโลกภายนอกนั้นกำลังเกิดเื่อะไรขึ้น ผมจะขอขยายความอีกสักเล็กน้อย ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว กลางวันเป็เวลาของพวกสัตว์ร้ายที่ผมเรียกมันว่าบีสท์ ส่วนเวลากลางคืนเป็ของกลุ่มคนที่กลายสภาพไปเป็อย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ ผมเรียกพวกมันว่าซอมบี้ พวกคุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม ? "
นักวิจัยทั้งหกคนมองหน้ากันไปมาเงียบๆ โดยไม่ตอบสิ่งใดกลับมา เหมือนกับว่าพวกเขากำลังทำความเข้าใจในสิ่งที่อเล็กซ์พูด แล้วศาสตราจารย์ครูก็พูดว่า
" เล่าต่อเถอะพ่อหนุ่ม สรุปเื่ราวทั้งหมดให้พวกเราฟังได้เลย แล้วพูดความ้าของคุณ "
" ได้ครับ หลังจากเกิดคืนวิปโยค ผมเรียกคืนแห่งการเปลี่ยนแปลงว่าอย่างนั้น ผมเลยตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังหลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นใน่าโลกครั้งที่ 3 ที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมันมีลักษณะคล้ายกับศูนย์วิจัยแห่งนี้แต่ใหญ่กว่ามาก แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น หลายวันที่ผ่านมาผมได้ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเอาไว้มากมาย และรอคอยความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ แต่หลังจากเวลาผ่านไปความช่วยเหลือจากทางภาครัฐหรือทหารก็ไม่มาถึง ผมจึงได้ตัดสินใจที่จะสร้างค่ายผู้รอดชีวิตขึ้นที่นี่ แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาตจากพวกคุณ ทุกคนคงเข้าใจ "
บรรยากาศภายในห้องรับรองอึมครึมขึ้นทันที แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกมาอเล็กซ์ก็พูดต่ออีกว่า
" แต่พวกคุณทั้งหมดสามารถเข้าร่วมกับผมได้ถ้ายังอยากจะมีชีวิตรอดต่อไป และหน้าที่ของพวกคุณก็คือการวิจัยและดูแลพืชพันธุ์ของที่นี่เหมือนเดิม เพียงแต่ผมไม่มีเงินเดือนให้พวกคุณเท่านั้น และตอนนี้เงินก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว อาหารกับการมีชีวิตรอดคือสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ พวกคุณทำได้แค่เพียงยอมรับมันเท่านั้น ตอนนี้ทางเลือกของพวกคุณมีแค่ 2 ทาง คือทำงานต่อไปกับเดินจากที่นี่ไป คุณเลือกเอา ? "
คราวนี้คนที่พูดไม่ใช่ศาสตราจารย์ครูเช่นเดิม แต่เป็ผู้ช่วยของเขาที่ชื่อวิเชียรได้พูดขึ้น
" การที่คุณทำแบบนี้ไม่กลัวโดนข้อหาก่อฏหรือไง ค่ายผู้รอดชีวิตอย่างนั้นหรอ ! ผมว่ามันเป็ซ่องโจรมากกว่า ! ซอมบี้เอย บีสท์เอย นี้คุณเห็นผมเป็เด็กอมมือหรือไง ! แล้วคำพูดที่ดูหยิ่งผยองนั้นของคุณอีก มันทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้จนอยากอาเจียนออกมาเลย แล้ว…อ้า !!! "
อลิซาเบธเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วก่อนจะใช้มีดปลายปืนปาดหูของผู้ช่วยศาสตราจารย์วิเชียรในทันที การกระทำของเธอนั้นเหนือความคาดหมายของใครหลายๆ คนยกเว้นอเล็กซ์ ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าน้องสาวของเขากำลังมีบางอย่างผิดปกติ ถ้าเขาไม่ได้ออกคำสั่งกำกับไปเอาไว้ การกระทำของเธอทุกอย่างนั้น ล้วนเกิดจากอารมณ์ที่รุนแรงและบ้าเืทั้งสิ้น แต่อเล็กก็ยังไม่ได้พูดสิ่งใด เขาได้ปล่อยให้เหตุการณ์นี้ดำเนินไปตามครรลองของมัน เพราะการปกครองผู้คนในสถานการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้ จะใช้ความดีงามและความถูกต้องคงทำได้แค่ฝันเท่านั้น มีแต่เพียงความกลัวและอำนาจเบ็ดเสร็จถึงจะใช้ปกครองผู้คนได้ในเวลาเช่นนี้
" แกลืมไปแล้วหรือไงว่าคนที่ช่วยชีวิตของแกเอาไว้คือพวกเรา แกเห็นงูั์นั้นหรือเปล่า แกคิดว่าเื่ทุกอย่างที่พี่ชายของฉันเล่ามาเป็เื่โกหกหรือยังไง การที่ฉันตัดหูของแกออกมาข้างหนึ่งก็เพื่อ้าจะปลุกแกเอามาจากความฝัน ตอนนี้แกจะตื่นได้แล้วหรือยัง ถ้าแกยังคิดว่าสิ่งที่พี่ชายของฉันพูดเป็เื่โกหกอยู่ ทำไมแกไม่ลองเดินกลับไปที่ตัวจังหวัดดูล่ะ และยังมีอีกอย่างที่พี่ชายของฉันยังไม่ได้พูดก็คือ ตอนนี้พวกเราไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้แล้ว "
หลังจากอลิซาเบธพูดจบ เธอก็เคลื่อนย้ายฉับพลันกลับมานั่งอยู่ด้านข้างของอเล็กซ์เช่นเดิม พร้อมกับโยนใบหูที่ยังมีเืไหลอยู่ลงไปบนโต๊ะกระจกตรงกลาง นักวิจัยทุกคนต่างพากันกลืนน้ำลายหน้าซีดไปตามๆ กัน ด้านผู้ช่วยวิเชียรไม่กล้าแม้แต่จะแหกปากร้องขึ้นมา ส่วนอเล็กซ์ก็ใช้มือตบไปที่ต้นขาของอลิซาเบธเบาๆ เป็การบอกให้เธอใจเย็นๆ
" ผมจะให้เวลาพวกคุณตัดสินใจ ว่าใครจะอยู่ใครจะไปผมไปบังคับ แต่สถานที่แห่งนี้เป็ของผมแล้ว "
อเล็กซ์พูดจบก็เดินขึ้นไปจัดกำลังพลของเขา พร้อมกับพวงกุญแจในมือ เขาปล่อยให้นักวิจัยทั้ง 6 ได้ปรึกษาหารือกัน ในใจลึกๆ เขาอยากเก็บทุกคนเอาไว้ใช้งาน แต่ภายในแววตาของผู้ช่วยวิเชียรนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ และคนที่รู้คำตอบนี้ จะเป็ใครไปไม่ได้เลย นอกจากไอ้อ้วนที่ถูกจับขังไว้ที่ชั้น 2 ของอาคาร
อาคารของศูนย์วิจัยแห่งนี้มีขนาด 400 ตารางเมตร เป็อาคาร 2 ชั้นยกพื้นสูง โดยชั้นล่างนั้น ไม่มีการกั้นห้องแต่อย่างใด มันใช้เป็พื้นที่เก็บเครื่องจักรกลทางการเกษตรกับน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงอุปกรณ์ทำไร่ทำสวนต่างๆ มากมาย กับห้องน้ำอีกหนึ่งห้อง ส่วนชั้นสองแตกต่างกับชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ทั้งหมดถูกตกแต่งไม่ต่างกับอาคารสำนักทั่วไป มีการแบ่งห้องมากมายเต็มไปหมด และยังมีห้องครัวขนาดใหญ่ รวมถึงห้องสุขากับห้องอาบน้ำที่แยกเป็สัดส่วนอย่างเป็ระเบียบ ส่วนสุดท้ายก็คือชั้นดาดฟ้าที่ภายในชั้นนี้นอกจากมีแทงค์น้ำมากมาย และท่อน้ำที่เรียงรายอยู่เต็มไปหมด มันก็แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ใช้สอยได้แล้ว
อเล็กซ์ต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อจัดแบ่งห้องพักให้แก่กองกำลังหอกเหล็กแต่ละหน่วย รวมถึงการจัดแบ่งเสบียงอาหาร และจัดเวรยาม ยังดีที่ภายในศูนย์วิจัยแห่งนี้มีผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมาก เลยทำให้อเล็กซ์ไม่ได้มีความกังวลเื่อาหารมากนักในเวลานี้ แต่สิ่งที่เขาเป็ห่วงมากที่สุดก็คือความปลอดภัย เนื่องจากกำแพงกับตัวอาคารนั้นอยู่ห่างกันมาก เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์วิจัยนั้นมีเนื้อที่ถึง 1 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 600 ไร่ จะใช้เพียงแค่กองกำลังหอกเหล็กดูแลคงไม่เพียงพอ
อาเล็กจึงได้ตัดสินใจจะสร้างกำแพงชั้นในขึ้นมา ไม่อย่างนั้น่เวลากลางคืนคงไม่มีใครหลับได้ลง กับอีกวิธีหนึ่งถ้าอเล็กซ์จะใช้ก็ต่อเมื่อเห็นว่า ่เวลากลางคืนนั้นอันตรายจริงๆ เขาต้องให้กองกำลังหอกเหล็กลงมาอาศัยอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งมันมีพื้นที่เพียงพออยู่แล้ว แต่ต้องใช้เวลาปรับปรุงเล็กน้อย ซึ่งอเล็กซ์ไม่ได้้าแบบนั้น ถ้าถึงกับขนาดที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แบบนั้นจริงๆ มันหมายความว่า มนุษย์กำลังจะสูญพันธุ์แล้ว
หลังจากอเล็กซ์จัดการกองกำลังหอกเหล็กเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึง่เวลาค้นหาความลับที่ซ้อนอยู่ของศูนย์วิจัยแห่งนี้ ั้แ่ได้เห็นโครงสร้างและการจัดการทั้งหมด รวมถึงพืชพันธุ์ที่พวกเขากำลังปลูก เหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างมารองรับสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะ อเล็กซ์ภาวนาในใจให้ลางสังหรณ์ของเขาผิดพลาด แล้วอเล็กซ์ก็เข้าไปภายห้องที่ใช้ขังไอ้อ้วนผู้ก่อเหตุเพียงลำพัง ลักษณะภายในห้องแห่งนี้เป็เพียงห้องโล่งๆ และไอ้อ้วนในเวลานีั กำลังนอนขดตัวอยู่ในมุมหนึ่งของห้องด้วยตัวที่สั่นเทา
" ช่วยบอกเหตุผลสักข้อหนึ่งที่ทำไมกูต้องไว้ชีวิตมึงให้ฟังหน่อย ? "
เสียงของอเล็กซ์ดังขึ้นภายในห้อง มันได้ทำให้ไอ้อ้วนถึงกับสะดุ้งตัวลอย แล้วก็ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าด้วยใบหน้าที่สำนึกผิด แล้วจึงเริ่มพูดออกมา
" ถ้าผมพูดออกไปคุณจะเชื่อผมหรือปล่าว ? "
" หื้อ.. รู้จักพูดเพราะเป็กับเขาด้วย ไหนเมื่อคุณพูดภาษาคนกับผม ผมก็จะพูดภาษาคนกับคุณ คุณลองพูดมาก่อนแล้วกัน ถ้าสิ่งที่คุณพูดออกมานั้นมีประโยชน์สำหรับผม ผมจะยกโทษให้กับคุณ " อเล็กซ์ลองใช้แผนเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
" ผมขอต่อลองอีกอย่าง เพราะข้อมูลที่ผมจะให้กับคุณนี้มีค่ามาก เพียงแค่คุณอนุญาตให้ผมอาศัยอยู่ที่นี่ร่วมกับคุณ จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอม ? "
" ได้ ถ้าเื่ที่คุณจะพูดนั้นมีประโยชน์จริงๆ สิ่งที่คุณขอนั้นมันไม่มากไปเลย รีบพูดมาเถอะอย่าได้ทำให้เสียเวลา ผมมีเื่อีกมากที่จะต้องทำ "
" ตกลง ผมรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น …. "
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอเล็กซ์เดินออกมาพร้อมกับ แจ็คสัน ลี นี้คือชื่อของไอ้อ้วน สรุป คนๆ นี้คือเ้าของที่แท้จริงของศูนย์วิจัยแห่งนี้ เขาเดินทางมาที่นี่ด้วยเฮลิคอปเตอร์ก่อนเกิดคืนวิปโยค 1 ชั่วโมง และเหตุผลที่เขาต้องจับนักวิจัยมัดมือมัดเท้านั้น เพราะเขา้าจะปิดทางเข้าของศูนย์วิจัยทุกเส้นทาง และที่เขาทำได้สำเร็จก็เพราะนักวิจัยทั้ง 6 คนได้ถูกวางยาสลบ
ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ถูกแจ็คสันหลอกให้ออกไปข้างนอก แล้วเขาก็ปิดศูนย์วิจัยใต้ดินไม่ให้พวกเขาเข้ามา หลังจากเกิดคืนวิปโยคแล้ว ผ่านไปอีกหนึ่งคืน พวกเขาก็เลยถูกงูหลามั์กิน ตอนนั้นแจ็คสันพยายามจะช่วยยามทั้งสองโดยการเปิดห้องเก็บผลผลิตด้านนอกแล้วให้ยามเข้ามาหลบ แต่หลังจากเปิดแล้วแจ็คสันปิดมันไม่ทันเขาเลยตัดสินใจขังงูไว้กับยามเสียเลย และการที่งูตัวนั้นอยู่ที่นี่มันเลยทำให้บีสท์ตัวอื่นๆ ไม่กล้าเข้ามา
แล้วแจ็คสันยังสารภาพเกี่ยวกับแผนร้าย ที่เขาเคยคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์วิเชียรเอาไว้ โดยเมื่อเขาสามารถจับกุมนักวิจัยทั้ง 6 คนได้แล้ว และปิดประตูทางเข้าสำเร็จ เขาจะปล่อยผู้ช่วยศาสตราจารย์วิเชียรอิสระ และคนที่วางยาสลบนักวิจัยทุกคนนั้นก็คือวิเชียรนั้นเอง และที่วิเชียรยอมกินยาสลบด้วยนั้นเพราะเขาตั้งใจเพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย แจ็คสันเป็เพียงคนนำยามาให้วิเชียรเท่านั้น เขาไม่มีความกล้าพอที่จะทำอย่างนั้น โดยวิเชียรได้เคยรับปากว่าจะช่วยเขา แต่วิเชียรขอรางวัลคือร่างกายของลินดา ก่อนที่แผนการทั้งหมดจะสำเร็จ อเล็กซ์ก็โผล่มาก่อน รวมถึงยาสลบก็หมดฤทธิ์ด้วยเช่นกัน ทุกอย่างมันเลยผิดแผนไปหมด…