สะพานไม้ที่สร้างสำหรับข้ามแม่น้ำไท่หยางนับเป็สะพานไม้ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นิ สร้างในรัชกาลก่อนผู้ที่ดูแลการก่อสร้างคืออดีตองค์ชายสาม หรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั่นเองสะพานนี้มีความแข็งแรงและงดงามอย่างยิ่งที่หัวสะพานมีเสาหินใหญ่สลักรูปหัวพยัคฆ์ไว้ ข่าวลือว่า การที่ฮ่องเต้รับอาสาดูแลการสร้างสะพานแห่งนี้เพื่อเสริมบารมีตามคำแนะนำของโหรผู้หนึ่งที่องค์ชายสามบังเอิญได้พบ
ฟ่านหลี่เจี๋ยมักจะสั่งให้บ่าวจอดรถม้าข้างทางเพื่อเดินเล่นบนสะพานก่อนที่จะตรงไปพระราชวังท่านพ่อของเขาก็มีส่วนในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้และเขาเองก็เคยตามท่านพ่อมาดูการก่อสร้างหลายครั้งทิวทัศน์จากบนสะพานเมื่อมองไปยังพระราชวังนั้นงดงามนัก โดยเฉพาะยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
รถม้าคันหนึ่งวิ่งด้วยความเร็วสูงมาตามถนนฝั่งตรงข้ามกำลังพุ่งขึ้นบนสะพานท่านหญิงใหญ่จีควบม้าตามมาติด
“หลบไป! อันตราย!”นางะโลั่น ทว่าชายหนุ่มที่กำลังยืนหลับตาเงยหน้ารับลมนั้นกลับมิได้ยินสิ่งใดท่านหญิงจีตัดสินใจยืนขึ้นบนหลังม้าย่อตัวลงเล็กน้อยกระโจนขึ้นสูงพุ่งไปกอดเอวชายผู้นั้นกระโจนอีกฟากขณะที่รถพ่วงด้านหลังม้าตัวนั้นเหวี่ยงแรงจนชนราวสะพาน
เปรี้ยง! ครืด!
รถม้าคันนั้นครูดไปตามราวสะพานพลิกคว่ำล้อขัดเข้าที่ราวสะพานทำให้ม้าตัวนั้นร้อง ฮี้ๆ ลั่นสองขาหน้ามันตะกายอากาศก่อนจะล้มลงท่านหญิงจีที่โอบเอวด้านข้างของชายหนุ่มร่างสูงเพรียวให้หลบรถม้าพาร่างเขาเซไปปะทะเสาราวสะพานที่อยู่ถัดไปอีกห้าเสา หลังของเขาพิงอยู่กับเสา มีอีกร่างหนึ่งแนบอยู่กับอก
ฟ่านหลี่เจี๋ยเงยหน้าขึ้นไปมองม้าที่นอนหงายและรถพ่วงหลังที่ล้มคว่ำอยู่่กลางของสะพานติดกับราวด้วยความใขณะที่เขากำลังยืนดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้ากลับประสบเหตุอันตรายถึงเพียงนี้ก้มลงมองร่างที่กอดรัดเขาพิงอกเขาอยู่ด้วย นางในชุดสีแดงมีผ้าโพกศีรษะและปิดบังใบหน้ามองเห็นเพียงดวงตากลมโต ทว่าก้อนเนื้อหยุ่นที่ทาบทับอยู่กับร่างเขาทำให้รู้ว่า ‘นะ นี่ คือสตรี’
“เ้าไม่เป็อันตรายใช่หรือไม่?”
“เอ่อ....ไม่เป็ไร”เขาอึกอักก่อนตอบ หัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วราวจะทะลุออกมาในท้องก็คล้ายมีกวางน้อยหลายตัววิ่งวนเวียน ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เมื่อสบตากลมโตของนาง
“ดีแล้ว” นางผละออกจากอกกว้าง หันมาสำรวจแขนขาตนเอง ‘เคราะห์ดีที่กระโจนจากหลังม้าทันไม่งั้นเห็นทีเขาคงตกลงไปในแม่น้ำแล้ว’
องครักษ์ตระกูลจีสองนายควบม้าตามมาถึงนางยกมือขึ้นห้ามมิให้ฝ่ายนั้นถามสิ่งใด
“พวกเ้าจัดการรถม้าเสียเดี๋ยวข้าจะกลับก่อน” นางสั่งจบก็ควบม้าจากไปโดยไม่แม้แต่บอกลาเขา
“คุณชายใหญ่ ท่านาเ็หรือไม่?” องครักษ์ของเขารีบวิ่งเข้ามาถามเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วจนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
“ข้าไม่เป็ไรหรอก”เขายืนหน้าตายตอบกลับ
เหล่าองครักษ์พยักหน้าอย่างโล่งใจ“ขอรับ”
ฟานหลี่เจี๋ยหันกลับไปจะถามผู้ที่มาเก็บรถม้าพวกเขากลับทำงานรวดเร็วเกินคาดและนำรถม้าจากไปแล้ว
ฟ่านหลี่เจี๋ยได้แต่ยืนปริบๆมองตามหลังสตรีชุดสีแดงที่ควบม้าจากไป เขาไม่เป็อันทำงานนึกถึงแต่ดวงตากลมโตที่ได้สบตาครู่เดียวนั้นั้แ่เช้าจนเย็น ต้องคอยเรียกสติตนเองอยู่หลายครั้ง
กลับถึงจวนในยามเย็นฟ่านหลี่เจี๋ยมิได้ฟังเสียงมารดาเรียกให้แวะจิบน้ำชา เขาเร่งฝีเท้าไปยังเรือน‘ผิงอาน’ ริมกำแพงของตนเองเพื่อวาดรูปนางติดเอาไว้ในห้องอ่านหนังสือจวบจนตะวันตกดิน บ่าวมาเชิญเขาไปรับประทานอาหาร ชายหนุ่มก็วาดเสร็จพอดีเขาแขวนรูปของนางไว้ในซอกระหว่างตู้หนังสือ หากไม่เดินเข้าไปถึงข้างในสุดย่อมมิได้เห็นภาพนี้
ท่านหญิงใหญ่จีควบม้าไปถึงวังจีก็รีบเดินลิ่วไปหน้าวังนางกำนัลประจำตัวของนางเดินออกมาผายมือ
“ท่านหญิงน้ำอาบพร้อมแล้วเ้าค่ะ”ปานเหมยกุ้ยรับใช้นางมาั้แ่เยาว์วัยจึงรู้ว่าในยามนางกลับมาจากข้างนอกจะต้องได้อาบน้ำทันที
“ดีวันนี้เสื้อผ้าข้าขาดหมด เ้าดูสิ”จีลี่อิงวางผ้าโพกศีรษะและปิดหน้าในมือลงบนมือของนางกำนัลแล้วเดินเข้าไปในห้องนางเดินฉับๆ เข้าไปให้นางกำนัลช่วยถอดเสื้อผ้าแล้วลงแช่ในอ่างน้ำ
‘ข้าได้ทำความดีอีกแล้วหนึ่งอย่างได้ช่วยชีวิตคนไว้อีกหนึ่งคน’
นางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้กับคนในครอบครัวฟังทุกคนต่างพยักหน้ายินดีที่นางทำสิ่งที่ท่านปู่สั่งไว้สำเร็จอีกหนึ่งอย่าง
“บุรุษผู้นั้นรูปงามหรือไม่พี่ลี่อิง?”
“คนผู้นั้นอย่างไรเล่า?”นางอมยิ้มหันไปตอบคำถามน้องสาว
“ผู้ใด?”
“คุณชายใหญ่ฟ่าน”
“หา!”คนทั้งครอบครัวส่งเสียงอุทานพร้อมกัน
ยามค่ำคืนแววตาคู่นั้นติดตามไปจนยามหลับ ในความฝันฟ่านหลี่เจี๋ยในชุดเ้าบ่าวสีแดงสดกำลังก้าวเท้าเข้าไปที่เตียงนอนคืนวิวาห์ห้องถูกตกแต่งด้วยผ้าสีแดงสด เขากำลังเดินถือคันชั่งเข้าไปใกล้นาง เมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวกลับมีผ้าปิดหน้าสีแดงซ้อนอยู่ข้างใต้และเห็นเพียงดวงตากลมโตคู่นั้น
“เ้า...เ้านั่นเอง”เขาตกตะลึงครู่ใหญ่
นางกระปริบตาสองสามครั้งก่อนเรียกเขา“ท่านพี่...”
ครั้นเขานั่งลงเคียงข้างโอบกอดร่างนั้นไว้แนบอกกำลังจะเปิดที่บังส่วนจมูกและปากของนางออก พลันเสียงเรียกก็แทรกเข้ามา
“คุณชายใหญ่ขอรับตื่นเถิดขอรับ”
ฟ่านหลี่เจี๋ยลืมตาขึ้นมองอี๋ลี่จือคนรับใช้ประจำตัวเขาจะคอยมาปลุกทุกวันหากเขาตื่นผิดเวลาชายหนุ่มรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ เมื่อวานเขามัวแต่นั่งเหม่อมองภาพวาดนั้นจนดึกดื่นทำให้ไม่ได้เขียนหนังสือเลยแม้แต่หน้าเดียว
ขณะเดียวกันจีลี่อิงที่ตื่นขึ้นมาก็กำลังรู้สึกมึนงงที่ความฝันเมื่อคืนราวกับเกิดขึ้นจริงยิ่งนักนางกำลังอยู่ในห้องวิวาห์กับผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเขาเปิดผ้าคลุมหน้านางเ้าบ่าวผู้นั้นคือคุณชายใหญ่ฟ่าน ในฝันนางเรียกเขาว่าท่านพี่ด้วยน้ำเสียงรักใคร่
‘ข้าอาจจะเห็นเขาเป็เป้าหมายของการอยู่รอดของคนในตระกูลจนเก็บเอามาฝันเป็จริงเป็จัง’
