หลังค่ำคืนพายุพัดกระหน่ำผ่านพ้นไปอย่างไร้ร่องรอย เช้าวันใหม่นำพาเอาความหนาวเหน็บที่แช่แข็งสายลมเย็นะเืเข้ามาแทนที่ ลลินนั่งก้มหน้ามองแผ่นกระดาษรายงานผลชันสูตรพลิกศพของพิมลภา (เหยื่อฆาตกรรมรายที่สี่) ที่เธอได้มาจากช่องทางลับของสายสืบตำรวจรุ่นพี่ที่ยังพอหลงเหลือมิตรภาพและความเป็กลางต่อเธออยู่บ้าง ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นบางจ้องมองภาพถ่ายรอยแผลและรอยสักบนร่างไร้ิญญาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกตารางนิ้ว แว่นตาบางขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอสังเกตเห็นจุดผิดปกติบางประการที่รายงานชันสูตรฉบับเป็ทางการของกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจจงใจละเลยหรือข้ามมันไปอย่างน่าสงสัย
"รอยสักนกฮูกคาบกิ่งมะกอก..." ลลินลากปลายนิ้วผ่านภาพสีนิ่งๆ ของรอยสักที่อยู่บริเวณข้อมือขวาของพิมลภา
เธอเปรียบเทียบมันกับภาพถ่ายรอยสักของเหยื่อสามรายแรกอย่างพิถีพิถัน รอยสักของเหยื่อสามรายก่อนหน้านี้มีปฏิกิริยาของน้ำหมึกที่ซึมลึกเข้าไปใต้ชั้นิักำพร้าจนจางลงเล็กน้อย ขอบของเส้นหมึกมีความเบลอตามธรรมชาติของิัที่ขยายและหดตัว แสดงถึงการสักมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองถึงสามปีเป็อย่างน้อย ทว่ารอยสักบนข้อมือขวาของพิมลภากลับมีสีดำเข้มจัดจนสะท้อนแสงไฟ ขอบของเส้นหมึกคมกริบไม่มีการซึม และรอบๆ แผลยังมีรอยแดงปนสะเก็ดน้ำเหลืองแห้งกรังเกาะอยู่จางๆ แสดงว่ามันเพิ่งถูกลงเข็มสักขึ้นมาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนจะเสียชีวิต... หรือมีโอกาสสูงมากที่จะถูกจงใจสักขึ้นหลังจากที่เหยื่อหมดลมหายใจไปแล้วเพื่อเลียนแบบฆาตกรต่อเนื่องรายเดิม!
‘นี่มันคือการจัดฉากฆาตกรรมอย่างชัดเจน! มีใครบางคนตั้งใจเลียนแบบพฤติกรรมฆาตกรต่อเนื่อง และจงใจสักตรานี้ลงบนร่างพิมลภาหลังเสียชีวิตเพื่อโยนความผิดและป้ายสีหลักฐานทั้งหมดมาที่คิรัน!’ ลลินคิดในใจอย่างตื่นเต้นปนหวาดกลัว สมองของเธอแล่นเร็วและวิเคราะห์ประมวลผลทันทีในฐานะทนายความอาญาผู้ช่ำชอง
หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ระดับชี้เป็ชี้ตายนี้สามารถสั่นคลอนและคว่ำสำนวนคดีของฝ่ายอัยการโจทก์ได้อย่างแน่นอน แต่มันยังไม่เพียงพอจะช่วยคิรันให้พ้นมลทินได้อย่างแท้จริงตราบใดที่เขาไม่มีพยานวัตถุหรือคนช่วยยืนยันที่อยู่ใน่เวลาเกิดเหตุอันเป็่เวลาเดียวกับที่กล้องวงจรปิดในคฤหาสน์ของเขาเกิดขัดข้องไฟดับไปอย่างน่าสงสัยเป็เวลาสองชั่วโมง ลลินจำต้องเผชิญหน้าถามความจริงจากปากของคิรันด้วยตัวเอง เื่ที่เขาหายตัวไปเงียบๆ ในบ้านหลังนั้น หรือว่าแท้จริงแล้วเขากำลังยอมจำนนและปิดปากเงียบเพื่อปกป้องใครสักคนกันแน่?
ก่อนที่ลลินจะทันได้จดบันทึกวิเคราะห์ข้อมูลลงในสมุดโน้ต เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษไปรษณีย์ที่เดินเข้ามาด้านในสำนักงานกฎหมายก็นำพาความตึงเครียดระลอกใหม่เข้ามา ธนันต์ ทนายความผู้ช่วยหนุ่มเดินถือซองจดหมายสีน้ำตาลหนาขนาดปานกลางไม่มีชื่อผู้ส่งเดินเข้ามาในห้องทำงานของเธอ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกและตระหนกใอย่างเห็นได้ชัดจนใบหน้าซีดเผือด
"พี่ลลินครับ มีคนเอาซองจดหมายนี้มาหย่อนไว้ในตู้จดหมายหน้าสำนักงานของเราเมื่อเช้าตรู่ครับ หน้าซองระบุชื่อพี่ลลินเพียงคนเดียวอย่างเฉพาะเจาะจงด้วยลายมือโย้เย้ครับ" ธนันต์ส่งซองจดหมายนั้นให้เธอด้วยมือที่สั่นเทาเล็กรอย
ลลินสวมถุงมือยางสีน้ำเงินทันทีก่อนจะรับซองจดหมายมาเปิดออกอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันการทำลายลายนิ้วมือแฝง เมื่อเธอเทสิ่งของภายในออกมา หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปที่ตาตุ่มในทันที
สิ่งแรกที่หล่นลงบนโต๊ะคือขนนกฮูกสีเทาเข้มเปื้อนคราบเืแห้งกรังชิ้นหนึ่ง ส่งกลิ่นคาวเืจางๆ ชวนคลื่นไส้ ตามด้วยกระดาษการ์ดเนื้อหนาสีดำสนิทที่มีข้อความพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีแดงสดสะดุดตาว่า:
"ถอนตัวจากคดีของคิรันเสียก่อนที่เธอจะกลายเป็เหยื่อรายที่ห้า ตรานกฮูกรอยสักชิ้นต่อไปจะถูกสลักลงบนผิวเนื้ออันนุ่มนวลของเธอ... ทนายคนเก่ง"
ลลินจ้องมองกระดาษแผ่นนั้น แผ่นหลังของเธอเย็นะเืด้วยความรู้สึกคุกคามอันตรายรุนแรงอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิตการทำงาน ฆาตกรตัวจริงอยู่ใกล้ตัวเธอมาก มันรู้ความเคลื่อนไหว รู้ว่าเธอกำลังสืบ และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังข่มขู่เอาชีวิตของเธอเพื่อบีบบังคับให้เธอยอมแพ้คดีและปล่อยให้คิรันต้องจำนนเดินเข้าคุกไปรับโทษปะาแทน
"พี่ลลินครับ! นี่มันจดหมายข่มขู่เอาชีวิตชัดๆ เลยครับ! เราแจ้งความด่วนเถอะครับ หรือถอนตัวจากคดีนี้เถอะพี่ มันเกินขอบเขตงานทนายทั่วไปแล้วนะครับ ผมกลัวพี่จะเป็อันตรายจริงๆ!" ธนันต์ร้องเสียงหลงด้วยความวิตกและหวาดกลัวความปลอดภัยของรุ่นพี่สาว
"แจ้งความตอนนี้ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้มากหรอกธนันต์ ดีไม่ดีพวกมันจะใช้โอกาสนี้สั่งอายัดพยานหลักฐานชิ้นนี้ไปรวมคดีและยิ่งสร้างกระแสข่าวลบว่าเราโดนฆาตกรข่มขู่เพราะกุมความลับสกปรกไว้" ลลินกัดฟันพูด น้ำเสียงเยือกเย็นและแฝงความเด็ดเดี่ยวสยบความสั่นไหวในใจ "ฉันจะเก็บเื่นี้ไว้ก่อน ธนันต์... ห้ามเธอแพร่งพรายเื่จดหมายข่มขู่ฉบับนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"แต่พี่ลลินครับ มันเสี่ยงชีวิตพี่เลยนะ..."
"ฉันสั่งให้เงียบไงธนันต์!" ลลินตวัดเสียงสั่งเข้มข้นจนรุ่นน้องต้องก้มหน้าจำยอมรับคำแต่โดยดี
ลลินรีบเก็บขนนกฮูกและจดหมายข่มขู่ลงซองพลาสติกกันความชื้นอย่างมิดชิด เธอรีบคว้ากระเป๋าเอกสารและขับรถตรงไปยังคฤหาสน์ของคิรันทันทีโดยไม่สนใจสายฝนและกองทัพนักข่าวที่ยังคงปักหลักเฝ้าสังเกตการณ์ที่ประตูรั้วบ้าน เธอสแกนกระจกมองหลังตลอดทาง รู้สึกระแวงราวกับมีสายตาจ้องมองเธอจากรถคันข้างหลัง เธออาศัยบัตรทนายความผ่านตำรวจตรวจค้นเข้ามาด้านในบ้านและก้าวเข้าไปหาคิรันในห้องนั่งเล่นชั้นล่างอย่างเร่งรีบ
คิรันนั่งจิบกาแฟอ่านเอกสารธุรกิจอยู่บนโซฟาหนานุ่มอย่างเงียบสงบ ราวกับพายุรอบตัวเขาเป็เพียงเื่ไกลตัว เมื่อเห็นใบหน้าตึงเครียดปนหวาดหวั่นของลลิน ร่างสูงรีบวางแก้วกาแฟลงแล้วลุกเดินเข้าหาเธอทันที แววตาอบอุ่นของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย
"คุณลลิน... เกิดอะไรขึ้นครับ? สีหน้าของคุณไม่ดีเลย" คิรันถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำสุภาพอ่อนโยน
ลลินไม่ตอบคำถาม แต่ดึงซองรายงานการชันสูตรและภาพถ่ายรอยสักใหม่ฟาดลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขาอย่างรุนแรงเสียงดังฉาด "คุณคิรัน... พิมลภาไม่ได้ถูกฆ่าโดยฆาตกรต่อเนื่องรายเดิมที่สลักรอยสักมานานหลายปี รอยสักบนข้อมือของเธอเป็ของใหม่ที่เพิ่งทำหลังเธอตาย มีคนตั้งใจจัดฉากใส่ร้ายคุณ และฉัน้าคำอธิบายเดียวจากคุณในตอนนี้... เมื่อคืนเกิดเหตุฆาตกรรมพิมลภา คุณหายตัวไปไหนสองชั่วโมงใน่ที่กล้องวงจรปิดในบ้านเกิดขัดข้องไฟดับคะ! คุณกำลังปกป้องใครอยู่กันแน่!"
คิรันจ้องมองลลินเงียบงัน ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม แววตาสีเข้มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งหินผาตามเดิม "ผมบอกคุณไม่ได้จริงๆ ครับลลิน... เื่ที่อยู่ของผมในคืนนั้นมันไม่สำคัญต่อรูปคดีเลยสักนิด"
"มันไม่สำคัญได้ยังไงคะ! ศาล้าข้อพิสูจน์ที่อยู่นะคิรัน! ถ้าคุณไม่มี... ต่อให้ฉันมีหลักฐานเื่รอยสักจัดฉากนี้ คุณก็ต้องเข้าคุกอยู่ดี!" ลลินตะคอกเสียงดังด้วยความอัดอั้นตันใจที่ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยสักนิด ทั้งที่เธอพยายามเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเขา
คิรันเดินเข้ามาชิดร่างบาง มือแกร่งแตะบ่าเธอเบาๆ ััอ่อนนโยนแฝงความหนักแน่น "ลลิน... บางครั้ง การเดินเข้าคุกของผมอาจเป็ทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน... โดยเฉพาะคุณ"
"ทำไมต้องรวมฉันเข้าไปด้วย! ฉันเป็ทนายนะคิรัน! หน้าที่ของฉันคืออยู่ข้างนอกและปกป้องคุณให้รอดคดี!" ลลินะโพูด น้ำตาคลอดวงตาสวยด้วยความสับสนอารมณ์และกดดันอย่างที่สุด
เธอดึงซองจดหมายสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ออกมาฟาดลงบนโต๊ะข้างภาพถ่ายศพ "ดูนี่ซะก่อนคิรัน! ฆาตกรตัวจริงส่งจดหมายและขนนกฮูกเปื้อนเืมาข่มขู่เอาชีวิตฉันถึงที่ทำงาน! มันบอกว่าถ้าฉันไม่ถอนตัวจากการทำคดีให้คุณ... ฉันจะเป็รายต่อไปที่จะต้องตายนอนจมกองเืและโดนสลักรอยสักนกฮูกคาบกิ่งมะกอกนี่!"
พริบตานั้นเอง... ท่าทีสุภาพอ่อนโยนและนิ่งสงบดุจน้ำแข็งของคิรันพังทลายลงในทันที!
ดวงตาสีเข้มของเขาฉายแววโกรธเกรี้ยวและรังสีอำมหิตน่ากลัวอย่างที่ลลินไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาเกร็งแน่น มือหนาคว้าจดหมายข่มขู่ขึ้นมาอ่านรวดเร็ว ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นรุนแรงด้วยโทสะที่พุ่งทะยานขีดสุด แผงอกกว้างกระเพื่อมไหวรวดเร็ว รังสีความเหี้ยมโหดและพลังทำลายล้างที่ซ่อนอยู่ในตัวตนสีเทาของเขาะเิแผ่ออกมาจนลลินต้องก้าวถอยหลังด้วยความรู้สึกหวาดกลัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"มันกล้าดียังไง..." คิรันเค้นเสียงพูดรอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังน่าเกรงขามดั่งเสียงคำรามของพายุ "มันกล้าแตะต้องคุณ... มันกล้าขู่ทำร้ายผู้หญิงของผม..."
คิรันก้าวเข้ามารวบตัวลลินเข้ามากอดแน่นราวกับจะฝังเธอไว้ในร่างกายของเขา ฝ่ามือหนาสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัวที่จะสูญเสียเธอไปอย่างแท้จริง ลลินััได้ถึงแรงใจและแรงกายที่โอบกอดเธอไว้แ่าจนกระดูกแทบหัก มันรุนแรง ทรงพลัง และแฝงความรักความหวงแหนลึกซึ้ง
"ลลิน... ฟังผมนะ" คิรันผละใบหน้าออกมาสบตากับเธอ แววตาสุภาพอ่อนโยนเลือนหายไปเหลือเพียงความจริงจังเด็ดเดี่ยวและอันตรายสีเข้มข้นจับจิต "ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป... คุณต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กับผมในคฤหาสน์หลังนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว คดีบ้าๆ นี้จะเป็อย่างไรผมไม่สนใจอีกแล้ว... แต่ใครหน้าไหนที่มันคิดจะแตะต้องคุณ ข้ามศพผมไปก่อนเถอะ!"
คำประกาศกร้าวที่เปี่ยมไปด้วยการปกป้องและแสดงความเป็เ้าของอย่างรุนแรงทำเอาหัวใจของลลินเต้นรัวสะท้านในอก เธอจ้องมองแววตาดุดันและเต็มไปด้วยประกายเพลิงรักปนเพลิงโทสะของคิรัน ความระแวงและความกลัวหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความอบอุ่นลึกลับลึกซึ้งที่ห้อมล้อมใจเธอไว้ในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่เธอตระหนักแล้วว่า... เธอไม่อาจปล่อยมือจากเขาไปได้อีกตลอดชีวิต