ร่างบางหน้าตาซีดเซียวพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาเมื่อเห็นเด็กทารกใบหน้าแห้งเหี่ยวย่น ขนาดความยาวของลำตัวแค่เพียงคืบกว่าๆกำลังคืบคลานขึ้นมาบนเตียง ส่วนศีรษะโตกว่าผลส้มเขียวหวานเพียงเล็กน้อยส่ายโยกเอียงดวงตาปูดโปนเหลือกมองด้วยความอาฆาตมาดร้าย ริมฝีปากบางเฉียบแสยะอ้าเห็นฟันซี่เล็กๆ ปลายแหลมราวกับฟันแมว
สิ่งที่สยดสยองที่สุดก็คือส่วนของหน้าอกเนื้อตรงนั้นถูกปาดหายไป เห็นเครื่องในห้อยย้อยเป็พวง กำลังขยับไปมา
“อย่านะ ออกไปฉันกลัวแล้ว”
เธอส่งเสียงไล่ด้วยความหวาดกลัวพลางขยับร่างถอยกรูดจนเกือบจะตกจากเตียงแต่เ้าปีศาจทารกหาได้หยุดที่จะเคลื่อนตัวเข้าหา มันส่งเสียงหัวเราะดังเคี้ยก ๆเขย่าประสาทให้สั่นไหว
“เคี้ยก เคี้ยกเคี้ยก แม่จ๋า ทำไมต้องกลัวลูกด้วย ลูกมาหาแม่แล้วนะ”
“ไม่ แกไม่ใช่ลูกฉันแกมันเป็ผี ไป๊”
สิ้นเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเ้าทารกร้ายทำตาขุ่นขวาง ใบหน้าบึ้งตึง แผดเสียงดังอย่างโกรธแค้น
“แม่ ว่าลูกเป็หรือลูกเป็อย่างนี้เพราะใคร ถ้าพ่อกับแม่ไม่เลือกไอ้พงษ์ระพีป่านนี้วีระวัฒน์ก็ไม่ตาย ใจร้าย ใจดำ ฆ่าได้กระทั่งลูกของตัวเอง”
ปีศาจร้ายแผดเสียงดังปากกว้าง ใบหน้าย่นยับราวกับคนแก่อายุเจ็ดสิบ มันกระโจนตัวลอยแล้วคร่อมร่างฤดีนารถเอาไว้ แล้วยื่นหน้าที่มีสภาพไม่ต่างจากผีในขุมนรกเข้ามาใกล้ ๆฤดีนารถหวาดกลัวสุดขีด กรีดร้องสุดเสียง
“อย่า ฉันกลัวแล้ว”
“ไม่ต้องกลัวในเมื่อแม่เลือกที่จะให้ลูกตาย แม่ก็ต้องตามไปดูแลลูกในปรภพด้วยเช่นกัน”
“ไม่ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น แกออกไป ไอ้ปีศาจ”
มิไยที่จะขับไล่ด้วยความหวาดกลัวทารกผีกลับส่งเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมแล้วก้มลงมาที่ลำคอขาวผ่อง บัดนี้กำลังดิ้นทุรนทุรายขยับหนีเพื่อให้พ้นจากคมเขี้ยวมฤตยู
“ในเมื่อแม่รังเกียจที่จะรับเป็ลูกก็จงตายตกตามกันไปเถอะ”
“ช่วยด้วย คุณพูนพิพัฒน์ ผี ผีมันจะฆ่าฤดี”
ฤดีนารถตะเบ็งเสียงเรียกสามีให้ช่วยเหลือแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบสงบ ราวกับไร้สิ่งมีชีวิตผู้ที่เพิ่งผ่านการเป็แม่มาหมาด ๆ กรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาเหลือกลานเมื่อคมฟันแหลมงับลงมา เธอเอียงหลบด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด จึงพ้นความตายอย่างหวุดหวิดเ้าปีศาจอกตัญญูคำรามฮึ่มฮั่มด้วยความไม่พอใจ
“แม่ กล้าหนีลูกหรือไม่รอดหรอก ไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ”
มันจู่โจมอีกครั้งคราวนี้ทั้งมือและขากดลงที่ลำคอ หนักมากขึ้นทุกที จนแทบหายใจไม่ออกฤดีนารถเกร็งตัว ตามด้วยกรีดร้องด้วยเสียงติด ๆ ขัด ๆเพราะรู้ว่าอีกไม่นานลมหายใจคงจะปลิดปลิวออกจากร่างถ้าหากว่าเ้าปีศาจร้ายยังไม่ลงไปจากตัวเธอ หัวใจเริ่มเต้นช้าลงทุกทีดวงตาเบิกกว้าง มือเท้าเริ่มเกร็งกระตุก
“อย่า อย่าฉันกลัวแล้ว”
“ไม่ต้องกลัวหรอกแม่อีกไม่นาน แม่ก็จะไปอยู่กับลูกแล้ว ฮี่ ฮี่ ฮี่”
เสียงมันหัวเราะด้วยความสะใจเมื่อเห็นผู้เป็แม่กำลังจะหมดลมลงไปทุกที ทว่าใบหน้าเหี่ยวย่นเครียดขมึงตาทั้งสองข้างกร้าวขึ้น เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก นางพยาบาลวัยกลางคนก้าวเข้ามาโดยในมือถือปรอทวัดไข้เข้ามาด้วย
มันกระโจนแผล็วไปทางประตูด้านหลังโดยเร็วนางพยาบาลชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“เมื่อครู่เราเห็นเหมือนเงาอะไรดำๆ ะโออกไปทางประตู ตาเราไม่ฝาดแน่ หรือว่าเป็แมว เอ แล้วใคร เปิดประตูเอาไว้แอร์ออกไปหมดพอดี”
ก่อนที่นางพยาบาลจะเดินไปปิดประตูพลัน ! เห็นร่างคนไข้นอนเอียงอย่างิ่เหม่ เกือบจะตกเตียง จึงเข้ามาจับให้เข้าที่ทันทีที่แตะัั ถึงกับสะดุ้งโหยง รับรู้ว่าเนื้อตัวคนไข้แข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลง
“ว้าย ! ตายหรือเปล่าเนี่ย ช่วยด้วยค่ะ”
นางพยาบาลใสุดขีดลืมแม้กระทั่งกดออดขอความช่วยเหลือ กลับเป็ฝ่ายวิ่งออกไปเสียเองครู่หนึ่งนางพยาบาลและหมอพากันเข้ามา จับตามร่างฤดีนารถบัดนี้อ่อนนุ่มนิ่มเหมือนคนปกติ นางพยาบาลคนเดิมกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ
“คนไข้ไม่เป็อะไรนี่เนื้อก็นิ่ม ไม่แข็งเหมือนอย่างที่คุณบอกเลย”
“ก็ ก็ เมื่อครู่ดิฉันจับดูแล้ว นอนตัวแข็งเหมือนคนตาย”
นางพยาบาลพูดด้วยเสียงตะกุกตะกักยังไม่ทันที่จะถูกซักไซ้ไล่เรียง ฤดีนารถลืมตาโดยเร็ว ทั้งหมอและพยาบาลต่างสะดุ้งไปตามๆ กัน
“เฮ้ย ! เอ่อ คุณฤดีนารถเป็อย่างไรบ้างครับ”
หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นๆ ก่อนจะสบตาคู่งามที่เต็มไปด้วยแววแห่งความหวาดกลัว ริมฝีปากรูปกระจับสั่นระริกและร้องไห้ออกมาดัง ๆ ทุกคนต่างพากันมองหน้าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแก่ผู้หญิงที่เพิ่งสูญเสียลูกแฝดไปหนึ่งคน
บางทีเธออาจจะเสียใจที่ลูกตายก็ได้......
“ช่วยด้วย ผีผีมันเข้ามาหลอกฉัน”
“ผี ! คุณฤดีนารถครับ ทำใจให้ปกติ ค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าไปนะไม่มีผีที่ไหนหรอกครับที่หลอกคุณ”
“จริง ๆ นะคะหมอมันคลานขึ้นเตียง แล้วคร่อมตัวฉัน มันจะกัดคอ เขี้ยวทั้งขาวและแหลม มันจะเอาฉันไปอยู่ด้วยนั่น มันอยู่ตรงนั้น เกาะที่ประตูด้านหลัง”
ฤดีนารถหวีดร้องสุดเสียงชี้นิ้วไปที่ประตูหลัง โดยมีส่วนหนึ่งเป็กระจก หมอและพยาบาลพากันหันไปมองด้วยความสงสัยแต่ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด นางพยาบาลคนหนึ่งบีบมือเธอแรง ๆเป็การเรียกสติให้กลับคืนมา
“คุณฤดีนารถคะไม่มีอะไรหรอกค่ะ ผีไม่มีนะคะ”
“แต่ฉันเห็นมันจริง ๆนะคะ น่ากลัวมาก มันบอกว่าเป็ลูกคนที่ตายไปแล้ว ช่วยด้วยเถอะค่ะ”
หญิงผู้น่าสงสารยังคงร้องกรี๊ดๆ ด้วยความหวาดกลัว หมอพยักหน้าให้นางพยาบาลหยิบยาหลอดหนึ่งขึ้นมา แล้วดูดด้วยซีรินจ์จากนั้นฉีดลงไปที่แขนฤดีนารถจนหมดน้ำยา ซึ่งก็ทำให้อาการหวาดกลัวค่อย ๆ จางหายไป จนในที่สุดเปลือกตาทั้งสองข้างปรือหรี่ทับกัน
“เธอคงเครียดที่เสียลูกไปคนหนึ่งทำให้คิดไปต่าง ๆ นา ๆ คุณพยาบาล ช่วยไปปิดประตูหลังด้วยครับ”
หมอหนุ่มหันไปที่นางพยาบาลหน้าตาจิ้มลิ้มให้ปิดประตูทางด้านหลังเมื่อร่างบางเดินไปหยุดยืน มือกำลังเอื้อมจับที่ดึงแต่แล้วเสียงอุทานด้วยความใดังขึ้น
“ว้าย ! ใครกันมานอนอยู่ตรงนี้”
“อ้าวนี่มันสามีของคนไข้นี่ เร็วเข้า ช่วยกันพยุงมานอนที่โซฟา”
ความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อทุกคนพากันกรูไปที่ร่างสลบไม่ได้สติของพูนพิพัฒน์ทั้งหมอและพยาบาลต่างช่วยกันลากให้เข้ามานอนเหยียดยาวบนโซฟา การปฐมพยาบาลเริ่มขึ้นเพียงชั่วครู่ หนุ่มใหญ่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง จู่ ๆ ดวงตาเบิกกว้างตัวสั่นเทิ้ม ศีรษะก้มลงไป โดยมือทั้งสองข้างกดเอาไว้
“ช่วยด้วย กลัวกลัวแล้ว”
“คุณครับ กลัวอะไรใครทำร้ายคุณ”
หมอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ถามด้วยความเป็ห่วง แต่แล้วพูนพิพัฒน์ร้องออกมาสุดเสียงก่อนจะคลานไปหลบอยู่ใต้เตียงที่ภรรยายังคงนอนมองเพดานด้วยดวงตาที่เลื่อนลอย
“ผีไง ผมเห็นมัน โอยน่ากลัวมาก”
“ผี ! อีกแล้วหรือ”
นางพยาบาลทั้งสามพูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกันดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว ต่างจากหมอหนุ่ม โคลงศีรษะไปมา เห็นว่าเป็เื่ไร้สาระแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ สามีภรรยาคู่นี้พูดถึงแต่ผีตามล่าเอาชีวิต
“ใช่ ผีมันจะลากให้ผมตกลงไปที่ระเบียง น่ากลัวมาก”
“ไม่มีอะไรหรอกครับพวกเราเจอคุณนอนสลบอยู่ตรงประตู คุณไปทำอะไรตรงนั้น”
“หมอครับ ผมบอกตรง ๆว่าที่นี่มีผี มันจะฆ่าผม ถ้าจะกรุณาช่วยย้ายห้องให้ภรรยาผมด้วยไม่ให้อยู่ห้องนี้แล้ว ขอร้องล่ะครับ”
ยกมือไหว้ปลก ๆด้วยใบหน้าหวาดหวั่น หมอหนุ่มถอนใจออกมาเบา ๆรู้สึกค้านต่อความคิดที่ว่าที่นี่มีผี แต่ไม่กล้าพูดอะไร เกรงว่าจะเป็การกระทบกระเทือนจิตใจคนไข้มากเกินไปได้แต่พยักหน้ายอมรับ พูนพิพัฒน์ยกมือไหว้อีกครั้ง ความกังวลค่อย ๆ เลื่อนหายไปส่งยิ้มจืดชืดไปให้ พลางกล่าวออกมาเบา ๆ
“ขอบคุณครับฤดีล่ะเป็อย่างไรบ้าง”
เมื่อหายจากความกังวลพูนพิพัฒน์นึกถึงภรรยาขึ้นมาได้ ลุกขึ้นยืนโดยเร็ว ทันทีที่เห็นใบหน้าซีดเผือดดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น นึกรู้ด้วยสัญชาตญาณว่า เธออาจจะเผชิญกับความน่ากลัวเหมือนเขาเจอมาแล้ว สิ่งนั้นคือปีศาจร้ายพร้อมที่จะคร่าชีวิตทั้งเธอและเขาให้ตายไปด้วยกัน รีบกุมมือบอบบางเอาไว้ทันที
“ฤดีเราจะย้ายห้องไปอยู่ที่อื่น”
“ดีค่ะฤดีกลัวผีเด็ก มันจะฆ่าฤดี มันบอกว่าเป็ลูกของเรา คนที่ตายไป วีระวัฒน์ไงคะ”
“ไม่ต้องกลัวหรอกฤดีไม่มีอะไรทำร้ายคุณได้อีกแล้ว ผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป รออีกนิดนะ”
ผู้เป็ภรรยาพยักหน้าเล็กน้อยหนุ่มใหญ่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้สึกคลายความกลัวลงไปมาก กระทั่งมองไปทางด้านหลังเห็นร่างเล็ก ๆ ของอะไรบางอย่างเกาะอยู่ที่ประตูกระจก ใบหน้าซีดจนเกือบขาวไม่กล้าที่จะบอกทุกคนว่ามีปีศาจเด็กกำลังจ้องมองอย่างประสงค์ร้าย อาจจะเป็เ้านี่ก็ได้ที่พยายามเอาชีวิตฤดีนารถ
“ช่วยย้ายเธอออกไปจากห้องนี้เร็วๆ ด้วยเถอะ”
“รอสักครู่นะคะให้เราเช็กห้องก่อน ว่ามีเหลือหรือเปล่า”
“คุณพยาบาลถ้าไม่มีเหลือ ผมจะพาฤดีกลับไปพักฟื้นอยู่ที่บ้าน”
ไม่มีความอดทนอีกแล้วหนุ่มใหญ่กล่าวด้วยเสียงห้วนจัด หมอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกใจไม่ดีพยักหน้าให้นางพยาบาลทุกคนออกไปจากห้อง กระทั่งเหลือเขายืนเผชิญหน้าแต่เพียงผู้เดียว
“ใจเย็น ๆ ครับ”
“ผมเย็นไม่ไหวแล้วหมอก็คงจะรู้ดีว่าถ้าเราอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวมันจะเป็อย่างไรที่นี่มีแต่ผีทั้งนั้น ดูภรรยาผมสิหน้าซีด ตัวสั่นผมรู้ว่าเธอคงเจอกับเ้าสิ่งนั้น อย่าคิดว่าเราสองคนเป็บ้า”
“ครับ ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเข้าใจคุณทั้งสองเป็อย่างดี”
หมอกล่าวจบหันหลังกลับ เดินออกไปจากห้องทันที เหลือแค่เพียงสองสามีภรรยา กอดกันแน่นเมื่อมองไปที่ประตูทางด้านหลัง ไม่เห็นสิ่งใดนอกจากความมืดกระนั้นก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะเล็กแหลมดังแว่วมา
ฤดีนารถหน้าซีดซุกตัวเข้าหาอกกว้างโดยเร็ว พูนพิพัฒน์รวบร่างบางเอาไว้แน่นฝ่ามือใหญ่ลูบลงบนเส้นผมดำขลับราวกับไหมชั้นดี
“ไม่ต้องกลัวมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
“ผีค่ะ ลูกคนที่ตายไปแล้วเขาอาฆาตเรามาก คิดว่าเราไม่รักจึงทิ้งให้เขาตาย ความจริงแล้วไม่ใช่นะคะเข้าใจผิดไปเอง”
“ช่างเถอะ เราคงจะต้องทำบุญไปให้เขาเผื่อว่าแรงอาฆาตจะลดลงไปบ้าง”
ทั้งสองต่างมีความรู้สึกเหมือนกันคือกลัวปีศาจลูกจะตามจองเวร คร่าชีวิตให้ตายตกไปตามกัน เพราะคิดว่าไม่รักจึงปล่อยให้ตาย ทั้งที่ความจริงแล้ว แฝดผู้พี่ร่างกายอ่อนแอมีหัวใจแค่เพียงครึ่งเดียว ไม่สามารถที่จะรอดชีวิตเหมือนแฝดน้องที่ชื่อพงษ์ระพี
แฝดน้องพงษ์ระพีหลังจากผ่าตัดแยกร่างออกจากวีระวัฒน์เรียบร้อยแล้ว ยังต้องอยู่นอนอยู่ในตู้อบเพราะร่างกายไม่แข็งแรง โดยมีนางพยาบาลวันเฉียดเกษียณคอยดูแลไม่ห่างทุกครั้งที่เด็กน้อยส่งเสียงร้อง นางพยาบาลชะงักแล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ
“ร้องอะไรหนูน้อยเธอนี่ช่างมีการกำเนิดสุดแสนมหัศจรรย์กว่าคนอื่น โชคดีมากที่รอดชีวิตมีร่างกายปกติธรรมดาเหมือนคนทั่วไป”
เสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตาเอ่ยเบาๆ หลังจากเพ่งพิศดูใบหน้าจิ้มลิ้ม ประกอบด้วยเครื่องเคราเล็ก ๆดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท จมูกโด่งั้แ่เกิด ริมฝีปากรูปกระจับขยับไปมาบ่งบอกว่ากำลังหิว
“กินเก่งเหมือนกันนะรอเดี๋ยวนะ ป้าจะเอานมให้ดื่ม”
ร่างท้วมเคลื่อนไปที่กระป๋องนมผงโดยไม่รู้ว่ามีร่างปีศาจเด็ก จิตใจเต็มไปด้วยความอาฆาต หลบซ่อนอยู่ตาทั้งสองข้างโชนแสงเรื่อเรือง ริมฝีปากแสยะอ้า ฟันแหลมคมขาวน่ากลัว ทันทีที่มือหญิงในชุดขาวเอื้อมไปใกล้ๆ เ้าผีเด็กส่งพลังจิตผลักกระป๋องนมตกลงไปที่พื้นทันที
“โครม !”
“ว้าย ! ตายแล้ว กระป๋องตกลงมาได้ยังไงเนี่ย เรายังไม่ทันจับด้วยซ้ำ แปลกจริงโชคดีนะที่ไม่หก หาเื่ให้คนแก่แท้ ๆ โอ๊ย”
ขณะกำลังก้มลงไปเก็บกระป๋องนมแต่ขวดนมที่ผ่านการนึ่งเรียบร้อยแล้วตกลงไปกระทบศีรษะเต็มแรง แม้ว่ามีหมวกรองรับแต่รับรู้ว่าเจ็บไม่น้อย ราวกับถูกหวดจัง ๆนางพยาบาลวัยชราได้แต่กวาดตามองด้วยความงุนงง
“เดี๋ยวกระป๋องนมตกแล้วนี่ ขวดนมตกใส่หัวเราอีก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ว้าย ! นั่นตู้อบเด็กเอียงช่วยด้วย”
นางพยาบาลหวีดเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังๆ เมื่อเห็นตู้อบร่างเด็กชายพงษ์ระพีกำลังขยับแล้วเอียง จวนเจียนจะตกลงจากโต๊ะไฟในห้องติด ๆ ดับ ๆ รับรู้ว่าคงมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ร่างท้วมลุกขึ้นไปยืนใกล้ๆ กับกริ่ง กดลงไปสุดแรง เพียงไม่นานเ้าหน้าที่พยาบาลกรูเข้ามาภายในห้องกลับสู่สภาพเดิมอีกครั้งเหลือแต่เพียงกระป๋องและขวดนมตกอยู่ที่พื้นเท่านั้น
“ป้า เกิดอะไรขึ้นกดออดทำไม”
นางพยาบาลรุ่นหลานเอ่ยถามก่อนจะเข้ามาจับแขนอวบที่สั่นเล็กน้อยขณะเดียวกันนางพยาบาลคนหนึ่งก้มลงไปเก็บของที่ตกขึ้นมาวางเรียงให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปหลังจากเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ป้าป้าเห็นกระป๋องนมผง ตกลงไปที่พื้นเอง ป้าก้มลงไปเก็บเท่านั้นเหมือนใครเอาขวดนมฟาดหัว แล้วก็เห็นตู้อบเด็กเอียง ทำท่าจะตก ป้าว่ามันไม่ธรรมดานะ”
“ป้า ไม่ธรรมดาหมายถึงอะไร”
“ก็ผีไงในห้องนี้มีผี”
“ป้า ! ป้าก็อยู่ในห้องนี้มานาน เคยมีเื่แบบนี้หรือเปล่า เอาเถอะนะ ถ้ากลัวหนูจะมาอยู่เป็เพื่อนก็ได้”
นางพยาบาลรุ่นหลานพยายามปลอบใจไม่ให้เพื่อนร่วมอาชีพวัยดึกหวาดกลัวเกินกว่าเหตุแต่ก็ไม่อาจทำให้ความรู้สึกดีขึ้น นอกจากความกลัวที่ยังคงเกาะกุมในใจสายตาสั่นระริกมองไปที่ตู้อบเห็นเด็กชายผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดแยกร่างนอนหลับตาพริ้ม
อดคิดไม่ได้ว่าบางทีแฝดผู้พี่ของเด็กคนนี้อาจจะมาหยอกเย้าก็ได้ จู่ ๆเกิดอาการเย็นที่ศีรษะวูบหนึ่ง ผมค่อย ๆ ชูตั้งขึ้น
เมื่อมองดูที่แขนเห็นว่าขนลุกขึ้นมาใจหายวาบ หน้าเผือดสี กลัวเสียจนแทบจะขอย้ายไปอยู่แผนกอื่นรู้ว่ามีสิ่งไม่ดีเข้ามาครอบคลุมอยู่ในห้องนี้ แต่ไม่สามารถมองเห็นตัวได้
“อยู่กับป้าตลอดไปได้ไหม”
“ไม่ได้หรอกป้าถ้าว่างหนูจะมาช่วยก็แล้วกัน ถ้าหากว่าป้าเหนื่อย นั่งพักก็ได้นะ หนูจะดูเ้าหนูน้อยคนนี้เองแหม หน้าตาน่าเอ็นดู”
สิ้นคำชม จู่ ๆ ลมพัดเข้ามาแรงๆ แผ่นเอกสารปลิวกระจายไปทั้งห้อง นางพยาบาลทั้งสองผวากอดกันแน่นก่อนจะพากันเปิดประตูแล้วเผ่นออกมายืนอยู่หน้าห้อง ท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงานมองด้วยความสงสัย
นางพยาบาลทั้งสองพูดไม่ออกนอกจากกลอกดวงตาไปมา รู้ถึงผลเสียที่จะตามมา หากพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกลัวสุดขีด ไม่กล้าที่จะกลับไปทำงานในห้องนั้นอีกแล้ว