บทที่ 18 ทักษะการเข้าสังคมช่างยอดเยี่ยม
จ้าวเซิงพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม “ครับ ฝากไว้ที่นี่ก่อนก็ได้”
พอพูดจบ เขาก็หันไปบอกกับหลินเยี่ยนว่า “รอให้หนูซีซีกลับมาจากโรงเรียน บอกให้เธอเซ็นชื่อ แล้วเอามาให้ฉันที่ออฟฟิศนะ”
“ได้ค่ะ” หลินเยี่ยนรีบพยักหน้า
ครั้งนี้เ้านายไว้ใจเธอมาก เธอต้องทำให้ดีที่สุด
หลังจากเถ้าแก่จ้าวออกไป หลินเยี่ยนไม่ได้รีบกลับไปที่สำนักงานขาย แต่ไปนินทากับเฉินเยว่อิงและหลิ่วซิ่งฟางเื่ของครอบครัวเถียนซือซือ
“ตอนแรกแม่ลูกคู่นั้นไปทะเลาะอยู่ตรงนั้นแหละ แต่ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่เห็นว่าพวกเธอจะกล้าแจ้งตำรวจจริง ๆ สักที แล้วก็ไม่มีบุคคลสำคัญที่ไหนโผล่มาด้วย สุดท้ายเถียนซือซือบอกว่าจะซื้อในราคา 8,800 หยวนต่อตารางเมตร แต่ว่าวันนี้ไม่ได้พกเงินสดมา บอกว่าจะมาใหม่พรุ่งนี้ เ้านายของพวกเราบอกไปว่า พรุ่งนี้ราคาบ้านจะขึ้นอีกเป็ 15,000 หยวนต่อตารางเมตร”
เฉินเยว่อิง “...”
หลิ่วซิ่งฟาง “...”
ราคาบ้านขึ้นเร็วมาก! พวกเธอตามไม่ทันความก้าวหน้าของยุคสมัยแล้ว!
……
อีกด้านหนึ่ง เด็กสาวผู้เฉลียวฉลาดในสายตาของเถ้าแก่จ้าว กำลังยุยงเพื่อนใหม่สองคนให้ซื้อบ้าน
“เหยาเหยา ชวนแม่ของเธอมาซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ สิ เป็เพื่อนบ้านกับฉันไง เราจะได้ไปโรงเรียนและกลับบ้านพร้อมกัน ฉันรู้จักคุณลุงที่เป็เ้าของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เขาจะให้ราคาพิเศษกับพวกเธอ...”
“เท่า...เท่าไหร่ต่อตารางเมตรเหรอ?”
“ถูกมาก วันนี้เถียนซือซือจากห้อง 1 ไปซื้อ ราคา 8,800 หยวนต่อตารางเมตร แต่ฉันให้เธอ 600 หยวนต่อตารางเมตร มีแค่เธอและเสี่ยวอินเท่านั้นถึงจะได้ราคานี้ ซื้อไม่ซื้อ บอกมาคำเดียว”
“ฉันบอกความลับอย่างหนึ่งให้ฟังนะ บ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ราคาขึ้นเอา ๆ แถมเขตหมี่ซีกำลังจะสร้างสนามบินเมืองหมี่เฉิง...ถ้าพวกเธอซื้อแล้วมาเสียใจทีหลัง ฉันจะซื้อคืนในราคาสิบเท่าเลย...”
“คือ...ซีซี ฉันอยากซื้อแล้วเป็เพื่อนบ้านกับเธอมากเลยนะ แต่ว่าฐานะทางบ้านฉันไม่ค่อยดี ไม่ปิดบังเธอหรอก จริง ๆ แล้วที่ฉันอยากข้ามชั้นไปเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 เพราะอยากประหยัดค่าเล่าเรียนหนึ่งปี...” อวี๋เสี่ยวอินพูดอย่างลำบากใจ
แต่ฟ่านซีซีกลับลูบมือเธออย่างอ่อนโยน “ไม่เป็ไรหรอก ถ้าที่บ้านเธอตกลง เธอให้ที่บ้านวางเงินมัดจำไว้ก่อน 600 หยวน แล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเธอมาช่วยฉันขายดอกไม้กับผลไม้ เดี๋ยวเงินก็จะถูกชำระคืนเร็ว ๆ นี้ ลุงจ้าวของฉันอนุญาตให้ผ่อนชำระได้”
“ฉัน...คืนนี้ฉันกลับไปถามที่บ้านดูก่อนนะ”
“ได้เลย แต่อย่าบอกเื่นี้กับใครล่ะ คนอื่นไม่มีสิทธิ์และเงื่อนไขแบบนี้หรอก คนนอกซื้อ ตารางเมตรละเกือบหมื่นหยวนหมดแล้ว”
“ทำไมเราถึงได้ราคาถูกกว่าคนอื่นมากขนาดนี้” ลู่เหยาถามด้วยความสงสัย
ราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว ฟังดูไม่น่าเชื่อเลย
ฟ่านซีซีไม่กลัวว่าจะเปิดเผยความลับ เธอจึงเล่าเื่ความฝันของตัวเองและเื่ของเถียนซือซืออย่างไม่ปิดบัง
“ฉันขอสิทธิพิเศษจากลุงจ้าวมาน่ะ ตกลงเงื่อนไขบางอย่างกับเขาไปนิดหน่อย เลยได้โควตาส่วนลดมา ดังนั้นฉันถึงอยากให้พวกเธอมาอยู่ที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ จริง ๆ”
ลู่เหยามองดวงตาที่จริงใจของฟ่านซีซี จู่ ๆ ก็พูดอย่างห้าวหาญ “ตกลง ฉันตกลง ที่จริงแม่ฉันเคยพูดเื่ซื้อบ้านมาก่อน แต่พ่อเหมือนจะอยากซื้อแถวเขตหมี่ตงมากกว่า คืนนี้ฉันจะไปพูดเกลี้ยกล่อมพวกเขาดู พรุ่งนี้ตอนเที่ยงไป ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ กัน”
“ฉัน ฉันก็จะพยายามพูดกับที่บ้านดู” อวี๋เสี่ยวอินพูดอย่างตื่นเต้น
“ซีซี ฉันเคยได้ยินคุณลุงพูดถึงเื่ซื้อบ้านเหมือนกัน ถ้าพวกเขาจะซื้อ ราคาประมาณเท่าไหร่เหรอ?”
ฟ่านซีซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “โควตาพิเศษที่ฉันได้มาสำหรับเด็กเรียนเก่งสามอันดับแรกของโรงเรียนเท่านั้น นอกจากพวกเธอสองคนแล้ว เด็กเรียนเก่งคนอื่น ๆ อย่างต่ำก็ตารางเมตรละ 1,200 หยวน บ้านคุณลุงของเธออย่างต่ำก็ตารางเมตรละ 2,000 หยวนเห็นจะได้ ถ้าพวกเขามาถาม เธอก็บอกไปตามตรง พรุ่งนี้ราคาบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ คงพุ่งไปตารางเมตรละหมื่นกว่าหยวนแล้วล่ะ”
“ได้ เดี๋ยวเลิกเรียนฉันจะไปบอกพวกเขา”
ฟ่านจิ่นเฉิงที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ มองสำรวจคนในห้องเรียน จากนั้นก็เดินไป ‘ผูกมิตร’ กับเพื่อน ๆ อย่างมีเป้าหมายในใจ
ตอนแรกฟ่านซีซีไม่ทันสังเกต แต่พอเลิกเรียนเธอถึงได้รู้ว่า ทักษะการเข้าสังคมของพี่จิ่นเฉิงนั้นไม่ธรรมดา แค่ชั่วขณะเดียว ก็มีผู้ปกครองของเพื่อนร่วมชั้นสามคนมารออยู่หน้าโรงเรียน เตรียมจะไปซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ แล้ว
ฟ่านซีซีอยากรู้อยากเห็นมาก และมีคำถามมากมายอยากถาม แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อน
เมื่อกลับมาที่ร้าน ฟ่านซีซีเห็นหลินเยี่ยนยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าจากระยะไกล เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาและกระซิบเบา ๆ
พอหลินเยี่ยนได้ยิน เธอก็เบิกตากว้าง เพียงแค่ไม่นาน เธอก็พาเพื่อนมาซื้อบ้านแล้วเหรอ?
เื่ใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจสักสองสามวันเลยเหรอ?
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงก็พูดอย่างฉะฉานว่า “พี่หลิน รบกวนช่วยดูแลผู้ปกครองของเพื่อนผมสามคนนี้ด้วยครับ พวกเขามาเลือกซื้อบ้าน ตามที่ตกลงกับลุงจ้าวไว้ ราคาเด็กเรียนเก่งประมาณ 1,200 หยวนต่อตารางเมตร”
“อ้อ เชิญทางนี้ค่ะ!” หลินเยี่ยนรีบนำทางไปที่สำนักงานขายทันที
เมื่อทุกคนเดินไปไกลแล้ว ฟ่านซีซีจึงดึงฟ่านจิ่นเฉิงกลับไปที่ร้าน
“พี่ชักชวนพวกเขาว่ายังไง พวกเขาถึงยอมมาซื้อบ้านกันง่าย ๆ แบบนี้”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มและบีบแก้มนุ่มนิ่มของเธอ “ฉันก็แค่บอกความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอเคยบอกฉันไปไงล่ะ ให้พวกเขารีบซื้อบ้านไว้ เก็บเป็สินสอดแต่งงาน!”
ฟ่านซีซีหน้าแดงก่ำ แล้วตีมือเขาเบา ๆ “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฟ่านจิ่นเฉิงเลิกคิ้ว “แถมยังได้สวัสดิการสุดพิเศษสำหรับเด็กเรียนเก่ง พอมีเด็กเรียนเก่งมารวมตัวกัน พ่อแม่ที่อยากให้ลูกได้ดี มีหรือจะไม่ยอม”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “นั่นสินะ”
“จิ่นเฉิง ดูอันนี้หน่อยสิ” หลิ่วซิ่งฟางเห็นทั้งคู่คุยกันเสร็จแล้ว จึงยื่นสัญญาที่หลินเยี่ยนเพิ่งวางไว้ให้
ฟ่านจิ่นเฉิงรับมาแล้วกวาดตามองคร่าว ๆ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นจึงอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง
หลังจากอ่านจบ เขาก็มองฟ่านซีซี “แล้วต้นไม้พวกนั้นพอหาได้ไหม”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ได้สิ ฉันยืนยันแล้ว ไม่มีปัญหาแน่นอน แถมพื้นที่เพาะปลูกของฉันก็จะปลูกต้นไม้บางอย่างด้วย”
“งั้นตกลง!” พูดจบเขาก็ยื่นสัญญาให้ฟ่านจื้อซิงที่เพิ่งเดินมาถึง
“ลุงเซ็นชื่อได้เลยครับ”
“อ้อ! ได้เลย เธอบอกว่าไม่มีปัญหา งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร” ฟ่านจื้อซิงไม่ถามอะไรเพิ่ม รีบเซ็นชื่อในสัญญาทันที
“ซีซี มาดูหน่อย ร้านค้าพวกนี้ของเราจะออกแบบยังไงดี แล้วจะขายอะไรดี” หลิ่วซิ่งฟางเห็นว่าเซ็นสัญญาเสร็จแล้ว จึงพาเธอไปดูร้านค้าทันที
ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นว่าแม่ของตัวเองแย่งคนไปก็ไม่มีทางเลือก นอกจากหยิบผักและผลไม้จากร้านกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน
ฟ่านซีซีมองแผ่นหลังอันเดียวดายของพี่จิ่นเฉิง แล้วพูดขึ้นว่า “ป้าหลิ่วคะ หนูว่าเราแบ่งห้องหนึ่งทำเป็ร้านอาหารเล็ก ๆ มีพื้นที่พักผ่อนสักหน่อย เป็ไงคะ? เวลาลูกค้าเยอะจะได้นั่งพัก ดื่มน้ำอะไรแบบนี้ คนในบ้านก็ใช้กินข้าวได้”
หลิ่วซิ่งฟางยิ้มแล้วพูดว่า “เธอเห็นใจจิ่นเฉิงที่ต้องวิ่งไปวิ่งมาใช่ไหมล่ะ!”
ฟ่านซีซีหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี “เห็นใจเขาก็เื่หนึ่งค่ะ แต่ที่สำคัญคือหนูคิดว่าถ้าลูกค้ามีที่นั่งพักก็ดีนะคะ อีกหน่อยหนูกับพี่จิ่นเฉิงเข้ามหาวิทยาลัย พวกคุณอยู่ที่ร้านก็จะสะดวกขึ้น ไม่มีคนก็ทำอะไรกินได้ อนาคต ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ มีคนเข้ามาอยู่เยอะก็จ้างคนเพิ่มได้ค่ะ”