บทนำ
สารกระตุ้นที่ได้รับมาจากสสารของอุกกาบาตถูกฉีดเข้าไปในเส้นเืไม่ช้าและไม่เร็วเกินไป คนเดินยานั้นมีความชำนาญอย่างมาก มองไปจะเห็นว่าเป็บุรุษร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะดูเหมือนคนอ่อนแอ กระนั้นทุกคนก็รู้จักกันดีในนาม “หัวหน้าหน่วยนักวิจัย” ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก
เขาเป็คนหนึ่งที่ปลุกพลังทางจิตได้ มีคนพูดว่า ในหัวของเขานั้นทำงานเหมือนกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมากที่สุด เป็สิ่งที่เคยได้ยินได้อ่านจากหนังสือเก่าเท่านั้น ในยุคก่อนวันสิ้นโลกที่วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีค่อนข้างก้าวหน้า แม้ว่าจะไม่ได้อาศัยพลังพิเศษ แต่ทุกคนก็สามารถเขาถึงเทคโนโลยีเ่าั้ได้
ในยุคสมัยนี้ อุปกรณ์เ่าั้ไม่เหลือสำหรับคนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่นี้จะถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเหล่าผู้มีพลังพิเศษที่เหมาะสม ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปใช้งานพวกมัน ส่วนคนที่ได้รับอนุญาต ส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็พวกที่ปลุกพลังจิตก็จะเป็พวกที่สมองถูกกระตุ้นอย่างพิเศษ มีการทำงานและการจดจำที่ดี
แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้หายากเกินไป
ส่วนอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยซึ่งเป็สิ่งที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปนั้น มักจะเป็อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการล่า ไม่ว่าจะเป็ปืน กรงเล็บเหล็ก หรือะเิ พวกมันทั้งหมดถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าผู้คนไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะโชคร้ายเจอกับโรคภัยใดๆหรือไม่ แต่พวกเขาสนใจแค่ว่าตนเองนั้นจะสังหารพวกปีศาจที่อยู่ข้างนอกนั้นได้อย่างไรมากกว่า
ความเ็ปทำให้ร่างเล็กเกร็งแน่นขึ้น หัวหน้าหน่วยวิจัยเข้าใจดีกว่ากระบวนการกระตุ้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาเคยชินกับความเ็ปเหล่านี้ของผู้คน และไม่ได้แตกตื่นเกินไป ชายหนุ่มยื่นยาเม็ดสีแดงขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยมาไว้ตรงหน้า หญิงสาวผู้ที่กำลังทนกับความเ็ปรับเอาไว้อย่างดีก่อนจะกลืนมันเข้าไปในคำเดียว
ยาสีแดงที่ทำให้ความทรมานทั้งหมดเบาบางลงพร้อมกับสติของเธอด้วย และใช่...นี่เป็เหมือนกับยาสลบและยาชาไปในตัว เธอจะไม่รับรู้อะไรจนกว่าจะผ่านการวิวัฒนาการเสร็จสิ้น
เมื่อทำการปลุกพลังให้แล้ว หัวหน้าหน่วยวิจัยเก็บข้อมูลแล้วก็โบกมือให้บุคลากรในหน่วยเคลื่อนย้ายผู้เข้าร่วมทดลองไปพักผ่อน เขายังมีคิวอีกมากที่จะต้องเข้ามารับการปลุกพลังในวันนี้ คนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ไม่ได้มีรายได้มากนัก ทั้งยังเข้ามาในปราการภายหลังจากวันสิ้นโลกไปแล้วเกือบ 2 ปีด้วย ดังนั้นเมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่อาศัยมาก่อน พวกเขาเป็เหมือนกับชนชั้นล่างที่สุด แม้แต่พลังก็เพิ่งจะถูกกระตุ้นขึ้นมา
หัวหน้าหน่วยวิจัยมาควบคุมการปลุกพลังด้วยตนเองก็เพราะเขา้ารู้ความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ปลุกพลังั้แ่ต้น กับกลุ่มที่เพิ่งปลุกพลัง ในอนาคต...คาดหวังว่าเหล่าเด็กๆในปราการจะมีทางเลือกมากขึ้น หากการปลุกพลังในภายหลังเป็สิ่งที่ดี เช่นนั้นพวกเขาก็จะหา่เวลาที่เหมาะสมในการปลุกพลังได้
แน่นอนว่าไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม แต่หญิงสาวที่ถูกเข็นให้เข้าไปในห้องพักและรอการตื่นขึ้นของพลัง ตอนนี้เธอได้แต่นึกทบทวนอนาคตของตนเองต่อไป
ถึงแม้ว่าจะได้รับยาสลบและยาชา กระนั้นจิติญญาของเธอกลับสามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้ มันเป็เช่นนี้มานานแล้ว ถึงเธอจะอาศัยในร่างกายนี้มาประมาณ 3 เดือน แต่เธอสามารถไม่นอนเป็เวลา 1 เดือนติดๆกันก็ได้ จิติญญาของเธอสามารถเข้าสู่อีกห้วงิญญาหนึ่ง คิดทบทวนแผนการของตนเองหรือทำความเข้าใจกับสถานการณ์ได้ มันค่อนข้างแปลก กระนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอเกลียดหรอก
หากวันไหนเธอพร้อมที่จะหลับ เธอก็สามารถสงบจิตของตนเองแล้วหลับได้ แต่ถ้าตอนไหนมีเื่ให้คิดมากเกินไป แล้วร่างกายที่ถือครองนี้ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เธอก็แค่ปล่อยให้ร่างกายนี้ได้พักผ่อน ส่วนตนเองก็แยกเข้ามาในมิติสีดำมืดแล้วก็ทบทวนด้วยตนเองได้
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ยาสลบนั่นทำให้ร่างกายของเธอหมดสติไป ทว่า...จิติญญาของเธอยังคงคิดทบทวนวิธีการเอาตัวรอดในอนาคตอยู่
อย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้ เธอมาจากโลกอื่น และร่างที่เธอมาอาศัยอยู่นี้ ที่จริงมีชื่อว่า “รัญชนา” หรือเรียกสั้นๆว่า “รัญ” เป็หนึ่งในตัวละครเอกฝ่ายหญิงของเื่ ที่บอกว่าเป็ “หนึ่ง” ในตัวละครเอกฝ่ายหญิง นั่นก็เพราะว่านิยายเื่นี้ มีนางเอกทั้งหมด 5 คน นั่นก็คือ “วรกานต์” “น้ำมนต์” “ลลิล” “ศิตาพร” และเธอ
ทั้ง 5 คนนี้หลงรักผู้ชายคนเดียวกัน แม้ว่าในวันสิ้นโลกจะไม่ใช่เื่แปลกอะไร อีกอย่าง...ผู้ชายในยุคนี้ หากแข็งแกร่งมากหน่อยก็จะรับเลี้ยงผู้หญิงมากกว่า 1 คนเป็ธรรมดา ที่ไหนมีอาหารให้กิน มีที่พักให้อยู่ปลอดภัย ที่นั่นก็จะมีสาวๆเข้าไปอยู่ร่วมด้วย นี่คือคำพูดที่พวกผู้ชายมักจะใช้เป็แรงผลักดันให้ตนเอง
รัญชนาเป็หนึ่งในนั้น แม้ว่าเธอจะปลุกพลังขึ้นมาได้และกลายเป็คนหนึ่งที่มีความสามารถ แต่ถ้าเทียบกับพวกผู้ชายที่สามารถต่อสู้ได้อย่างดี ปกป้องผู้หญิงได้แม้จะเจอกับปีศาจที่แข็งแกร่ง มันก็เป็เื่ปกติที่จะได้รับความสนใจจากหญิงสาวมากมาย
อันที่จริง ตอนที่เธออ่านนิยายเื่นี้ เมื่อโปรยหัวว่าเป็นิยายเกี่ยวกับ “วันสิ้นโลก” เธอก็พอจะเดาได้แล้วว่ามันจะต้องเป็นิยาย “ฮาเร็ม” แน่นอน กระนั้น...เธอก็แค่อ่านเอาสนุก ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับมันเลย กระทั่ง...เธอกลายมาเป็ตัวละครในนิยายจริงๆ
แค่คิดถึงตรงนี้ หญิงสาวก็รู้สึกขนลุกชันแล้ว เธอไม่กล้าคิดจริงๆว่าถ้าจะต้องใช้ผู้ชายร่วมกับหญิงสาวอีก 4 คน มันจะเป็ความรู้สึกแบบไหน เพราะแค่จินตนาการก็รับรู้ได้ถึงความขยะแขยงแล้ว โดยเฉพาะถ้าเธอเป็ตัวละครเอกฝ่ายหญิงที่มาเป็ลำดับสุดท้าย นี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย
ถ้ามาเป็คนแรก กลายเป็คนแรกที่ผู้ชายคนนี้รัก เธอคงจะซาบซึ้งใจอยู่กับเขาเพราะถือว่าร่วมฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน หลังจากนั้นเมื่อมั่นคงมากขึ้น กลายเป็ผู้แข็งแกร่งมากขึ้น เธออาจจะทำใจยอมรับให้เขามีผู้หญิงคนอื่นได้บ้าง แต่...ถ้าเธอเป็คนสุดท้ายที่รู้อยู่แล้วว่าเขามีภรรยาในมือถึง 4 คน แต่เธอยัง้าะโเข้ามาในห้วงนรกแห่งนี้ รัญชนาไม่คิดว่าเธอที่เป็รัญชนาในตอนนี้จะทำได้
เอาเถอะ บทในนิยายก็แค่บทในนิยาย ที่ผ่านมาเธอเตรียมพร้อมมาหลายอย่างแล้ว ถ้าชีวิตนี้ของเธอไม่อาจจะหาสามีดีๆที่รักเพียงเธอได้ อย่างนั้น...สู้ไม่มีสักคนเลยเสียยังจะดีกว่า!
ไอ้บทโศก บทร้องไห้น้ำตาท่วมที่น้อยใจสามีไม่รัก สามีรักหญิงอื่นมากกว่า บทแบบนี้เธอจะไม่รับมันเอาไว้เด็ดขาด!
“อึ่ก!” ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร รัญชนาใช้เวลาเพื่อทบทวนสิ่งที่ตนเองรู้กระทั่งความเย็นราวกับน้ำแข็งแนบมาที่หน้าผากของเธอ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเธอลืมตาก็ได้เห็นว่าคนที่เข้ามาปลุกเธอก็คือบุคลากรของห้องวิจัย
“การปลุกพลังเสร็จสมบูรณ์แล้ว รบกวนตามมาให้ข้อมูลด้วย” ผู้คนไม่ได้สนใจว่าเธอนั้นตื่นลืมตาดีหรือยังด้วยซ้ำ แม้ว่าเธอจะเ็ปจากการปลุกพลัง แต่นั่นไม่เรียกว่าเป็ความเ็ปสำหรับคนที่ผ่านสถานการณ์ความเป็ความตายมามากมายแล้ว
รัญชนากัดฟันทน เดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องทำงาน ที่นั่งถูกจัดเอาไว้แบบลวกๆ แต่เดิมแล้วมันเป็สถานที่นั่งทำงานของบุคลากรห้องวิจัยนี่แหละ นานทีพวกเขาจะมีแขกมาให้ข้อมูล กระนั้นแขกเหล่านี้ก็ไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรจนทำให้พวกเขาต้องรับรองเป็อย่างดี
“นั่งลง”
“ค่ะ”
“ชื่อ”
“รัญชนาค่ะ”
“อืม ตอนนี้อายุเท่าไร”
“ตอนนี้อายุ 27 ค่ะ”
“ที่ผ่านมา 2 ปีทำอะไรบ้าง เอาชีวิตรอดยังไง”
“ที่ผ่านมา ฉันซ่อนตัวในคอนโดค่ะ ในห้องมีอาหารแห้งค่อนข้างมากเนื่องจากเป็พวกที่ทำงานเช้าและกลับมาเย็น ยังมีพวกขนมหวานอีกด้วยค่ะก็เลยอยู่รอดได้ แต่สองเดือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรกินเลยค่ะ ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือคงจะอดตาย”
รัญชนาให้ข้อมูลคร่าวๆที่ตนเองพบ แน่นอนว่าเธอไม่จำเป็ต้องบอกพวกเขาหมดทุกอย่างก็ได้ เช่น...เธอฆ่าซอมบี้หน้าห้องยังไงเพื่อที่จะเพิ่มพลังของตนเองให้มากที่สุดก่อนมาที่นี่ หรือแม้แต่การที่เธอไปขโมยของจากห้องซอมบี้ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อใช้เป็อาหาร
หากเป็รัญชนาตัวจริงตามนิยาย มันก็คงจะเป็คำตอบแบบที่เธอว่าจริงๆนั่นแหละ ทว่าทันทีที่เธอรู้ว่าตนเองเป็ใคร รัญชนาผู้ไม่้าให้คนอื่นเป็ขาทองคำ แต่้า “มี” ขาของตนเองที่กลายเป็ทองคำ เธอย่อมต้องฝืนทำสิ่งต่างๆที่ไม่เคยทำมากมาย แม้แต่การ “ฆ่า” พวกปีศาจระดับต่ำเ่าั้
ปีศาจระดับต่ำที่อยู่รอบๆก็คือ “ซอมบี้มนุษย์” พวกมันส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 0 ที่จะให้สสารกลับคืนมาเล็กน้อยหลังจากถูกฆ่าไป แม้ว่าซอมบี้มนุษย์จะวิวัฒนาการได้ กระนั้นก็ไม่เคยมีตัวไหนที่มีระดับสูงเกินกว่าระดับ 3 เลย ดังนั้นพวกมันจึงถูกจัดให้เป็กลุ่มปีศาจระดับต่ำที่สุดอยู่
แต่ที่เรียกว่าปีศาจระดับต่ำนั้นมีเหตุผลเช่นกัน ตอนนี้เป็่ 3 ปีแรกของวันสิ้นโลก ภายใน 3 ปีนี้ มนุษย์จะรู้จักแค่ปีศาจระดับต่ำเหล่านี้เท่านั้น พวกเขาสร้างปราการเหล็กของตนเองขึ้นมา พยายามยึดพื้นที่ของมนุษย์คืน ทว่า...พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าตนเองกำลังเข้าใกล้หายนะมากขึ้นอีกก้าวเช่นกัน
โดยหลังจากที่พวกเขาพ้นเขตปีศาจระดับต่ำไปแล้ว ยังมีปีศาจระดับกลางที่เป็สัตว์กลายพันธุ์มากมายรอพวกเขาอยู่ ซึ่งสำหรับนักอ่านแล้ว มันเป็ภาคสองที่โหดหิน โหดเสียยิ่งกว่าโหด และไม่อาจจะเรียกว่าวันสิ้นโลกได้อีกต่อไป มันควรจะเรียกว่าจุดจบของมนุษย์ชาติมากกว่า เพราะสุดท้ายสิ่งที่จะอยู่รอด...บางทีไม่ควรเป็มนุษย์ด้วยซ้ำ!
เอาเถอะ เื่พวกนั้นเป็แค่เื่ในอนาคตเท่านั้น ก่อนจะจบภาคแรก พระนางยังวนเวียนอยู่ในปราการเหล็กนี้ ทั้งยังต่อสู้แค่กับพวกซอมบี้เท่านั้น หากรัญชนา้าจะมีชีวิตรอด เช่นนั้นเวลาอีก 1 ปีที่เหลือนี่แหละจะเป็เครื่องพิสูจน์
“แล้วปลุกพลังอะไรได้” ครานี้บุคลากรมองมาที่เธอตาไม่กระพริบ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตรวจสอบว่าหญิงสาวจะโกหกหรือเปล่า และใช่! รัญชนารับมือกับเื่นี้อยู่ก่อนแล้ว เธอไม่จำเป็ต้องโกหก
“เป็พลังบาเรียค่ะ”
“พลังบาเรีย? อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น สามารถสามารถบาเรียได้ขนาดไหน? ปกป้องอันตรายได้ขนาดไหน? และอื่นๆ ยิ่งให้ข้อมูลมากเท่าไร พวกเราก็จะยิ่งจัดกลุ่มของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น ถ้าระดับของคุณสูงพอ อาจจะได้รับงานที่ดีและมีค่าตอบแทนที่ดีด้วยก็ได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ ความสามารถของฉันก็คือบาเรียที่จะใช้ป้องกันก็ได้ค่ะ แต่ขนาดของมันในตอนนี้แค่ 30 ลูกบาศก์เิเเท่านั้น”
“บาเรีย 30 ลูกบาศก์เิเ? แปลว่าเป็บาเรียที่มีรูปทรง?”
“ใช่ค่ะ เป็เหมือนกล่องสี่เหลี่ยม ถ้าฉันเรียกมาจะอยู่ได้ประมาณ 10 วินาทีเท่านั้นค่ะ”
“อืม....นี่อาจจะเป็เพราะระดับต่ำอยู่” พนักงานหน่วยวิจัยพึมพำกับตนเอง ตอนแรกที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังบาเรีย เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา พลังบาเรียนั้นจะเป็ประโยชน์แน่นอนสำหรับการล่า แต่เมื่อได้ยินว่าขนาดของมันเล็กเกินไป แถมยังมีรูปทรงสี่เหลี่ยมอีกด้วย เขาก็ไม่รู้สึกแล้วว่ามันเป็ความสามารถพิเศษอย่างที่คิด
แน่นอนว่ามันไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆล่ะนะ หลังจากนั้นเขาก็ถามอะไรอีกสองสามคำแล้วก็ปล่อยให้รัญชนาออกมา
“อีก 2 วันมารับบัตรประจำตัวนะ หลังจากที่ได้รับบัตรประจำตัวแล้วจะสามารถรับภารกิจได้ ภารกิจมีอยู่ที่อาคารกลาง ซึ่งจะเป็ภารกิจที่มีผลตอบแทนเป็อาหารและของใช้ต่างๆตามที่อยากได้ ขอให้โชคดี...อ้อ อย่าลืมรักษากฎระเบียบในการอยู่ที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นเธออาจจะถูกโยนออกไปให้ซอมบี้กินเป็อาหารว่างก็ได้”
………………………………………………………