แต่ไม่ต้องทำการคาดเดากันให้เนิ่นนาน เพราะตอนนี้สิ่งที่ทุกๆคนได้เห็นพร้อมเพรียงกันต่อหน้าต่อตาในตอนนี้ จากบริเวณลานหน้าบ้านที่เตรียมพร้อมเหมือนจะนำพืชผลต่างๆมาตากไว้เหมือนตอนหลังเก็บเกี่ยว มันกลับมีกองผ้าขนาดมหึมาสูงท่วมหัวพวกผู้ใหญ่ขึ้นมาเต็มพรึ่ดลานหน้าบ้านไปหมดแล้ว
“.............!!”ทุกๆ คน
“ผ้าของพวกเราน้องเสาร์น้อย….”พี่สาวโจวหวู่
“ใช่ๆไปกันพี่สาว”เสาร์น้อย
“ตุ้บ….ตุ้บ….”
เสียงบางอย่างหล่นไปในกองผ้ามหึมาด้านหน้า จนทำให้พวกผู้ใหญ่และพวกพี่ชายได้มีสติคืนกลับมา
“ตายแล้ว..!!”พวกผู้หญิงของบ้านเองต่างก็ใมองไปที่เ้าตัวแสบทั้งสองคนที่พากันะโโน้มตัวเข้ากองผ้าด้านหน้า
“ลุกมาเร็วเข้าเ้าตัวแสบ เดี๋ยวกองผ้าหล่นมาทับพวกหนูจะทำอย่างไรล่ะ”แม่ อดที่จะดุลูกสาวทั้งสองคนไม่ได้แต่สีหน้ามีแต่รอยยิ้มอย่างไม่ปิดบังได้เลย
“ผ้า….ผ้าเยอะแยะไปหมดเลย”ทุกๆ คน
ตอนนี้ทุกๆคนในครอบครัวต่างพากันมาัักองผ้าตรงลานหน้าบ้านกันหมด ด้วยความตื่นเต้นมันเหมือนกับอยู่ในความฝันกันเลย แต่ว่าตอนนี้พวกเขาตื่นกันอยู่นี่น่ะสิ
“น้องเสาร์น้อย ปี้ว…ปี้ว….ผ้าเต็มไปหมดเลยครับ”พี่ใหญ่โจวซาน
“กองผ้าสูงใหญ่กว่าพวกเราอีกนะพี่ใหญ่ ทุกๆคน”พี่รองโจวซื่อหันไปพูดกับพี่ชายน้องชายที่เหลือ
“ใช่ๆ ผ้าเต็มไปหมดเลย”พี่ซานเยวี่ย
“ผ้าพวกนี้นุ่มมือมากๆเลยล่ะลองจับสิพวกเรา”พี่ซื่อเยวี่ย
“จริงด้วย”พวกพี่ชาย
“ผืนนี่ออกจะบางกว่าหน่อยด้วยล่ะ น่าจะทำเสื้อผ้าได้ใช่ไหม”พี่หว่านชง
“น่าจะได้นะผมว่า”พี่หว่านหว่าน
“อะแฮ่ม…พวกพี่ชายถามเสาร์น้อยกับพี่สาวได้เลยนะว่าผ้าแบบไหนเหมาะกับทำอะไร เพราะพวกเราอยู่ช่วย แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้คัดแยกออกมาเองกับมือเลย”เสาร์น้อย
“ใช่แล้วล่ะพี่ชาย พวกเราจะตอบให้ฟังเองนะ”พี่สาวโจวหวู่
น้องสาวทั้งสองคนต่างพากันยืดอกอย่างภูมิใจว่าพวกเธอนั้นคือผู้รู้เื่ผ้ากองนี้มากที่สุดแล้ว พวกพี่ชายมีอะไรสอบถามจากพวกเธอได้เลย
“งั้นเหรอ แล้วผ้าพวกนี้จะเอาไปทำอะไรได้บ้างล่ะน้องสาว”พี่ใหญ่โจวซาน
“ผ้าผืนนี้ที่นุ่มและหนากว่าผ้าตัวอื่นๆ พวกเราจะนำไปตัดทำผ้าห่มใน่ฤดูหนาวกัน”เสาร์น้อย
“ว้าว…..ผ้าห่ม”พวกพี่ชาย
“ส่วนผืนนี้ที่หนานุ่มแบบไหมพรมก็จะนำไปตัดทำเสื้อและชุดกันหนาวให้พวกเราได้มีใส่่หน้าหนาวด้วย”พี่สาวโจวหวู่
“เสื้อหนาว….”พวกพี่ชาย
“ถ้าได้ผ้าแบบนี้มาทำเสื้อหนาวใส่หน้าหนาวปีนี้พวกเราก็ไม่หนาวแล้ว”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่ๆผมเห็นด้วยเลยมันนุ่มมากๆ ใส่แล้วคงจะอุ่นกว่าเสื้อหนาวที่พวกเรามี”พี่รองโจวซื่อ
“จริงด้วย”พวกพี่ชายที่เหลือ
“อ๊ะ…..ชู่ว์…..ชู่ว์….พวกพี่ชายเงียบก่อนนะไว้ให้เสาร์น้อยกับพี่สาวโจวหวู่บอกคุณสมบัติของผ้าแต่ละแบบให้ครบก่อนค่อยพูดคุยกันทีหลังนะ”เสาร์น้อย
“ตกลงครับผมน้องสาว”พวกพี่ชาย
“ส่วนผืนนี้ที่บางๆเบาสบายจะไว้ตัดเสื้อผ้าใส่หน้าร้อนล่ะ”เสาร์น้อย
“ผ้าผืนนี้จะหนานิดหน่อยเท่านั้นสามารถตัดเสื้อผ้าใส่ได้และทำผ้าห่มเอาไว้ใช้่หน้าร้อนได้ด้วย”พี่สาวโจวหวู่
“อ้อ…และทำผ้าปูก็ได้ด้วยนะพี่ชาย”เสาร์น้อย
“ว้าว…..”พวกพี่ชาย ที่มีสีหน้าและแววตาที่เป็ประกายอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้ยินพวกน้องสาวได้บอกสิ่งที่จะได้จากผ้ากองมหึมาพวกนี้
เพราะพูดได้เลยว่ามันนานมากแล้วจริงๆสำหรับเสื้อผ้า ผ้าห่ม ชุดกันหนาว ของใหม่ๆที่ไม่มีใช้มากันแล้วหลายปี แต่ว่าตอนนี้วันนี้หลังจากที่ได้เห็นกองผ้ากองใหญ่มหึมาตรงหน้าสิ่งที่เคยคาดหวังเอาไว้จะเป็จริงแล้ว
“เด็กๆ ตอนนี้พวกหนูขยับออกไปให้พ้นบริเวณนี้กันก่อนนะแม่จะจัดการเก็บผ้าพวกนี้ก่อนเพราะอย่าลืมว่าพวกเราต้องออกไปช่วยคนในหมู่บ้านตรวจเส้นทางน้ำทำรั้วกั้นกันด้วยนะ”แม่
“ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ พากันหลบเลี่ยงพื้นที่ตรงกองผ้าพวกนี้ ไปนั่งมองพวกผู้ใหญ่ที่ช่วยกันหาไม้ไผ่มาม้วนผ้ากองนี้ให้เข้าม้วนให้เรียบร้อย และระหว่างที่พวกท่านจะทำการม้วนนั้นเสาร์น้อยก็ออกความคิดเห็น และความคิดที่จะหาเครื่องทุ่นแรงให้พวกท่านการม้วนผ้าที่จะได้ไวมากขึ้นด้วย
“ปู่คะ ตาคะ พวกเราทำที่ม้วนผ้ากันไหมคะมันจะเร็วกว่าด้วยไม่ต้องคอยประคองช่วยอีกนะคะ”เสาร์น้อย
“ที่ม้วนผ้า..??!”ทุกๆ คน เอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัยและพากันคิดว่าที่ม้วนผ้ามันคืออะไรกัน และทำอย่างไร
“มันทำอย่างไรล่ะครับลูกสาว เ้าที่ม้วนผ้าที่ลูกพูดน่ะ”พ่อ
“เสาร์น้อย บอกแบบละเอียดได้ไหมลูกว่าต้องทำอย่างไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง”ตา
“ได้ค่ะ พวกเราเพียงแค่ทำฐานวางเอาไว้ไม่ให้ล้มก่อนเลย เพื่อที่จะทำการวางไม้หรือไม้ไผ่ที่พวกเราจะนำมาเป็แกนด้านในสำหรับม้วนผ้าเก็บไว้ใช้ได้ และทำที่หมุนคล้ายกับที่เราต้องใช้เครื่องโม่บดพวกข้าวเวลาจะนำไปทำแป้งไงคะ”เสาร์น้อย
“อือ…ที่เสาร์น้อยพูดมาก็ไม่น่าจะยากมากนักจะยากแค่ตรงส่วนหมุนเพียงอย่างเดียว”ปู่
“เดี๋ยวเสาร์น้อยจะบอกวิธีทำให้ละเอียดเลยค่ะไม่ต้องห่วงไปค่ะ เพียงแค่ตอนนี้ต้องเตรียมพวกไม้เอาไว้ทำฐานตั้งก่อนนะคะ”เสาร์น้อย
“ได้ๆ เอ้าเ้าลูกชายได้ยินหลานสาวพ่อพูดแล้วใช่ไหมรีบไปจัดการเร็วเข้าพวกเราเหลือเวลาไม่มากนักนะจะต้องไปรวมตัวกันที่หมู่บ้านแล้ว”ตา
“ทำได้เท่าที่ทำไปก่อนละกัน เพื่อให้มันลดจำนวนกองนี้ลงไปเล็กน้อยก่อน”ปู่
“ครับ”พ่อ อาเล็ก น้าชาย ต่างรีบวิ่งไปเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องทำเครื่องม้วนเก็บผ้ากันอย่างรวดเร็ว
ฝีมือช่างไม้ของ ปู่ ตา พ่อ อาเล็ก และน้าชายเองก็ไม่ธรรมดาเลย ถึงจะไม่ใช่มืออาชีพแต่พวกท่านก็มีทักษะเหล่านี้มากพอตัวเลย เพราะข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านส่วนมากก็ประกอบทำขึ้นมาใช้กันเองเสียส่วนมาก ชาวบ้านจะไม่เสียเงินไปจ่ายซื้ออะไรพวกนี้ให้เสียเงิน
อะไรที่พอจะทำเองได้พวกชาวบ้านตามชนบทจะทำเองเสียส่วนใหญ่ เงินที่หาได้มาจะมีไว้สำหรับเก็บลงทุนพวกเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกในแต่ละรอบเสียมากกว่า นี่ก็ถือว่าเป็ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีมาสอบกันสู่รุ่นต่อรุ่นมาเรื่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ดีกันหมดทุกคน นำไปขายนั้นน้อยมากถ้าไม่ใช่ช่างไม้ฝีมือที่ทำเป็อาชีพกันมาจริงๆ
“ว้าว…..”พวกพี่ชาย
“พวกเราได้เครื่องม้วนผ้ากันแล้ว ลงมือได้เลยค่ะ”เสาร์น้อย
พ่อของเสาร์น้อยยืนประจำตรงที่ตัวหมุน น้าชายและอาเล็กนำไม้ไผ่ไปวางเอาไว้พาดเอาไว้ตรงเครื่องหัวท้ายก็โผล่ออกมาในระยะที่เท่าๆกัน และอาเล็กกับน้าชายก็ตรงมาที่กองผ้าที่เหล่าบรรดาพวกผู้หญิงของบ้านก็ช่วยจัดการหาปลายผ้าเจอแล้ว
น้าชายกับอาเล็ก ขับคนละด้านที่มุมปลายผ้าตรงไปที่เครื่องม้วนผ้าที่ทำกันใช้แบบง่ายๆแต่สะดวกในการใช้มาก น้าชาย กับอาเล็ก นำปลายผ้าม้วนเข้าไปที่ไม้ไผ่ที่วางเอาไว้ที่ฐานเครื่อง ส่วนพ่อของเสาร์น้อยพอได้จังหวะก็ค่อยๆหมุนเพื่อให้ปลายผ้าได้ม้วนตัวแนบกับไม้ไผ่ที่ใช้เป็แกน หมุนไปประมาณ 4-5 รอบเพื่อให้แน่ใจว่าแน่นพอไม่หลุด
อาเล็กกับน้าชาย ยังคงช่วยประคับประคองแกนไม้ไผ่เอาไว้ก่อน และค่อยๆถึงผ้าเข้ามาหาแกนอย่างช้าๆด้วย แต่ละแขนมีหน้าที่แตกต่างกัน
“มันใช้งานได้จริงๆด้วยน้องเสาร์น้อย”พี่สาวโจวหวู่
“แบบนี้จะได้ประหยัดเวลาด้วยค่ะ เพียงแต่ต้องผลัดเปลี่ยนคนหมุนเครื่องบ้างเท่านั้น”เสาร์น้อย
อีกส่วนหนึ่งก็ทำการตัดเพื่อวัดขนาดทำเป็ผ้าห่มกันเลย และพับวางเอาไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเย็บผ้าห่มผืนใหม่แจกจ่ายให้กับสมาชิกทุกๆคนในครอบครัวกัน
สองสาวน้อยเดินไปรวมกับแม่ๆ ส่วนพวกพี่ชายก็คอยช่วยพ่อๆของพวกเขาจับส่งผ้าเข้าเครื่องม้วนผ้าอย่างช้าๆ
ม้วนผ้าแต่ละม้วนไม่ถึงกับม้วนใหญ่มากเพราะมันจะมีน้ำหนักมากจนเกินไปนักเวลายกออกจากเครื่องและเก็บ จึงม้วนแค่พอดีที่กำลังเพียงคนเดียวพอยกเคลื่อนย้ายได้แบบสะดวก
“แม่คะ มันพอจะเป็ไปได้ไหมที่พวกเราจะเอาผ้าพวกนี้ไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านของพวกเราได้ใช้ด้วยน่ะค่ะ”เสาร์น้อย
“เดี๋ยวพวกเราคงจะต้องหาวิธีก่อนน่ะลูก เพราะเสาร์น้อยรู้ใช่ไหมผ้าที่จะทำผ้าห่มและเสื้อเอาไว้ใช้หน้าหนาวราคาค่อนข้างแพงอยู่ เราคงจะต้องมีวิธีพูดให้กระชับเวลาไปแจกให้พวกเขาน่ะลูก”แม่
“ค่ะแม่”เสาร์น้อย เองก็รู้ดีว่าผ้าพวกนี้มันมีราคายิ่งผืนขนาดนำไปทำผ้าห่มหน้าหนาวได้มันย่อมต้องหลายหยวนแน่นอน คงจะต้องวางแผนกันสักพักว่าจะทำอย่างไรถึงจะนำไปแจกจ่ายได้อย่างไม่ต้องมีคำถามมากมายนัก
“ย่าเองก็อยากเอาไปให้คนในหมู่บ้านได้ใช้เช่นกันนะเสาร์น้อย แต่เราคงจะต้องหาเหตุผลดีๆในการนำไปแจกจ่ายจริงๆ”ย่า
“ใช่ๆ”ทุกๆคนเองก็หนักใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีเช่นกันเพราะการนำผ้าดีๆไปแจกจ่ายแบบนี้มันก็ย่อมต้องมีคำถามกลับมาแน่นอน
“อ้อ…เสาร์น้อยนึกออกแล้วค่ะทุกๆคนว่าจะทำอย่างไรดี”เสาร์น้อย
“น้องเสาร์น้อย นึกออกแล้วเหรอว่าจะทำยังไงบอกพี่สาวมาเร็ว พี่สาอยากรู้”พี่สาวโจวหวู่เองก็หัวคิ้วขมวดชนกัน ที่พยายามคิดหาวิธีที่จะนำผ้าพวกนี้ไปแจกจ่ายให้ทุกๆคนด้วยเช่นกัน
“ก็แค่บอกว่ามีคนในเมืองที่มีฐานะดีเขานำมาบริจาคแจกจ่ายให้กับชาวบ้านฟรีๆ เนื่องด้วยงานวันเกิดของปู่ย่า ตายายของพวกเขาไงคะ หรืองานอะไรก็ได้ที่ใหญ่ๆที่พวกคนมีฐานะเขาชอบทำน่ะค่ะ ในเมืองมีแบบนี้ใช่ไหมคะ”เสาร์น้อย
“จริงด้วย”ทุกๆ คนยิ้มและตาเป็ประกายกันเลยไม่เคยคิดเลยว่ามันมีแบบนี้จริงๆและสามารถทำได้
“แน่นอนว่ามีจ้ะเสาร์น้อย คนในเมืองใหญ่นั้นเวลาจัดงานอะไรในวันสำคัญของครอบครัวพวกเขาจะออกมาแจกอาหารบ้าง เสื้อผ้าบ้าง เงินใส่ซองแดงเล็กๆน้อยๆที่หน้าบ้านหรือ ที่กิจการค้าของพวกเขา เพื่อส่งเสริมบารมีของพวกเขาเอง หรือก็เพื่อหน้าตาของตระกูลไปในตัว”ยาย
“งั้นพวกเราก็หมดปัญหาแล้ว ใช้เหตุผลนี้เป็ข้ออ้างในการแจกผ้าพวกนี้ได้เลยน่ะสิคะ”เสาร์น้อย
“เดี๋ยวพวกเราลองปรึกษาปู่กับตาอีกทีนะเสาร์น้อยพวกท่านน่าจะทำได้ดี เพราะพวกท่านเข้าเมืองบ่อยกว่ายาย ย่า หรือพวกแม่ๆของพวกหลานมากนัก”ย่า
“ได้ค่ะ ขอแค่แจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านของพวกเราได้รอนานหน่อยก็ไม่เป็ไรค่ะ แต่อย่างน้อยๆพวกเราก็มีวิธีที่จะเอาไปให้พวกเขาแล้ว”เสาร์น้อย
“ใช่จ้ะลูกสาว”แม่
คงจะต้องทิ้ง่เวลาสักพักใหญ่ถึงจะแจกจ่ายพวกผ้าเหล่านี้ให้กับคนในหมู่บ้านของพวกเราอีกครั้ง
“แม่ว่าพวกเราจะตัดพวกผ้าเหล่านี้แบ่งออกเป็ส่วนๆไปแบบพอดีเลยละกัน จะได้พับแบบนี้ให้พวกเขาไม่ดูว่ามันเยอะไปด้วยถ้าให้ไปเป็ม้วนมันดูเหมือนจะได้ผ้ามากกว่าอย่างไรก็ไม่รู้สิ”ยาย
“ลูกก็ว่าดีนะคะ แบบผ้าผับๆนี้ดูเหมือนจะน้อยกว่าไม่ใหญ่โตแบบให้เป็ม้วนๆ”แม่
เสาร์น้อย เองก็มองตามที่พวกท่านว่าคงจะจริงมั้ง??ที่ผ้าพับไว้จะดูปริมาณน้อยกว่าผ้าแบบม้วนๆที่จะดูอ้วนป้อมกว่า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย พากันลุกขึ้นเพื่อช่วยพับผ้ากับพี่สาวโจวหวู่ ด้วยความยาวของผ้าแต่ละผืนนั้นมันค่อนข้างลำบากสำหรับมนุษย์ตัวจ้อยอย่างพวกเธอ
“พวกเราคงจะเหนื่อยกันหน่อยล่ะ”ย่า
“ไม่เป็ไรเลยค่ะแม่ พวกเรากลับรู้สึกมีความสุขใจมากกว่าเหนื่อยเสียอีกค่ะ”น้าสะใภ้
“พวกเราเหนื่อยเพียงแค่นี้ แต่ว่าทำให้ทุกๆคนในหมู่บ้านไม่ต้องทนหนาว โดยเฉพาะเด็กๆย่อมเพียงเล็กน้อยนะคะ”อาสะใภ้
“จริงอย่างที่พวกน้องสะใภ้บอกนะคะแม่ หน้าหนาวนี้เด็กๆในหมู่บ้านคงจะอบอุ่นกันมากขึ้นแน่นอนค่ะ และจะได้พอมีเสื้อผ้าใหม่ใส่ผลัดเปลี่ยนให้ดีกว่าเดิมด้วย มันเป็อะไรที่..”แม่ อยากจะพูดต่อแต่เหมือนคำพูดโดนกลืนเข้าไปข้างในแล้ว และน้ำตาพวกท่านก็ตีตื้นขึ้นมากันอีกครั้ง เมื่อพูดถึงเื่นี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองสองสาวน้อยตรงหน้า
“อือ…..”ย่า ยาย
เสาร์น้อย กับพี่สาวโจวหวู่ ไม่ได้ร่วมฟังบทสนทนาอันแสนปนด้วยความเศร้าใจนี้ เพราะต่างขยันจันแข็งช่วยพวกท่านพับผ้าผืนที่บางหน่อยสำหรับตัดเสื้อผ้าใส่ เพราะมันไม่หนักเกินไปสำหรับเด็กตัวเล็กๆอย่างพวกเธอ แต่ผ้ากลุ่มที่จะทำผ้าห่มหน้าหนาวนั้นอยากจะช่วย แต่ด้วยแรงกำลังของเธอเองในตอนนี้ต้องปฎิเสธมัน
************
ผ้ากองใหญ่มหึมาพวกนี้ย่อมไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ครอบครัวของน้องเสาร์น้อยเท่านั้น แต่ว่าส่วนหนึ่งพวกเราในครอบครัวตั้งใจว่าจะนำไปแจกจ่ายให้กับคนในหมู่บ้านอีกด้วย และไม่แน่ว่าถ้ามีช่องทางอื่นๆเสาร์น้อยเองก็อาจจะไปช่วยเหลือคนอื่นๆได้มากขึ้นนอกจากคนในหมู่บ้านเจียวจิ้นด้วยกันเอง
เศษผ้าที่ไม่ใช่เศษผ้าที่ไร้ค่าอีกต่อไป เพียงแค่มีนิ้ววิเศษไว้คอยช่วยก็กลายเป็ของมีค่าขึ้นมาทันตาเลย