“เอ๋?”
ในตอนที่พิมพ์ไหมเฝ้าดูพวกก้านธูปจัดการ เธอได้ยินเสียงครวญครางข้างหลังจึงเลี้ยวหันไปมอง
จากนั้นเธอก็ตัวแข็งค้างไป
ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีิญญาร้ายกลุ่มหนึ่งมาอยู่ด้านหลัง สภาพประดุจเงาดำน่าขนลุกขยับเข้ามารุมเธอแถมยังจู่โจมอย่างรวดเร็วจนพิมพ์ไหมไม่มีเวลาจะหนีด้วยซ้ำ
“กรี๊ดดดด!!”
“ไหม!?”
ก้านธูปได้ยินเสียงกรีดร้องจึงหันมาแล้วก็เห็นแฟนของเธอถูกิญญาร้ายกลุ้มรุม ใบหน้าของพิมพ์ไหมแปรเปลี่ยนเป็สีขาวซีดเพราะอึดอัดและขาดอากาศหายใจ
“ก้าน... ธูป...”
พิมพ์ไหมเรียกร้องหาคนรัก ิญญาร้ายพวกนี้เต็มไปด้วยจิตอาฆาตมันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายและยังหนาวสั่นไปทั้งร่าง
ความรู้สึกของสัมภเวสีพวกนี้เต็มๆ ไปด้วยความโกรธและความเกลียดชัง
ขนาดเธอััเพียงเท่านี้ยังแย่จนอยากจะอาเจียน แล้วิญญาร้ายพวกนี้ต้องกักเก็บความรู้สึกที่ไม่อาจปล่อยวางนี้ไว้จะทรมานแค่ไหนกันนะ
“ปล่อยไหมนะ!”
ก้านธูปคำราม หางตาชี้ขึ้นด้วยความโกรธจัด อีกฝ่ายแหวกฝ่าิญญาร้ายที่ขวางทางใช้การตวัดมีดลงอาคมในทีเดียว พวกมันก็แตกฮือ
‘ไม่ ไม่ ไม่!’
‘อย่ามาขวางทางเรา อย่ามาขวาง!’
“พวกแกต่างหาที่มาขวางทางฉัน หายไปเดี๋ยวนี้!”
พิมพ์ไหมตกอยู่ในอันตราย ก้านธูปจึงยิ่งโกรธพวกิญญาร้ายมากขึ้น ไม่สนใครทั้งนั้นตวัดมีดตีรันฟันแทงเพื่อเข้าไปถึงตัวของแฟนให้ได้
“ยัยบ้าก้านธูป ใจเย็นสิย่ะ! มันลำบากพวกฉันด้วยนะ!”
เพราะก้านธูปพุ่งไปช่วยพิมพ์ไหมอย่างเดียว ทำให้ทางชบากับยูกิต้องรับมือกับสัมภเวสีกันสองคนซึ่งมันเป็งานที่ยากกว่าเดิมเนื่องจากจำนวนมันมากเกินไป
“ชบา ยูกิ ทนไว้ก่อนนะ ฉันจะต้องไปช่วยไหม!”
ก้านธูปตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ถึงมันจะตึงมือทั้งสองคนแต่ยังพอจะปกป้องตัวเองได้ในขณะที่พิมพ์ไหมไร้พลังและกำลังจะถูกพวกผีร้าย่ชิงลมหายใจไป
“ปล่อยไหมเดี๋ยวนี้!”
ก้านธูปะโใส่อย่างเดือดดาล แล้วตวัดมีด กลุ่มก้อนสีดำก็แหลกสลาย เผยให้เห็นพิมพ์ไหมที่มีใบหน้าซีดเผือด
“ไหม!?”
ก้านธูปตรงเข้าไปประคองพิมพ์ไหมตัวสั่นเทาจากความกลัวและความขยะแขยงในจิตมุ่งร้ายของิญญาเ่าั้ทั้งร่างรู้สึกอ่อนแรงไปหมด
“กะ ก้านธูป...”
“ไม่เป็ไรนะ ฉันอยู่นี่ ไม่เป็อะไรแล้วล่ะ ฉันจะปกป้องเธอเองนะ”
คำพูดอันอ่อนโยนของก้านธูปทำให้พิมพ์ไหมวางใจ แต่ก็รู้สึกดีอยู่ได้ไม่นานเมื่อสัมภเวสีเ่าั้ยังไม่ยอมรามือเสียที
‘เราอยากหายทรมาน มันผิดตรงไหน’
เราแค่อยากจะหลุดพ้น ทรมาน ทรมาน…’
‘ทำไมเราต้องเป็แบบนี้ ทำไมคนอื่นถึงไม่เ็ปแบบเราบ้าง’
ก้านธูปแค่นเสียง “ที่พวกแกเป็อย่างนี้ก็เป็ผลจากบาปกรรมที่ทำกันเองไม่ใช่หรือไงทีตอนมีชีวิตอยู่ไม่สำนึก พอตายแล้วถึงจะรู้ตัว มันก็สายไปแล้ว”
มีดสั้นของก้านธูปเปล่งแสงสีเงินแล้วด้วยการวาดเพียงครั้งเดียว ิญญาร้ายที่อยู่โดยรอบพวกเขาก็สูญสลายจะเหลือก็แค่ทางฝั่งยูกิกับชบาเท่านั้น
“น่ารำคาญจริงๆ เลย! ทนไม่ไหวแล้วนะ!”
ยูกิกระแทกเสียง จากนั้นก็สร้างพายุหิมะขนาดใหญ่ขึ้นมา หิมะสีขาวอันบริสุทธิ์โปรยปรายไปแตะต้องิญญาตนใดิญญาตนนั้นก็แหลกสลายกลายเป็ละอองน้ำแข็งเล็กๆ
“เดี๋ยว!? ถ้าจะใช้พายุหิมะก็บอกกันก่อนสิยะ!”
ชบาโวยวาย รีบถอยห่างจากรัศมีพายุหิมะทันที ไม่อย่างนั้นตัวเธอที่เป็ิญญาเช่นกันก็คงถูกลูกหลงตามไปด้วย
พอพายุหิมะสงบ ก็ไม่เหลือร่องรอยของิญญาร้าย ก้อนเมฆที่บดบังพระอาทิตย์ก็เคลื่อนตัวออกไปแดดอันแรงกล้าได้ทำให้หิมะที่อยู่บนพื้นละลายกลายเป็น้ำอย่างรวดเร็ว
“จบแล้วเหรอ”
พิมพ์ไหมรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงรอบๆ จึงถามเพื่อความแน่ใจ ก้านธูปก็พยักหน้า
“อืม จบแล้วล่ะ พวกเราจัดการไปหมดแล้ว”
ก้านธูปกอดคนรักพลางลูบหัวปลอบ พิมพ์ไหมน้ำตาคลอ แต่ยูกิที่มารวมกลุ่มกลับย่นคิ้วแล้วว่า
“แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ อ่อนแอชะมัด!”
คำพูดนั้นแทงใจคนฟัง พิมพ์ไหมเม้มปากด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้งยังเจ็บในคำด่านั้นด้วย
พิมพ์ไหมรู้ว่าเธอเป็คนธรรมดา ไม่เหมือนก้านธูป ยูกิหรือกวางที่มีความพิเศษ ไม่เกรงกลัวภูตผีิญญาร้ายแบบเธอ ถึงจะเจออะไรแบบนี้หลายครั้งก็ใช่ว่าเธอจะชินกับมันได้นะ
ก้านธูปขมวดคิ้ว “อย่าพูดแบบนั้นสิ ยูกิ คนกลัวมันก็ต้องกลัวไหมไม่เหมือนพวกเราหรอกนะ”
“แล้วไงล่ะ ถึงจะไม่เหมือนพวกเราแต่ก็เป็พวกของเราไม่ใช่เหรอ” ยูกิกอดอก สีหน้าเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
“มันก็ใช่ แต่…”
“ก้านธูปก็เอาแต่โอ๋แม่นั่นอยู่ได้!แบบนี้เมื่อไหร่พิมพ์ไหมจะเข้มแข็งล่ะ!”
ยูกิไม่เห็นชอบที่คนตรงหน้าเอาแต่ทะนุถนอมพิมพ์ไหมราวกับเป็ไข่ในหิน
“จำเป็ด้วยเหรอ ฉันว่าไหมที่ขี้กลัวแบบนี้ก็น่ารักดีนะ” ก้านธูปพูดออกมาตรงๆ
เดี๋ยวนะ... ก้านธูป
พิมพ์ไหมดีใจอยู่ที่คนรักบอกว่านิสัยขี้กลัวของเธอน่ารักแต่ไปพูดต่อหน้ายูกิแบบนี้มันจะดีเหรอ
เป็อย่างที่พิมพ์ไหมคิด พอได้ยินแบบนั้นยูกิก็งอนจนหน้าบึ้งขึ้นมาทันใด
“ใช่สิ! ฉันไม่น่ารักนี่! แข็งกระด้างและแกร่งกล้าเกินหญิง หึ!ไม่รู้ด้วยแล้ว!”
ยูกิงอนจนเดินหนีไป ก้านธูปก็อึ้ง พิมพ์ไหมคิดว่าปล่อยให้ยูกิไปไหนคนเดียวนั้นไม่ดีจึงบอกว่า
“ก้านธูปทำอะไรอยู่น่ะ รีบไปง้อยูกิสิ”
“แต่ว่า แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันขอนั่งพักอยู่ตรงนี้แหละ ก้านธูปไปเถอะ ฉันจะอยู่กับชบาเอง”
พิมพ์ไหมมองชบา เด็กหญิงเข้าใจสายตาที่สื่อมา จึงทำหน้าเหม็นเบื่อ
“ฉันจะดูแลยัยนี่อีก จะทำอะไรก็ไปทำซะ”
“โอเค ชบาฝากด้วยนะ”
“รีบๆ ไปเลยย่ะ”
ชบาโบกมือไล่ ก้านธูปจึงลุกขึ้นแล้ววิ่งไล่ตามไปยังทิศทางที่ยูกิไปพิมพ์ไหนผ่อนลมหายใจ รู้สึกหัวยังคงมึนๆ อยู่
“อืม…”
“ไหวไหมเนี่ย?”
ชบาเห็นพิมพ์ไหมยังคงตัวสั่นกับเหตุการณ์เมื่อครู่จึงก้มตัวลงถามเธอด้วยความเป็ห่วง
“ฉันไหว...แต่เมื่อกี้ฉันโดนรัดแล้วยังมีจิตอาฆาตอีกก็เลยรู้สึกคลื่นไส้น่ะ”
“อยากอาเจียนหรือเปล่า?”
“คงไม่ล่ะ แค่ท้องไส้มันปั่นป่วนเท่านั้นแหละ”
“งั้นเหรอ นั่งพักสักแป็บเดี๋ยวก็คงหาย”
“อืม ขอบใจที่เป็ห่วงนะ”
พิมพ์ไหมส่งยิ้มให้ คนที่เป็ห่วงก็ปฏิเสธเสียงแข็ง
“ใครเป็ห่วงกันยะ!?” ชบาแหวขึ้นมา สะบัดหน้าไปอีกทาง“ฉันแค่กังวลว่าถ้าเธอเป็อะไรไปก็ลำบากก้านธูปอีกน่ะสิ!”
“นั่นสินะ...”
พิมพ์ไหมยิ้มไม่ออก เธอเป็ตัวภาระของก้านธูปจริงๆ รู้อยู่ว่าแฟนของเธอมาทำงานปราบผีก็ยังรั้นจะตามมาด้วยให้ได้นอกจากจะช่วยงานไม่ได้แล้วยังเป็ตัวเกะกะอีก เธอนี่ไม่ไหวเลย
เห็นพิมพ์ไหมซึมไป ชบาก็รู้ตัวว่าพูดอะไรผิดไปเสียแล้วจึงรีบแก้ตัวตะกุกตะกัก
“อะ เอาน่า ตอนนี้มีฉันอยู่รับรองิญญาร้ายหน้าไหนก็มายุ่งกับเธอไม่ได้!ถ้าโผล่มาฉันจะกำจัดมันไม่ให้เหลือแม้แต่ซากเลย!”
“อืม ขอบใจนะ”
พิมพ์ไหมวางใจเมื่ออยู่กับชบาเธอรู้ถึงความสามารถของิญญาประจำตัวก้านธูปดี ถ้าอยู่กับชบาต้องไม่เป็ไรแน่นอน