หนึ่งฝ่ามือถูกซัดออกไป ใบหลิวที่กำลังลู่ลมก็ส่ายไหวไปมา
“ นับว่ามีเ้ามีพร์ เพียงหนึ่งเดือนก็ฝึกลมปราณไร้สูญสำเร็จ แต่เ้ายังต้องฝึกฝนอีกมาก ”
“ ข้าทราบแล้วอาจารย์ ”
ชางยวิ๋นผู้เป็อาจารย์เดินเข้าไปลูบหัวศิษย์ด้วยความแอนดูอย่างพึงพอใจในความสามารถ
“ วันนี้พอเท่านี้ อาจารย์มีธุระต้องไปทำในเมืองหลวง เข้าจะไปด้วยหรือไม่ ”
ในเมืองหลวงผู้คนพลุกพล่าน สองศิษย์อาจารย์เดินไปตามท้องถนน
“ เ้าไปรออาจารย์ที่โรงน้ำชาหลูฟาง เสร็จธุระแล้วข้าจะไปเรียก ”
เหวินหยางรับคำและแยกตัวกับอาจารย์ ก่อนที่จะเดินทางไปยังโรงน้ำชาหลูฟาง เหวินหยางก็ได้แวะส่งจดหมายสองฉบับ ฉบับหนึ่งถูกส่งไปที่บ้าน อีกฉบับหนึ่งถูกส่งไปที่ตระกูลฮว่า
เหวินหยางเดินทางไปที่โรงน้ำชาหลูฟางและตามหาหลินลี่กับหย่งควัน
หลินลี่ที่เห็นเหวินหยางกลับมาก็มีท่าทีที่มีความสุขยิ่ง เหวินหยางที่ไม่เห็นหย่งควันก็แปลกใจ จึงได้ไถ่ถามก่อนที่จะได้ทราบว่าหย่งควันเองก็เดินทางไปสอบขุนนางร่วมเดือนแล้ว ยังมิได้กลับมา
หลังจากนั่งคุยกันสักพักใหญ่หลินลี่ก็เสนอพาเหวินหยางเดินเล่นในเมืองหลวง เหวินหยางเองที่มาถึงเมืองหลวงแล้วแต่ก็มิได้ออกสำรวจสักเท่าใด จึงได้รีบตอบรับไป
หลินลี่พาเหวินหยางเดินเข้าไปในตลาด ที่นี่ผู้คนหนาแน่น ของซื้อขายก็มีมากมาย เหวินหยางที่เห็นก็ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แต่ไม่ทันไรก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นมาจากด้านหลังทั้งสองคน เมื่อทั้งสองคนหันกลับไปก็เห็นชายฉกรรจ์แต่งตัวคล้ายขอทานกำลังวิ่งตรงมาเข้ามาหาทั้งคู่
“ ขโมย ! ช่วยด้วยขโมย ! ”
เสียงสตรีผู้หนึ่งพยายามวิ่งไล่ชายฉกรรจ์พร้อมกับเรียกให้ผู้คนหยุดชายฉกรรจ์นั้นไว้ แต่ในมือชายฉกรรจ์นั่นกำลังจ่อมีดไปทางข้างหน้า ทำให้ผู้คนที่เห็นก็ต่างเปิดทางให้ เหวินหยางที่เห็นก็รออย่างใจเย็น เมื่อชายฉกรรจ์วิ่งมาถึงเหวินหยางก็ซัดไปหนึ่งฝ่ามือที่แฝงไปด้วยลมปราณไร้สูญ ชายฉกรรจ์ที่วิ่งเข้ามาเมื่อถูกโจมตีก็กระเด็นถอยกลับไปหลายก้าว หลินลี่ที่เห็นก็รีบวิ่งไปยึดมีดและถุงเงินจากชายฉกรรจ์ไว้
ชายฉกรรจ์ที่นอนอยู่บนพื้นมิได้เป็วรยุทธ์ เมื่อถูกเหวินหยางซัดฝ่ามือลมปราณเข้าไปก็ทำให้เ็ปลุกไม่ขึ้น เหวินหยางรู้สึกประหลาดใจกับฝ่ามือตนเมื่อสักครู่ที่ใช้ออก ฝ่ามือนี้แฝงลมปราณไร้สูญจู่โจม แม้ไม่รุนแรงเท่าลมปราณพื้นฐานที่เคยฝึก แต่หลังจากซัดฝ่ามือออกไปแล้วก็รู้สึกว่าลมปราณค่อยๆถูกเติมเต็มกลับมาอย่างช้าๆหลังจากโคจรพลัง คิดแล้วก็น่าอัศจรรย์ยิ่ง
เมื่อหญิงเ้าของถุงเงินวิ่งตามมาถึง หลินลี่ก็ส่งมอบถุงเงินให้กับนาง หญิงผู้นั้นที่ได้รับถุงเงินคืนก็รีบกล่าวขอบคุณเหวินหยางกับหลินลี่ ไม่ทันไรก็มีหทารวิ่งเข้ามาหกนาย และถามไถ่ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อพูดคุยกันจนเข้าใจแล้ว ทหารกลุ่มนั้นก็ได้นำตัวชายฉกรรจ์ออกไป
เมืองหลวงช่างกว้างใหญ่นัก หลินลี่พาเหวินหยางเดินเล่นจนกระทั่งเย็น จนสุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ตัดสินใจกลับโรงน้ำชาหลูฟาง
เมื่อทั้งสองเดินทางกลับมาถึงเหวินหยางก็พบว่าผู้เป็อาจารย์ได้มารออยู่ก่อนแล้ว จากคำของพนักงานต้อนรับ เหวินหยางไม่รอช้ารีบขึ้นไปหาอาจารย์ อาจารย์ยังคงนั่งอยู่โต๊ะเดิมครั้งก่อน เหวินหยางที่เห็นก็เดินไปเรียกอาจารย์ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินทางกลับไปยังเรือนพักของอาจารย์
ระหว่างทางกลับชางยวิ๋นก็ได้กล่าวกับเหวินหยางว่า หลังเทศกาลโคมไฟในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จะพาเหวินหยางออกท่องยุทธภพ
เหวินหยางที่ได้ยินได้ฟังก็ยินดียิ่ง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้จึงได้กล่าวถามผู้เป็อาจารย์ออกไป
“ เหตุใดอยู่ๆอาจารย์ถึงอยากพาข้าออกท่องยุทธภพหรือ ”
“ เพราะเ้าเป็ศิษย์ของข้า การออกไปท่องยุทธภพก็ถือว่าเป็การเรียนรู้อย่างหนึ่ง อีกอย่างนี่ก็เป็ปรารถนาของเ้ามิใช่หรือ ”
“ ก็ใช่ แต่ข้ารู้สึกว่าทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก ”
ชางยวิ๋นได้ยินก็หัวเราะ พร้อมกับกำมือข้างหนึ่งขึ้นมาทุบลงบนหัวศิษย์ตัวเองอย่างเบามือ เหวินหยางเองก็รู้สึกว่าผู้เป็อาจารย์ชอบปฏิบัติต่อตนเช่นเด็กน้อย จึงได้ทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาก่อนจะเดินนำผู้เป็อาจารย์ออกไป
เมื่อทั้งสองกลับถึงเรือนพัก ชางยวิ๋นก็พาเหวินหยางเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง ภายในห้องมีตะเกียงไฟจุดเพียงสองดวงทั้งซ้ายขวา พอให้เห็นภายในห้อง เบื้องหน้าถัดไปจากตรงกลางห้องก็เต็มไปด้วยเทียนหลายสิบเล่มตั้งเรียงราย เทียนแต่ละเล่มห่างกันประมาณหนึ่งฝ่ามือ
ชางยวิ๋นสั่งให้เหวินหยางจุดเทียนเบื้องหน้าให้ครบทุกเล่ม เหวินหยางรับคำสั่งและปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย
“ ต่อไปนี้ให้เ้ามาฝึกวิชาในห้องนี้ ” ชางยวิ๋นกล่าวจบก็ดีดนิ้วขึ้น ทำให้เทียนเล่มหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางเทียนหลายสิบเล่มดับลง
“ ให้เ้ายืนห่างจากเทียนเหล่านี้สองก้าว และปล่อยลมปราณพุ่งออกไปดับเทียนเช่นเดียวกับอาจารย์ทำเมื่อสักครู่ เ้าเข้าใจหรือไม่ ”
เหวินหยางรับปากก่อนที่ผู้เป็อาจารย์จะเดินออกจากห้องไป ภายในใจเหวินหยางตอนนี้ก็มิได้คิดว่าการแผ่พุ่งลมปราณออกไปเช่นนั้นจะยากเย็นเพียงใด แต่หากรู้ไม่ว่าการแผ่พุ่งลมปราณออกไปอย่าปราณีตนั้นเป้นเื่ที่ยากยิ่ง
เหวินหยางเดินห่างจากเทียนหลายสิบเล่มมาสองก้าวตามที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ แล้วก็ได้เริ่มฝึกฝนวิชาตามแนวทางที่อาจารย์ได้ฝากฝั่งไว้
เหวินหยางเริ่มซัดไปหนึ่งฝ่ามือแฝงด้วยลมปราณอันเบาบาง เพราะเกร็งว่าเทียนเล่มอื่นจะดับไปด้วย ผลที่ได้นั้นน่าผิดหวัง เพราะไม่มีเทียนเล่มใดดับลง ส่วนเทียนที่เป็เป้าหมายที่อยู่ท่ามกลางเทียนหลายสิบเล่มไหวเพียงเล็กน้อย
คราวนี้เหวินหยางเพิ่มลมปราณออกไปในปริมาณที่มากกว่าเดิม ผลที่ออกมาก็ทำให้ผิดหวังเช่นเดิม เทียนที่อยู่ด้านหน้าดับไปหลายเล่ม ส่วนเทียนที่เป็เป้าหมายตรงกลางก็ไหวไปมาเพียงเท่านั้น
เหวินหยางเริ่มััถึงความยากลำบากในการฝึกฝนแล้ว เทียนหลายสิบเล่มที่อยู่ระดับเอว ห่างไปสองก้าว มีระยะห่างแต่ละเล่มเพียงหนึ่งฝ่ามือ หากซัดลมปราณออกไปมากเกินก็ทำให้เทียนเล่มก่อนหน้าและข้างๆนั้นดับลงไปด้วย แต่หากซัดลมปราณออกไปเพียงน้อยนิดก็ทำให้เปลวเทียนแค่ไหวไปมา
เหวินหยางลองไปอีกหลายครั้งก็ประสบปัญหาที่หาทางแก้มิได้ก็คือ เทียนหลายเล่มที่อยู่ก่อนหน้า ไม่รู้ว่าอาจารย์ทำเช่นใดถึงสามารถดับเทียนที่อยู่ตรงกลางได้โดยที่เทียนเล่มอื่นไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่ว่าเหวินหยางจะทำเช่นใด เทียนที่อยู่ก่อนหน้าก็ดับลงทุกคราว
เหวินหยางฝึกฝนอยู่เป็เวลานาน และเปลี่ยนเทียนไปหลายเล่ม แต่ก็ยังไม่สามารถฝึกฝนได้ ด้วยความเมื่อยล้าก็ทำให้เหวินหยางหลับใหลลงในห้องแห่งนี้