ตอนที่ 40 ประชุมแพทย์
“แก… แกต้องการอะไร?” ฟางฉินปากสั่นด้วยความกลัวอย่างสุดขีด
แม้เขาอยากสงบสติอารมณ์ แต่การโจมตีและพลังของชายหนุ่มตรงหน้าน่าทึ่งเกินกว่าจะควบคุมอะไรได้
“ผมอยากให้คุณจำผมไว้” หลินเยี่ยยกมือขวาขึ้นช้า ๆ เตรียมจัดการฟางฉิน
“ขอเตือนว่าอย่าทำอะไรฉัน ฉันเป็นถึงนายน้อยตระกูลฟาง… อ๊า!” หลินเยี่ยตบหน้าเขาอย่างรุนแรง
แรงตบนี้เจ็บปวดเหมือนโดนเข็มนับสิบเล่มทิ่มแทง
ไม่นานนัก ฟางฉินรู้สึกได้ถึงใบหน้าบวมเป่งยิ่งกว่าซาลาเปา
“ผมชื่อหลินเยี่ย จำไว้ด้วย” หลินเยี่ยหันหลังจากไปพร้อมภาพวาดโบราณของถังหยิน
"เวรเอ๊ย!"
ฟางฉินทรุดตัวลงพื้นราวกับอ่อนแรง
ฟางฉินจับใบหน้า มองตามหลังหลินเยี่ยพร้อมคิดในใจ “ไอ้เวร อีกไม่นานฉันเอาแกตายแน่ รับรองว่าแกได้เป็นศพไร้หลุม”
“นายน้อยฟาง ผมเกรงว่าคงไม่ง่ายแบบนั้น เขาไม่ใช่คนธรรมดา อย่ายั่วโมโหเขาเลยครับ” เจ้าของร้านเกลี้ยกล่อมเขาอย่างใจเย็น
"หุบปาก"
ฟางฉินตะคอกก่อนจะกัดฟันพูดต่อ “มันกล้าหยามนายน้อยตระกูลฟางเล่นฉัน ฉันสาบานว่าจะเอาคืนอย่างสาสม”
"เฮ้อ!"
เจ้าของร้านถอนหายใจโดยไม่พูดอะไร เพ่งพินิจการจากไปของหลินเยี่ย
หลินเยี่ยกลับมาที่บ้านพร้อมภาพวาดโบราณของถังหยินเพื่อรับประทานมื้อเที่ยง จากนั้นจึงขับรถไปยังบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ป
เขาบุกไปยังห้องทำงานประธานบริษัท
เหอจวินสวมชุดกระโปรงดำ มัดผมทรงหางม้า นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ เผยให้เห็นความเก่งและเคร่งขรึม
เธอมีรูปร่างดี หญิงสาวนั่งเอนกายอย่างสบายใจ แต่กลับดูแปลกตาเล็กน้อย
สองขาเรียวยาวในถุงน่องสีดำซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำให้เธอดูมีเสน่ห์กว่าใคร
หญิงสาวจดจ่อกับการทำงานจนไม่ทันสังเกตว่าหลินเยี่ยบุกเข้ามา
“คุณเหอ สบายดีไหมครับ?” หลินเยี่ยถามพร้อมจ้องมองหญิงสาวก่อนจะเดินไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม
เหอจวินไม่พอใจ หยุดทำงานพร้อมพึมพำ “ไม่มีตารึยังไง ทำไมไม่รู้จักเคาะประตู?”
หลินเยี่ยเดินเข้าไปในห้องทำงานเงียบ ๆ โดยไม่เคาะประตู
เขาแสยะยิ้ม “”ครั้งหน้าจะเคาะนะครับ
“ช่างเถอะ” เหอจวินกล่าวพร้อมเดินไปนั่งตรงข้ามหลินเยี่ย “วันนี้สบายดี ทั้งบ้านและบริษัทเงียบสงบ ไม่ได้เป็นที่จับตามองของใคร”
“ดีแล้วล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน” หลินเยี่ยมาเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย เขาโล่งใจเมื่อเห็นว่าเหอจวินปลอดภัย
หลังพูดจบ หลินเยี่ยลุกขึ้นพร้อมเดินออกไปทันที
"..." เหอจวินถึงกับตกตะลึง หลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยพบใครประหลาดเช่นหลินเยี่ยมาก่อน
บอดี้การ์ดที่ไหนมาแล้วหายแบบนี้?
นี่เรียกว่าทำงานเหรอ? สร้างความวุ่นวายมากกว่า
หากไม่ใช่เพราะทักษะและความสามารถอันแข็งแกร่งของหลินเยี่ย เหอจวินคงไล่เขาออกจากบริษัทไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยเดินถึงประตูห้องทำงาน เหอจวินหยุดเขาทันที “อย่าเพิ่งไป ฉันมีเรื่องให้ทำ”
“เรื่องอะไร?” หลินเย่อหยุดถาม
“ฉันจะเข้าร่วมการประชุมแพทย์แห่งหยุนเฉิง ไปกับฉันหน่อยสิ” เหอจวินกล่าว
เดิมทีเธอตั้งใจจะโทรบอกเรื่องนี้กับหลินเยี่ย ทว่าเขาก็มาพอดี
เหอจวินเข้าร่วมการประชุมแพทย์เพื่อหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเพนิซิลลิน เธอกลัวว่าอาจเสียเปรียบได้จึงต้องการให้หลินเยี่ยด้วย
"ได้เลย ไปสิ"
“เดี๋ยว ฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” เหอจวินกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเสื้อผ้า
ไม่นานนัก หญิงสาวเดินออกมาในชุดราตรีคอลึก
เธอรูปร่างดีและเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างาม
ทั้งสองออกจากบริษัทและขับรถไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในหยุนเฉิงซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุม
บริษัทยักษ์ใหญ่มากมายในอุตสาหกรรมยาต่างมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับเพนิซิลลิน
ทันทีที่เหอจวินปรากฎตัว เธอกลายเป็นนางเอกของงาน
ไม่ใช่เพียงเพราะสวยสง่าไม่มีใครเทียบ แต่เธอยังเป็นบุคคลสำคัญของการประชุมครั้งนี้ด้วย
หัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้คือการวิจัยและพัฒนาที่ยั่งยืนของเพนิซิลลิน ซึ่งเป็นตัวยาที่ถูกค้นพบและพัฒนาโดยบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ป
เมื่อเริ่มการประชุม ตัวแทนสมาคมการแพทย์หยุนเฉิงกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ ก่อนจะเชิญประธานของคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ปขึ้นอธิบายข้อมูลของยาเพนิซิลลิน
เหอจวินขึ้นเวทีและอธิบายตัวยาโดยย่อ จากนั้นจึงเริ่มนำเสนอรายงานการวิจัยพร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพนิซิลลิน
เหอจวินอธิบายถึงรายละเอียดตัวยาและสารเคลือบ โดยไม่ลงลึกถึงวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากนัก
บางสิ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาชญากรอาจใช้ช่องโหว่นี้เพื่อประโยชน์ส่วนตน
หลังกล่าวจบ เธอได้รับเสียงปรบมือมากมายจากผู้เข้าร่วม
ต้องยอมรับว่าคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ปเป็นผู้นำแนวหน้าด้านการวิจัยและพัฒนายาเพนิซิลลิน
สมาคมการแพทย์ขอบคุณเหอจวินและคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ปสำหรับการร่วมสนับสนุน
การประชุมดำเนินไปราวสองชั่วโมงและสิ้นสุดในเวลาห้าโมงเย็น
การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น ทุกอย่างเป็นไปตามคาด ไร้ซึ่งข้อผิดพลาดใด
หลังการประชุม เหอจวินแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะกำลังจะนั่งรถกลับเธอถูกเหยาตงหยุดไว้
เหยาตงเป็นรองประธานบริษัทความงามทันใจเวชภัณฑ์ เขาทรยศและมีชื่อเสียงไม่ดีในอุตสาหกรรมยา
“คุณเหอ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” เหยาตงล้วงกระเป๋าทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ยินดีที่ได้พบค่ะคุณเหยา” เหอจวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและนิ่งเฉย
หากเดาไม่ผิด เหยาตงถูกบริษัทความงามทันใจเวชภัณฑ์ส่งมาเป็นสายสืบในงานนี้
เหยาตงเปรียบดังหน่วยสืบราชการลับเชิงพาณิชย์ที่ต้องการแฝงตัวเพื่อสืบหาความลับของเพนิซิลลินจากบริษัทของเหอจวิน
“การแสดงบนเวทีของประธานเหอยอดเยี่ยมมากครับ ผมประทับใจมาก” เหยาตงยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเลียปากกล่าว “คุณไม่เพียงสวยแต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสามารถ สมบูรณ์แบบจริง ๆ”
“หากพูดจบแล้ว ฉันขอตัวนะคะ” เหอจวินเหนื่อยเกินกว่าจะฟังเขาพล่ามเรื่องไร้สาระจึงหาข้ออ้างที่จะจากไป
"เดี๋ยวก่อนครับ!”
เหยาตงผายมือขวางทางเหอจวิน "หากไม่รีบไปไหน ผมขอคุยด้วยหน่อยนะครับ"
“คุยอะไรเหรอคะ?”
"เรื่องเพนิซิลลินครับ"
“ฉันได้นำเสนอและอธิบายรายงานการวิจัยไปแล้วในที่ประชุม ทั้งเรื่องการพัฒนาและความก้าวหน้า ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก”
“ในที่ประชุมคุณเหอพูดเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ผมอยากทราบเกี่ยวกับขบวนการผลิตครับ” เหยาตงยิ้มอย่างไร้ยางอาย